로그인องศา กลับมาเป็นหมออนามัยประจำหมู่บ้านหลังจากเรียนจบ แต่การกลับมาครั้งนี้ทำให้เขาได้พบกับผู้หญิงที่เขาเคยแอบชอบเมื่อตอนเรียนมัธยมปลายในสภาพที่เขาไม่คาดคิด จากผู้หญิงที่สวยและเรียนเก่ง กลับกลายเป็นแม่ลูกติดที่เปลี่ยนไปสิ้นเชิง หนูดี เป็นหญิงสาวธรรมดา ๆ ที่กลับมาอยู่บ้านเกิดหลังจากเรียนไม่จบเพราะตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ ลูกของเธอชื่อ พีท วัย 4 ขวบ เธอไม่เคยบอกใครว่าใครคือพ่อของเด็กและไม่คิดจะพูดแม้แต่แม่ของเธอเองก็ยังไม่รู้ "ผู้หญิงที่ท้องไม่มีพ่อตั้งแต่ ม.ปลายแบบเธอ มันมีดีตรงไหนกัน" "คุณหมอเคยมีลูกไหมครับ พีทไม่เคยมีพ่อเลย...คุณหมอเป็นพ่อให้พีทได้ไหมครับ"
더 보기บทนำ
คนเราอาจทำใครบางคนหล่นหายไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เหมือนกับลูกโป่งที่ลอยจากมือขึ้นไปบนฟ้า
ถ้าลูกโป่งมันหลุดมือจะโทษใคร โทษที่มันลอยได้ หรือโทษที่มือจับมันไม่แน่นพอ...
.
.
เช้าอึมครึมของฤดูฝนเริ่มโปรยปรายบนถนนลูกรังสายเล็กที่ทอดเข้าสู่ศูนย์อนามัยประจำตำบล หญิงสาวคนหนึ่งเดินฝ่าลมฝนบางเบาพร้อมอุ้มเด็กชายตัวเล็กในอ้อมแขน เสื้อผ้าเธอเปียกชื้นจากละอองฝนแต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้เด็กในอ้อมแขนแม้ดวงตาจะดำคล้ำจากการอดนอนก็ตาม...
"อดทนหน่อยนะลูก แม่กำลังพาพีทไปหาคุณหมอนะ เดี๋ยวเรากลับบ้านกันแล้ว เดี๋ยวพีทก็หายแล้วนะครับ" เสียงหวานของเธอเบาและอ่อนโยน มือเรียวขาวลูบศีรษะเด็กน้อยในอ้อมแขนอย่างปลอบโยน
เด็กชายชื่อ พีท ซบไหล่แม่อย่างเหนื่อยล้า ใบหน้าซีดเผือดจากไข้ที่เพิ่งทุเลาลงเมื่อคืนแต่ก็ยังวางใจไม่ได้
หนูดีเดินเข้าไปในอาคารอนามัยอย่างระมัดระวัง มือข้างหนึ่งถือถุงยาที่ใช้ไม่หมดมาเพื่อคืนให้บุคลากรด้านใน เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์เงยหน้ามองเธอพลางยิ้มรับอย่างเป็นกันเอง
"อ้าว! หนูดี มานั่งทางนี้ก่อน มาเช็ดเนื้อเช็ดตัวกันก่อน" เสียงหวานของคนอายุมากกว่าเอ่ยกับสองแม่ลูกที่ไม่รู้ว่ากินดีหมีมาจากไหนถึงใจกล้าวิ่งผ่าฝนมาจนถึงนี่ "โอ๊ย! ดูสิเนี่ย! เปียกกันหมดเลยสองแม่ลูก แล้วเจ้าพีทเป็นอะไรมาอีกละเนี่ย"
"เป็นไข้อีกแล้วค่ะ พี่หวาน แต่ว่าไข้ลดแล้วนะ แต่พีทยังเพลียนิดหน่อยก็เลยพามาหาคุณหมออีกทีค่ะ แล้วก็... เอายาที่ได้ไปครั้งที่แล้วมาให้ดูด้วยจ้ะ"
"ได้เลย เดี๋ยวรอคิวตรวจตรงนี้ก่อนนะ"
"ขอบคุณมาก ๆ นะคะพี่หวาน ฉันมารบกวนบ่อยเลย เกรงใจมากค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลใบหน้าอ่อนโยนของเธอดูอ่อนล้าจนคนมองยังอดสงสารไม่ได้
"ไม่เป็นไรหนูดี ที่นี่ยินดีต้อนรับเพื่อช่วยดูแลคนในชุมชนของเราตลอดนั่นแหละ อีกอย่างหน้าฝนก็แบบนี้ เด็ก ๆ ป่วยกันระนาวเพราะอากาศเปลี่ยนนั่นแหละ อย่าคิดมาก" เมื่อพูดจบหญิงสาวก็ช่วยดูแลลูกอยู่ตรงนั้นเพื่อรอคิวตามปกติ
ระหว่างนั้นผู้ใหญ่แสง ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านวัยเกษียณที่ชอบวนเวียนในอนามัยเพราะมีหลายโรคในตัว เช่น เบาหวานบ้าง ความดันบ้าง ไขมันบ้างก็เดินออกมาจากห้องด้านใน พอเห็นหนูดียืนอยู่ใกล้ก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
"อ้าว! แม่หนูดี หายไปนานเลยนะ ลูกโตขึ้นเยอะแล้วนี่" หญิงสาวพยักหน้าตอบด้วยมารยาท
"ค่ะ ผู้ใหญ่ พีทป่วยค่ะ เลยพามาหาหมอ" ชายแก่หัวเราะเบา ๆ แล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้เหมือนจะหยอกเด็กแต่ในจังหวะที่หนูดีหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่ เขากลับยื่นมือไป...
ฟึ่บ!
มือหยาบกร้านของชายวัยหกสิบคว้าเข้าที่สะโพกของหนูดีแบบจงใจ
"ว้าย!"
หนูดีหันขวับ ดวงตาตื่นตกใจปนตะลึงและขุ่นเคือง ใบหน้าขาวซีดแดงก่ำด้วยความอับอาย
"นี่ผู้ใหญ่จะทำอะไรคะ!" เสียงของเธอดังจนเจ้าหน้าที่บางคนหันมามอง พีทที่อยู่ในอ้อมแขนก็สะดุ้งและส่งเสียงร้องฮือเบา ๆ ด้วยความตกใจ แต่ผู้ใหญ่แสงกลับยักไหล่ทำหน้าตายและหัวเราะแห้ง ๆ
"โอ๊ย! จะเสียงดังไปทำไมกันเนี่ย ดูสิ! คนอื่นเขาตกใจกันหมดแล้ว ฉันแค่เห็นว่ากางเกงเธอเปื้อนแค่นั้นแหละก็เลยหวังดีปัดให้" น้ำเสียงหยามเหยียดแบบนั้นมันไม่ใช่คำหยอกล้อและไม่ใช่คำอธิบายที่ฟังขึ้นเลยด้วยซ้ำ แต่มันคือการดูถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้หญิงคนหนึ่งอย่างจงใจ
หนูดีมีน้ำตาขึ้นในดวงตาทันที แต่ไม่ใช่เพราะกลัวเป็นเพราะโกรธและเสียใจ
"ฉันไม่เชื่อ! เมื่อกี้ผู้ใหญ่จับก้นฉันชัด ๆ!" เธอตะโกนลั่นโดยไม่แคร์ว่าใครจะได้ยิน
ในตอนนั้นประตูห้องด้านในเปิดออกพอดี เสียงตะโกนของหนูดีดังไปถึงคนในนั้น ชายหนุ่มในเสื้อสีขาวแขนสั้นและตรงกระเป๋ามีตราสาธารณสุขได้เดินออกมา ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดและดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ก่อนเห็นว่าหนูดีกำลังยืนกอดลูกและพูดเสียงดังใส่ผู้ใหญ่แสง
เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"หนูดี เกิดอะไรขึ้น" หนูดีหันขวับไปมองคนมาใหม่อย่างหาที่พึ่ง น้ำตาไหลแต่ไม่พูดอะไร
"ผู้ใหญ่แสงเขา... เขาจับ..." หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ถึงแม้จะไม่ยินยอมแต่การที่ถูกลวนลามแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีที่ชาวบ้านทั่วไปจะเข้าใจเหตุผลได้
"ฉันยังไม่ได้ทำอะไรแบบที่เธอพูดเลยนะ แม่หนูดี ฉันแก่จนปูนนี้แล้ว เธอยังจะมาใส่ร้ายฉันอีกเหรอ" คำพูดของผู้ใหญ่แสงมีน้ำหนักมากทีเดียว ถ้าเทียบกับหญิงสาวที่แสนจะธรรมดาอย่างหนูดีในตอนนี้
"ทำไมผู้ใหญ่พูดอย่างนี้ล่ะจ้ะ นี่มัน..."
"พอเถอะหนูดี!" องศาตัดบท เสียงของเขาเหมือนมีมีดซ่อนในปลายคำ ทั้งดังและเข้มจนทำให้หญิงสาวที่ยังไม่ทันพูดจบประโยคถึงกับนิ่งเงียบ
เด็กน้อยที่กำลังป่วยถึงกับสะดุ้งตัวโยนและร้องไห้เมื่อทุกคนเริ่มเสียงดังมากขึ้นเรื่อย ๆ พีทร้องไห้สะอื้นและกอดคอแม่แน่นกว่าเดิม
ส่วนผู้ใหญ่แสงทำสีหน้าหงุดหงิดเพื่อกลบเกลื่อนและเลือกที่จะเดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมไม่วายทิ้งอีกประโยคไว้ว่า
"เรื่องไม่เป็นเรื่องเลยจริง ๆ ฉันกลับบ้านดีกว่า ผู้หญิงที่ท้องไม่มีพ่อแบบเธอ พูดไปใครจะเชื่อ แล้วยังจะมาใส่ร้ายคนแก่อีก คิดจะข่มขู่เรียกเงินคนแก่หรือยังไง" แต่มีหรือที่คนถูกกระทำและยังไม่ได้รับความยุติธรรมจะยอมจบง่าย ๆ หนูดีพยายามรั้งแขนเขาไว้
"ฉันไม่ได้ต้องการเงินจากผู้ใหญ่ ฉันต้องการคำขอโทษ!" ผู้ใหญ่แสงสะบัดแขนออกเหมือนเธอเป็นขยะ
"ฉันบอกให้พอได้แล้วไง หนูดี!!" องศามองภาพตรงหน้าแล้วถอนหายใจหนัก ก่อนจะคว้าแก้วน้ำจากโต๊ะใกล้ตัว
พร่ากกกก!
น้ำเย็นจัดถูกสาดใส่ตัวสองแม่ลูกนั้นเต็มแรง ทำเอาพีทร้องลั่นและหวาดกลัวจนตัวสั่นจึงกอดแม่แน่น หน้าซบอกเหมือนหาที่ปลอดภัยจากพายุ หญิงสาวหันไปมองคนที่ทำเธอด้วยความไม่เข้าใจ
"ดูสารรูปตัวเองสิหนูดี ใครเขาจะพิศวาสผู้หญิงแบบเธอ!" หนูดียืนตัวเปียกและน้ำตาไหลผสมกับน้ำที่หยดจากเส้นผม มือหนึ่งโอบกอดลูกไว้ส่วนอีกมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
"ฉันคิดว่านายจะมองฉันเปลี่ยนไปแล้วซะอีก" เธอสบตาเขา น้ำเสียงสั่นแต่ชัดเจน "แต่สุดท้ายนายก็ยังดูถูกฉันอยู่เหมือนเดิม" องศาชะงักชั่วครู่ ดวงตาสั่นไหววูบหนึ่ง
"ฉันก็เคยคิดว่าเธอจะเปลี่ยนไปแล้วเหมือนกัน" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "แต่สุดท้าย…คนอย่างเธอมันก็เป็นอย่างที่แม่ฉันบอกจริง ๆ ด้วย สำส่อนไม่เลิก!"
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือของหนูดีฟาดลงบนแก้มเขา เสียงไม่ดังมากแต่ทิ้งรอยแดงจาง ๆ และนั่นทำให้คนที่อยู่ตรงนั้นตกใจกันเป็นแถบ ๆ ส่วนผู้ใหญ่แสงอาศัยจังหวะนี้เดินเลี่ยงออกไปให้เรื่องพ้นตัวในที่สุด
"ถ้านายมองฉันเป็นคนแบบนั้น ถ้าอย่างนั้น... เราอย่าได้เกี่ยวข้องกันอีกเลย" หนูดีพูดจบก็หันหลังเดินออกจากอนามัย พีทยังร้องไห้ไม่หยุด เธอทำได้เพียงแต่กอดเขาไว้แน่นและพาเดินฝ่าฝนบาง ๆ ออกไป
"แม่ครับ ไม่เกี่ยวข้องกันอีกแปลว่าอะไรเหรอครับ" เสียงแผ่วของพีทถามขึ้นขณะเธอกำลังจะวางเขาบนเบาะรถจักรยานยนต์เวฟร้อยคันเก่า ๆ ทั้งที่น้ำตายังไม่ทันแห้งเสียด้วยซ้ำ
หนูดีฝืนยิ้มและส่งมือไปลูบหัวลูกเบา ๆ
"พีทครับ เรากำลังจะย้ายไปอยู่ที่อื่นนะลูก และจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วนะ" เด็กน้อยเบิกตากว้าง ตาแดงก่ำจากการร้องไห้
"แต่พีทอยากอยู่กับพ่อองศา พีทไม่อยากไปไหน" คำพูดนั้นแทงลึกลงในใจของหนูดี เธอก้มลงมองลูกชายอย่างหนักแน่น
"เขาไม่ใช่พ่อของลูกนะพีท..." เธอพูดพร้อมกับสวมถุงพลาสติกใส่หัวทุยของเด็กน้อยเพื่อกันละอองฝน "ไม่ใช่ทั้งตอนนั้น ตอนนี้ และไม่ใช่ตลอดไป..."
เสียงลมพัดหยาดฝนกระทบหมวกกันน็อกดังกราว เหมือนใจของใครบางคนที่กำลังจะพังลงโดยไม่รู้ตัว...
..แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาผ่านผ้าม่านผืนบางในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังเล็กที่อบอุ่น กลิ่นหอมของข้าวต้มหมูที่เพิ่งสุกใหม่ ๆ ลอยกรุ่นไปทั่วห้องครัว เสียงหัวเราะของเด็กน้อยวัยสี่ขวบคนหนึ่งดังก้องไปทั่ว"พ่อจ๋า! ดูพีทสิ! พีทต่อหุ่นยนต์ได้แล้วนะ!" องศายิ้มกว้างก่อนจะเดินเข้ามากอดลูกชายจากด้านหลัง"เก่งที่สุดเลยลูกชายพ่อ เก่งขนาดนี้ พ่อยกให้เป็นวิศวกรประจำบ้านเลยดีมั้ยครับ" คนเป็นพ่อเอ่ยชมลูกชายด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่สุด พีทหัวเราะเสียงใส"พีทจะสร้างหุ่นยนต์ที่ทำกับข้าวเก่ง ๆ ให้แม่ด้วย!" หนูดีที่กำลังจัดจานอาหารก็หันกลับมายิ้มอย่างอ่อนโยน"แหม... ถ้าพีทสร้างหุ่นยนต์ให้แม่ได้จริง ๆ แม่จะยกขนมทั้งร้านให้เลยดีไหม" องศาเดินเข้าไปโอบเอวหนูดีเบา ๆ ก่อนจะหอมแก้มเธอหนึ่งที"งั้นฉันขอเป็นหุ่นยนต์อีกตัวหนึ่งที่ทำให้แม่พีทยิ้มได้ทุกวันเลย" หนูดีตีไหล่องศาเบา ๆ"เลี่ยนตั้งแต่เช้าเลยนะคะ หมอองศา" องศายิ้มอย่างเขิน ๆ ก่อนจะกระซิบ"ก็รักหนูดีจนเลี่ยนไปทั้งหัวใจแล้วนี่นา จะไม่ให้พูดได้ไง" เสียงหัวเราะของทั้งคู่ปนกับเสียงหัวเราะของลูกชายตัวน้อย ยิ่งทำให้เช้าวันนั้นอบอวลไปด้วยความสุขล้นเมื่อกินข
บทส่งท้ายแสงอาทิตย์ตอนเย็นค่อย ๆ ทอแสงผ่านผ้าม่านบางในบ้านหลังเล็กที่อบอุ่น องศากับหนูดีนั่งอยู่บนโซฟาตัวเก่าที่วางอยู่กลางห้องนั่งเล่น พีทลูกชายตัวน้อยกำลังเล่นตัวต่อพลาสติกอยู่ข้าง ๆ เสียงหัวเราะและความอบอุ่นเต็มไปทั่วบริเวณองศาเหลือบมองใบหน้าของหนูดีอย่างอ่อนโยน ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรักและความตั้งใจ"หนูดีรู้ไหมว่าฉันชอบรอยยิ้มของเธอเวลาที่เธอเล่นกับลูกมากแค่ไหน" หนูดีหัวเราะเบา ๆ แล้วเขยิบเข้ามาใกล้"ยิ้มแค่นี้ นายก็รู้สึกชอบแล้วเหรอ" องศายิ้มกว้างพร้อมก้มลงไปจับมือเธอไว้แน่น"แค่ยิ้มก็รู้สึกดีแล้วจริง ๆ นั่นแหละ รอยยิ้มของเธอมันเหมือนแสงสว่างในวันที่มืดมน ทำให้ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างจะดีขึ้นอย่างแน่นอน" หนูดีหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะสบตากับเขา"เดี๋ยวนี้นายจีบเก่งขึ้นนะ รู้ตัวหรือเปล่า นายไปหัดทำตัวน่ารัก ๆ แบบนี้มาจากไหนเนี่ย" หญิงสาวยู่หน้าเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เพราะว่าไม่พอใจแต่อย่างใด เพียงแต่เธอกำลังกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเองอยู่ต่างหาก"ฉันแค่อยากเป็นคนที่ทำให้เธอกับพีทมีความสุขที่สุดไง" องศาพูดอย่างจริงใจ พลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ ก่อนจะจูบแก้มเธออย่างแผ่วเบา ส่วนหนูดีก็หล
..เสียงลมยามบ่ายพัดไหวต้นเฟื่องฟ้าหน้าบ้านของหนูดี กลีบดอกสีชมพูปลิวว่อนตามแรงลมเหมือนมีใครมากระซิบข้างหูว่าฤดูใหม่กำลังจะเริ่มต้นแล้วยายสำลียืนอยู่ข้างริมรั้วไม้เก่า ข้างตัวคือถุงกระดาษใบหนึ่งที่ใส่ของเล่นเด็กไว้ มันคือหุ่นยนต์บังคับวิทยุสีเขียวที่เห็นแล้วก็รู้ทันทีว่าเด็กผู้ชายคนไหนเห็นแล้วก็ต้องชอบเธอไม่เคยซื้อของเล่นให้หลานมาก่อน วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอตั้งใจ... ตั้งใจจะขอโทษด้วยสิ่งง่าย ๆ ที่เธอพอจะทำได้ด้วยมือที่เคยผลักไส วันนี้กลับอยากหยิบยื่นอะไรสักอย่างให้แทนคำขอโทษและความเสียใจพีทวิ่งเล่นอยู่กับองศาในสวน หนูดีนั่งล้างผักอยู่หลังบ้าน เจ้าเด็กน้อยเห็นย่าก่อน และทันทีที่เห็น เขาก็ชะงัก"พ่อองศา! ย่า..." เสียงเล็ก ๆ เบาลงทันตาองศาหันไปมองและเห็นแม่ของตัวเองยืนอยู่ข้างริมรั้วไม้เก่าพร้อมถุงกระดาษใบหนึ่งและรอยยิ้มที่ประหม่าอย่างเห็นได้ชัด"เจ้าพีท..." ยายสำลีแม่ขององศาหรืออีกศักดิ์หนึ่งคือย่าของเจ้าก้อนน้อย เอ่ยเรียกเบา ๆ "ย่า... ย่าซื้อของเล่นมาให้ มาเอาไปสิลูก"พีทไม่ได้ตอบกลับในทันที แต่เขาขยับตัวหลบอยู่ข้างขาขององศาพร้อมซุกหน้าใส่ขาพ่อแล้วกระซิบเบา ๆ"ย่าให้จริง ๆ ไหมคร
ตอนที่ 18 คำขอโทษของย่ายามเช้าของบ้านไม้สองชั้นที่อยู่ท้ายซอยเงียบสงบ เสียงไก่ขันแว่วมาแต่ไกลพร้อมกับกลิ่นข้าวสวยร้อน ๆ ลอยออกมาจากครัวหลังบ้าน องศานั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวมองดูหนูดีที่กำลังตักกับข้าวใส่จานอย่างขะมักเขม้น พีทวิ่งวุ่นอยู่ใกล้ ๆ ขาแม่ พลางเล่าเรื่องการ์ตูนด้วยภาษาที่ผู้ใหญ่ฟังแล้วต้องแปลกใจ"พ่อ ๆ วันนี้พีทอยากดูเบ็นเท็น! พ่อเปิดให้หน่อยนะ" องศาหลุดยิ้มขณะยื่นมือไปยีหัวลูกชายเบา ๆ"ได้สิลูก เดี๋ยวกินข้าวเสร็จก่อนนะ""อื้อ!" เด็กชายตอบรับเสียงแจ๋ว ก่อนจะวิ่งไปหยิบช้อนกับส้อมมาช่วยแม่อย่างเต็มใจมันเป็นเช้าที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น องศาใช้ชีวิตกับหนูดีและลูกชายมาได้เกือบเดือนแล้ว แม้จะไม่ได้อยู่ในสถานะคู่รักเต็มตัว แต่ทุกวันของเขาก็เต็มไปด้วยความหมายมากกว่าที่เคยมีมาในรอบหลายปีเขาได้ตื่นมาเจอหน้าลูก เห็นหนูดียิ้มอ่อน ๆ ในยามเช้า ได้ยินเสียงหัวเราะของพีทตลอดวัน ทุกสิ่งมันเหมือนฝันและเพราะมันเหมือนฝันมากเกินไป เขาจึงเริ่มกลัวว่าจะเสียมันไปอีกองศากลับมาทำงานที่อนามัยในตำแหน่งเดิมจากกำลังทรัพย์และการวิ่งเต้นของพี่ชาย แน่นอนว่าเขาเองก็ต้องทำงานอย่างหนักมากกว่าคนอื่น
"คิดว่าฝนจะตกแต่ก็ไม่ตก เสียเวลาจริง ๆ" หลังจากชายหนุ่มเอาข้าวของเข้ามาพักที่ห้องเช่า ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลได้แล้ว สุดท้ายเขาก็เดินลงมาด้านล่างและตั้งท่าจะตามหาสองแม่ลูกนั่นต่อเพราะว่าฝนที่ตั้งเค้าเมื่อครู่ตอนนี้ได้มลายหายไปหมดแล้วพระอาทิตย์คล้อยต่ำลงลับขอบฟ้าเมื่อองศาขับรถเข้าสู่ตัวเมืองอยุธยาอีกครั้
..แสงแดดอ่อนคล้อยของเช้าวันรุ่งขึ้นดูเหมือนจะไม่อาจกลบความหม่นหมองภายในใจขององศาได้ เขานอนไม่หลับทั้งคืน คำพูดของแม่ยังคงดังก้องอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า“ใช่! เด็กนั่นเป็นลูกของแก แล้วยังไงล่ะ? ฉันไม่มีวันยอมรับพวกมันสองแม่ลูกหรอก!”แม้จะเจ็บปวดและโกรธแค้นแต่สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเขาไว้ตอนนี้
..แค่ก ๆ ๆหนูดีหันไปมองคนเป็นแม่ที่กำลังนอนซมอยู่บนเตียง เสียงไอของยายนวลเริ่มหนักขึ้นทุกวันแม้จะพยายามไปหาหมอที่โรงพยาบาลใหญ่เมื่อเดือนก่อน แต่ผลวินิจฉัยสุดท้ายของเพื่อนหมอขององศาก็ทำให้หนูดีแทบทรุดลงกับพื้น นั่นเพราะว่าก้อนในปอดของยายนวลแท้จริงแล้วมันคือมะเร็ง และมันอยู่ในระยะสุดท้ายแล้วไม่มีท
ตอนที่ 9 ข่าวลือและการสูญเสียตลาดสดในเช้าวันเสาร์คึกคักไปด้วยเสียงเจรจาซื้อขาย กลิ่นของผักสด ผลไม้และอาหารเช้าคละคลุ้งไปทั่วลานกว้างใต้หลังคาเหล็กสนิมแดง หนูดีอุ้มถุงใส่ผักแน่นมือ ในขณะที่พีทจูงมือแม่แน่น ดวงตาใสจ้องมองร้านขนมปังอบด้วยแววตาเปล่งประกาย"แม่ครับ พีทอยากกินขนมปังไส้กรอก" หนูดียิ้มก่อ
리뷰