หน้าหลัก / โรแมนติก / ต้นสายปลายรัก / กัญญพัชรเปลี่ยนไป - 35%

แชร์

กัญญพัชรเปลี่ยนไป - 35%

ผู้เขียน: จรสจันทร์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 13:10:13

เพชรไพลินนั่งมองโลชั่นทามือที่ได้มาจากงานเผาศพอย่างคิดไม่ตก ในมืออีกข้างถือโทรศัพท์เอาไว้ แต่ยังไม่ได้กดโทร. ออกไปไหนเพราะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะติดต่อพราวพิรุณแล้วเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังดีหรือไม่ ขณะเดียวกันก็ลังเลสับสนว่าระหว่างเพชรแพรวากับพราวพิรุณ เธอควรจะบอกใครมากกว่ากัน แต่สำหรับภูมิบดินทร์นั้นเธอไม่คิดจะบอกเขาเพราะชายหนุ่มเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องลึกลับ

“เอาไงดีเนี่ย เฮ้อ...” แต่ถ้าเธอไม่บอกใครเลยก็อึดอัด อีกทั้งยังดูเหมือนกัญญพัชรจะไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทเท่าไร เพราะตั้งแต่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจนกระทั่งกลับมาอยู่ที่บ้านก็ยังไม่เห็นมีเพื่อนคนไหนสนใจแวะมาเยี่ยมเยียนหรือโทร. สอบถามอาการแม้แต่คนเดียว มีเพียงข้อความในไลน์เท่านั้นที่ส่งมาถามไถ่ และเธอก็ตอบกลับไปตามมารยาท

เธอเป็นคนเพื่อนเยอะมาแต่ไหนแต่ไร งานปาร์ตีทุกงานต้องมีเธอไปร่วมด้วยเสมอเพราะถือว่าเป็นการพักผ่อนหลังจากที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาตลอดสัปดาห์ อีกทั้งภูมิบดินทร์ก็ไม่เคยห้ามแต่อย่างใด ดังนั้นเธอจึงมักไปสังสรรค์กับเพื่อนสนิทแทบทุกสัปดาห์ แต่พอมาอยู่ในร่างนี้ เห็นทีเธอคงต้องพยายามผูกมิตรกับเพื่อนของกัญญพัชรแล้วกระมัง

ไดอะรีของกัญญพัชรที่ได้อ่านก็ไม่เห็นเล่าเรื่องของเพื่อนสนิทเลยสักคน เพชรไพลินรับรู้ได้จากประโยคที่เจ้าตัวเขียนเอาไว้ เวลาเอ่ยถึงเพื่อนคนอื่นก็เพียงเอ่ยชื่อ อ่านแล้วให้ความรู้สึกว่ากัญญพัชรกับเพื่อนกลุ่มนั้นคบกันเพียงผิวเผิน ไม่ได้จริงใจลึกซึ้งต่อกันอย่างที่ควรเป็น

หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วจึงหยิบกระเป๋าสะพายแล้วเดินออกจากห้องเพื่อลงไปรับประทานอาหารเช้ากับบิดามารดาก่อนเข้าบริษัท

เพชรไพลินสวมชุดเดรสสีดำยาวเลยเข่ามาเล็กน้อย คลุมทับด้วยเบลเซอร์สีเทาเข้ม ผมสีน้ำตาลเข้มปล่อยสยายเคลียแผ่นหลัง เครื่องประดับที่สวมมีเพียงเข็มกลัดรูปดอกคามิเลีย นาฬิกาข้อมือ และแหวนเพชรเม็ดเล็กที่นิ้วข้างขวาเท่านั้น แต่เพราะบุคลิกสวยสง่าที่ติดตัวเพชรไพลินมาบวกกับรูปร่างหน้าตาสะสวยอย่างหาตัวจับยากของกัญญพัชร จึงทำให้หญิงสาวดูเปล่งประกายราวกับเพชรน้ำงามจนคนที่มองอยู่ถึงกับละสายตาจากไปไม่ได้

“หืม...อ้าว!” เพชรไพลินหยุดยืนที่บันไดขั้นสุดท้าย เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้

รวินทร์ถอนสายตากลับมาจากหญิงสาว ก่อนจะทำทีเป็นกระแอมเบาๆ แล้วเดินไปนั่งบนโซฟาในห้องรับแขก เขาถูกบิดามารดาบังคับให้เอาของหมั้นหมายมาคืนให้กัญญพัชร เพราะเครื่องเพชรเหล่านี้เป็นของที่ทำขึ้นมาเพื่อหญิงสาวโดยเฉพาะ ดังนั้นไม่ว่าจะยังหมั้นกันอยู่หรือถอนหมั้นไปแล้ว เครื่องเพชรเหล่านี้จึงเป็นของกัญญพัชรอยู่ดี นั่นคือความตั้งใจของท่านทั้งสอง

“คุณ...พี่วินทร์มาทำไมคะ มีธุระอะไรรึเปล่า” เพชรไพลินเดินไปยืนข้างโซฟาอีกตัวพลางมองหาบิดามารดาไปด้วย แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินที่เขาวางไว้บนโต๊ะ เพราะจำได้ว่าในกล่องนั้นคือเครื่องเพชรที่ใช้หมั้นหมาย และเธอเพิ่งให้คนเอาไปคืนเขาเมื่อวานนี้เอง

“คุณพ่อคุณแม่ของพี่ท่านไม่รับคืน ท่านบอกว่าชุดนี้สั่งทำพิเศษให้เราโดยเฉพาะ ต่อให้ถอนหมั้นไปแล้วก็ยังเป็นของเราอยู่ดี ท่านก็เลยให้พี่เอามาคืนให้น่ะ”

เพชรไพลินเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับปรายตามองกล่องเครื่องเพชรกล่องนั้น ดูท่าทางร้านเพชรของครอบครัวเธอจะเข้ากันได้ดีกับผู้ผลิตอย่างครอบครัวของรวินทร์ไม่น้อย เพราะดีไซน์นั้นอลังการจัดเต็มเสียจนน่าปวดหัว ใส่ในชีวิตประจำวันไม่ได้นอกเสียจากใส่ไปงานหรูหราตอนกลางคืน คราแรกที่เปิดดูเธอยังแอบแบะปากเลยด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าผู้หญิงทุกคนย่อมชอบเครื่องประดับพวกเพชรพลอยหรือทองคำ รวมถึงเธอด้วย แต่ถ้าดีไซน์มันไม่ไหวจริงๆ เธอก็ไม่คิดอยากได้ แต่ครั้นเห็นเขาเอามาคืนให้ ความคิดที่จะเลาะเอาเพชรออกแล้วสั่งทำในแบบที่เธอชอบขึ้นมาใหม่ก็คงไม่เลวเลยทีเดียว

“งั้นหรือคะ” หญิงสาวกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องเครื่องเพชร แต่พอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็ชักมือข้างนั้นกลับแล้วเอ่ยปากถามเขาทันที

“เอามาคืนให้เฉยๆ ใช่ไหมคะ ไม่ใช่ว่าพอเอามาแล้วเราต้องหมั้นกันอีกครั้งนะ ถ้าเป็นแบบนั้นพัชขอไม่รับไว้ค่ะ แต่ถ้าให้เฉยๆ แล้วสถานะของเราไม่ได้เป็นคู่หมั้นแต่เป็นแค่อดีต พัชก็ยินดีรับไว้”

หัวคิ้วของรวินทร์กระตุกทันที ตาคมดุมองคนพูดอย่างพินิจพิเคราะห์ ยิ่งเห็นท่าทางไม่สนใจไยดีของหญิงสาวเขาก็ยิ่งสงสัยในตัวเธอมากยิ่งขึ้น ภายในช่วงเวลาไม่กี่วันจะทำให้คนหนึ่งคนเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เชียวหรือ

อย่าว่าแต่สายตาที่เธอใช้มองเขาเปลี่ยนไปเลย แม้กระทั่งการพูดจา การแต่งตัว รวมไปถึงลักษณะท่าทางเปลี่ยนไปแทบทั้งสิ้น ราวกับผู้หญิงที่ยืนตรงหน้าเขาตอนนี้ไม่ใช่กัญญพัชรตัวจริง แต่เป็นคนอื่นปลอมตัวมา

“ให้เฉยๆ ไม่เกี่ยวกับเรื่องหมั้นอะไรทั้งนั้น” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะเดียวกันก็ลอบสังเกตเธอไปด้วย

“งั้นก็ดีค่ะ แปลว่าพัชจะทำอะไรกับมันก็ได้ทั้งนั้นใช่ไหม” หญิงสาวพูดยิ้มๆ พลางเอื้อมมือไปหยิบกล่องเครื่องเพชรมาถือไว้แต่ไม่ได้เปิดดู เนื่องจากตอนนี้เธอมัวแต่จับจ้องชายหนุ่มเพราะอยากรู้ว่าเขาจะตอบอย่างไร

“ใช่ จะแกะเพชรออกแล้วเอาไปโยนใส่ตู้ปลาไว้ก็ได้ ไม่มีใครว่า มันเป็นของเราอยู่แล้วนี่” รวินทร์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะค่อนข้างมั่นใจว่าหญิงสาวคงไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน

“แหม...พี่วินทร์นี่เหมือนเข้ามานั่งอยู่กลางใจพัชเลยนะคะ พัชกำลังคิดจะแกะเพชรเอาไปสั่งทำใหม่อยู่พอดีเลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าแบบมันค่อนข้างเว่อร์วังอลังการไปหน่อย ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ”

เพชรไพลินคลี่ยิ้มหวานหยด ก่อนหันมองไปรอบๆ เพื่อหาบิดามารดาอีกครั้ง รู้ดีว่าการที่ท่านทั้งสองไม่เข้ามาในห้องรับแขกตอนนี้ก็เพราะอยากเปิดโอกาสให้เธอได้คุยกับรวินทร์ตามลำพัง พวกท่านคงไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ลูกสาวตน ทว่าเป็นเพชรไพลินที่กำลังพยายามหาทางสลัดคู่หมั้นจอมเก๊กคนนี้ไปให้พ้นหูพ้นตา

“อ้าว...ตาวินทร์ มานานแล้วหรือจ๊ะ” กัญญาเดินเข้ามาในห้องเป็นคนแรกหลังจากยืนแอบอยู่อีกด้านมาพอสมควร ด้วยกลัวว่าบุตรสาวจะยังตัดใจจากรวินทร์ไม่ได้ จึงหาทางเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้คุยกันอีกครั้ง แต่หลังจากยืนสังเกตการณ์มาครู่หนึ่งก็พอรู้ว่าสองคนนี้คงไม่คิดจะกลับไปหมั้นหมายกันอีกจึงได้เดินเข้ามา

“สวัสดีครับคุณน้า ผมมาได้สักพักแล้วครับ”

รวินทร์ลุกขึ้นยืนแล้วยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่า เขารอจนกระทั่งกัญญานั่งลงแล้วจึงนั่งตาม ขณะที่เพชรไพลินเดินไปนั่งบนโซฟาที่ตัวเองยืนพิงอยู่เมื่อครู่

“ช่วงนี้เห็นยายพัชบ่นว่าอยากไปทำงาน วันนี้ก็เลยว่าจะให้เข้าไปที่บริษัทพร้อมพ่อเขาน่ะ อ้อ...จริงสิ พัชบอกพี่เขาไปรึยังลูก เรื่องที่หนูจะลงไปพังงาน่ะ” ท้ายประโยคกัญญาหันมาพูดกับบุตรสาว

รวินทร์เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามหญิงสาว

เพชรไพลินถอนหายใจก่อนตอบ “คืออย่างนี้ค่ะ พัชคิดจะทำโฆษณาโพรโมตร้านสั้นๆ เกี่ยวกับเพชร ซึ่งที่คิดเอาไว้ก็คือจะทำเป็นหนังโฆษณา โดยเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเพชรดิบ การเจียระไน ไปจนถึงการผลิตออกมาเป็นเครื่องประดับน่ะค่ะ พัชคิดว่ามันดูมีเรื่องราวดี เพราะอย่างน้อยก็ทำให้คนที่ดูโฆษณาตัวนี้รู้ว่ากว่าจะออกมาเป็นแหวนแต่ละวงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ร้านของเราทำด้วยความพิถีพิถันทุกขั้นตอน”

ยิ่งพูดหญิงสาวก็ยิ่งเพลิน สำหรับเรื่องการทำงานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านไหนเพชรไพลินก็มักทุ่มเทเต็มที่และใส่ใจกับงานนั้นๆ เสมอ เธอแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออกจากกันได้อย่างชัดเจน ฉะนั้นแม้ว่าลึกๆ ในใจจะไม่ค่อยชอบหน้ารวินทร์สักเท่าไร แต่หากคุยกันเรื่องงานเธอก็ยินดีที่จะอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง

“จะลงไปเมื่อไร” เขาถามสั้นๆ แต่ในใจกลับเริ่มวางแผนอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ

“ก็น่าจะเป็นมะรืนนี้ค่ะ วันนี้จะเข้าประชุมกับคุณพ่อเพื่อคัดคนส่วนหนึ่งออกมาช่วยงานพัชก่อน เพราะพัชจะเปิดซับแบรนด์เป็นอีกแบรนด์หนึ่งแต่อยู่ภายใต้แบรนด์เดิม เพื่อขายเครื่องประดับชิ้นเล็กที่คนวัยทำงานเงินเดือนไม่มากสามารถหาซื้อเป็นเจ้าของได้”

“เป็นความคิดที่ดี” รวินทร์พยักหน้าช้าๆ ยามมองเธออธิบายแผนงานของตัวเองด้วยท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาไม่เคยเห็นกัญญพัชรในรูปแบบนี้มาก่อน ครั้นเห็นความกระตือรือร้นมีชีวิตชีวาในแววตายามที่เธอเล่าถึงแผนที่จะทำ ก็ทำให้รู้สึกว่าที่ผ่านมาเหมือนเขาไม่เคยรู้จักกัญญพัชรจริงๆ เลยสักครั้ง

“วินทร์จะกลับพังงาวันนี้รึเปล่า” กัญญาหันไปถามชายหนุ่ม เพราะหากอีกฝ่ายยังอยู่กรุงเทพฯ เธอจะได้ให้กัญญพัชรเลื่อนการเดินทางออกไปจนกว่าเขาจะกลับไปที่เหมือง

“มะรืนนี้ผมถึงจะกลับครับ ถ้าพัชเขาจะลงไปพังงาวันมะรืนเหมือนกัน ก็ให้เขานั่งรถไปพร้อมผมเลยก็ได้” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย แต่ในใจกลับซ่อนรอยยิ้มไว้เพราะเขาอยากรู้ว่าเธอจะทำหน้าอย่างไร

“ไม่เป็น...”

“งั้นก็ดีเลยจ้ะ วันนั้นหนูก็เดินทางพร้อมพี่เขาเลยนะลูก แม่จะได้หายห่วงเพราะอย่างน้อยก็มีพี่เขาไปด้วย” กัญญารีบขัดคำพูดของบุตรสาวทันที เพราะรู้ดีว่ากัญญพัชรจะต้องปฏิเสธแน่นอน

เพชรไพลินปิดปากเงียบอย่างไม่สบอารมณ์ พอหันไปมองรวินทร์ ถ้าตาไม่ฝาดเธอคิดว่าเธอเห็นเขาแอบยิ้ม และมาแน่ใจว่าเขากำลังยิ้มเยาะอยู่ก็ตอนที่เธอได้สบตาคมกริบคู่นั้น เพราะตอนนี้มันกำลังทอประกายไหวระริกจนน่าหมั่นไส้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ต้นสายปลายรัก   ตอนพิเศษ

    ทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 100% -

    แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 70% -

    พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 35% -

    เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 100% -

    เพชรไพลินพยักหน้าพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงจูงมือมารดาเดินตามทุกคนเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีสายตาของรวินทร์มองส่งไปตลอดทางทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ เพชรไพลินก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปที่ออฟฟิศโดยไม่คิดจะเข้าบ้านก่อน หญิงสาวโทรศัพท์หาพราวพิรุณก่อนเป็นอันดับแรกเพราะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้“ฝน ฉันวานแกพายายวามาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อยสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวฉันฟัง”เธอฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเห็นด้วยที่จะบอกความลับนี้ให้เพชรแพรวาได้รู้อีกคนจึงยิ้มอย่างสบายใจ“ขอบคุณนะฝน เอาไว้ช่วงบ่ายเจอกัน”วางสายจากเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โทร. ไปหารวินทร์เพื่อรายงานตัวว่าถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว เธอคุยกับเขาไม่นานนักเพราะแท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสำนักงานพอดีจึงกดวางสายเมื่อมาถึงออ

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 70% -

    ได้ฟังอย่างนั้นรวินทร์ก็เบาใจ เพราะคาดว่าหากสิ้นหัวเรือใหญ่อย่างนายหัวสุรัชไป บรรดาลูกน้องที่เคยกร่างและทำตัวใหญ่คับฟ้าก็คงติดร่างแหไปด้วย ที่ตัวเล็กๆ ก็คงแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับมาที่นี่อีกผู้หมวดหนุ่มเดินออกมาส่งรวินทร์กับเพชรไพลินที่รถ เขาจ้องหญิงสาวตาปรอย จนรวินทร์ต้องกระแอมเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาปราม“ขึ้นไปรอพี่บนรถก่อนนะ พี่ขอคุยอะไรกับหมวดหน่อย” รวินทร์หันไปบอกเพชรไพลินพลางเปิดประตูรถให้ จากนั้นก็เดินโอบบ่าผู้หมวดแทนไทไปคุยอีกทางหนึ่งเพชรไพลินไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน จึงหยิบโทรศัพท์ที่มารดาเอามาให้กดโทร. ไปหาพราวพิรุณเพื่อส่งข่าวให้เพื่อนรู้ว่าตนปลอดภัยแล้วสัญญาณดังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปลายสายก็กดรับทันทีราวกับกำลังรออยู่ “ฮัลโหล ฝนพูดค่ะ”“ยายฝน ฉันเอง”“นังลินนน...แกเป็นยังไงบ้าง โอ๊ยแก ฉันจะบอกให้ว่าวันนั้นฉันลนลานจนทำอะไรไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status