Masukสี่ทุ่มสิบห้า
แกรก ประตูห้องโอมเปิดออกพร้อมเสียงเท้าเบาก้าวอย่างระแวดระวัง “ลลิล...”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองช้า ๆ แววตานิ่งอย่างควบคุม “จบยัง”
“จบแล้ว โอม MVP-” เขาชะงักเมื่อเห็นหน้าร่างบางตรงหน้า “เอ่อ… ขอโทษ”
“ขอโทษเรื่องอะไรล่ะ” น้ำเสียงลลิลเรียบนิ่งดูเฉยชาจนน่ากลัว
“ที่ผิดสัญญา… แต่ทีมมันขาดโอมไม่ได้จริง ๆ” ชายหนุ่มขยับเข้าใกล้ ยกมือเกาศีรษะอย่างรู้สึกผิด “โอมรีบสุด ๆแล้วนะ”
“รีบ?” ลลิลหัวเราะในลำคอ “รีบจนเทียนดับ อาหารเย็นชืด บราวนี่แข็ง ขอบคุณนะ”
เงียบ… มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องที่กำลังทำงาน
เขามองโต๊ะอาหาร เห็นเทียนที่เหลือแค่ก้อนไขมัน เอียงคอเล็กน้อยเหมือนเพิ่งตระหนักว่าคนตรงหน้าเตรียมทุกอย่างไว้ขนาดไหน “ลลิล โอม-”
“นายจะพูดว่าอะไรต่อดีล่ะ” เธอวางส้อมลงเบา ๆ “ว่าเกมก็แค่คืนนี้ ว่าทีมต้องครบ ว่าเป็นไฟนอล ว่าแป๊บเดียว ว่าเดี๋ยวจะชดเชย… ฉันท่องได้แล้วนะประโยคพวกนี้”
“งั้น…โอมจะไม่พูดซ้ำ” เขาเงียบไปชั่วครู่ ริมฝีปากเม้มแน่น “โอมผิด โอมเห็นแก่ตัว โอมทำลลิลผิดหวัง”
ฉันไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำนี้ตรง ๆ จากปากผู้ชายอย่างเขา พลางเม้มปาก ใจเจ้ากรรมนุ่มลงชั่ววูบ แต่ก็รีบตั้งกำแพง “รู้ก็ดี งั้นฟังฉันด้วย”
เขาพยักหน้า
“ฉันไม่ได้ห้ามนายเล่นเกม” ลลิลพูดชัดถ้อยชัดคำ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่นายต้องรับผิดชอบกับคำพูดของตัวเอง ถ้าบอกว่าจะมากินข้าวด้วยกัน ก็มา ถ้าจะเลื่อนก็เลื่อนก่อนที่อาหารจะเย็นชืด ไม่ใช่ให้ฉันต้องมานั่งเดาเวลาอยู่ฝ่ายเดียว ไม่ว่าแป๊บเดียวนี่มันกี่โมงกี่ยามกันแน่”
เขาหลุบตาลงต่ำ “ครับ”
“และอย่าใช้คำว่า ‘แป๊บเดียว’ อีก ถ้าไม่รู้จริง ๆ ว่ามันนานแค่ไหน”
“ครับ” คราวนี้เสียงเขาเบากว่าเดิม
ลลิลมองหน้าชายหนุ่มตรง ๆ “ฉันไม่อยากแข่งกับเกมของนาย เพราะมันไม่แฟร์ ฉันเป็นคน มีความรู้สึก ไม่ใช่ระบบสะสมแต้ม เก็บสกิล ไต่แรงก์ ห่าเหวอะไรนั่น”
ชายหนุ่มชะงัก ดวงตาคมที่มักนิ่งกลับสั่นวูบ เขาสูดลมหายใจยาว ก้าวเข้าใกล้หนึ่งก้าว “โอมจะไม่ให้ลลิลต้องแข่งกับอะไรอีกแล้ว”
“พูดง่ายเนอะ” ฉันเอ่ยพลางเลิกคิ้ว
เขาถอนใจ “ทำยาก…แต่ทำได้ ถ้าลลิลช่วยตั้งกฎให้โอมหน่อย”
หญิงสาวกะพริบตา ไม่คาดคิดอีกเหมือนกันว่าชายหนุ่มที่มีแต่เกมในชีวิตจะยอม “กฎ?”
“ใช่” เขาพยักหน้า “บอกมาเลย โอมจะเซตในคาเลนดาร์ผูกกับนาฬิกา ตั้งเตือน ล็อกอินแอปฯ จะให้สาบานต่อหน้าบอสในเกมก็ได้” เขาพยายามยิ้มกวนตีนตามสไตล์ แต่ต้องหุบยิ้มลงในทันใดเมื่อเห็นเธอยังนิ่งเงียบ “โอเค ไม่เล่นมุก”
ลลิลเม้มปากครุ่นคิด “หนึ่ง ศุกร์ที่สองของเดือนคือ ‘เดตไนต์’ ห้ามเกม ห้ามดิสคอร์ด ห้ามแอบหยิบมือถือดูผลแมตช์”
“รับทราบ” เขาผงกหัวรัว ๆ “ล็อกเครื่อง ปิดเน็ตให้เลยก็ได้”
“สอง ถ้ามีแข่งด่วน บอกก่อนอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ถ้าบอกไม่ได้ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง ‘ยกเลิกแข่ง’ หรือ ‘ยกเลิกฉัน’”
เขาเบิกตาโพลง “เฮ้ย ไม่เอาอันหลังดิ”
“ก็เลยต้องทำอันแรก” เธอจิกตา
เขารีบพยักหน้า “อันแรก อันแรกแน่นอน”
“สาม ถ้า ‘แป๊บเดียว’ เกินยี่สิบนาที ถือว่าผิดสัญญา ต้องชดเชยด้วยการ…ล้างจานหนึ่งสัปดาห์เต็ม และทำ อาหารเช้าส่งถึงเตียงสองครั้ง”
เขาถลึงตา “โหดไปไหม”
“หวานไปด้วยซ้ำ”
เขาหลุดหัวเราะ หัวเราะที่ปนโล่งอก “ตกลง”
แฟนสาวพยักหน้า เอนหลังพิงเก้าอี้เล็กน้อยด้วยท่าทีที่เหนือกว่า “นี่ไม่ได้แปลว่าฉันหายโกรธเลยนะ”
“รู้” เขาขยับเก้าอี้นั่งลงฝั่งตรงข้าม สองมือวางบนโต๊ะ เหมือนคนพร้อมรับคำตัดสิน “ให้โอมชดใช้ตอนนี้เลยได้ไหม”
“ยังไง” คนตัวเล็กเลิกคิ้ว
เขาชี้ไปที่สปาเกตตีตรงหน้า “เริ่มจากกินด้วยกัน ถึงมันจะเย็นแล้วก็เถอะ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้โอมจะทำใหม่ สูตรเดิมนี่แหละ แต่โอมจะเข้าครัวเอง”
“นาย?” ลลิลขมวดคิ้ว “ทำได้?”
“ได้ดิ” ว่าที่พ่อครัวคนใหม่ยืดอก “ไม่ได้ก็ต้องเรียนรู้…เพื่อเมีย” เขาผิดจังหวะเอง พลันเห็นสายตาเธอ “เพื่อแฟนครับ เพื่อแฟน”
ลลิลกลอกตา แต่มุมปากเผลอยกขึ้นนิด ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ “นั่งสิ หิวอยู่เหมือนกัน”
เขาคว้าส้อมก่อนตักชิมคำแรก แล้วร้อง “อื้อฮือ ถึงจะเย็นชืดแต่ยังอร่อย โอมผิดไปจริง ๆ ที่ไม่มากินตอนร้อน ๆ”
“รู้ก็ดี” แฟนสาวพูด แต่แววตาคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
ระหว่างกินเมนูโปรด เขาพลางเล่าให้ฟังว่าเกมแมตช์วันนี้ตึงยังไง ใครหลุด โค้ชดุแค่ไหน ฉันฟังครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่ก็พยักหน้ารับบ้าง เพราะลึก ๆ ลลิลรู้ว่าเกมคือสิ่งที่ทำให้แววตาเขาเป็นประกาย แววตาแบบเดียวกับตอนโอมมองเธอ ถ้าไม่ติดว่าสวมหูฟังเต็มใบนะ
เมื่อสปาเกตตีคำสุดท้ายหมดลง พ่อหนุ่มเกมเมอร์วางส้อมลง ก่อนเงยหน้าขึ้น “บราวนี่ได้ไหม”
ลลิลส่ายหน้า “อย่าเพิ่ง เดี๋ยวฉันอุ่นให้ พอดีความโกรธมันทำให้อยากกินหวานน้อยลง”
โอมส่งยิ้มจาง ๆ “งั้นขอชดใช้ด้วยอย่างอื่นก่อน”
“อะไรอีกล่ะ” ฉันแสร้งทำเสียงห้วน
ชายหนุ่มลุกไปที่ครัวก่อนจะหยิบถุงขยะ เปลี่ยนถุงใหม่ ต่อด้วยล้างจานทั้งหมดอย่างตั้งใจ เสียงน้ำไหลกับจังหวะฟองสบู่กลิ้งบนจานฟังดูสงบกว่าทุกครั้ง ลลิลทำเพียงยืนกอดอกพิงผนังห้องมองคนกำลังชดใช้ความผิดอยู่เงียบ ๆ
ผู้ชายตัวโตกวนตีน ปากหมา ติดเกม…กำลังยืนล้างจานด้วยท่าทีจริงจังเหมือนตอนฆ่าบอสในเกม
ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันอ่อนปวกเปียกลงอีกแล้ว
เขาหันมาเจอพอดี “อะไร ทำไมยืนมองแบบนั้น”
“ดูว่าล้างเป็นไหม”
“ก็ล้างให้เมี- เอ๊ย แฟน ง่าย ๆ สบายอยู่แล้ว” เขาแก้คำแทบไม่ทัน
ลลิลส่ายหน้าพลางยิ้มมุมปาก “อย่าทำให้ฉันใจอ่อนบ่อยนักสิ”
หนุ่มตัวโตยิ้มกลับ “โอมตั้งใจทำให้ใจลลิลอ่อนจนกดโกรธไม่ติดเลยต่างหาก”
“ปากดี”
“แต่ใจจริง” เขาทวนประโยคเดิม รอยยิ้มไม่กวนเท่าทุกครั้งแต่กลับเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นกว่าเดิม
เกือบห้าทุ่ม อารมณ์คุกรุ่นถูกกวาดต้อนให้เหลือเพียงเถ้าถ่าน คนตัวเล็กอุ่นบราวนี่ กลิ่นช็อกโกแลตลอยฟุ้งอบอวลทั่วห้อง แฟนหนุ่มตามมาเย้าแหย่ถึงในครัว คอยกระซิบข้างหูจนเธอต้องดุ “อย่าเข้ามาใกล้” ทั้งที่หน้ายังแดงระเรื่อ
เรานั่งกินบราวนี่ด้วยกันที่ระเบียงห้อง สายลมรอบดึกพัดเอื่อย ๆ แสงไฟของบรรยากาศยามค่ำคืนใจกลางเมืองกะพริบเป็นจุดสวยงาม ลลิลวางจานลงบนตัก “โอม”
“ครับ”
“คราวหน้า…ถ้าคิดว่ามัน ‘สำคัญ’ จนเลื่อนลลิลไม่ได้ก็บอกกันตรง ๆ ก่อนนะ มันเข้าใจง่ายกว่าการต้องมานั่งรอโดยไม่รู้เวลา ไม่รู้จุดหมาย”
เขาพยักหน้ารับ “โอเค จะบอกก่อน จะตั้งเวลา จะไม่พูดคำว่าแป๊บถ้าไม่แปลว่ายี่สิบนาทีจริง ๆ”
ลลิล “อืม” เบา ๆ ก่อนเม้มริมฝีปาก “แล้วคืนนี้…จะเล่นต่อไหม”
เขาชะงัก พลางมองสบใบหน้าสวยหวานเหมือนกำลังวัดความเชื่อใจ “ทีมโอมชวนต่ออีกเซต ...แต่-”
เธอยกมือขึ้นคล้ายเป็นการห้าม “ไม่ต้องบอกว่าทีมต้องครบ ฉันรู้แล้ว นายเลือกเอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมเพียงสองวินาทีที่ยาวนานเกินไปสำหรับคำว่า “คืนวันศุกร์”
โอมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอ ปรากฏแชตทีมเด้งกระหน่ำ “มา ๆ” เต็มไปหมด เขาตอบกลับเพียงสั้น ๆ ลงไป
โอม : กูไม่เข้าดิสนะ คืนนี้พอก่อน
แล้วหมุนหน้าจอให้หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ ดู ลลิลเลิกคิ้วไม่ใช่เพราะอยากพิสูจน์ แต่อยากรู้ว่าเขาทำจริงไหม ซึ่งเขาทำจริง
“เขาเคยบอกว่าไม่มีใครแย่งเขาจากเกมได้ แต่วันนี้…เขายอมวางเมาส์ทุกชั่วโมง เพียงเพื่อจะมองหน้าเมียคนเดียว”เวลาผ่านไปไวเหมือนสายฟ้าจากวันที่เราทะเลาะเพราะเกมจากวันที่ฉันงอนเพราะเขาไม่สนใจจากวันที่เขายอมวางเมาส์ครั้งแรกวันนี้…มันกลายเป็น “ครบรอบหนึ่งปีของการแต่งงาน” ของเราแล้วฉันนั่งอยู่บนระเบียงบ้าน มองพระอาทิตย์ตกดินอย่างใจเย็น ข้างกายคือชายคนหนึ่งที่กำลังแอบซ่อนอะไรบางอย่างเพราะเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองซ่อนความลับได้ “ห่วยแตก” แค่ไหน“นายทำหน้าแปลก ๆ นะ” ฉันพูดทั้งที่ยังไม่หันไปมอง“หน้าแปลกอะไร ผัวหน้าปกติ” โอมตอบแบบไม่สบตา“โกหกไม่เนียนเลย” ฉันหัวเราะเบา ๆ “ตั้งแต่เช้านายก็แอบโทรศัพท์ แอบไลน์ แอบย่องออกไปหน้าบ้านไม่รู้กี่รอบ”“ผัวแค่มีธุระ~” เขายิ้มยียวน“ธุระแบบโอม ๆ นี่แหละน่าสงสัยที่สุดแล้ว”“เมียอย่ารู้มากได้ไหม~” เขายื่นมือมาหยิกแก้มฉันเบา ๆ“โอมมมมมมมม!” ฉันโวยเสียงยาว“รอหน่อยทูนหัว~” เขาพูดประโยคประจำตัวที่เคยทำฉันหัวร้อนไม่รู้กี่ครั้ง แต่ครั้งนี้…ฉันกลับยิ้มหนึ่งปีที่ผ่านมา เราเปลี่ยนไปมากเขายังคงเป็นผัวติดเกมคนเดิมแต่กลายเป็น “ผัวที่รู้จักจัดเวลา” และ “รู้ว่าตอนไหนควร
“เมียไม่เคยเล่นเกม…ผัวเลยต้องเป็นโค้ช ปัญหาคือ ผัวคลั่งเมียเกินจนลืมว่า นี่มันสนามรบ ไม่ใช่เตียง!”“ลลิลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล”เสียงลากยาวจากผัวติดเกมดังมากจนนกบนหลังคาคงหนีไปคนละทิศ ฉันวางแก้วน้ำลงแล้วมองเขาอย่างระอา“อะไรของนายอีก” ฉันเลิกคิ้วโอมหมุนเก้าอี้หันมาหา แววตาเป็นประกายเหมือนเด็กเจอของเล่นใหม่“มาเล่นเกมกับโอมเถอะ”“หา?” ฉันขมวดคิ้ว“ก็ผัวอยากให้เมียลองเล่นเกมด้วยกันไง!” เขายิ้มตาหยี “จะได้เข้าใจความสุขของผัว!”“โอม…ฉันไม่ถนัด” ฉันพูดชัดถ้อย “ฉันเป็นพวกเล่นเกมไม่รอดนะ เคยเดินตกเหวในเกมที่เล่นกับเพื่อนไปสามรอบติด”“ไม่เป็นไร ผัวฝึกให้” เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยท่ามั่นใจเวอร์ “ผัวสายโค้ช”“ไม่เอา…” ฉันส่ายหัว“แต่ผัวอยากเล่นกับเมียอะ” เขาทำเสียงอ้อน ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เหมือนลูกหมาโดนเมิน “ขอเถอะนะ เมียจ๋า~”“อย่ามาเสียงนี้” ฉันพยายามกลั้นยิ้ม“นะครับ ที่รักของโอม~” เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกันโอ๊ย…ตานี่มันอ้อนเก่งกว่าแมวอีก!สุดท้าย…ฉันก็พ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มกวน ๆ ของเขา“เออ! เล่นก็เล่น!”“เย่!” เขากระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดีใจยิ่งกว่าตอนได้แชมป์โลกโอมจ
“เขาเคยบอกว่าเกมคือโลกของเขา…แต่วันที่คิดว่าเมียอาจ ‘ท้อง’ โลกของเขาพลิกทั้งใบ”มันเริ่มจากความผิดปกติง่าย ๆ ในเช้าวันหนึ่งฉันอาเจียนตั้งแต่ยังไม่ทันกินข้าว“อึก…” ฉันพุ่งเข้าห้องน้ำทันทีที่แปรงฟันเสร็จเสียงอาเจียนดังชัดจนโอมที่กำลังนั่งเล่นเกมมือถืออยู่หน้าทีวีถึงกับโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้ววิ่งพรวดเข้ามา“ลลิล! เป็นอะไร!?” เสียงเขาตื่นเต็มที่“ไม่รู้…” ฉันพูดเสียงเบา ขณะล้างปาก “อยู่ ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้”“เมื่อคืนเรากินอะไรแปลก ๆ ไปหรือเปล่า” เขาขมวดคิ้ว“ก็ข้าวต้มธรรมดา…” ฉันพึมพำเขาหันมาจ้องหน้าฉันทันที ดวงตาคมเข้มมองอย่างคาดโทษ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะ เครียด“หรือว่า…” เขาพูดเสียงแผ่ว“ว่า?” ฉันขมวดคิ้ว“ลลิล…จะท้อง?”ฉันชะงัก“บ้า!” ฉันหัวเราะเสียงดัง “อย่าพูดเล่นสิ!”“ใครพูดเล่น โอมพูดจริง” เขาก้มลงมาจ้องตาฉัน “ลลิล อ้วกตอนเช้า หน้าซีด ตัวร้อนนิด ๆ แล้วก็บ่นง่วงมาตั้งแต่เมื่อคืน”“นายนี่…” ฉันถอนหายใจยาว “อย่าคิดไปไกลสิ”“ไม่ไกลได้ไง! โอมกับเมียโอม” เขาชะงักกะทันหัน แล้วทำหน้ากวนประสาท “อืม…เอาเป็นว่า มีเหตุผลให้สงสัยก็แล้วกัน”“ไอ้บ้า” ฉันหน้าแดงเถือกเขาหัวเราะเสียงดัง แต่ใน
“ถ้าจะพาเมียไปฮันนีมูนทั้งที…ผัวติดเกมคนนี้ก็จะพาไปทั้งในชีวิตจริงและในเกม!”หลังจากงานแต่งผ่านไปสองสัปดาห์…เราก็เพิ่งได้เวลา “ฮันนีมูน” กันแบบเป็นเรื่องเป็นราว“นายแน่ใจนะว่าไม่ได้ซ่อนโน้ตบุ๊กไว้ในกระเป๋า” ฉันพูดขณะนั่งอยู่บนเบาะรถระหว่างทางไปสนามบิน“แน่ใจสิ” โอมตอบหน้าตาย“แล้วไอ้ที่พกกล่องใส่เมาส์ติดตัวมาคืออะไร” ฉันเลิกคิ้วทันทีเขาชะงักไปหนึ่งวิแล้วหัวเราะ “โอเค โอมแค่เอามา เผื่อไว้”“นี่มันไม่ใช่ฮันนีมูนแบบปกตินะ!” ฉันหัวเราะพรืดออก มา “นายจะติดเกมขนาดนี้เลยเหรอ!”“ไม่ใช่ติดเกม” เขายิ้มกวน “ติดเมีย…แต่แค่พกเมาส์ติดตัวไปด้วยเฉย ๆ”ฉันกลอกตา “นายมันบ้า”“บ้ารักเมียไงครับ” เขาตอบทันควันทริปฮันนีมูนของเราไม่ใช่มัลดีฟส์ ไม่ใช่ยุโรป… แต่เป็นเกาะเล็ก ๆ ในภาคใต้ รีสอร์ตเงียบ ๆ ริมทะเล ที่ไม่มีเสียงเมือง มีแค่เสียงคลื่น ลมทะเล และกลิ่นไอเค็มจาง ๆ ของน้ำทะเลยามเช้า“ที่นี่สวยจัง” ฉันพูดพลางหันหน้ารับลม“สวยกว่าลลิลไหมล่ะ” เขากระซิบข้างหู“อย่ามาเนียน!” ฉันหัวเราะแล้วตีแขนเขาเบา ๆ“โอมพูดจริง” เขาก้มลงจูบข้างแก้มฉันแบบไม่ให้ตั้งตัว “ลลิลน่ารักกว่าวิวอีก”“นายมันคนกวน!” ฉันหน้าแดงพรืดเข
“หลังแต่งงาน…เขายังติดเกมเหมือนเดิม แต่ปัญหาคือ…เมียก็ ‘ติดผัว’ ไม่แพ้กัน”เช้าวันแรกหลังแต่งงาน ไม่ใช่เช้าในโรงแรมหรู หรือฮันนีมูนริมทะเลแต่เป็นเช้าที่เราตื่นบนเตียงในบ้านหลังเล็ก ๆ ของเราเองบ้านที่มีกลิ่นกาแฟจาง ๆ ลอยมาจากห้องครัวบ้านที่มีโต๊ะคอมพิวเตอร์พร้อมจอใหญ่สองจอ วางข้างเตียงแบบไม่รู้จักคำว่า “โรแมนติก”และบ้านที่มี “โอม” สามีปากหมา ผัวติดเกมของฉันนอนกรนเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ“โอม…” ฉันสะกิดแขนเขาเบา ๆ“อือ…” เสียงครางงัวเงียหลุดออกมา ก่อนเขาจะหันตัวมาพาดแขนมากอดฉันแน่นเหมือนหมาหวงเจ้าของ“นี่นายจะกอดฉันหรือจะนอนเหยียบฉันกันแน่” ฉันหัวเราะขำ“กอดเมีย…” เสียงแหบเบา ๆ ดังข้างหู “เมียของผัว…อย่าหนี”“พูดจาแบบนี้แต่ยังไม่ตื่นเลยนะ”“ผัวไม่ได้หลับ” เขาพึมพำ “ผัวแค่ยังไม่อยากลุก”ฉันส่ายหน้าแล้วยกมือขึ้นตีเบา ๆ ที่แผ่นอกกว้างของเขาผัวติดเกมแต่ดันติดเมียยิ่งกว่าอีก“โอม วันนี้ไม่มีซ้อมเหรอ?” ฉันถามหลังจากที่เขายอมลุกจากเตียงมาแปรงฟันและกินกาแฟด้วยกัน“บอกแล้วไงว่าวันนี้โอมปิดหมดหนึ่งวัน” เขายิ้มกวน “วันแรกของชีวิตผัวเมียทั้งที…โอมจะซ้อมได้ไง”“พูดเหมือนโรแมนติก แต่เมื่อกี้เห็นเปิดคอมฯ
“เขาเคยเลือกเกมมาก่อน…แต่วันนี้เขาเลือกฉัน และเลือกจะพาฉันเข้ามาอยู่ ‘ในเกม’ กับเขา ไม่ใช่ข้างนอกอีกต่อไป”ใครจะไปคิด…ว่าคนที่เคยทะเลาะกันเพราะเกม คนที่เคยต้องทนนั่งมองแฟนเล่นเกมยันตีสามทุกวัน วันหนึ่ง…จะได้ “แต่งงาน” กัน ทั้งในเกม และในชีวิตจริงใช่…ฉันกับโอม เรากำลังจะแต่งงานกัน“ลลิล” เขาเรียกฉันตอนค่ำ ก่อนวันงานจริงหนึ่งวันขณะที่ฉันกำลังนั่งเช็กงานการ์ดแต่งงานกับทีมเพื่อนสาว เขาเดินเข้ามาหาในชุดเสื้อยืดกางเกงบอกเซอร์ หน้าตากวน ๆ เหมือนเคย“อะไรอีกล่ะ” ฉันถามขำ ๆ “อย่าบอกนะว่าจะขอซ้อมเกมก่อนวันแต่ง”“ไม่ใช่” เขายิ้มมุมปาก “โอมอยากชวนลลิลแต่งงาน…ในเกม”ฉันเลิกคิ้วทันที “หา? นี่นายพูดจริง?”“จริงสิ” เขายักคิ้วกวน “โอมจองแผนที่ไว้แล้ว ตั้งใจจัดงานไว้ในเกมด้วย”“นายมันบ้า” ฉันหัวเราะ “นี่มันโรแมนติกแบบเกมเมอร์ชัด ๆ”“ก็ผัวติดเกมนี่นา” เขายิ้มกว้าง แล้วก้าวเข้ามากอดเอวฉันจากด้านหลัง “เมียจะปฏิเสธได้เหรอ”“เฮ้อ…” ฉันส่ายหน้า แต่ยิ้มกว้างกว่าเขา “ก็ได้ค่ะ ทูนหัวของเมีย~”โอมเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในคืนนั้น แล้วพาฉันเข้าไปในเกมออนไลน์ที่เขารักที่สุด เกมที่เคยทำให้เราทะเลาะกัน…ร้องไห้กัน…แ







