Masukอีกฝั่งหนึ่ง
ณ Prince Club ห้องทำงานชั้นบนสุด
บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าพ่อมาเฟียยังคงมืดทึมและอบอวลไปด้วยกลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ
สิบทิศ ในวัย 35 ปี นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ เบื้องหน้ามีแก้ววิสกี้ชั้นดีวางอยู่
กาลเวลา 6 ปีไม่ได้ทำลายความหล่อเหลาของเขาลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเสริมความดุดัน น่าเกรงขาม และดู ‘ดิบ’ ยิ่งกว่าเดิม
รอยสักงูพันแขนดูเข้มขลังขึ้นตามวัยและอำนาจบารมีที่แผ่ขยายไปทั่ววงการธุรกิจสีเทาและขาว
“นายครับ”
เจษเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีรีบเร่งผิดปกติ ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องบางเข้ามาวางตรงหน้าเจ้านาย
“มีอะไร?” สิบทิศถามเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากเอกสารในมือ
“นายจำคุณเพียงรักได้ไหมครับ?”
ชื่อที่ไม่ได้ยินมานานกว่า 6 ปี ทำให้ปลายปากกาที่กำลังตวัดเซ็นเอกสารชะงักกึก สิบทิศเงยหน้าขึ้นมองลูกน้องคนสนิทช้า ๆ คิ้วเข้มเลิกขึ้นข้างหนึ่ง
“ทำไม? ยัยนั่นตายแล้วเหรอ? หรือซมซานกลับมาขอเงิน?”
น้ำเสียงของเขายังคงเต็มไปด้วยความดูแคลน ลึก ๆ เขาคิดเสมอว่าผู้หญิงที่ไม่มีอะไรติดตัวเลยอย่างเธอ คงไปไม่รอดในสังคมที่โหดร้าย ดีไม่ดีป่านนี้อาจจะไปเป็นเมียเก็บเสี่ยแก่ ๆ สักคนเพื่อแลกเงินเลี้ยงลูก
“เปล่าครับนาย นายดูนี่สิครับ”
เจษกดเปิดคลิปวิดีโอข่าวบันเทิงแล้วเลื่อนหน้าจอไปตรงหน้าสิบทิศ
บนหน้าจอคมชัดระดับ 4K ปรากฏภาพงานเปิดตัวน้ำหอมสุดหรู และวินาทีที่กล้องซูมเข้าไปที่ใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเวที
สิบทิศเพ่งมองหญิงสาวในจอ ดวงตาสีเทาเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย
โครงหน้าหวานซึ้งนั่นใช่เพียงรักแน่ ๆ แต่แววตา... แววตาคู่นั้นมันไม่ใช่!
เพียงรักที่เขารู้จัก คือผู้หญิงหัวอ่อน แววตาเจ้าเล่ห์ที่มักจะมองเขาด้วยความอ้อนวอนขอความรัก
แต่ผู้หญิงในจอนี้ ดวงตาของเธอพราวระยับไปด้วยความมั่นใจ แข็งแกร่ง และทรงอำนาจ รอยยิ้มมุมปากที่ดูเย่อหยิ่งจองหองนั่นช่างดู...
เย้ายวน
“นี่มัน...”
สิบทิศพึมพำเหมือนคนละเมอ สายตาจับจ้องไปที่เรือนร่างโค้งเว้าในชุดกำมะหยี่รัดรูป เอวคอดกิ่ว สะโพกผายที่ดูยั่วยวนอารมณ์ชายหนุ่มอย่างร้ายกาจ
เสียงให้สัมภาษณ์ในคลิปดังลอดออกมา
“ความภักดีของดิฉัน ซื้อไม่ได้ด้วยเงินค่ะ ถ้าใจไม่แลกใจ ดิฉันก็ไม่ทำงานให้”
“ฮึ!” สิบทิศเผลอหลุดหัวเราะในลำคอ มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “ปากดีไม่เปลี่ยน”
“ตอนนี้เธอเป็นผู้อำนวยการฝ่าย PR ของ Aura Communications ครับนาย เป็นมือหนึ่งของวงการเลย ใคร ๆ ก็อยากจ้างเธอ แถมยังมีข่าวลือว่าหนุ่ม ๆ ไฮโซตามจีบกันให้ควั่ก” เจษรายงานข้อมูลที่สืบมาคร่าว ๆ
“หนุ่ม ๆ ตามจีบ?” สิบทิศทวนคำ เสียงเริ่มแข็งขึ้น แววตาที่เคยนิ่งสงบเริ่มมีประกายไฟคุกรุ่น “ทั้งที่มีลูกติดเนี่ยนะ?”
“ครับ ดูเหมือนเธอจะวางตัวดีมาก ไม่เคยมีข่าวเสียหาย แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองซะทีเดียว”
สิบทิศจ้องมองภาพบนหน้าจออีกครั้ง นิ้วแกร่งเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้า ๆ ความรู้สึกบางอย่างที่เขาคิดว่าตายด้านไปแล้วเริ่มขยับไหว มันไม่ใช่ความรัก แต่มันคือ สัญชาตญาณนักล่า
ความรู้สึกที่เหมือนเจอของเล่นชิ้นเก่าที่เคยทิ้งขว้าง แต่พอกลับมาเจอมันอีกครั้ง มันกลับถูกขัดสีฉวีวรรณจนกลายเป็นเพชรเม็ดงามที่ใคร ๆ ก็อยากครอบครอง
“เจษ” สิบทิศเอ่ยเรียกเสียงต่ำ
“ครับนาย”
“โปรเจกต์กาสิโนคอมเพล็กซ์แห่งใหม่ที่เรากำลังจะเปิดตัว เรายังไม่ได้จ้างบริษัท PR ใช่ไหม?”
“เอ่อ... ยังครับ เรากำลังพิจารณารายชื่ออยู่”
สิบทิศเหยียดยิ้มร้ายกาจ ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ราวกับงูพิษที่จ้องเหยื่อ
“ไปติดต่อ Aura Communications... บอกว่าฉันต้องการจ้างบริษัทนี้”
“ระบุชื่อทีมไหมครับ?”
“ระบุสิ” สิบทิศหยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาจิบ สายตายังคงจับจ้องไปที่รอยยิ้มเฉี่ยวของหญิงสาวในจอ “บอกไปว่า ผู้ว่าจ้างต้องการ เพียงรัก เท่านั้น เงินเท่าไหร่ฉันไม่อั้น แต่ถ้าไม่ใช่เธอ ฉันไม่จ้าง”
“รับทราบครับนาย”
เจษก้มศีรษะรับคำสั่งแล้วเดินถอยออกไป ทิ้งให้สิบทิศนั่งอยู่ลำพังกับความเงียบและความคิดชั่วร้ายที่กำลังก่อตัว
เขาวางแก้วเหล้าลงอย่างแรงจนเกิดเสียง
“หนีไปได้ตั้ง 6 ปี เก่งมากนะเพียงรัก”
เขาลากนิ้วผ่านหน้าจอสัมผัสตรงตำแหน่งริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ ราวกับกำลังสัมผัสตัวจริง
“ดูซิว่าเก่งมาจากไหน จะทนมือทนเท้า เอ๊ย! ทนไม้ทนมือฉันได้สักกี่น้ำ”
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา มังกรหนุ่มที่หลับใหลตื่นขึ้นแล้ว และเหยื่ออันโอชะของเขาก็คือแม่กวางสาวแสนสวยที่เดินหายไปตั้ง 6 ปี
“หุบปาก... อึก... อย่าพูด...” น้ำอุ่นหน้าแดงจัด หลับตาแน่นหนีความจริงที่น่าอับอาย“หึ”สิบทิศไม่รอช้า เขาปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงของตัวเองลง ปล่อยความเป็นชายที่ขยายตัวจนปวดหนึบออกมามันแข็งขึงและร้อนผ่าวพร้อมรบเต็มที่เขาแทรกกายเข้ามาระหว่างขาเธออีกครั้ง จับสะโพกมนให้ยกสูงขึ้นรับแรงกระแทก“จำไว้นะ คนที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ได้ มีแค่ฉันคนเดียว”พูดจบเขาก็ดันแก่นกายใหญ่โตเข้าไปในช่องทางคับแคบนั้นรวดเดียวจนสุดความยาวปึก!“กรี๊ดดด เจ็บ!”น้ำอุ่นกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บจุก ช่องทางที่ร้างราเรื่องอย่างว่ามานานกว่า 6 ปีบีบรัดตัวตนของเขาแน่นจนสิบทิศต้องขบกรามแน่น ซี๊ดปากด้วยความเสียวซ่านที่แทบขาดใจ“แน่นชิบ ผ่อนคลายหน่อยสิ เดี๋ยวก็ฉีกหรอก” เขาบอกเสียงพร่า ก้มลงจูบซับเหงื่อที่ขมับชื้นของเธอ ปลอบประโลมให้เธอผ่อนคลายลงแต่น้ำอุ่นยังคงเกร็งตัวแน่น เล็บจิกท่อนแขนเขาจนเลือดซิบ“เอามันออกไป ฮึก... คนเลว”“สายไปแล้ว”สิบทิศเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าหาอย่างเนิบนาบแต่หนักหน่วง ทรงพลัง เขาถอนกายออกจนเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่ ย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ ที่จุดกระสันภายในพั่บ... พั่บ... พั่บ...เสียงเนื้อกระทบเนื้อด
บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางถูกปกคลุมด้วยความมืดสลัวจากแสงไฟหัวเตียงสีส้มอ่อนทว่าอุณหภูมิภายในห้องกลับพุ่งสูงขึ้นจนแทบระเบิดด้วยแรงอารมณ์ของสองร่างที่กำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่บนเตียงคิงไซซ์หนานุ่ม“ปล่อยนะ ไอ้คนสารเลว! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”น้ำอุ่นกรีดร้องเสียงหลง พยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการแกร่งร่างบางบิดเร่าถีบขาไปมา แต่ก็เหมือนลูกไก่ในกำมือราชสีห์ เมื่อสิบทิศใช้เข่าแกร่งแทรกกลางระหว่างขาเรียวของเธอกดตรึงสะโพกมนให้อยู่กับที่ พร้อมกับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไพล่ขึ้นเหนือศีรษะกดแนบไปกับหมอนนุ่มด้วยมือเพียงข้างเดียว“ปากเก่งนักนะ”สิบทิศคำรามเสียงต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้เต็มไปด้วยเพลิงโทสะและแรงปรารถนาโน้มลงมาจนชิดลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้านวลที่แดงก่ำด้วยความโกรธ“ด่าฉันอีกสิ ยิ่งเธอด่า ฉันยิ่งมีอารมณ์”ดวงตาสีเทาของเขาวาวโรจน์ดุจสัตว์ป่าที่กำลังหิวกระหาย จ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังสั่นระริกนั่นด้วยความมันเขี้ยวก่อนจะก้มลงฉกวูบดูดดึงริมฝีปากล่างของเธออย่างแรงจนน้ำอุ่นสะดุ้งเฮือก“เจ็บ อื้อ!”กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ คละคลุ้งในโพรงปากเมื่อเขากัดริ
น้ำอุ่นเม้มปากแน่นจนห้อเลือด เธอไม่มีทางเลือก... อีกแล้ว“ก็ได้... เชิญ!”เธอเดินกระแทกส้นเท้านำเขาไปที่ลิฟต์ โดยมีสิบทิศเดินตามประกบหลังไม่ห่างราวกับเงาปีศาจบรรยากาศภายในลิฟต์โดยสารที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้น 25 เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันน้ำอุ่นยืนกอดอกจ้องมองตัวเลขดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นทีละชั้น พยายามข่มใจไม่ให้หันไปมองคนข้าง ๆ แต่รังสีข่มขวัญที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงจนเธอรู้สึกอึดอัดเหมือนขาดอากาศหายใจเงาสะท้อนในบานประตูลิฟต์เผยให้เห็นสิบทิศที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง จ้องมองเธอผ่านกระจกเงาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก นิ่งสงบเกินไป นิ่งจนน่ากลัวเหมือนทะเลก่อนพายุใหญ่จะพัดถล่มติ้ง!เสียงลิฟต์จอดที่ชั้น 25 น้ำอุ่นรีบก้าวขาเดินออกไปทันที เธอไขคีย์การ์ดเปิดประตูห้องพัก แต่ยังไม่ทันจะก้าวเท้าเข้าไปร่างสูงใหญ่ของสิบทิศก็เบียดตัวแทรกเข้ามา พร้อมกับดันร่างของเธอเข้าไปในห้องแล้วถีบประตูปิดตามหลังเสียงดังสนั่นปัง!“โอ๊ย เจ็บนะ!”สิบทิศไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาคว้าไหล่บางทั้งสองข้างของเธอ เหวี่ยงร่างระหงไปกระแทกกับผนังห้องอย่างแรง“อึก”น้ำอุ่นจุกจนหน้าเหยเก ความเจ็บปวดแล่นร้าวไปทั่ว
เย็นวันเดียวกันท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครถูกปกคลุมด้วยเมฆดำก้อนมหึมาที่เคลื่อนตัวต่ำลงมาจนเกือบจะแตะยอดตึกระฟ้าเสียงฟ้าร้องครืนครางแว่วมาแต่ไกลราวกับสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่กำลังจะอุบัติขึ้นทว่าพายุฝนฟ้าคะนองที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอกนั้น ยังมิอาจเทียบได้กับพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของสิบทิศรถสปอร์ตเอสยูวีสีดำสนิทเลี้ยวปาดหน้าเข้าจอดเทียบท่าหน้าล็อบบี้คอนโดมิเนียมหรูอย่างรวดเร็วและรุนแรงเสียงล้อบดเบียดกับพื้นถนนดังสนั่นจน รปภ. ที่ยืนเข้าเวรอยู่สะดุ้งสุดตัวประตูรถฝั่งคนขับถูกกระชากเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของสิบทิศก้าวลงมาด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาสีเทาเกรี้ยวกราดดุจสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บและพร้อมจะขย้ำศัตรูให้จมเขี้ยวเจษที่รีบขับรถตามมาอีกคัน ลงจากรถแล้ววิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาประกบเจ้านายด้วยสีหน้ากังวล“นายครับ ใจเย็นก่อนนะครับ ที่นี่คนเยอะ เดี๋ยวจะเป็นข่าว”“ฉันไม่สนหน้าไหนทั้งนั้น!” สิบทิศตวาดกลับเสียงกร้าว ไม่แม้แต่จะหันไปมอง “นายทำตามหน้าที่ไป กันตัวเด็กออกไปซะ ส่วนแม่ฉันจะจัดการเอง”จังหวะนั้นเอง ประต
“พอใจหรือยัง คุณต้องการอะไรกันแน่!”“ขึ้นไปคุยกันบนห้อง” สิบทิศสั่งเสียงเฉียบขาด“ไม่ มีอะไรก็คุยตรงนี้”“จะเอาแบบนั้นเหรอ?” สิบทิศเลิกคิ้วมองไปรอบ ๆ ล็อบบี้ที่มีลูกบ้านเริ่มเดินผ่านไปมาและมองดูด้วยความสนใจ “อยากให้คนทั้งคอนโดรู้ไหมว่าเพียงรักผู้แสนดี แท้จริงแล้วเป็นเมียมาเฟีย? อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่งอีกรอบไหม?”น้ำอุ่นเม้มปากแน่นจนห้อเลือด เธอไม่มีทางเลือก... อีกแล้ว“ก็ได้... เชิญ!”เธอเดินกระแทกส้นเท้านำเขาไปที่ลิฟต์ โดยมีสิบทิศเดินตามประกบหลังไม่ห่างราวกับเงาปีศาจบรรยากาศภายในลิฟต์โดยสารที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้น 25 เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันน้ำอุ่นยืนกอดอกจ้องมองตัวเลขดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นทีละชั้น พยายามข่มใจไม่ให้หันไปมองคนข้าง ๆ แต่รังสีข่มขวัญที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงจนเธอรู้สึกอึดอัดเหมือนขาดอากาศหายใจเงาสะท้อนในบานประตูลิฟต์เผยให้เห็นสิบทิศที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง จ้องมองเธอผ่านกระจกเงาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก นิ่งสงบเกินไป นิ่งจนน่ากลัวเหมือนทะเลก่อนพายุใหญ่จะพัดถล่มติ้ง!เสียงลิฟต์จอดที่ชั้น 25 น้ำอุ่นรีบก้าวขาเดินออกไปทันที เธอไขคีย์การ์ดเปิดประตูห้องพั
เย็นวันเดียวกันท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครถูกปกคลุมด้วยเมฆดำก้อนมหึมาที่เคลื่อนตัวต่ำลงมาจนเกือบจะแตะยอดตึกระฟ้าเสียงฟ้าร้องครืนครางแว่วมาแต่ไกลราวกับสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่กำลังจะอุบัติขึ้นทว่าพายุฝนฟ้าคะนองที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอกนั้น ยังมิอาจเทียบได้กับพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของสิบทิศรถสปอร์ตเอสยูวีสีดำสนิทเลี้ยวปาดหน้าเข้าจอดเทียบท่าหน้าล็อบบี้คอนโดมิเนียมหรูอย่างรวดเร็วและรุนแรงเสียงล้อบดเบียดกับพื้นถนนดังสนั่นจน รปภ. ที่ยืนเข้าเวรอยู่สะดุ้งสุดตัวประตูรถฝั่งคนขับถูกกระชากเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของสิบทิศก้าวลงมาด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาสีเทาเกรี้ยวกราดดุจสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บและพร้อมจะขย้ำศัตรูให้จมเขี้ยวเจษที่รีบขับรถตามมาอีกคัน ลงจากรถแล้ววิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาประกบเจ้านายด้วยสีหน้ากังวล“นายครับ ใจเย็นก่อนนะครับ ที่นี่คนเยอะ เดี๋ยวจะเป็นข่าว”“ฉันไม่สนหน้าไหนทั้งนั้น!” สิบทิศตวาดกลับเสียงกร้าว ไม่แม้แต่จะหันไปมอง “นายทำตามหน้าที่ไป กันตัวเด็กออกไปซะ ส่วนแม่ฉันจะจัดการเอง”จังหวะนั้นเอง ประต







