LOGINวันนี้ฮูหยินคนใหม่หมาดๆ อย่างข้าต้องไปตัดชุดแพรพรรณใหม่หลายชุด คุณชายเหวินเซวียนจึงแวะไปส่งข้าที่ร้านขายผ้าประจำเมือง โดยมีเพื่อนสาวใช้ของข้าติดตามไปด้วยสองคน คือ ‘อาเจีย’ และ ‘หลี่ลี่’ พวกนางบิดกายกระมิดกระเมี้ยนเขินอายอยู่ข้าง ๆ ข้าตลอดทาง
และเมื่อรถม้าเคลื่อนมาถึงหน้าร้านผ้า บุรุษรูปหล่อบาดตา ร่างกายสูงใหญ่แถมยังมีสง่าราศีเปี่ยมบารมีอย่างคุณชายเหวินเซวียน ก็ตกเป็นเป้าสายตาของสตรีและผู้คนทั้งตลาดอย่างช่วยไม่ได้!
“ข้าไปทำงานก่อนนะ... เดี๋ยวจะมารับ”
“เดี๋ยวเจ้าค่ะคุณชาย!” ข้ารีบเอ่ยดักไว้
“ทำไมหรือ... ลืมหอมแก้มข้าก่อนไปหรืออย่างไร” เขายกยิ้มยั่ว
“เปล่าเจ้าค่ะ! ข้าขอเงินไว้ซื้อขนมหน่อย... ข้าไม่มีเงินติดตัวเลยสักอีแปะเดียวอ่า!”
“เอาไปเลย... ร้อยตำลึง! เดี๋ยวข้ากลับมารับพาไปกินเป็ดย่างหนังกรอบนะ”
พอได้เงินตั๋วเงินก้อนโตและโดนล่อด้วยของกินเลิศรส ข้าก็ยิ้มแฉ่ง ขยิบตาตอบตกลงอย่างว่าง่ายทันที!
ยามที่คุณชายเหวินเซวียนขึ้นรถม้าแล่นลับตาไป เพื่อนสาวใช้ทั้งสองก็พากันพุ่งกรูเข้ามาหาข้า หลี่ลี่ถลาเข้ามาเขย่าแขนข้าก่อนใครเพื่อนด้วยความตื่นเต้น!
“โอ๊ย! เยว่เอ๋อร์! คุณชายหลี่เหวินเซวียนหล่อเหลาเขย่าดวงใจยิ่งนัก! เจ้าทนสบสายตากับเขาได้อย่างไรกัน!”
“หล่อเหลาหรือ... ข้าคิดว่าก็ธรรมดาเฉยๆ นะ”
“นังเด็กนี่เล่นตัว!” หลี่ลี่ทำท่าจะพุ่งเข้ามาบีบคอข้าด้วยความหมั่นไส้ “เป็นอย่างไรบ้างๆๆ! เมื่อคืนเข้าหอ... เด็ดดวงหรือไม่!”
“ก็... ก็ดี คุณชายมัดกล้ามล่ำสันมาก!”
อาเจียกับหลี่ลี่ทำหน้าเหวอตาโตทันที หลี่ลี่ร้องกรี๊ดลั่นก่อนจะปรบมือ
“ดีใจเอ๋ยดีใจ! วาสนาส่งให้เพื่อนข้าได้สามีสุดแสนเลิศ!”
“เออๆ! แล้วเจ้าครางซี้ดอา... ซี้ดอาไปกี่รอบแล้วฮะเยว่เอ๋อร์!”
อาเจียยกมือเท้าเอวถาม เดินหมุนวนรอบตัวข้าอย่างสำรวจตรวจสอบและจับผิด เหตุเพราะพวกเราเคยสาบานร่วมกันว่าจะไม่มีคนรักเป็นอันขาด! แต่จู่ๆ ข้ากลับข้ามขั้นไปแต่งงานมีสามีเป็นตัวเป็นตนเสียอย่างนั้น!
ข้าหน้าแดงแปร๊ดร้อนผ่าวไปถึงใบหู รีบเอ่ยเฉไฉเบี่ยงเบนประเด็นไปเรื่องอื่นทันควัน!
“ซี้ดอาซี้ดอาอันใดของพวกเจ้ากัน!”
“ก็ปี้กันอย่างไรเล่า!” หลี่ลี่อธิบายขยายความแบบชัดเจนแจ่มแจ้ง “เจ้ามีรู ห ถูกหรือไม่... คุณชายเหวินเซวียนของเจ้าก็เอาท่อนลึงค์สอดใส่เข้ามาอย่างไรเล่า! คุณชายเหวินเซวียน เอาแท่งเนื้อสอดใส่ร่องรักของเจ้ากี่รอบแล้ว!”
“ยังเจ้าค่ะ!” ข้าสั่นหน้าไปมาอย่างนึกแขยง
อาเจียกับหลี่ลี่หันมาสบตากันทันควัน ก่อนจะพุ่งเข้ามายึดแขนข้าไว้แน่น!
“พวกข้าไม่เชื่อ! แท่งเนื้อทั้งใหญ่ทั้งยาวเหมือนในภาพวาดวังวสันต์ (ภาพสยิวโบราณ) หรือไม่!”
“ใหญ่ยาว...” ข้าทวนคำถาม พลางคิดๆ อยู่ครู่หนึ่งถึงจะเข้าใจความหมาย “พวกเจ้าหมายถึง... แท่งลึงค์ของคุณชายเหวินเซวียนน่ะหรือ?”
“ใช่น่ะสิ! เจ้านี่ซื่อบื้อจนข้ากลุ้มใจแทน! โตมาอย่างไรถึงไม่เคยแอบดูภาพวาดวังวสันต์เลยฮะ! ดูเสีย... คนเขากำลังร่วมอภิรมย์กัน!”
อาเจียรีบคลี่แผ่นกระดาษภาพวาดสยิวโบราณที่ซุกซ่อนไว้ในอกเสื้อออกมาให้ข้าดู! ในภาพวาดนั้น ฝ่ายหญิงกำลังอ้าขา ปากร้องครวญคราง ส่วนฝ่ายชายกำลังขยับเอว สอดลึงค์กระแทกกระทั้นอย่างดุเดือด! ข้าเห็นแล้วตาโตเท่าไข่ห่าน หน้าแดงจัดร้อนผ่าว ก่อนจะรีบสั่นหัวดิกๆ
“ไม่ๆๆ! คุณชายเหวินเซวียนไม่ใช่คนเช่นนั้น! เขาต้องไม่รังแกข้าถึงเพียงนี้แน่ๆ!”
“แต่งงานคำนับฟ้าดินกันแล้ว เรื่องปี้กันมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของสามีภรรยา!”
“แต่ข้ายังไม่พร้อมนี่นา...”
“ไม่พร้อมแล้วยอมแต่งกับเขาทำไมเล่า!”
“เยว่เอ๋อร์ไม่คุยกับพวกเจ้าแล้ว... งอน!” ข้าสะบัดหน้าหนี
“ฮ่าๆๆ ค่ำคืนนี้เจ้าโดนขยี้แน่ๆ! เตรียมตัวเตรียมใจรอได้เลย เจ้าเสร็จแน่! แล้วอย่าลืมกลับมาเล่าให้พวกข้าฟังแบบละเอียดยิบด้วยนะ! โดนท่าไหน โดนกระแทกอย่างไร แตกกี่น้ำ... จดบันทึกไว้ด้วยนะ!”
ม่ายยยยย... ข้ากับคุณชายเหวินเซวียนเนี่ยนะ! ฮือออ... ตายแน่ๆ ยายเยว่เอ๋อร์เอ๋ย!
บทที่ 6 จ้องสวาททันทีที่รถม้าเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้านเครื่องประดับ...คุณชายเหวินเซวียนก็ไม่รอช้า รวบเอวข้าดึงเข้าไปกอดแน่น แล้วรั้งร่างของข้าขึ้นไปนั่งเกยอยู่บนตักหนาของเขาทันที! ใบหน้าหล่อเหลาคมคายซุกไซ้ลงที่ซอกคอหอมกรุ่นของข้า ลมหายใจอุ่นร้อนและริมฝีปากหยักกดจูบลงบนผิวเนื้อเบาๆ อย่างโหยหา ทำท่าจะฟัดและรังแกข้าให้สมกับความคิดถึง“อื้อออ... คุณชาย! หยุดก่อนเจ้าค่ะ!”ข้าใช้สองมือดันอกแกร่งของเขาไว้สุดแรง เกิดอาการเกร็งไปทั้งตัวพร้อมกับส่งสายตาหลุกหลิกไปด้านหน้า เพื่อหยุดอารมณ์เสน่หาของเขาอย่างเร่งด่วน!คุณชายเหวินเซวียนขมวดคิ้วยุ่งอย่างขัดใจ “หยุดทำไมกันเด็กดี... ข้าคิดถึงเจ้านะ”“คื... คือว่า...” ข้ากลืนน้ำลายเอื้อก พลางชี้ปลายนิ้วสั่นๆ ไปยังมุมภายในรถม้าเมื่อคุณชายเหวินเซวียนตวัดสายตาไปมองตามนิ้วของข้า... เขาก็พบกับอาเจียและหลี่ลี่ สองสาวใช้ที่เบียดตัวนั่งยิ้มแห้งๆ ตาโตเท่าไข่ห่านอยู่ตรงมุมรถม้า! พวกนางจ้องมองการกระทำอันเร่าร้อนของคุณชายตาไม่กระพริบ!เมื่อเห็นคุณชายหลี่เหวินเซวียนจ้องกลับมาด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง หลี่ลี่ก็รีบยิ้มเจื่อนๆ ยกมือขึ้นประสาน แล้วทำท่าผายมือเชื้อเชิญอย
คุณหนูเฉินสวี่ฉีกระทืบเท้าเดินหน้ามุ่ยผ่านตรอกเพื่อจะกลับจวนสกุลเฉิน...ยามนั้น ‘คุณชายลั่ว’ บุรุษเสเพลร่างสูงล่ำบึ้ก เขาคือหนึ่งในคู่นอนที่เคยชิมเต้าหู้และเล่นสวาทกับนางมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน! พอบังเอิญเห็นคุณหนูเฉินเดินหน้าบูดบึ้งมาแต่ไกล จึงรีบยิ้มกริ่มพุ่งเข้ามาหยอดคำหวาน เผื่อจะได้ร่วมอภิรมย์กับนางอีกสักรอบ!“น้องสวี่ฉีหงุดหงิดอันใดมาหรือจ๊ะ... บอกพี่ลั่วสิ เดี๋ยวพี่ไปจัดการยกพวกตบมันให้เอง!”“ไปไกลๆ เลย! ไม่ต้องมายุ่งกับข้า!” คุณหนูเฉินตวาดใส่“อย่าทำเล่นตัวเล่นลิ้นไปหน่อยเลยน่า...” คุณชายลั่วหัวเราะหื่นกาม “เดินออกมาจากหลังร้านตาเฒ่าแบบนี้ เขาทำให้อารมณ์ของเจ้าค้างเติ่งล่ะสิ! ถึงพี่ลั่วจะไม่ได้มีเงินมากมายเท่าตาเฒ่านั่น... แต่พี่มีลึงค์ใหญ่ยาวนะจ๊ะ! เดี๋ยวพี่ลั่วจะช่วยกระแทกส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ให้เองนะ!”“ไอ้เลว! ไร้ยางอายนักนะ!”คุณชายลั่วร่างบึ้กยิ้มกริ่มรับคำด่าอย่างไม่สะทกสะท้าน... เพราะเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา คุณชายลั่วก็ได้สอดลึงค์กระแทกกระทั้นคุณหนูเฉินปากดีคนนี้สมใจอยาก ณ หลังตรอก!คุณหนูเฉินยืนกระต่ายขาเดียว ยืนโหนตัวยกขาข้า
บทที่ 5 คุณหนูแสนร้ายภายในห้องบัญชีลับหลังเรือนการค้าใหญ่... มีสองร่างกำลังขึ้นควบขี่กันอย่างเมามันส์!“อ๊ะ... อ๊า... ท่านคหบดีเจ้าขา... กระแทกกระทั้นเก่งเหลือเกินเจ้าค่ะ”คุณหนูเฉินสวี่ฉีครวญครางด้วยน้ำเสียงยั่วยวน นางนั่งคร่อมอยู่บนตักของท่านคหบดีใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล วัยหกสิบกว่าปี แล้วขย่มเรือนร่างเข้าใส่ไม่ยั้ง! นางอุตส่าห์ทอดสะพานส่งสายตาวิบวับตั้งแต่ตอนพบกันที่งานชุมนุมการค้า ดังนั้นจึงเข้าทางท่านคหบดีเฒ่าตัณหากลับ รีบพาคุณหนูโฉมงามมาสนองตัณหาให้ถึงในห้องส่วนตัวทันที“เสียวซ่านหรือไม่เจ้าคะท่านคหบดี...”“เสียวมากเลยล่ะสวี่ฉีเอ๋ย...”“ซี้ดดด อาส์...” คุณหนูเฉินเร่งเสียงครางกระเส่าเพื่อเอาอกเอาใจ อกเอวร่อนส่ายขย่มสุดฤทธิ์พลางเอ่ยปากชมฉอเลาะ “อูยย... ท่านช่างอึ๊บมันส์ถึงใจเหมือนเคยเลยนะเจ้าคะ สวี่ฉีเสียวจนแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว”“อูยย... ร่องตอดรัดแน่นหนึบ อร่อยมากจ้ะ”&l
ยังไม่ทันที่พวกข้าจะได้หมุนตัวเดินออกจากร้านผ้า... คุณหนูเฉินสวี่ฉีก็เยื้องกรายเข้ามาขวางทางไว้! นางยืนเชิดหน้า กอดอกมองข้าด้วยสายตาถากถางและเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งบาดหู“นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน... สุดท้ายพวกไม่รู้จักเจียมตัวก็ย่อมต้องรู้สำนึกและรู้จักหลีกทางให้แก่ผู้ที่สูงส่งกว่าอยู่วันยันค่ำ! จำใส่หัวเอาไว้เสียด้วยนะ... สิ่งใดก็ตามที่ข้าต้องการ สิ่งนั้นล้วนต้องตกเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!”อาเจียกับหลี่ลี่ข้างกายข้าแทบจะถกแขนเสื้อพุ่งไปตบปากนาง ทว่าข้ากลับยกมือห้ามเพื่อนไว้ ก่อนจะย่อกายประสานมือคำนับนางอย่างนอบน้อมเรียบร้อย แล้วช้อนสายตาขึ้นยิ้มหวานใสซื่อส่งไปให้“คุณหนูกล่าวได้ถูกต้องแท้จริงเลยเจ้าค่ะ... สิ่งใดที่เป็นของของคุณหนู ข้าหรือจะกล้าล่วงเกินแย่งชิง...” ข้าเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะเอียงคอน้อยๆ พลางเอ่ยต่อ “...ทว่า หากของสิ่งนั้นมิใช่ของของคุณหนูตั้งแต่แรก แต่ท่านกลับเอาแต่จ้องจะแย่งชิงจากมือผู้อื่นไปเรื่อยเช่นนี้... ผู้คนในตลาดมองเข้ามา มันจะดูมิค่อยงดงามสักเท่าไรนะเจ้าคะ”คำพูดเรียบๆ แต่ตบหน้าฉาดใหญ่
ม่ายยยยย... ข้ากับคุณชายเหวินเซวียนเนี่ยนะ! ฮือออ... ตายแน่ๆ ยายเยว่เอ๋อร์เอ๋ย!“พวกเจ้ามายืนจับกลุ่มคุยสิ่งใดกันตรงนี้... เกะกะขวางทางยิ่งนัก!”น้ำเสียงเยียบเย็นแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง... ผู้ที่ก้าวเข้ามาคือ ‘คุณหนูเฉินสวี่ฉี’ นางเป็นคุณหนูโฉมงามสะพรั่ง รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ทรวดทรงเอวคอดสะโพกงอนงามดึงดูดสายตา พวกบุรุษทั่วทั้งเมืองต่างเหลียวมองตามกันตาเป็นมัน!ข้าและเพื่อนๆ จึงรีบหลบทางเดินเข้าด้านในร้านผ้าทันที โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า คุณหนูเฉินผู้นั้นกำลังจ้องมองข้าด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเพียงใด... ทว่าหลี่ลี่กลับมองเห็นเต็มสองตา!สายตาคมกริบของคุณหนูตระกูลใหญ่จ้องมองมายังข้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเหยียดยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความดูแคลนอดีตสาวใช้อย่างข้าโดยไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อย แววตาของนางแสดงออกชัดเจนว่าข้าเป็นเพียง 'ก้อนกรวดริมทาง' ที่บังเอิญลอยขึ้นมาประดับบนเกี้ยวทองคำของตระกูลหลี่เท่านั้นเมื่อเถ้าแก่เจ้าของร้านผ้าเห็นคุณหนูเฉินก้าวเข้ามา ก็รีบนอบน้อมออกมาต้อนรับทันที! คุณหนูเฉินแสดงตนว
วันนี้ฮูหยินคนใหม่หมาดๆ อย่างข้าต้องไปตัดชุดแพรพรรณใหม่หลายชุด คุณชายเหวินเซวียนจึงแวะไปส่งข้าที่ร้านขายผ้าประจำเมือง โดยมีเพื่อนสาวใช้ของข้าติดตามไปด้วยสองคน คือ ‘อาเจีย’ และ ‘หลี่ลี่’ พวกนางบิดกายกระมิดกระเมี้ยนเขินอายอยู่ข้าง ๆ ข้าตลอดทางและเมื่อรถม้าเคลื่อนมาถึงหน้าร้านผ้า บุรุษรูปหล่อบาดตา ร่างกายสูงใหญ่แถมยังมีสง่าราศีเปี่ยมบารมีอย่างคุณชายเหวินเซวียน ก็ตกเป็นเป้าสายตาของสตรีและผู้คนทั้งตลาดอย่างช่วยไม่ได้!“ข้าไปทำงานก่อนนะ... เดี๋ยวจะมารับ”“เดี๋ยวเจ้าค่ะคุณชาย!” ข้ารีบเอ่ยดักไว้“ทำไมหรือ... ลืมหอมแก้มข้าก่อนไปหรืออย่างไร” เขายกยิ้มยั่ว“เปล่าเจ้าค่ะ! ข้าขอเงินไว้ซื้อขนมหน่อย... ข้าไม่มีเงินติดตัวเลยสักอีแปะเดียวอ่า!”“เอาไปเลย... ร้อยตำลึง! เดี๋ยวข้ากลับมารับพาไปกินเป็ดย่างหนังกรอบนะ”พอได้เงินตั๋วเงินก้อนโตและโดนล่อด้วยของกินเลิศรส ข้าก็ยิ้มแฉ่ง ขยิบตาตอบตกลงอย่างว่าง่ายทันที!ยามที่







