Accueil / โรแมนติก / ต้นสายปลายรัก / ฉันคือกัญญพัชร - 70%

Partager

ฉันคือกัญญพัชร - 70%

last update Date de publication: 2026-01-24 16:10:48

พิธีเผาศพเพชรไพลินเป็นไปอย่างโศกเศร้า เพชรแพรวาผู้เป็นน้องสาวคนเดียวและเป็นคนในครอบครัวคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ยังคงร้องไห้จนต้องสวมแว่นกันแดดเพื่อปกปิดดวงตาที่บวมช้ำ หญิงสาวได้แต่มองไปยังทิศทางที่เมรุตั้งอยู่ โดยปล่อยให้การแจกของชำร่วยให้แขกที่มาร่วมงานเป็นหน้าที่ของบรรดาลูกหลานญาติสนิททางฝั่งมารดา

‘ยายวา แกต้องรู้จักทันเล่ห์เหลี่ยมคนให้มากกว่านี้หน่อยนะ อีกหน่อยถ้าพี่ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วแกจะดูแลธุรกิจได้ยังไง’

นั่นคือคำพูดประโยคสุดท้ายที่เพชรแพรวาได้คุยกับพี่สาว ก่อนที่เจ้าตัวจะออกไปดินเนอร์กับคู่หมั้นหนุ่มจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าถ้อยคำเหล่านั้นจะกลายเป็นคำสั่งเสียจริงๆ

หางตาของเพชรแพรวาเห็นร่างคุ้นตาของใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาอีกด้าน แต่แล้วคนคนนั้นก็หยุดเดินเพราะมีโทรศัพท์เข้ามา เขากดรับแล้วยืนคุยอยู่กับที่ หญิงสาวแค่นยิ้มมุมปาก นัยน์ตาภายใต้แว่นกันแดดอันใหญ่วาววามและเต็มไปด้วยประกายของความเกลียดชัง เพชรแพรวาตัดสินใจเดินไปหาอีกฝ่ายทันที

เป็นเวลาเดียวกับที่ภูมิบดินทร์คุยโทรศัพท์เสร็จพอดี เมื่อชายหนุ่มหันมาเห็นน้องสาวของอดีตคู่หมั้น เขาก็ยืนนิ่งพร้อมกับจ้องตาอีกฝ่ายกลับอย่างไม่ยอมแพ้

“ช่างเป็นคู่หมั้นที่แสนดีเสียจริง อุตส่าห์มาเป็นธุระเรื่องงานศพให้ทุกวี่ทุกวันไม่ได้ขาด กลัวคนเขาไม่รู้หรือไงคะว่าคุณน่ะรักพี่สาวของฉันมากเสียจนต่อให้งานยุ่งแค่ไหนก็ยังต้องมา” หญิงสาวเอ่ยทักเขาด้วยน้ำเสียงดูแคลน

“ใช่ ผมรักลินมาก อะไรที่ผมจะทำเพื่อลินได้ ผมยอมทั้งนั้น”

ชายหนุ่มโต้กลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สายตาที่มองอีกฝ่ายมีทั้งเจ็บแค้นและไม่เข้าใจ ก่อนพูดต่อ

“ไม่เหมือนบางคนที่ปากบอกว่ารัก แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม”

“คุณหมายความว่ายังไง” เพชรแพรวาสวนกลับทันควัน แต่พยายามทำเสียงให้เบาลงเพราะไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน

“ใครทำอะไรไว้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ เสียดายก็แต่ผมยังหาหลักฐานไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ปล่อยให้คนผิดมันลอยนวลไปได้หรอก”

น้ำเสียงของภูมิบดินทร์แข็งกร้าว แม้จะเบาแสนเบา แต่คนฟังก็รับรู้อารมณ์ของคนพูดได้เป็นอย่างดี

“ใช่...ใครทำอะไรไว้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ฉันก็ได้แต่หวังว่ากรรมมันจะตามทันเข้าสักวัน” เพชรแพรวาเหยียดยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็นต่อก่อนจะพูดลอดไรฟันให้ได้ยินกันแค่สองคน

“เชิญปั้นหน้าเป็นคู่หมั้นแสนดีต่อไปเถอะ สักวันหนึ่งฉันจะกระชากหน้ากากของคุณออกมาให้ได้” พูดจบเธอก็สะบัดหน้าเดินจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มมองตามอย่างโกรธกรุ่น

ภูมิบดินทร์รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเขามีปัญหากับเพชรแพรวา ชายหนุ่มยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างแล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเงียบๆ

เพชรไพลินจากเขาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันกะทันหันเกินไปจนเขาตั้งรับแทบไม่ทัน ทั้งที่อีกเพียงแค่สองสัปดาห์กว่าๆ เขากับเธอก็จะได้จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์แล้วแท้ๆ แต่ทุกอย่างกลับพังครืนลงมา

ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองแหวนที่สวมติดนิ้วซึ่งเป็นแหวนคู่ที่สั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับเขากับคู่หมั้นสาวแล้วก็หลับตาลงเพื่อข่มกลั้นความเจ็บปวด รอยยิ้มครั้งสุดท้ายของเธอตอนขึ้นรถยังคงติดอยู่ในห้วงความทรงจำ จากนี้ไปเขาคงไม่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นอีกแล้ว

ภูมิบดินทร์ลืมตาขึ้นมาพลางสูดลมหายใจเข้าลึก มองเข้าไปในศาลาที่เพชรแพรวากำลังคุยกับญาติอยู่ และยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสีหน้าเศร้าสลดและการใช้ทิชชูซับน้ำตาของอีกฝ่าย

ผู้หญิงอะไร ช่างแสดงละครได้เก่งเสียจริง

พลันนั้นชายหนุ่มก็มองเลยไปเห็นร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งเข้า ผู้หญิงคนนี้สะดุดตาผู้พบเห็นทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น เธอเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าพร้อมกับชายหญิงสูงวัยคู่หนึ่ง ซึ่งเขาเดาว่าน่าจะเป็นบิดามารดาของเธอเอง

เขารีบก้าวเท้าไปยังทิศทางนั้นทันที เพราะไม่แน่ใจว่าเพชรแพรวาจะต้อนรับฝ่ายคู่กรณีแบบไหน แม้จะไม่เคยได้ยินหญิงสาวกล่าวโทษกัญญพัชรเลย แต่นั่นก็ไม่ใช่เครื่องยืนยันได้ว่าเพชรแพรวาจะไม่โกรธอีกฝ่าย

เพชรไพลินกวาดตามองคนคุ้นหน้าหลายคนที่กำลังมองมาราวกับเธอเป็นตัวประหลาดแล้วก็ต้องหลุบตาลงมองพื้น ไม่มีใครในที่นี้ที่เธอไม่รู้จัก แต่เธอกลับไม่สามารถเอ่ยปากทักทายใครได้ เพราะคนเหล่านี้ไม่รู้จักเธอซึ่งอยู่ในร่างของกัญญพัชร

“ขอบคุณที่มาร่วมงานค่ะ”

เสียงคุ้นหูทำให้หญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นมองคนพูด เห็นเพชรแพรวายืนอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสงบนิ่ง ก่อนจะเดินนำเธอกับบิดามารดาไปที่เมรุแล้วยื่นดอกไม้จันทน์ให้คนละชุด

“คุณพ่อคุณแม่ขึ้นไปก่อนเถอะค่ะ” เพชรไพลินหันไปมองท่านทั้งสองแล้วถอยหลังมาหนึ่งก้าวเพื่อเปิดทางให้บิดามารดาเดินขึ้นไปบนเมรุ เธอมองแผ่นหลังของทั้งคู่แล้วกระบอกตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่

ท่านทั้งสองคงไม่รู้ว่าการมางานศพครั้งนี้อาจเป็นงานของบุตรสาวตัวเองก็ได้ ร่างที่อยู่ในโลงนั้นเป็นร่างของเธอก็จริง แต่วิญญาณกลับยังคงอยู่ตรงนี้ อยู่ในร่างของกัญญพัชร แล้วกัญญพัชรจะไปอยู่ที่ไหนได้ นอกเสียจากว่าหล่อนตายไปแล้วพร้อมกับร่างของเธอ

เมื่อเห็นบิดามารดาเดินลงบันไดอีกฝั่งไปแล้ว เพชรไพลินจึงเดินขึ้นไปบ้าง หลังจากวางดอกไม้จันทน์บนถาด หญิงสาวก็มองรูปของตัวเองที่อยู่บนขาตั้ง ก่อนพูดเบาๆ

“คุณพัช ฉันไม่รู้ว่าคุณอยู่แถวนี้รึเปล่า ฉันอยากจะบอกว่าฉันขอโทษที่ทำให้เรื่องเป็นแบบนี้ คุณไม่ต้องเป็นห่วงคุณพ่อคุณแม่นะ ฉันสัญญาว่าจะดูแลพวกท่านเป็นอย่างดี และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ท่านสบายใจ...ฉันขอโทษจริงๆ”

เพชรไพลินพูดได้แค่นั้นก็ต้องเม้มปากเพื่อกลั้นสะอื้น ถ้อยคำขอโทษและคำสัญญามากมายที่ติดอยู่ในหัวซึ่งคิดจะบอกวิญญาณของกัญญพัชรนั้น เอาเข้าจริงเธอกลับพูดได้แค่นี้

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกพร้อมกับเงยหน้ากะพริบตาหลายครั้งเพื่อไล่หยาดน้ำตาที่กำลังรื้นขึ้นมาจนภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอ ชั่วขณะหนึ่งเธอรู้สึกราวกับว่ารูปที่อยู่บนขาตั้งไม่ใช่รูปของตัวเอง แต่กลับเป็นรูปของกัญญพัชรที่กำลังมองมาทางเธอแล้วส่งยิ้มให้ ครั้นกะพริบตาอีกครั้งรูปนั้นก็หายไปกลับกลายเป็นรูปของเธอตามเดิม

เพชรไพลินเดินลงบันไดอีกฝั่ง เมื่อถึงเชิงบันไดก็มีคนยื่นของชำร่วยมาให้ เธอจึงยื่นมือออกไปรับ เธอมองหน้าผู้หญิงคนที่ยื่นของชำร่วยมาให้แล้วก็เกือบหลุดปากทักทายออกไป เพราะอีกฝ่ายคือเลขานุการคู่ใจที่ทำงานประหนึ่งเป็นมือขวาของเธอก็ไม่ปาน แต่เพราะรู้ดีว่าทำอย่างนั้นไม่ได้จึงทำเพียงส่งยิ้มให้ก่อนเดินจากมาเงียบๆ

หญิงสาวนั่งลงใกล้ๆ บิดามารดา จากนั้นก็ก้มลงมองของชำร่วยในมือ แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเพราะว่ามันคือขวดโลชั่นทามือขวดเล็กยี่ห้อของบริษัท เธออดมองไปยังเพชรแพรวาไม่ได้ เพราะคิดว่าไอเดียนี้ต้องเป็นของน้องสาวแน่นอน

‘ของชำร่วยของพวกเราน่ะ ไม่ว่าจะงานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่ หรืองานอะไรก็แล้วแต่ หรือแม้แต่งานศพก็เถอะ ยังไงก็ต้องเป็นสินค้าของบริษัทเรานะ เพราะจะได้ถือเป็นการโพรโมตสินค้าไปในตัว’

เพชรไพลินอมยิ้มเมื่อนึกถึงคำพูดที่เคยบอกน้องสาวตอนนั่งคุยกันเรื่องสัพเพเหระที่บ้าน จำได้ว่าตอนนั้นยังคุยไปหัวเราะไปเรื่องที่เธอเอาแต่คิดจะขายของโพรโมตแบรนด์ของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม ไม่อยากเชื่อเลยว่าเพชรแพรวาจะยังจำได้ อีกทั้งยังนำมาใช้จริงๆ เสียด้วย

‘ต้องอย่างนี้สิน้องพี่’

เธอถอนหายใจเพราะอย่างไรก็ยังเป็นห่วงน้องสาวอยู่ดีว่าจะประคับประคองธุรกิจเครื่องสำอางไหวหรือไม่ เพชรแพรวาเป็นคนไม่กล้าได้กล้าเสีย ความคิดอ่านยังไม่รอบคอบ เล่ห์เหลี่ยมและลูกล่อลูกชนในการเจรจาธุรกิจยังคงอ่อนหัดและต้องพัฒนาพอสมควร ยิ่งคิดก็ยิ่งห่วงว่าจะถูกคนอื่นเอาเปรียบได้ง่ายๆ

หญิงสาวตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินสัญญาณว่าจะทำการประชุมเพลิง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ครั้นมองไปข้างหน้าก็เห็นร่างสูงโปร่งคุ้นตาของภูมิบดินทร์ยืนห่างออกไปไม่ไกลนัก และที่สำคัญคือเขากำลังมองมาทางเธอ

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ต้นสายปลายรัก   ตอนพิเศษ

    ทันทีที่รถจอด เพชรไพลินก็เดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว หญิงสาววางกระเป๋าสะพายไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากถุงพลาสติกหูหิ้วของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง“จ๊ะเอ๋ น้องอัญขา ดูซิว่าคุณแม่ซื้ออะไรมาฝากด้วยละ” เธอชูกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ลายคิตตี้ให้อัญพัชร์ บุตรสาวตัวน้อยวัยขวบกว่าดูเด็กหญิงเอื้อมมือป้อมๆ ไปรับมาดูแล้วทำท่าจะสะพายบนไหล่ แต่ยังทำไม่เป็น ผู้เป็นมารดาจึงช่วยจัดให้“สวยจังเลยลูกสาวแม่ เอาไว้สะพายไปเที่ยวกันเนอะ ของหนูมีหนึ่งใบ ของคุณแม่ก็มีหนึ่งใบ เราสะพายกันคนละใบ”เพชรไพลินยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ตั้งแต่มีบุตรสาวเธอก็ขยันชอปปิงแต่เสื้อผ้าสวยๆ และของใช้ของเล่นสำหรับเด็กเล็กเสมอ การจับเจ้าตัวน้อยแต่งตัวเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เธอชื่นชอบเอามากๆหนูน้อยอัญพัชร์มองกระเป๋าหนังแกะใบละสามแสนกว่าบาทของมารดาที่วางอยู่ตรงหน้าก็ดึงกระเป๋าลายคิตตี้ของตั

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 100% -

    แต่คนฟังทำปากยื่นด้วยความเสียดายที่ตอนนั้นตัดสินใจไม่ช่วยงานกัญญพัชร นั่นเพราะภาพลักษณ์ของบุตรสาวเจ้านายเมื่อก่อนนั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะนำพากิจการให้เจริญรุ่งเรืองได้ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าคนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ“นี่หล่อน...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิยะ ไม่เคยได้ยินหรือว่าแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่อย่ามาแข่งวาสนากัน ตอนนี้เส้นวาสนาของฉันน่ะพุ่งสูงปรี๊ดดด...จนเกือบทะลุนิ้วกลางอยู่แล้ว แบบว่าคนมันโชคดีน่ะนะ”จีราวัฒน์ผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมกับยักไหล่เลียนแบบท่าทางของกัญญพัชร เจ้านายสาวสวย แต่คนมองกลับเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้และขำจนต้องขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่ศีรษะของเจ้าตัว“อิจฉาเว้ย ไปอวดไกลๆ เลยไป๊”เพชรไพลินนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องนอนเช่นเคย ระหว่างที่กำลังเปรียบเทียบยอดขายตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูจึงเงยหน้าขึ้นจากค

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 70% -

    พุฒิพงศ์ค้อมศีรษะให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณงาน ซึ่งพอชายหนุ่มเดินไป รวินทร์ก็เดินเข้ามาหาเพชรไพลินทันที หญิงสาวมองเขายิ้มๆ ครู่หนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร ขณะที่เขามองช่อดอกไม้ของพุฒิพงศ์ที่เธอถืออยู่“โทษทีนะที่ไม่มีช่อดอกไม้ ซื้อไม่ทันน่ะ” กว่าเขาจะขับรถมาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว ไหนจะต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมางานให้ทันเวลาอีก จึงไม่สามารถไปสั่งช่อดอกไม้ที่ร้านได้“ไม่เป็นไรค่ะ มีเยอะแล้ว แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วค่ะ”พูดจบหญิงสาวก็มองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าด้วยนัยน์ตาแพรวพราวระยิบระยับ แม้ใบหน้าของเขาจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าและใต้ตาดำคล้ำ แต่เขาก็ยังดูดี เพิ่งรู้ว่าเวลาที่เขาสวมสูทเต็มยศอย่างนี้แล้วจะดูภูมิฐานกว่าที่คิดเอาไว้มาก นี่ขนาดไม่ได้ผูกไทมาด้วยเขาก็ยังดูโดดเด่นกว่าผู้ชายหลายคนในงาน อาจเป็นเพราะรูปร่างสูงใหญ่ของเขากระมังที่ทำให้เธอเห็นแล้วยังต้องมองด้วยความชื่นชม

  • ต้นสายปลายรัก   บทส่งท้าย - 35% -

    เพชรไพลินยิ้มให้ตัวเองในกระจกหลังจากให้ช่างแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินแฟชั่นโชว์ และเป็นการเปิดตัวเครื่องประดับน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่างปัตถาเจมส์ เสียงจอแจภายนอกห้องแต่งตัวทำให้อดประหม่าไม่ได้ เนื่องจากเวทีอยู่กลางลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ใจกลางเมือง คนมาดูย่อมแน่นขนัดเป็นธรรมดา ดังนั้นความกดดันจึงเริ่มตามมาเพราะงานนี้เธอจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเสียงพิธีกรกล่าวเปิดงานโดยมีหนังโฆษณาความยาวประมาณสองนาทีฉายอยู่บนจอแอลซีดีขนาดใหญ่กลางเวที ซึ่งเนื้อหาของโฆษณานั้นก็เป็นไปตามที่เพชรไพลินต้องการ นั่นคือการบอกเล่าเรื่องราวของเครื่องประดับแต่ละชิ้นว่ากว่าจะมาเป็นแหวนหนึ่งวง หรือต่างหูหนึ่งคู่นั้นต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง นั่นจึงทำให้คนดูที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะได้เห็นขั้นตอนการทำอย่างนี้และเมื่อโฆษณาจบลง บรรดานางแบบที่เตรียมพร้อมอยู่หลังเวทีก็ทยอยเดินขึ้นมาอวดโฉมบนฟลอร์ คอนเซปต์ของแฟชั่นชุดนี้คือสาววัยทำงานและความคล่อง

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 100% -

    เพชรไพลินพยักหน้าพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงจูงมือมารดาเดินตามทุกคนเข้าไปในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีสายตาของรวินทร์มองส่งไปตลอดทางทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ เพชรไพลินก็นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะไปที่ออฟฟิศโดยไม่คิดจะเข้าบ้านก่อน หญิงสาวโทรศัพท์หาพราวพิรุณก่อนเป็นอันดับแรกเพราะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้“ฝน ฉันวานแกพายายวามาหาฉันที่ออฟฟิศหน่อยสิ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องสาวฉันฟัง”เธอฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเห็นด้วยที่จะบอกความลับนี้ให้เพชรแพรวาได้รู้อีกคนจึงยิ้มอย่างสบายใจ“ขอบคุณนะฝน เอาไว้ช่วงบ่ายเจอกัน”วางสายจากเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โทร. ไปหารวินทร์เพื่อรายงานตัวว่าถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว เธอคุยกับเขาไม่นานนักเพราะแท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสำนักงานพอดีจึงกดวางสายเมื่อมาถึงออ

  • ต้นสายปลายรัก   เคลียร์ใจ - 70% -

    ได้ฟังอย่างนั้นรวินทร์ก็เบาใจ เพราะคาดว่าหากสิ้นหัวเรือใหญ่อย่างนายหัวสุรัชไป บรรดาลูกน้องที่เคยกร่างและทำตัวใหญ่คับฟ้าก็คงติดร่างแหไปด้วย ที่ตัวเล็กๆ ก็คงแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่ที่อื่น ไม่กลับมาที่นี่อีกผู้หมวดหนุ่มเดินออกมาส่งรวินทร์กับเพชรไพลินที่รถ เขาจ้องหญิงสาวตาปรอย จนรวินทร์ต้องกระแอมเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาปราม“ขึ้นไปรอพี่บนรถก่อนนะ พี่ขอคุยอะไรกับหมวดหน่อย” รวินทร์หันไปบอกเพชรไพลินพลางเปิดประตูรถให้ จากนั้นก็เดินโอบบ่าผู้หมวดแทนไทไปคุยอีกทางหนึ่งเพชรไพลินไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน จึงหยิบโทรศัพท์ที่มารดาเอามาให้กดโทร. ไปหาพราวพิรุณเพื่อส่งข่าวให้เพื่อนรู้ว่าตนปลอดภัยแล้วสัญญาณดังแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปลายสายก็กดรับทันทีราวกับกำลังรออยู่ “ฮัลโหล ฝนพูดค่ะ”“ยายฝน ฉันเอง”“นังลินนน...แกเป็นยังไงบ้าง โอ๊ยแก ฉันจะบอกให้ว่าวันนั้นฉันลนลานจนทำอะไรไม

  • ต้นสายปลายรัก   รถไฟสองขบวน - 100%

    เมื่อถึงเวลานัดหมาย เพชรไพลินออกจากห้องพักลงลิฟต์มาที่ล็อบบีของโรงแรม เธอเห็นร่างสูงใหญ่ของรวินทร์นั่งก้มหน้ามองโทรศัพท์มือถือ จึงเดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามรวินทร์เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ เห็นร่างสะโอดสะองของกัญญพัชรในชุดจัมป์สูทขาสี่ส่วนสีแดงเลือดหมู มีเสื้อแขนยาวสีชมพูอ่อนคลุ

  • ต้นสายปลายรัก   รถไฟสองขบวน - 70%

    “ผมต้องไปส่งพวกพัชเขาที่โรงแรมก่อน คุณปานกลับไปก่อนดีกว่านะครับ ไปเถอะครับ ผมจะไปส่งที่รถ”เขาเดินนำปานฤทัยออกไปจากอาคารทันที เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายทนไม่ไหวจนลงไม้ลงมือกับกัญญพัชร แต่สิ่งที่ทำให้เขาอึ้งมากกว่าเรื่องอื่นนั่นก็คือการพูดจากระทบกระเทียบของกัญญพัชรมากกว่า เมื่อก่อนเ

  • ต้นสายปลายรัก   รถไฟสองขบวน - 35%

    หลังจากให้ช่างกล้องทั้งสองคนเก็บภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพชรไพลินก็หยิบเพชรเม็ดที่ไร้ตำหนิขึ้นมาถือไว้ระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ เธอเคยอ่านในหนังสือมาบ้างแล้วถึงวิธีการดูเพชรแท้กับเพชรเทียม แต่กระนั้นก็ยังอยากเห็นด้วยตาของตัวเองสักครั้ง“เราจะแยกเพชร

  • ต้นสายปลายรัก   เหมืองฤทธิเทพ - 100%

    และเป็นดังคาด ค่าอาหารมื้อนี้ราคาหนึ่งหมื่นสองพันแปดร้อยบาท!ทีมงานที่มาด้วยกันทั้งสามคนถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อได้ยินราคาตอนเรียกเก็บเงิน มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ดูไม่แปลกใจกับค่าอาหารมื้อนี้เท่าไรเพราะคำนวณไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว คนหนึ่งมีสีหน้านิ่งเรียบยากจะคาดเดาว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่อีกค

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status