LOGINเพชรไพลิน เจ้าแม่แห่งวงการเครื่องสำอาง เธอจะทำอย่างไร เมื่ออุบัติเหตุไม่คาดฝันครั้งนั้น ทำให้เธอต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในร่างของผู้หญิงอีกคน ผู้ซึ่งกำลังถูกคู่หมั้นถอนหมั้นอย่างไม่ไยดีเพราะมีคนอื่น แต่เธอไม่แยแส เพราะสิ่งที่ทำให้ช็อกยิ่งกว่านั่นคือการที่ได้รู้ว่า ร่างของเธอตายแล้ว และกำลังจะถูกเผา! เธอจะทำอย่างไรเมื่อต้องติดอยู่ในร่างนี้ตลอดไป และเธอจะทำอย่างไร เมื่ออดีตคู่หมั้นที่ถอนหมั้นไปแล้ว กลับคอยมาปั่นป่วนหัวใจให้ต้องทำงานหนักกันอีกครั้ง รวินทร์ นายหัวหนุ่มมาดเข้มแห่งเหมืองฤทธิเทพ ต้องถูกหมั้นหมายกับหญิงที่ไม่ได้รัก เพียงเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจ เขาทำทุกวิถีทางเพื่อหาทางถอนหมั้นมาโดยตลอด แต่จู่ๆ คู่หมั้นก็ยอมถอนหมั้นแต่โดยดี หนำซ้ำท่าทีที่เธอเคยมีต่อเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สายตาที่เคยมองเขาอย่างรักใคร่หลงใหล ก็เปลี่ยนไป ทั้งเมิน ทั้งเชิดใส่...ทำราวกับไม่เคยมีเขาอยู่ในสายตา เขาได้แต่สงสัย การกระทำหลายอย่างของเธอทำให้เขาต้องค้นหา กว่าจะรู้ตัวก็ละสายตาจากเธอไม่ได้แล้ว มาลุ้นไปกับการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุ ไปพร้อมกับการลุ้นว่า...รวินทร์จะทำให้อดีตคู่หมั้น กลับมาหมั้นกันอีกครั้งได้หรือไม่
View Moreทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั
แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค
พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม
เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง
เพชรไพลินพยักหน้าให้พร้อมกับยิ้มแหยๆ รู้สึกว่าตัวเองช่างไม่สมกับเป็นกุลสตรีเอาเสียเลย เพราะถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ป่วย แต่เรื่องทำกับข้าวเธอก็ขอบายจริงๆ“แหม...มันเอาใจเมียจริงๆ เว้ยไอ้วินทร์นี่นะ” สินธรแซวอย่างล้อเลียน
ถ้าเจ้าของบ้านกลับมา เขาคงต้องขอยืมโทรศัพท์โทร. ไปที่เหมืองเพื่อติดต่อกับนาวาสักหน่อย เสียดายที่โทรศัพท์ของเขาคงหล่นหายในทะเลไปแล้ว เขาเองก็จำเบอร์ของนาวาไม่ได้ จำได้แต่เบอร์ออฟฟิศ ก็ได้แต่ภาวนาให้ตอนที่เขาโทร. ไปแล้วเจอนาวารับสายพอดีเมื่อเห็นเพชรไ
ตั้งแต่ขึ้นเรือมา สายตาของรวินทร์ก็ตกอยู่ที่เพชรไพลินตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง หัวคิ้วขมวดมุ่นเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาว ขณะที่เพชรไพลินเองก็รู้สึกอุ่นวาบในหัวใจทันทีที่เห็นหน้าเขา เธอส่ายหน้าให้รวินทร์เล็กน้อยเป็นเชิงบอกว่าตนไม่เป็นอะไรเพื่อให้เขาคลายกังวล
“คุณรู้ดีว่าผมหมายถึงอะไร ผมต้องการคุยกับนายหัวสุรัช”“โอเคค่ะ ปานไม่แกล้งแล้ว...คุยกับปานก็ได้นะคะวินทร์ จะว่าไปแล้ววินทร์ก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรือคะว่านายหัวต้องการอะไรจากวินทร์มากที่สุด”“ถ้าอย