ไม่เหลือเหตุผลจะรัก

ไม่เหลือเหตุผลจะรัก

last updateDernière mise à jour : 2026-04-02
Par:  พันกุมภาEn cours
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
10
2 Notes. 2 commentaires
42Chapitres
1.5KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

องศา กลับมาเป็นหมออนามัยประจำหมู่บ้านหลังจากเรียนจบ แต่การกลับมาครั้งนี้ทำให้เขาได้พบกับผู้หญิงที่เขาเคยแอบชอบเมื่อตอนเรียนมัธยมปลายในสภาพที่เขาไม่คาดคิด จากผู้หญิงที่สวยและเรียนเก่ง กลับกลายเป็นแม่ลูกติดที่เปลี่ยนไปสิ้นเชิง หนูดี เป็นหญิงสาวธรรมดา ๆ ที่กลับมาอยู่บ้านเกิดหลังจากเรียนไม่จบเพราะตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ ลูกของเธอชื่อ พีท วัย 4 ขวบ เธอไม่เคยบอกใครว่าใครคือพ่อของเด็กและไม่คิดจะพูดแม้แต่แม่ของเธอเองก็ยังไม่รู้ "ผู้หญิงที่ท้องไม่มีพ่อตั้งแต่ ม.ปลายแบบเธอ มันมีดีตรงไหนกัน" "คุณหมอเคยมีลูกไหมครับ พีทไม่เคยมีพ่อเลย...คุณหมอเป็นพ่อให้พีทได้ไหมครับ"

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ

บทนำ

คนเราอาจทำใครบางคนหล่นหายไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เหมือนกับลูกโป่งที่ลอยจากมือขึ้นไปบนฟ้า

ถ้าลูกโป่งมันหลุดมือจะโทษใคร โทษที่มันลอยได้ หรือโทษที่มือจับมันไม่แน่นพอ...

.

.

เช้าอึมครึมของฤดูฝนเริ่มโปรยปรายบนถนนลูกรังสายเล็กที่ทอดเข้าสู่ศูนย์อนามัยประจำตำบล หญิงสาวคนหนึ่งเดินฝ่าลมฝนบางเบาพร้อมอุ้มเด็กชายตัวเล็กในอ้อมแขน เสื้อผ้าเธอเปียกชื้นจากละอองฝนแต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้เด็กในอ้อมแขนแม้ดวงตาจะดำคล้ำจากการอดนอนก็ตาม...

"อดทนหน่อยนะลูก แม่กำลังพาพีทไปหาคุณหมอนะ เดี๋ยวเรากลับบ้านกันแล้ว เดี๋ยวพีทก็หายแล้วนะครับ" เสียงหวานของเธอเบาและอ่อนโยน มือเรียวขาวลูบศีรษะเด็กน้อยในอ้อมแขนอย่างปลอบโยน

เด็กชายชื่อ พีท ซบไหล่แม่อย่างเหนื่อยล้า ใบหน้าซีดเผือดจากไข้ที่เพิ่งทุเลาลงเมื่อคืนแต่ก็ยังวางใจไม่ได้

หนูดีเดินเข้าไปในอาคารอนามัยอย่างระมัดระวัง มือข้างหนึ่งถือถุงยาที่ใช้ไม่หมดมาเพื่อคืนให้บุคลากรด้านใน เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์เงยหน้ามองเธอพลางยิ้มรับอย่างเป็นกันเอง

"อ้าว! หนูดี มานั่งทางนี้ก่อน มาเช็ดเนื้อเช็ดตัวกันก่อน" เสียงหวานของคนอายุมากกว่าเอ่ยกับสองแม่ลูกที่ไม่รู้ว่ากินดีหมีมาจากไหนถึงใจกล้าวิ่งผ่าฝนมาจนถึงนี่ "โอ๊ย! ดูสิเนี่ย! เปียกกันหมดเลยสองแม่ลูก แล้วเจ้าพีทเป็นอะไรมาอีกละเนี่ย"

"เป็นไข้อีกแล้วค่ะ พี่หวาน แต่ว่าไข้ลดแล้วนะ แต่พีทยังเพลียนิดหน่อยก็เลยพามาหาคุณหมออีกทีค่ะ แล้วก็... เอายาที่ได้ไปครั้งที่แล้วมาให้ดูด้วยจ้ะ"

"ได้เลย เดี๋ยวรอคิวตรวจตรงนี้ก่อนนะ"

"ขอบคุณมาก ๆ นะคะพี่หวาน ฉันมารบกวนบ่อยเลย เกรงใจมากค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลใบหน้าอ่อนโยนของเธอดูอ่อนล้าจนคนมองยังอดสงสารไม่ได้

"ไม่เป็นไรหนูดี ที่นี่ยินดีต้อนรับเพื่อช่วยดูแลคนในชุมชนของเราตลอดนั่นแหละ อีกอย่างหน้าฝนก็แบบนี้ เด็ก ๆ ป่วยกันระนาวเพราะอากาศเปลี่ยนนั่นแหละ อย่าคิดมาก" เมื่อพูดจบหญิงสาวก็ช่วยดูแลลูกอยู่ตรงนั้นเพื่อรอคิวตามปกติ

ระหว่างนั้นผู้ใหญ่แสง ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านวัยเกษียณที่ชอบวนเวียนในอนามัยเพราะมีหลายโรคในตัว เช่น เบาหวานบ้าง ความดันบ้าง ไขมันบ้างก็เดินออกมาจากห้องด้านใน พอเห็นหนูดียืนอยู่ใกล้ก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม

"อ้าว! แม่หนูดี หายไปนานเลยนะ ลูกโตขึ้นเยอะแล้วนี่" หญิงสาวพยักหน้าตอบด้วยมารยาท

"ค่ะ ผู้ใหญ่ พีทป่วยค่ะ เลยพามาหาหมอ" ชายแก่หัวเราะเบา ๆ แล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้เหมือนจะหยอกเด็กแต่ในจังหวะที่หนูดีหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่ เขากลับยื่นมือไป...

ฟึ่บ!

มือหยาบกร้านของชายวัยหกสิบคว้าเข้าที่สะโพกของหนูดีแบบจงใจ

"ว้าย!"

หนูดีหันขวับ ดวงตาตื่นตกใจปนตะลึงและขุ่นเคือง ใบหน้าขาวซีดแดงก่ำด้วยความอับอาย

"นี่ผู้ใหญ่จะทำอะไรคะ!" เสียงของเธอดังจนเจ้าหน้าที่บางคนหันมามอง พีทที่อยู่ในอ้อมแขนก็สะดุ้งและส่งเสียงร้องฮือเบา ๆ ด้วยความตกใจ แต่ผู้ใหญ่แสงกลับยักไหล่ทำหน้าตายและหัวเราะแห้ง ๆ

"โอ๊ย! จะเสียงดังไปทำไมกันเนี่ย ดูสิ! คนอื่นเขาตกใจกันหมดแล้ว ฉันแค่เห็นว่ากางเกงเธอเปื้อนแค่นั้นแหละก็เลยหวังดีปัดให้" น้ำเสียงหยามเหยียดแบบนั้นมันไม่ใช่คำหยอกล้อและไม่ใช่คำอธิบายที่ฟังขึ้นเลยด้วยซ้ำ แต่มันคือการดูถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้หญิงคนหนึ่งอย่างจงใจ

หนูดีมีน้ำตาขึ้นในดวงตาทันที แต่ไม่ใช่เพราะกลัวเป็นเพราะโกรธและเสียใจ

"ฉันไม่เชื่อ! เมื่อกี้ผู้ใหญ่จับก้นฉันชัด ๆ!" เธอตะโกนลั่นโดยไม่แคร์ว่าใครจะได้ยิน

ในตอนนั้นประตูห้องด้านในเปิดออกพอดี เสียงตะโกนของหนูดีดังไปถึงคนในนั้น ชายหนุ่มในเสื้อสีขาวแขนสั้นและตรงกระเป๋ามีตราสาธารณสุขได้เดินออกมา ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดและดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ก่อนเห็นว่าหนูดีกำลังยืนกอดลูกและพูดเสียงดังใส่ผู้ใหญ่แสง

เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"หนูดี เกิดอะไรขึ้น" หนูดีหันขวับไปมองคนมาใหม่อย่างหาที่พึ่ง น้ำตาไหลแต่ไม่พูดอะไร

"ผู้ใหญ่แสงเขา... เขาจับ..." หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ถึงแม้จะไม่ยินยอมแต่การที่ถูกลวนลามแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีที่ชาวบ้านทั่วไปจะเข้าใจเหตุผลได้

"ฉันยังไม่ได้ทำอะไรแบบที่เธอพูดเลยนะ แม่หนูดี ฉันแก่จนปูนนี้แล้ว เธอยังจะมาใส่ร้ายฉันอีกเหรอ" คำพูดของผู้ใหญ่แสงมีน้ำหนักมากทีเดียว ถ้าเทียบกับหญิงสาวที่แสนจะธรรมดาอย่างหนูดีในตอนนี้

"ทำไมผู้ใหญ่พูดอย่างนี้ล่ะจ้ะ นี่มัน..."

"พอเถอะหนูดี!" องศาตัดบท เสียงของเขาเหมือนมีมีดซ่อนในปลายคำ ทั้งดังและเข้มจนทำให้หญิงสาวที่ยังไม่ทันพูดจบประโยคถึงกับนิ่งเงียบ

เด็กน้อยที่กำลังป่วยถึงกับสะดุ้งตัวโยนและร้องไห้เมื่อทุกคนเริ่มเสียงดังมากขึ้นเรื่อย ๆ พีทร้องไห้สะอื้นและกอดคอแม่แน่นกว่าเดิม

ส่วนผู้ใหญ่แสงทำสีหน้าหงุดหงิดเพื่อกลบเกลื่อนและเลือกที่จะเดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมไม่วายทิ้งอีกประโยคไว้ว่า

"เรื่องไม่เป็นเรื่องเลยจริง ๆ ฉันกลับบ้านดีกว่า ผู้หญิงที่ท้องไม่มีพ่อแบบเธอ พูดไปใครจะเชื่อ แล้วยังจะมาใส่ร้ายคนแก่อีก คิดจะข่มขู่เรียกเงินคนแก่หรือยังไง" แต่มีหรือที่คนถูกกระทำและยังไม่ได้รับความยุติธรรมจะยอมจบง่าย ๆ หนูดีพยายามรั้งแขนเขาไว้

 

"ฉันไม่ได้ต้องการเงินจากผู้ใหญ่ ฉันต้องการคำขอโทษ!" ผู้ใหญ่แสงสะบัดแขนออกเหมือนเธอเป็นขยะ

"ฉันบอกให้พอได้แล้วไง หนูดี!!" องศามองภาพตรงหน้าแล้วถอนหายใจหนัก ก่อนจะคว้าแก้วน้ำจากโต๊ะใกล้ตัว

พร่ากกกก!

น้ำเย็นจัดถูกสาดใส่ตัวสองแม่ลูกนั้นเต็มแรง ทำเอาพีทร้องลั่นและหวาดกลัวจนตัวสั่นจึงกอดแม่แน่น หน้าซบอกเหมือนหาที่ปลอดภัยจากพายุ หญิงสาวหันไปมองคนที่ทำเธอด้วยความไม่เข้าใจ

"ดูสารรูปตัวเองสิหนูดี ใครเขาจะพิศวาสผู้หญิงแบบเธอ!" หนูดียืนตัวเปียกและน้ำตาไหลผสมกับน้ำที่หยดจากเส้นผม มือหนึ่งโอบกอดลูกไว้ส่วนอีกมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

"ฉันคิดว่านายจะมองฉันเปลี่ยนไปแล้วซะอีก" เธอสบตาเขา น้ำเสียงสั่นแต่ชัดเจน "แต่สุดท้ายนายก็ยังดูถูกฉันอยู่เหมือนเดิม" องศาชะงักชั่วครู่ ดวงตาสั่นไหววูบหนึ่ง

"ฉันก็เคยคิดว่าเธอจะเปลี่ยนไปแล้วเหมือนกัน" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "แต่สุดท้าย…คนอย่างเธอมันก็เป็นอย่างที่แม่ฉันบอกจริง ๆ ด้วย สำส่อนไม่เลิก!"

เพี๊ยะ!

ฝ่ามือของหนูดีฟาดลงบนแก้มเขา เสียงไม่ดังมากแต่ทิ้งรอยแดงจาง ๆ และนั่นทำให้คนที่อยู่ตรงนั้นตกใจกันเป็นแถบ ๆ ส่วนผู้ใหญ่แสงอาศัยจังหวะนี้เดินเลี่ยงออกไปให้เรื่องพ้นตัวในที่สุด

"ถ้านายมองฉันเป็นคนแบบนั้น ถ้าอย่างนั้น... เราอย่าได้เกี่ยวข้องกันอีกเลย" หนูดีพูดจบก็หันหลังเดินออกจากอนามัย พีทยังร้องไห้ไม่หยุด เธอทำได้เพียงแต่กอดเขาไว้แน่นและพาเดินฝ่าฝนบาง ๆ ออกไป

"แม่ครับ ไม่เกี่ยวข้องกันอีกแปลว่าอะไรเหรอครับ" เสียงแผ่วของพีทถามขึ้นขณะเธอกำลังจะวางเขาบนเบาะรถจักรยานยนต์เวฟร้อยคันเก่า ๆ ทั้งที่น้ำตายังไม่ทันแห้งเสียด้วยซ้ำ

หนูดีฝืนยิ้มและส่งมือไปลูบหัวลูกเบา ๆ

"พีทครับ เรากำลังจะย้ายไปอยู่ที่อื่นนะลูก และจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วนะ" เด็กน้อยเบิกตากว้าง ตาแดงก่ำจากการร้องไห้

"แต่พีทอยากอยู่กับพ่อองศา พีทไม่อยากไปไหน" คำพูดนั้นแทงลึกลงในใจของหนูดี เธอก้มลงมองลูกชายอย่างหนักแน่น

"เขาไม่ใช่พ่อของลูกนะพีท..." เธอพูดพร้อมกับสวมถุงพลาสติกใส่หัวทุยของเด็กน้อยเพื่อกันละอองฝน "ไม่ใช่ทั้งตอนนั้น ตอนนี้ และไม่ใช่ตลอดไป..."

เสียงลมพัดหยาดฝนกระทบหมวกกันน็อกดังกราว เหมือนใจของใครบางคนที่กำลังจะพังลงโดยไม่รู้ตัว...

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

Damis Mis
Damis Mis
อัพเดทอีกเดือนไหนค่ะ
2026-03-19 23:35:01
0
0
Damis Mis
Damis Mis
ช่วยอัพเดทหน่อยน่ะค่ะ.........
2026-02-27 08:41:14
0
0
42
บทนำ
บทนำคนเราอาจทำใครบางคนหล่นหายไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เหมือนกับลูกโป่งที่ลอยจากมือขึ้นไปบนฟ้าถ้าลูกโป่งมันหลุดมือจะโทษใคร โทษที่มันลอยได้ หรือโทษที่มือจับมันไม่แน่นพอ.....เช้าอึมครึมของฤดูฝนเริ่มโปรยปรายบนถนนลูกรังสายเล็กที่ทอดเข้าสู่ศูนย์อนามัยประจำตำบล หญิงสาวคนหนึ่งเดินฝ่าลมฝนบางเบาพร้อมอุ้มเด็กชายตัวเล็กในอ้อมแขน เสื้อผ้าเธอเปียกชื้นจากละอองฝนแต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้เด็กในอ้อมแขนแม้ดวงตาจะดำคล้ำจากการอดนอนก็ตาม..."อดทนหน่อยนะลูก แม่กำลังพาพีทไปหาคุณหมอนะ เดี๋ยวเรากลับบ้านกันแล้ว เดี๋ยวพีทก็หายแล้วนะครับ" เสียงหวานของเธอเบาและอ่อนโยน มือเรียวขาวลูบศีรษะเด็กน้อยในอ้อมแขนอย่างปลอบโยนเด็กชายชื่อ พีท ซบไหล่แม่อย่างเหนื่อยล้า ใบหน้าซีดเผือดจากไข้ที่เพิ่งทุเลาลงเมื่อคืนแต่ก็ยังวางใจไม่ได้หนูดีเดินเข้าไปในอาคารอนามัยอย่างระมัดระวัง มือข้างหนึ่งถือถุงยาที่ใช้ไม่หมดมาเพื่อคืนให้บุคลากรด้านใน เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์เงยหน้ามองเธอพลางยิ้มรับอย่างเป็นกันเอง"อ้าว! หนูดี มานั่งทางนี้ก่อน มาเช็ดเนื้อเช็ดตัวกันก่อน" เสียงหวานของคนอายุมากกว่าเอ่ยกับสองแม่ลูกที่ไม่รู้ว่ากินดีหมีม
Read More
1 การกลับมา
ตอนที่ 1 การกลับมากลิ่นก๋วยเตี๋ยวต้มยำหอมฟุ้งลอยมาแตะจมูกทันทีที่ องศา เหยียบเข้ามาในตลาดเช้าตำบลสระกระโจม เสียงจอแจของพ่อค้าแม่ขาย เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กนักเรียนที่กำลังวิ่งเล่นข้างร้านขายของชำ ทั้งหมดล้วนเป็นภาพที่คุ้นเคย ราวกับเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เขายังเป็นเด็กชายในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ขี่จักรยานผ่านตรอกแคบ ๆ ตรงนี้ทุกวันเพื่อไปโรงเรียนบรรหาร ๑ ของอำเภอดอนเจดีย์แต่นั่นคืออดีต ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นเด็กหนุ่มไร้เดียงสาคนนั้นอีกต่อไปแล้ว...องศา หรือ หมอองศา ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี วัย 23 ปี ดีกรีนักเรียนเหรียญทองและบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เขาว่าสอบเข้าได้ยากเย็นนักหนานั่นแหละ องศาเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หมออนามัย กลับมารับหน้าที่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบลของบ้านเกิดหลังเรียบจบองศาเป็นลูกชายของยายสำลีที่สามีอย่างตาสมรักษ์นั้นมาด่วนจากไปตั้งแต่ลูกชายทั้งสองยังอยู่เพียงประถมเท่านั้น ฐานะไม่ได้ร่ำรวยมากมายอะไรแต่ก็พอมีที่นาทำกินอยู่ไม่น้อย ล้วนเกิดจากการเก็บเล็กผสมน้อยรวมถึงการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 ของ ปลัดวายุ ผู้เป็นพี่ชายของหมอองศานั่น
Read More
การกลับมา(2)
..เสียงฝีเท้าของเด็กน้อยที่วิ่งเต็มกำลังกระทบพื้นดินแฉะ ๆ ตรงลานวัดหน้าตลาดเช้าวันอาทิตย์ ทำเอาผู้คนหลายคนต้องชะงักมองเพราะกลัวว่าเจ้าตัวน้อยจะหกล้มหรือวิ่งออกถนนไปจนเกิดอันตราย และสิ่งที่พวกเขาคาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้ปี๊นนนนเสียงแตรรถมอเตอร์ไซต์ดังลั่นก่อนจะตามมาด้วยเสียงเบรกที่ยาวมากเพราะเกือบชนเข้ากับเด็กน้อยที่วิ่งมาอย่างเร็ว"โอ๊ย!!!" เสียงเด็กน้อยร้องลั่นเพราะความเจ็บที่ล้มลงไปกองกับพื้น แต่โชคดีที่ไม่ถูกชนเพราะมีใครสักคนเข้ามาช่วยรั้งตัวเขาหลบออกมาได้ทัน"เจ็บตรงไหนบ้างหนู" เสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มเรียกความสนใจของเด็กน้อยได้อย่างดี หากแต่ก่อนที่เขาจะตอบอะไรกลับไปก็ได้ยินเสียงเจ้าของมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นมาเสียก่อน"ดูลูกยังไงวะ ปล่อยให้วิ่งเล่น ไม่ดูทางเลย" เด็กวัยรุ่นที่ดูจากทรงผมและการแต่งกายแล้วน่าจะไม่ได้เรียนเหมือนเด็กวัยเดียวกันพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ"พูดอย่างนี้ได้ไงไอ้หนู นี่มันไม่ใช่ที่ไว้ขี่รถเล่นเลยนะ แล้วขี่เร็วขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะไปชนคนอื่นบ้างหรือไง" คนตัวสูงหันกลับไปดุเด็กคนนั้นทันควัน"ทำไมล่ะ! นี่มันรถของผม ชีวิตของผม" ว่าจบก็ขี่รถออกไปทั้งอย่างนั้น ทิ้งเอาไว้เพี
Read More
2 คนที่ไม่ต้องการเจอ
ตอนที่ 2 คนที่ไม่ต้องการเจอเสียงกระทะกระทบกับตะหลิวดังขึ้นอย่างคุ้นเคยในร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ ข้างบ้านไม้ยกพื้นสูงที่มีโต๊ะไม้อยู่ไม่กี่ตัว ร้านป้านวล ไม่ใช่ร้านใหญ่โตอะไรแต่ก็เป็นแหล่งรายได้หลักของครอบครัวเล็ก ๆ ของหนูดี แม่เลี้ยงเดี่ยววัย 23 ปี ที่กลับมาอาศัยบ้านเกิดหลังจากชีวิตในเมืองพังครืนขณะนั้นแดดช่วงสายเริ่มร้อน ป้านวลแม่ของหนูดีกำลังทอดไข่เจียวอยู่หน้าเตาอย่างคุ้นชิน หยดน้ำมันกระเด็นนิดหน่อยแต่หญิงวัยกลางคนก็เพียงยกแขนขึ้นป้องกัน ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร"ยายนวลครับ พีทจัดโต๊ะเรียบร้อยแล้วนะฮะ" เสียงเล็ก ๆ ของน้องพีท เด็กชายวัยห้าขวบครึ่งดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เด็กน้อยวิ่งมากอดขาคุณยายแน่น"โธ่! ลูก! เก่งจังเลยครับ ไม่ต้องมาช่วยยายหรอก หนูไปดูการ์ตูนเถอะลูก" ป้านวลเอ่ยพลางยีหัวหลานเบา ๆ "เดี๋ยววันนี้ยายทอดไข่เจียวให้กรอบพิเศษเลยนะ""เย่! น้องพีทชอบไข่เจียวกรอบ ๆ ของยายนวลมากที่สุดในสามโลกเลยฮะ" พีทยิ้มกว้างพร้อมเงยหน้าขึ้นมองคุณยายด้วยสายตาเปล่งประกายเสียงหัวเราะของสองยายหลานแว่วมาจนหนูดีที่กำลังล้างจานในอ่างต้องแอบอมยิ้มอยู่เงียบ ๆ แม้ภายนอกจะดูเป็นวันธรรมดาแต่ภายในหัวใจ
Read More
คนที่ไม่ต้องการเจอ(2)
..แสงแดดยามสายส่องลอดหลังคาศาลาหมู่บ้านที่ใช้จัดประชุมกลุ่มแม่บ้าน เสียงพูดคุยจอแจของบรรดาผู้หญิงในชุมชนดังกระหึ่มตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน บางคนวางกระทงดอกไม้บนโต๊ะ บ้างก็นำขนมพื้นบ้านมาวางขายหวังเพิ่มรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ จากกิจกรรมวันนี้หนูดีเดินเข้ามาอย่างเกร็ง ๆ เด็กสาวในชุดเสื้อยืดสีจางกับกางเกงยีนธรรมดา สะพายกระเป๋าผ้าใบหนึ่ง มือหนึ่งจูงพีทที่กำลังจ้องมองด้วยดวงตาใสซื่อ"แม่ ๆ นั่นหนูดีรึเปล่า ที่บอกว่าได้ทุนไปเรียนกรุงเทพฯ น่ะ" เสียงกระซิบของหญิงวัยกลางคนดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน ทำให้คนตรงนั้นหันไปมองยังคนมาใหม่เป็นตาเดียว"ใช่ ๆ นั่นแหละ" อีกเสียงเสริมก่อนจะพูดต่อ "แต่เรียนไม่จบนะ ไม่รู้ว่าแอบไปมีผัวตอนไหน ท้องไม่มีพ่อกลับมาน่ะ""แบบนี้ผู้ชายเขาไม่เอาน่ะสิ""ฉันก็ว่างั้นแหละ แต่เด็กนั่นหน้าตาน่ารักอยู่นะ น่าสงสารจัง" หนูดีได้ยินทุกคำนินทานั้นแต่ไม่ได้มองตอบ เธอก้มหน้าจูงพีทไปนั่งยังที่ว่างด้านหลังสุดของศาลา หัวใจเต้นแรงเพราะรู้ดีว่าในหมู่บ้านนี้ ข่าวลือแพร่กระจายเร็วยิ่งกว่าสัญญาณโทรศัพท์ เธอทำได้เพียงอดทนเท่านั้นเพราะว่าจุดประสงค์หลักของเธอในวันนี้คือการหาเงินหรือหารายได้เสริมเพ
Read More
3 แต่งตัวแบบนี้ขายของหรือขายอะไร
ตอนที่ 3 แต่งตัวแบบนี้ขายของหรือขายอะไรห้องครัวหลังบ้านยามบ่ายเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่ผสมกับกลิ่นเนยละมุนในอากาศที่คละคลุ้งอยู่รอบตัวหนูดี หลังจากได้รับการอบรมเมื่อครั้งก่อนเธอก็ตัดสินใจยืมเตาอบขนมเก่า ๆ จากเพื่อนบ้านมาลองทำขนมดูสักครั้ง เผื่อว่าจะขายได้หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีจืดและผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้กำลังจัดเรียงบราวนี่ลงกล่องพลาสติกใสอย่างประณีตก่อนจะห่อด้วยริบบิ้นผูกอย่างเรียบร้อย เธอใช้กล้องมือถือเก่าตั้งกับขวดน้ำพลาสติกที่วางพิงกับกล่องข้าว เสียงพูดของเธอแผ่วเบาแต่พยายามให้ดูสดใส"วันนี้หนูดีมีบราวนี่สูตรโกโก้เข้มข้นนะคะ หอม ๆ ไม่หวานเกินไป เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดีค่ะ กล่องละห้าสิบบาทเท่านั้น" ภาพบนจอกระตุกเล็กน้อย ไฟส่องหน้าก็แทบไม่มี จะมีเพียงแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านหน้าต่างเก่าเข้ามา เหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้ายิ่งทำให้เธอดูเหนื่อยล้าแต่แววตามีประกายของความหวังบาง ๆ"ไอ้หนูดี! นี่แกกำลังไลฟ์อยู่เหรอ" เสียงเรียกของ พี่แป้ง สาวข้างบ้านวัยไล่เลี่ยกันที่มักเอาข้าวเอาน้ำมาฝากเสมอ เดินเข้ามายืนพิงกรอบประตู เรียกความสนใจจากคนที่กำลังไลฟ์ขายขนมได้เป็นอย่างดี"พี่ว่าแบบนี้คนไม่ดู
Read More
แต่งตัวแบบนี้ขายของหรือขายอะไร(2)
ภายในห้องตรวจอันอบอุ่นของอนามัยกลายเป็นที่พึ่งพิงยามฉุกเฉินของเด็กน้อยวัยสี่ขวบ พีทนอนตัวสั่นอยู่บนเตียงตรวจ ดวงตากลมโตที่เคยสดใสเริ่มปรือเพราะพิษไข้ ผิวแก้มแดงจัดและเสียงหายใจหอบ ๆ เรียกความห่วงใยจากผู้ใหญ่ในห้องโดยอัตโนมัติ"ตัวร้อนจัดเลยเนี่ย ทำไมปล่อยให้เป็นขนาดนี้แล้วถึงพามานะ" องศาเอ่ยเบา ๆ พลางใช้ปลายนิ้วแตะหน้าผากเด็กน้อยก่อนจะหยิบปรอทวัดไข้ขึ้นมาอย่างชำนาญ"แม่หนูดีกำลังขายของอยู่ครับ พีทอดทนไหว" เสียงของคนป่วยดังเบา ๆ ราวกับพยายามจะแก้ต่างแทนแม่ตัวเอง"อืม" องศาตอบในลำคอขณะหยิบยาลดไข้ เมื่อเดินกลับมาหาพีทแล้วให้อีกคนกินมันลงไปก่อนตบบ่าพีทเบา ๆ"เดี๋ยวก็หายแล้วครับ พีทเก่งที่สุดเลย อดทนไว้นะ" ถึงจะไม่ชอบหน้าแม่ของเด็กน้อยคนนี้เท่าไหร่ แต่ก็อดจะเอ็นดูและสงสารเจ้าก้อนน้อยบนเตียงผู้ป่วยนี้ไม่ได้จริง ๆ ไม่รู้ว่าหน้าตาเหมือนใคร ไม่เห็นจะไปทางแม่เลยสักนิด แต่ยิ่งมองกลับยิ่งรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก"พี่หมอ" เสียงเด็กน้อยที่อ่อนแรงแต่ยังมีประกายความอยากรู้อยากเห็นดังขึ้นเบา ๆ ทำเอาหมออนามัยหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนเลิกคิ้วถาม"หืม""พี่หมออายุเท่าไหร่เหรอครับ" องศาหลุดหัวเรา
Read More
แต่งตัวแบบนี้ขายของหรือขายอะไร(3)
ปลัดวายุหันหน้ามามองหญิงสาวที่ตัวเปียกปอนพร้อมผ้าขนหนูคลุมกายกับเด็กน้อยที่ดูท่าทางป่วยจนแทบยืนไม่อยู่"ไป ๆ ลูก เรากลับบ้านกันดีกว่า" ยายสำลีรีบบอกลูก ๆ ที่กำลังให้ความสนใจไปที่สองคนแม่ลูกนั้นจนกลัวว่าจะเกิดใจดีชวนสองคนนั้นกลับด้วยเสียงฟ้าคำรามดังก้องเหนือหลังคาอนามัย ในขณะที่ม่านฝนเทลงมาจนมองเห็นทางได้แทบไม่ชัด หนูดีอุ้มพีทไว้แนบอก เด็กชายยังหน้าแดงและซบอกแม่หลับ ๆ ตื่น ๆ พลางไอแผ่ว ๆ"นี่เธอจะกลับยังไง" เสียงทุ้มต่ำของหมอองศาดังขึ้น ทำเอาหญิงสาวชะงักกลางสายฝน เช่นเดียวกับยายสำลีที่ใจแป้วไปแล้ว"ฉันเอามอเตอร์ไซค์มา เดี๋ยวรอฝนซากว่านี้จะพาลูกกลับ" หนูดีตอบเบา ๆ กอดลูกแน่นกว่าเดิม องศาขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน"บ้าไปแล้วเหรอ ฝนตกหนักขนาดนี้จะพาเด็กไข้ขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ฝ่าฝนไปเนี่ยนะ" น้ำเสียงแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน"ก็...""ไม่มี ‘ก็’ ! เดี๋ยวฉันไปส่ง" เขาขัดเสียงแข็ง "ส่วนมอเตอร์ไซต์ (ค์) นั่นทิ้งไว้ที่นี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยมาเอาไปก็แล้วกัน" หนูดีเม้มปากแน่น ใบหน้าฉายความลำบากใจ ไม่ใช่เพราะกลัวน้ำฝนแต่เพราะต้องนั่งรถไปกับเขาต่างหาก"มีอะไรกันเหรอ" ปลัดวายุเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าของแต่
Read More
แต่งตัวแบบนี้ขายของหรือขายอะไร(4)
รถยนต์แล่นไปตามทางลูกรังสีแดงแสนขรุขระของบ้านแถบชนบท จนกระทั่งมาจอดหน้าบ้านไม้เก่า ๆ หลังหนึ่ง ไฟหน้ารถส่องให้เห็นบานประตูไม้เก่าที่สีถลอก เมื่อเห็นเช่นนั้นหนูดีที่นั่งอยู่ก็รีบปลุกลูกชายให้ตื่นขึ้นมา"พีท ตื่นลูก ถึงบ้านแล้ว" เด็กน้อยไม่ขยับแต่กลับยิ่งซุกหน้าแน่นกับแขนองศา"ส่งมาเถอะ เดี๋ยวฉันอุ้มลงไปเองค่ะ" หนูดีเอื้อมมือไปหมายจะดึงลูกออกจากอ้อมอกของคนที่เธอไม่อยากให้เข้าใกล้เลยแม้สักนิด แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับยิ่งทำให้เธอใจหวิว"อย่า" องศาเอ่ยเสียงเรียบพร้อมเอี้ยวตัวหลบเธอ "เขากอดฉันแน่นขนาดนี้ ถ้าปลุกตอนนี้ เดี๋ยวร้องลั่นรถ มาเปิดประตูให้ฉัน เดี๋ยวจะอุ้มไปส่งเอง" หนูดีชะงักเมื่อเห็นท่าทีมั่นคงของเขาก่อนจะยอมหลบให้หมอหนุ่มอุ้มพีทลงจากรถอย่างว่าง่ายภายในบ้านของหนูดีเป็นเพียงบ้านไม้เล็ก ๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์มากนัก มีเพียงฟูก มุ้งกับของเล่นเด็กเก่า ๆ บนพื้น องศามองไปรอบห้องช้า ๆ แม้ไม่พูดอะไรแต่นัยน์ตาของเขากลับฉายแววสงสารเงียบ ๆ"องศาวางตรงนี้เลย" เสียงหวานเอ่ยบอกชายหนุ่ม ทำให้เขารู้ตัวว่าเผลอเสียมรรยาทกับอีกคนเข้าให้แล้ว"อืม" เขาวางพีทลงบนฟูกอย่างช้า ๆ เพราะกลัวว่าอีกคนจะตื่นขึ้นมา
Read More
4 เรียกฉันว่าพ่อคนเดียวก็พอ
บทที่ 4 เรียกฉันว่าพ่อคนเดียวก็พอแชตองศา : พาแม่กลับบ้านไปก่อนเลย เดี๋ยวกูตามไปทีหลังปลัดวายุ : ทำไมอะปลัดวายุ : ถ่านไฟเก่าปะทุเหรอวะองศา : ถ่านไฟเก่าพ่อมึงสิปลัดวายุ : พ่อเดียวกัน ไอ้ควาย!ปลัดวายุวางโทรศัพท์มือถือลงที่ข้างลำตัวเมื่อพูดคุยกับน้องชายผ่านโปรแกรมแชตเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาไม่ทันได้พูดอะไรก็เลือกที่จะเข้าเกียร์และขับรถออกไปในตอนนั้น ก่อนจะได้รับเสียงคัดค้านจากมารดา"อ้าว! เดี๋ยวสิ" ยายสำลีร้องเสียงหลง เมื่อจู่ ๆ ลูกชายคนโตก็ออกรถโดยที่ลูกชายคนเล็กยังไม่กลับขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ "แล้วองศาล่ะ องศายังไม่มาเลยนะ ตาวายุ""มันบอกให้เรากลับก่อนเลยน่ะแม่""ได้ยังไงล่ะ ฉันจะเอาตาองศากลับด้วย จอดรถเลย จอด" ยายสำลีไม่พูดเปล่าแต่ยังทำท่าจะเปิดประตูรถยนต์ของลูกชายอีกด้วย ดีที่เธอไม่ได้หัวสมัยใหม่ขนาดนั้นจึงไม่อาจเปิดประตูที่ล็อกเอาไว้ได้"วันนี้แม่ทำตัวแปลก ๆ นะเนี่ย" ยายสำลีชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากลูกชาย "ดูลุกลี้ลุกลนแล้วก็อารมณ์เสียแปลก ๆ แม่มีอะไรปิดบังผมกับไอ้องศามันอยู่หรือเปล่า""ฉันจะไปมีอะไรปิดบังพวกแกได้" ยายสำลีนิ่งลงเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้จะเปิดประตูรถ"ถ้าไ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status