INICIAR SESIÓNเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนสูบเอาเรี่ยวแรงและความคิดที่เหลืออยู่ของผมไปจนแทบหมดบรรยากาศภายในห้องแต่งตัวหลักของบ้านหลบภัยดูน่ากดดันอยู่ไม่น้อยเสื้อเชิ้ตสีขาวกับหูกระต่ายถูกจัดให้เรียบร้อย ปกคลุมช่วงบนของร่างกายผมไว้แล้ว สุดท้าย ผมสวมชุดสูททางการสีดำสนิทที่ตัดเย็บเข้ารูปพอดีกับร่างกาย ซองปืนสะพายไหล่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้รอยพับของสูทราคาแพงตัวนี้ โดยไม่โป่งนูนออกมาแม้แต่นิดเดียว"สมบูรณ์แบบ คงไม่มีใครสงสัยแน่ว่าฉันผเป็นแค่แขกรับเชิญธรรมดา" ผมพึมพำกับเงาสะท้อนในกระจกเต็มตัวตรงหน้าผมถอนหายใจยาว เพื่อปรับจังหวะหัวใจก่อนจะออกไปเผชิญหน้ากับความตาย แต่ตอนที่ผมเพิ่งหันตัวไปทางประตูทางออก ก้าวเท้าของผมก็หยุดชะงักลงทันทีประตูบานเลื่อนของห้องค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ มีใครบางคนยืนตัวตรงอยู่ตรงธรณีประตู ด้วยรูปลักษณ์ที่ทำให้สมองของผมว่างเปล่าไปชั่วขณะ"ลลิตา? คุณแต่งตัวแบบนี้จะไปทำอะไรน่ะ?" ผมถามอย่างตกใจแทบช็อกลลิตาก้าวเข้ามาในห้องแต่งตัว พร้อมเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างกล้าหาญ"ฉันก็บอกตั้งแต่เมื่อวานแล้วไง ว่าฉันจะอยู่ข้างนายตลอด" เธอตอบอย่างหนักแน่น ดูเหมือนหญิงสาวผู้สง
ความเงียบปกคลุมเราทั้งสองคนชั่วขณะจู่ๆ เสียงแจ้งเตือนสั้นๆ ก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบนั้น เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ฉบับหนึ่งถูกส่งเข้ามาในระบบ มีพิกัดทางภูมิศาสตร์ของสถานที่ประมูลใต้ดินแห่งนั้นผมรีบเลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์ไปเปิดไฟล์ลึกลับนั้นทันที"นายจะทำตามที่ไอ้บ้าคนนั้นต้องการจริงๆ เหรอ บัญญัติ?" ลลิตาถามจากด้านหลังผมด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ"ผมต้องตรวจดูสถานที่ก่อน"ผมกดปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดโดยไม่ลังเล เพียงไม่กี่วินาที ผมก็พิมพ์เอกสารพิกัดนั้นออกมาด้วยเครื่องพิมพ์สีบนโต๊ะทำงานของผม"นี่มันกับดักนะ บัญญัติ! อย่าโง่ไปหน่อยเลย!" ลลิตาห้ามพลางจับแขนขวาของผมไว้แน่น "นายไปที่รังศัตรูแบบนั้นคนเดียวไม่ได้นะ!""ผมจำเป็นต้องไปที่นั่น ลลิตา นี่เป็นโอกาสทองที่จะบุกไปถึงศูนย์บัญชาการของมันโดยตรง""แต่ที่นั่นต้องมีแต่นักฆ่ารับจ้างเต็มไปหมดแน่! ถ้านายดื้อดึงจะไปให้ได้ อย่างน้อยก็ต้องพากองกำลังคุ้มกันชุดใหญ่จากบ้านนี้ไปด้วย!"ความตื่นตระหนกปรากฏชัดจากมือของเธอที่บีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาจ้องมองผมอย่างอ้อนวอน อยากให้ผมยกเลิกความคิดฆ่าตัวตายนี้"ฟังผมก่อนนะ ลลิตา" ผมปลอบพลางประคองแก
ไพโรจน์ยิ้มเยาะ เผยให้เห็นแนวฟันของเขา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเจ้าเล่ห์และรัศมีความโหดเหี้ยมที่แม้แต่สูทราคาแพงก็ไม่อาจปิดบังได้"แกต้องการอะไรถึงติดต่อมาหาฉันตรงๆ แบบนี้? ไม่ใช่ว่าแกทำได้แค่ส่งนักเลงรับจ้างกับกล่องข่มขู่กระจอกๆ มาหรือไง?!" ผมสวนกลับเพื่อยั่วยุอารมณ์เขา"การข่มขู่กระจอกๆ นั่นก็แค่คำทักทายเปิดฉากที่แสนหวานเท่านั้น จริงๆ แล้วฉันอยากชื่นชมฝีมือสมองของนายเมื่อคืนนี้ด้วยตัวเองนะ"ไอ้แก่บ้าคนคนนี้กลับชมความสามารถด้านเทคนิคของผมอย่างเปิดเผย ไพโรจน์ยอมรับความล้มเหลวของตัวเองในปฏิบัติการโจมตีมูลค่าหุ้นของบริษัทเขาเมื่อวานนี้ กลยุทธ์กว้านซื้อหุ้นแบบผิดกฎหมายผ่านโบรกเกอร์ต่างชาติที่เขาวางแผนไว้อย่างแนบเนียน ถูกผมขัดขวางจนพังยับ"สมองนายก็ไวใช้ได้เหมือนกันนะ สำหรับอดีตนักเลงท่าเรือคนคนหนึ่ง นายสามารถล็อกเพดานราคาหุ้นและรักษาเสถียรภาพการถือหุ้นส่วนใหญ่ของครอบครัวไว้ได้" เขาชมพร้อมตบมือช้าๆ สองครั้ง"แกคิดว่าฉันจะยืนดูเฉยๆ ตอนแกแอบปล้นบริษัทของพ่อฉันหรือไง? อย่าฝันไปหน่อยเลย ไอ้แก่!""ปากนายนี่คมจริงๆ แต่น่าเสียดายนะ ต่อให้กลยุทธ์การเงินเก่งกาจแค่ไหน ก็หยุดกองกำลังของฉันในโล
ผมปล่อยให้เธอระบายความตื่นตระหนกทั้งหมดนั้นอยู่ในอ้อมกอดของผมหลายนาทีโดยไม่ขัดจังหวะปลายคางของผมวางพอดีอยู่บนศีรษะของเธอ กลิ่นแชมพูสตรอว์เบอร์รีของเธอยังชัดเจนมาก จนกลบกลิ่นอับของความตึงเครียดในห้องแคบๆ นี้ไปหมดผมก้มจูบกระหม่อมของลลิตาอย่างแผ่วเบาและปลอบโยนที่สุด"ตอนนี้ฟังผมให้ดีนะ" ผมกระซิบเบาๆ ข้างหูเธอหญิงสาวคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อยเพื่อฟังคำพูดของผม ใบหน้าของเธอยังคงก้มต่ำอย่างอ่อนแรง มองพื้นคอนกรีตใต้เท้าของพวกเรา"ผมเคยสัญญากับพ่อผู้ล่วงลับไว้แล้ว ว่าจะยืนหยัดปกป้องครอบครัวนี้ไม่ให้พังทลาย"ผมจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้อย่างมั่นคง เพื่อให้เธอรับรู้ถึงความจริงจังในคำพูดของผม ผมให้คำสาบานว่าจะปกป้องเธออย่างเด็ดขาดตลอดชีวิต เพื่อรักษาความปลอดภัยทางร่างกายและชีวิตของเธอ"ตราบใดที่ผมยังหายใจอยู่ จะไม่มีใครหน้าไหนแตะต้องคุณได้ ลลิตา ผมรับประกันด้วยชีวิตของผมเอง พวกมันต้องข้ามศพผมไปก่อน ถึงจะแตะต้องเส้นผมของคุณได้แม้แต่เส้นเดียว"เมื่อได้ยินคำสาบานที่ผมพูดออกมาโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เสียงสะอื้นของเธอก็ค่อยๆ หยุดลงอย่างสิ้นเชิง ลลิตา ค่อยๆ เงยใบหน้าที่เปียกชื้นด้วยคราบน้ำต
สายตาของผมจ้องนิ่งไปยังสิ่งของสองชิ้นที่วางเรียงอย่างเป็นระเบียบบนผ้ากำมะหยี่สีแดงทันที กล่องใบนั้นบรรจุดอกกุหลาบสีดำสนิทหนึ่งก้าน กลีบของมันแห้งและเหี่ยวเฉาไปแล้วตรงข้างๆ กัน มีรูปถ่ายของลลิตาอยู่หนึ่งใบ โดยบริเวณใบหน้าของเธอถูกแทงจนพรุนด้วยเข็มหมุดขึ้นสนิมนับสิบเล่ม"นี่... นี่มันหมายความว่ายังไง บัญญัติ? ใครมันเล่นพิเรนทร์ส่งของแบบนี้มา?" ลลิตาถามด้วยริมฝีปากซีดเผือด"ถอยไป ลลิตา ห้ามใครแตะต้องของพวกนี้เด็ดขาด" ผมพูดเสียงเข้ม พลางหยิบรูปถ่ายใบนั้นออกมาจากกล่องไม้ความสงสัยบังคับให้ผมตรวจดูทุกมุมของกระดาษรูปถ่ายที่เริ่มหม่นเก่าใบนั้น ผมพลิกมุมกระดาษกลับอย่างรวดเร็วเพื่อหาคำใบ้ที่ซ่อนอยู่ มีข้อความข่มขู่สีแดงเลือดเขียนไว้ตั้งใจปิดทับด้านหลังของกระดาษ"มันเขียนว่าอะไรน่ะ บัญญัติ?! อย่าปิดบังพวกเราเลย!" อัญชัญเร่งถาม ขณะชะโงกมองอย่างตื่นตระหนกจากด้านหลังไหล่ของพี่สาวสายตาของผมกวาดอ่านข้อความยุ่งเหยิงเหล่านั้น ข้อความข่มขู่นั้นเขียนไว้อย่างชัดเจน เป็นคำสั่งให้ส่งมอบชีวิตของลลิตาและอัญชัญให้กับฝ่ายผู้ส่งลับ คนเขียนนิรนามกำหนดเวลาไว้จนถึงเที่ยงคืน ก่อนที่พวกมันจะบุกเข้ามาเผาที่นี่ใ
"ฉันกลัวมากเลยบัญญัติพวกมันตายชักกระตุกต่อหน้าฉันเลย" คุณพึมพำด้วยเสียงสั่นอย่างหนัก"ไม่ต้องคิดเรื่องนั้นอีกแล้ว พวกนักเลงพวกนั้นตายไปแล้ว และจะทำร้ายคุณไม่ได้อีก"มือขวาของผมยกขึ้นลูบศีรษะของอัญชัญช้าๆ หลายครั้ง ผมตั้งใจทำท่าทางเรียบง่ายแบบนี้เพื่อส่งต่อความสงบให้เธอภายในห้องโดยสารรถที่ให้ความรู้สึกอึดอัด"พ่อฉันบ้าไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม บัญญัติ? เขาถึงขั้นจ้างคนที่พร้อมตายแบบนี้มาไล่ล่าเราสองคน""นี่ไม่ใช่แค่ฝีมือพ่อเธอคนเดียวหรอก อัญชัญ มีองค์กรลับที่อยู่เบื้องหลังเขาเข้ามาเล่นด้วย""บ้าไปแล้ว พวกมันกลืนยาพิษจริงๆ เหมือนฉากในหนังสายลับต่างประเทศเลย""เพราะงั้นผมถึงบอกไงว่าศัตรูของเราตอนนี้คนละระดับแล้ว คุณใจเย็นไว้ ผมรับรองว่าพวกมันเจาะการคุ้มกันบ้านเราเข้ามาไม่ได้แน่"อ้อมกอดของเธอค่อยๆ คลายลง หลังจากผ่านไปหลายนาที อัญชัญก็กลับมานั่งตัวตรงบนเบาะของตัวเอง พลางใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำตาที่แก้ม"แล้วตอนนี้เราต้องทำยังไงต่อ? ซ่อนตัวอยู่ในบ้านใต้ดินนี้ไปจนแก่เลยเหรอ?" เธอถามอย่างกดดัน พลางมองตรงไปยังกระจกหน้ารถ"ไม่ เราต้องโจมตีกลับก่อนที่พวกมันจะหาช่องบุกเข้ามาในบ้านได้"ผมหักพวงม
หัวใจผมแทบจะกระเด็นหลุดออกมาทางลำคอด้วยความตกใจ"ชิบหายแล้ว! ทำไมต้องมาเหยียบกิ่งไม้ตอนนี้ด้วยวะเนี่ย ถ้าโดนจับได้กูโดนไล่ออกแน่ๆ ซวยแล้วไง ไอ้บัญญัติ รีบคิดหาทางออกสิวะ อย่ามัวแต่ไปจดจ่ออยู่ที่ข้างล่างนั่น!"ท่ามกลางความลนลานนั้น สมองน้อยๆ ของผมกลับทำงานได้อย่างเหลือเชื่ออ๊ะ!คิดออกแล้วแทนที
"บัญญัติ ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป แกมาคอยดูแลลูกสาวทั้งสามคนของฉัน!"ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบรับหรือแค่พยักหน้าแต่อย่างใด เสียงอันแข็งกร้าวก็ดังมาจากทางบันไดก แทรกขัดจังหวะพวกเราเสียก่อนเจ้าของเสียงคือคุณหนูลลิตา ลูกสาวคนโตของคุณนายอารยา เธอสวยหยาดเยิ้มก็จริง แต่ร้ายยิ่งกว่าแม่เสือที่หวงลูกน้อยเสียอี
"ขะ-ขาว เนียน หุ่นก็เพรียว! แล้วก็ หลังนี่โคตรสวยเลย ให้ตายสิ นี่มันนางฟ้าหรือไงวะ? แต่นางฟ้าทำไมตัวเล็กจังเลยล่ะ?"คุณหนูดาราก้มตัวเล็กน้อย ยกขาข้างหนึ่งขึ้นวางบนเก้าอี้ตัวเล็กที่บุผ้ากำมะหยี่ มือของเธอกำลังทาโลชั่นลงบนน่องเรียวที่ทั้งยาวทั้งเนียน"โอ้โห แม่เจ้าโว้ย… นี่ตาฉันฝาดหรือมีนางฟ้ามาอาบน
เอี๊ยดดดดดด!รถหยุดกะทันหัน ห่างจากตัวรถบัสบ้าคันนั้นแค่ไม่กี่เซนติเมตร แรงสั่นสะเทือนค่อนข้างแรงจากการเบรกฉุกเฉินร่างของคุณหนูกัญญาพุ่งไปข้างหน้าเพราะเธอคาดเข็มขัดนิรภัยไม่ถูกต้อง ยังดีที่ถุงลมนิรภัยไม่ทำงานแต่เพราะความตกใจกลัวจนแทบขาดใจเมื่อเห็นกันชนรถบัสอยู่ตรงหน้า คุณหนูกัญญาจึงคว้าอะไรสักอ







