Beranda / โรแมนติก / ต้นสายปลายรัก / ฉันคือกัญญพัชร - 100%

Share

ฉันคือกัญญพัชร - 100%

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-24 19:10:21

เพชรไพลินใจเต้นระรัว เพราะสายตาที่ภูมิบดินทร์ใช้มองเธอนั้นราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ เขามองเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง ขณะเดียวกันก็มองเหมือนชายหนุ่มคนหนึ่งที่พึงพอใจในตัวผู้หญิงสักคน

พอนึกมาถึงตรงนี้ก็ใจหายวาบ ตอนนี้เธออยู่ในร่างของกัญญพัชร และคนที่ภูมิบดินทร์กำลังมองอยู่คือกัญญพัชร ไม่ใช่เธอ!

เพชรไพลินถอนสายตากลับมาพร้อมกับพยายามเก็บสีหน้าให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ในใจเริ่มเจ็บปวด รู้อยู่ว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้เพราะก่อนที่จะมาคบกับเธอเขาก็มีผู้หญิงมากหน้าหลายตามาติดพัน แต่พอเขาบอกว่ารักเธอและพยายามตามจีบอย่างไม่ลดละจนเธอใจอ่อน เขาก็บอกเลิกกับผู้หญิงทุกคน และไม่เคยมีข่าวเสียหายเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มาเข้าหูเธออีกเลย...แล้วนี่คืออะไร ทั้งที่เป็นงานเผาศพของคู่หมั้นแท้ๆ แต่เขากลับส่งสายตาให้ผู้หญิงคนอื่น

หญิงสาวกำมือทั้งสองข้างแน่นพลางผ่อนลมหายใจช้าๆ พยายามคิดในแง่ดีว่าบางทีภูมิบดินทร์อาจไม่ได้คิดหรือรู้สึกอะไรกับกัญญพัชรเลยก็ได้ เขาคงไม่คิดว่ากัญญพัชรจะมาร่วมงานศพอย่างที่ได้พูดไว้ ครั้นเห็นว่ามาจริงๆ จึงอดแปลกใจไม่ได้กระมัง

เมื่อคิดได้อย่างนั้น เพชรไพลินจึงสบายใจขึ้นแล้วเงยหน้ามองกลุ่มควันสีขาวที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า หญิงสาวเม้มปากแน่นเพื่อสะกดอารมณ์บางอย่างที่เริ่มปะทุขึ้นมาในอกจนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก แม้ไม่อยากยอมรับว่าร่างของเธอกำลังถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน แต่สิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าตอนนี้เธอไม่มีร่างให้กลับไปอีกแล้ว

นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอคือ กัญญพัชร ปัตถาภรณ์ อย่างเต็มตัว ไม่ใช่ เพชรไพลิน อัศวโยธิน อีกต่อไป

“ไปสู่สุคตินะเพื่อน”

เสียงคุ้นหูของใครบางคนดังขึ้นด้านหลังเพชรไพลินราวกับคนพูดกำลังเก็บอารมณ์ไว้เต็มที่เพื่อไม่ให้หลุดเสียงสะอื้นตามมาด้วย แต่กระนั้นก็ยังทำได้ไม่ดีนักเพราะท้ายประโยคยังสั่นพร่าจนรู้สึกได้

เพชรไพลินหันมองเจ้าของเสียงทันทีเพราะรู้ดีว่าเสียงนี้เป็นของใคร จึงได้เห็นใบหน้าขาวซีดของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กำลังแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยดวงตาแดงก่ำราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

ฝน!

เพชรไพลินรีบหันหน้ากลับมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังมองตอบ ฝนหรือพราวพิรุณเป็นเพื่อนสนิทของเธอในกลุ่มก๊วนเดียวกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังคบหาและยังไปเที่ยวด้วยกันอยู่บ่อยๆ ความลับของเธอเกือบทุกเรื่องมักเอามาเล่าแบ่งปันให้พราวพิรุณฟังเสมอ เจ้าตัวก็มักมาปรึกษาปัญหาส่วนตัวกับเธอเกือบทุกครั้ง ดังนั้นความสนิทสนมจึงเรียกได้ว่าเกินกว่าคำว่าเพื่อนสนิทไปไกลทีเดียว

ตอนนี้ในหัวของเพชรไพลินมีความคิดบางอย่างวาบขึ้นมา การที่เธอมาอยู่ในร่างนี้ยังไม่มีใครรู้ อีกทั้งเธอยังกำลังอึดอัด อยากระบายให้ใครสักคนฟัง และคนแรกที่นึกถึงก็เป็นใครไปไม่ได้ นอกจากหญิงสาวที่ยืนเยื้องไปด้านหลัง แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือจะเริ่มอธิบายให้พราวพิรุณฟังอย่างไร อีกฝ่ายถึงจะเชื่อว่าเธอพูดเรื่องจริง

หลังจากเสร็จสิ้นพิธี เพชรไพลินกับบิดามารดากำลังเตรียมตัวจะกลับ แต่เพชรแพรวาเดินเข้ามาคุยด้วยเสียก่อน ทั้งสามคนจึงหยุดคุยด้วย

“อาการคุณกัญญพัชรเป็นยังไงบ้างคะ” เพชรแพรวาถามด้วยสีหน้าที่เป็นมิตร สายตาที่มองอีกฝ่ายไม่มีร่องรอยของความโกรธหรือไม่พอใจเคลือบอยู่ ทำให้คนถูกถามตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ เหลือแค่รอยแผลเท่าที่เห็นนี่แหละ คิดว่าไม่นานก็หายแล้ว ขอบคุณมากนะคะ”

“เดี๋ยวดิฉันให้คนเอาครีมลบรอยแผลเป็นไปให้นะคะ” เพชรแพรวาเสนออย่างมีน้ำใจ

คราแรกเพชรไพลินคิดจะปฏิเสธ แต่เพราะรู้ดีว่าน้องสาวต้องการโพรโมตสินค้าของบริษัท และต้องการมอบให้ด้วยใจจริงจึงยอมรับแต่โดยดี

“ขอบคุณมากเลยนะคะ”

เพชรแพรวายิ้มอ่อน ก่อนยกมือไหว้ผู้สูงวัยทั้งสองคนที่ยืนขนาบกัญญพัชรอย่างนอบน้อม “ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”

พัชระกับกัญญารับไหว้แล้วหยิบนามบัตรจากกระเป๋าสตางค์มายื่นให้หญิงสาวคราวลูกตรงหน้า “ถ้าหนูกำลังจะแต่งงานหรืออยากซื้อเครื่องประดับใส่ก็แวะไปที่ร้านได้นะ อาจะลดให้เป็นพิเศษ”

เพชรแพรวารับมาพร้อมกล่าวขอบคุณเบาๆ จากนั้นจึงเดินไปส่งครอบครัวคู่กรณีที่รถ รอจนกระทั่งรถแล่นออกไปจากบริเวณงานแล้วจึงเดินย้อนกลับไปทางเดิม

พอเดินมาถึงมุมที่จะเลี้ยวเข้าไปในงาน หางตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงโปร่งของภูมิบดินทร์ยืนหลบสายตาคนอื่นอยู่อีกด้าน เขาถือโทรศัพท์แนบหูคุยกับใครบางคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ด้วยความสงสัยจึงคิดจะเดินเข้าไปใกล้ๆ เพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายคุยกับใคร ทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าก็มีเสียงเรียกเสียก่อน

“คุณวาคะ คุณมลจากบริษัทซีเจซีกำลังจะกลับแล้วค่ะ”

เพชรแพรวาหันไปพยักหน้าให้อีกฝ่ายเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะหันมองภูมิบดินทร์อีกครั้ง พอเห็นว่าเขาหายไปแล้วจึงเดินตามลูกน้องเข้าไปในงาน และเก็บเรื่องของภูมิบดินทร์ไว้ทีหลัง เพราะอย่างไรเสียเธอก็ไม่มีวันปล่อยให้คนเลวอย่างเขาลอยนวลอยู่ในสังคมต่อไปแน่นอน...เขาต้องชดใช้!

เพชรไพลินนั่งเงียบมาในรถตลอดทาง ตอนนี้เธอกำลังทำใจยอมรับชีวิตใหม่ที่ได้เริ่มขึ้นแล้ว ขณะเดียวกันความคิดอีกด้านก็แย้งว่าเธอควรจะบอกความจริงกับทุกคนไปว่าเธอไม่ใช่กัญญพัชร เพราะหากบอกไปแล้วอาจจะได้กลับไปเป็นเพชรไพลิน ได้กลับไปบริหารงานที่บริษัทเหมือนเดิม และยังได้กลับไปคบหากับภูมิบดินทร์เหมือนเดิมด้วย

แต่มันจะเป็นไปได้หรือ...เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ ใช่ว่าทุกคนจะรับเรื่องนี้ได้ หากมีคนเชื่อก็ดีไป แต่ถ้าไม่เชื่อก็คงไม่แคล้วกลายเป็นตัวตลกให้คนอื่นหัวเราะเยาะเอาได้ และที่สำคัญหากเรื่องนี้แพร่สะพัดออกไป เธอจะต้องกลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืนแน่นอน เพราะสื่อคงประโคมข่าวเรื่องวิญญาณสลับร่าง ไหนจะรายการต่างๆ ก็ต้องตบเท้าพาเหรดกันเรียกเธอไปสัมภาษณ์ให้รายละเอียดเป็นแน่

เพียงแค่คิดถึงความวุ่นวายตรงนั้น หญิงสาวก็นั่งห่อไหล่ด้วยความสยดสยองทันที

หรือถ้าไม่คิดจะให้ใครรู้นอกจากคนสนิทอย่างเพชรแพรวา ภูมิบดินทร์ และพราวพิรุณ เรื่องระหว่างเธอกับภูมิบดินทร์ก็จะมีอุปสรรคแน่นอน เพราะคงไม่มีใครยอมรับได้หากชายหนุ่มจะมาคบหาและแต่งงานกับหญิงสาวที่เป็นคู่กรณีของคู่หมั้นที่ตายไป บรรดาเพื่อนฝูงและญาติสนิทก็คงรับไม่ได้เช่นเดียวกัน

“เฮ้อ...” เพชรไพลินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างลืมตัว เพราะไม่ว่าหนทางไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น คงมีเพียงการปิดปากให้สนิท ไม่ต้องบอกใคร และใช้ชีวิตให้เป็นกัญญพัชรไปตามที่ควรจะเป็น

แต่เธอก็ไม่สามารถปล่อยวางครอบครัวเดิมของตัวเองได้จริงๆ น้องสาวทั้งคน คู่หมั้นทั้งคน จะให้เธอลืมพวกเขาแล้วทำเป็นไม่รู้จักกันเลยอย่างนั้นหรือ...เธอทำไม่ได้

“ยังคิดมากอยู่หรือลูก” กัญญาเอี้ยวหน้ามามองบุตรสาวที่นั่งอยู่บนเบาะหลัง

เพชรไพลินเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอถอนหายใจเสียงดัง จึงรีบส่งยิ้มให้ท่านทันทีเพราะไม่อยากให้ท่านเป็นกังวล

“ไม่คิดแล้วค่ะ พัชแค่เบื่อเท่านั้นเอง พรุ่งนี้พัชขอเริ่มงานที่บริษัทเลยได้ไหมคะ คุณพ่อคุณแม่” ขืนอยู่บ้านต่อไปมีหวังฟุ้งซ่านเพราะคิดมากเรื่องนี้แน่นอน ทางเดียวที่จะทำให้ไม่ต้องคิดมากก็คือต้องหางานทำเพื่อให้สมองไม่ว่างไปคิดเรื่องอื่น

“ได้สิลูก พรุ่งนี้ออกไปที่บริษัทกับพ่อเลยก็ได้” ผู้เป็นบิดาที่ทำหน้าที่ขับรถสบตากับบุตรสาวจากกระจกมองหลัง

“ดีค่ะ พัชจะได้วางแผนงานใหม่ของพัชเลย เมื่อคืนพัชนอนคิดนะคะว่า ถ้าหากเราทำหนังโฆษณาสั้นๆ แล้วโพรโมตตามสื่อโซเชียลมีเดียถึงการคัดเลือกเพชรมาเจียระไนว่าตั้งแต่เริ่มต้นจนมาเป็นเครื่องประดับสวยๆ เราพิถีพิถันมากแค่ไหน พัชว่าคงจะดีไม่น้อยเลยนะคะเพราะมันดูมีสตอรีดีค่ะ ว่างานแต่ละชิ้นของเรา แม้จะเป็นแค่เครื่องประดับเล็กๆ แต่เราก็ใส่ใจกับมันไม่ต่างจากเครื่องประดับชิ้นใหญ่”

เธอบอกแผนงานที่เคยใช้ตอนทำกับบริษัทเครื่องสำอางให้ท่านทั้งสองได้รับทราบทันที เพราะการโพรโมตสินค้าด้วยวิธีนี้ค่อนข้างเข้าถึงกลุ่มบุคคลได้ทั่วถึง อีกทั้งหากมีเรื่องราวของสินค้าไปนำเสนอก็ยิ่งดึงดูดให้คนที่ได้ดูเห็นคุณค่าของสินค้าว่าไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่ยังเป็นสิ่งแทนใจเพราะทำด้วยใจ

“ถ้าอย่างนั้นหนูก็ต้องลงไปพังงานะลูก เพราะร้านของเราใช้เพชรจากที่นั่น” พัชระหยุดพูดครู่หนึ่งเพื่อมองปฏิกิริยาของบุตรสาว เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีทีท่าอะไรจึงพูดต่อ

“ไปขออนุญาตจากพี่วินทร์เขาก่อน แต่พ่อว่าเขาให้อยู่แล้วละ หรือถ้าหนูไม่อยากลงไปเองก็ให้คนลงไปถ่ายให้ก็ได้นะ แล้วเราค่อยจ้างที่อื่นตัดต่อทำเป็นหนังโฆษณา แต่บริษัทโฆษณาไปถ่ายที่นั่นไม่ได้เพราะเขาไม่อนุญาตให้คนนอกเข้า”

“ไม่เป็นไรค่ะ พัชลงไปเองดีกว่า คุณพ่อหาคนที่สามารถถ่ายวิดีโอได้ติดตามพัชไปสักคนสองคนก็พอ ว่าแต่เรื่องนี้พัชต้องโทร.ไปขอกับตา...พี่วินทร์ก่อนใช่ไหมคะ”

“ใช่จ้ะ จะไปวันไหนก็บอกเขา เขาจะได้จัดรถมารับหนูที่สนามบินภูเก็ตน่ะ แต่หนูไม่เป็นอะไรแน่นะ ถ้าหากต้องเจอหน้าพี่วินทร์เขาน่ะ”

ผู้เป็นมารดาถามอย่างเป็นห่วง แม้ว่าจะเห็นบุตรสาวดูไม่ยี่หระทั้งที่เพิ่งถอนหมั้น และให้คนเอาของหมั้นหมายไปคืนถึงที่บ้านอีกฝ่ายแล้วก็ตาม

“ไม่เป็นแน่นอนค่ะ คุณแม่อย่าห่วงเลย พัชบอกแล้วไงคะว่าพัชมองเขาเป็นพี่ชายจริงๆ ตอนนี้เราเป็นพี่น้องกันค่ะ”

กัญญาพยักหน้าช้าๆ อย่างวางใจเมื่อไม่เห็นแววเศร้าสลดของกัญญพัชร ก่อนจะหันกลับไปมองถนนเบื้องหน้าตามเดิม ขณะที่คนนั่งเบาะหลังแอบแบะปากเมื่อรู้ว่าต้องโทร. ไปหาอดีตคู่หมั้นของกัญญพัชรอย่างรวินทร์

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ต้นสายปลายรัก   ตอนพิเศษ

    ทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 100% -

    แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 70% -

    พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 35% -

    เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 100% -

    เพชรไพลินพยักหน้าพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงจูงมือมารดาเดินตามทุกคนเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีสายตาของรวินทร์มองส่งไปตลอดทางทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ เพชรไพลินก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปที่ออฟฟิศโดยไม่คิดจะเข้าบ้านก่อน หญิงสาวโทรศัพท์หาพราวพิรุณก่อนเป็นอันดับแรกเพราะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้“ฝน ฉันวานแกพายายวามาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อยสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวฉันฟัง”เธอฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเห็นด้วยที่จะบอกความลับนี้ให้เพชรแพรวาได้รู้อีกคนจึงยิ้มอย่างสบายใจ“ขอบคุณนะฝน เอาไว้ช่วงบ่ายเจอกัน”วางสายจากเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โทร. ไปหารวินทร์เพื่อรายงานตัวว่าถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว เธอคุยกับเขาไม่นานนักเพราะแท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสำนักงานพอดีจึงกดวางสายเมื่อมาถึงออ

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 70% -

    ได้ฟังอย่างนั้นรวินทร์ก็เบาใจ เพราะคาดว่าหากสิ้นหัวเรือใหญ่อย่างนายหัวสุรัชไป บรรดาลูกน้องที่เคยกร่างและทำตัวใหญ่คับฟ้าก็คงติดร่างแหไปด้วย ที่ตัวเล็กๆ ก็คงแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับมาที่นี่อีกผู้หมวดหนุ่มเดินออกมาส่งรวินทร์กับเพชรไพลินที่รถ เขาจ้องหญิงสาวตาปรอย จนรวินทร์ต้องกระแอมเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาปราม“ขึ้นไปรอพี่บนรถก่อนนะ พี่ขอคุยอะไรกับหมวดหน่อย” รวินทร์หันไปบอกเพชรไพลินพลางเปิดประตูรถให้ จากนั้นก็เดินโอบบ่าผู้หมวดแทนไทไปคุยอีกทางหนึ่งเพชรไพลินไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน จึงหยิบโทรศัพท์ที่มารดาเอามาให้กดโทร. ไปหาพราวพิรุณเพื่อส่งข่าวให้เพื่อนรู้ว่าตนปลอดภัยแล้วสัญญาณดังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปลายสายก็กดรับทันทีราวกับกำลังรออยู่ “ฮัลโหล ฝนพูดค่ะ”“ยายฝน ฉันเอง”“นังลินนน...แกเป็นยังไงบ้าง โอ๊ยแก ฉันจะบอกให้ว่าวันนั้นฉันลนลานจนทำอะไรไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status