เข้าสู่ระบบทะลุมิติมาเป็นนางร้ายที่สามีรังเกียจ กะว่าจะขอหย่าแล้วหาทางกลับบ้านสวยๆ แต่ไหงท่านอ๋องจอมเย็นชาถึงเปลี่ยนไป? "จะหย่างั้นรึ? ฝันไปเถอะ!
ดูเพิ่มเติมปัง!
เสียงประตูไม้สักบานหนาหนักถูกกระแทกปิดลงจากด้านนอกดังก้องกังวานไปทั่วห้องบรรทมที่กว้างใหญ่ ตามมาด้วยเสียงลงกลอนแม่กุญแจเหล็ก "กริ๊ก!" ที่ชัดเจนและบาดหูราวกับเสียงลั่นไกประหาร
ความเงียบสงัดโรยตัวลงมาปกคลุมทันที... เป็นความเงียบที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าเสียงตะโกน
เยว่ซิน ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตู มือเรียวเล็กที่กำสาบเสื้อคลุมไหล่แน่นจนข้อนิ้วซีดขาวสั่นระริก นางหันขวับไปทุบประตูอย่างแรง
"เฮ้ย! เดี๋ยวสิ! ปิดทำไม! ไหนบอกให้มาดูคนป่วย!"
ไร้เสียงตอบรับ... ไม่มีแม้แต่เงาขององครักษ์หรือบ่าวไพร่ที่เพิ่งลากนางออกมาจากเตียงนอนกลางดึก
"บ้าเอ๊ย..."
หญิงสาวสบถพึมพำ ก้มลงมองสภาพตัวเองแล้วอยากจะร้องไห้ ภายใต้ผ้าคลุมไหล่ผืนหนาที่คว้ามาได้อย่างลวกๆ นี้ นางสวมเพียงชุดนอนผ้าแพรบางเบาสีขาวสะอาดตาที่แนบไปกับทุกสัดส่วนโค้งเว้า... ชุดที่เหมาะสำหรับใส่นอนคนเดียว ไม่ใช่ชุดที่จะใส่มายืนต่อหน้าบุรุษเพศ!
โดยเฉพาะบุรุษผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สามี" ที่เกลียดขี้หน้านางเข้าไส้
"อึก... ร้อน..."
เสียงครางต่ำในลำคอที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความทรมานดังแว่วมาจากเตียงนอนขนาดใหญ่ใจกลางห้อง
เยว่ซินชะงัก ค่อยๆ หันกลับไปมองต้นเสียงด้วยหัวใจที่เต้นรัวเร็ว
แสงเทียนสลัวเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ บุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้า นอนบิดเร่าอยู่บนฟูกหนานุ่ม ผ้าห่มถูกถีบกระจุยกระจาย เสื้อตัวในสีขาวหลุดลุ่ยจนเผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อพราว ผิวกายของเขาแดงก่ำราวกับถูกไฟเผา
"ท่านอ๋อง..."
สัญชาตญาณความเป็นหมอในโลกอนาคตสั่งให้ขาของนางก้าวเข้าไปหา แม้สมองจะกรีดร้องว่า 'หนีไป!' ก็ตาม
นางค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ ม่านโปร่งแสงกั้นขวางระหว่างนางกับสัตว์ร้ายที่กำลังบาดเจ็บ
"ไหนดูซิ... อาการเป็นยังไง..."
นางเอื้อมมือสั่นๆ ผ่านม่านมุ้ง หมายจะจับชีพจรที่ข้อมือของเขาเพื่อตรวจดูอาการที่ว่า 'ถูกพิษ'
ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของนางแตะโดนผิวกายที่ร้อนระอุราวกับถ่านไฟ
หมับ!
มือหนาที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนาง แล้วกระชากอย่างแรงเพียงครั้งเดียว!
"ว้าย!"
โลกทั้งใบหมุนคว้าง ร่างบางของเยว่ซินเสียหลักล้มลงไปนอนทับบนอกแกร่งของเขาเต็มแรง ผ้าคลุมไหล่ที่ห่อหุ้มร่างกายร่วงหล่นลงพื้น เผยให้เห็นเรือนร่างเย้ายวนภายใต้ชุดนอนผ้าแพรบางจ๋อย
"ปล่อยนะ! ท่านเป็นบ้าอะไรเนี่ย!"
นางดิ้นรนขัดขืน แต่สายเกินไป...
จวิ้นอวี้พลิกตัวขึ้นมาคร่อมทับร่างของนางไว้อย่างรวดเร็ว กักขังนางไว้ใต้ร่างแกร่งที่ร้อนดั่งไฟ ลมหายใจหอบกระเส่าของเขารินรดลงบนใบหน้าตื่นตระหนกของนาง
ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาและไร้หัวใจ บัดนี้กลับแดงก่ำและฉ่ำเยิ้มไปด้วยความต้องการที่ปิดไม่มิด... มันไม่ใช่แววตาของคนเจ็บปางตาย แต่เป็นแววตาของนักล่าที่กำลังหิวกระหาย
"เยว่... ซิน..."
เขาครางชื่อนางเสียงพร่า จมูกโด่งกดลงมาสูดดมความหอมที่ซอกคอของนาง
วินาทีนั้น เยว่ซินตระหนักได้ทันทีว่า 'ยาพิษ' ที่เขาโดนคืออะไร... และ 'ยาถอนพิษ' ที่พวกองครักษ์ต้องการส่งมาให้เขา... ก็คือ ตัวนางเอง!
นี่ไม่ใช่แค่การรักษา... แต่มันคือกับดัก!
กับดักราตรียาวนาน ที่จะเปลี่ยนชีวิตของนางและเขาไปตลอดกาล
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เสียงร่ำไห้สะอื้นของเหล่าบ่าวไพร่คนสนิทดังระงมไปทั่วเรือนพัก แต่กระนั้นก็ยังไม่อาจกลบเสียงกระซิบกระซาบที่ดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ เมื่อทุกคนต่างมองไปยังร่างของ พระชายาเยว่ซิน ที่นอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง
"น่าเวทนานัก" บ่าวอาวุโสคนหนึ่งปาดน้ำตา "แม้จะเป็นถึงธิดาคนเดียวของท่านแม่ทัพผู้ค้ำจุนแผ่นดิน แต่กลับไม่เคยได้รับความรักจากท่านอ๋องจวิ้นอวี้เลยสักนิด"
"ชู่ว์! เบาหน่อย" อีกเสียงกระซิบตอบ "ก็ใครใช้ให้พระนางใช้อำนาจบิดาบีบบังคับให้ท่านอ๋องแต่งงานด้วยเล่า! ทั้งที่ใครๆ ก็รู้ว่าท่านอ๋องมี คุณหนูไป๋ลู่ สหายสมัยเด็กอยู่ในใจมาตลอด"
"เรื่องที่เกิดขึ้นริมสระนั่น ข้าได้ยินว่าพระชายาทรงโกรธเกลียดคุณหนูไป๋ลู่ จึงผลักนางตกน้ำ!"
"ใช่! แล้วพระองค์ก็แกล้งกระโดดตามลงไป หวังจะให้ท่านอ๋องเลือก แต่ผลกลับเป็นท่านอ๋องจวิ้นอวี้พุ่งไปช่วยคุณหนูไป๋ลู่ ปล่อยให้พระชายาจมน้ำจริงๆ!"
เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกัน เหล่าบ่าวไพร่ต่างมองร่างที่บัดนี้ซีดเผือดราวกับไร้วิญญาณบนเตียงด้วยแววตาซับซ้อน ทั้งสมเพชเวทนา และแอบสมน้ำหน้าอยู่ลึกๆ
"อื้อ... ใครมาร้องไห้น่ารำคาญจริงๆ คนจะนอน!"
ท่ามกลางเสียงสะอึกสะอื้นระงมที่ดังอยู่รอบตัว เยว่ซิน ก็ค่อยๆ ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ เปลือกตาหนักอึ้งพยายามปรือเปิดขึ้นทีละน้อย
(นี่ฉันนอนอยู่ที่โรงพยาบาลเหรอ? ทำไมเสียงดังอย่างกับมีงานศพ)
เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ เยว่ซิน พระชายาผู้เป็นนางร้ายในยุคจีนโบราณเสียแล้ว
"โว้ย! หนวกหู! บอกว่าคนจะนอนไงเล่า!"
ทันทีที่สติเริ่มกลับมาบ้าง หญิงสาวก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งพรวดบนเตียง พร้อมกับตวาดลั่นด้วยความหงุดหงิดตามประสาคนนอนไม่อิ่ม ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเหล่าบ่าวไพร่ที่กำลังคุกเข่าร้องไห้อยู่ข้างเตียง คือภาพของพระชายาที่เมื่อครู่ยังนอนนิ่งราวกับศพ บัดนี้กลับลุกขึ้นนั่งจ้องเขม็ง ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้าง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเปียกชื้น
"กรี๊ดดดดดดดด!"
"ผะ... ผี! พระชายาเป็นผี!"
"พระชายาฟื้นแล้ว!"
บ่าวไพร่คนหนึ่งร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนที่วงร้องไห้จะแตกฮือ เหล่าบ่าวไพร่ต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว พากันวิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง ชนข้าวของล้มระเนระนาด บางคนถึงกับล้มลุกคลุกคลานเพื่อหนีออกจากห้องให้เร็วที่สุด
เยว่ซินนั่งงงอยู่บนเตียง มองดูเหตุการณ์ชุลมุนตรงหน้าด้วยความมึนงง
"ผีเผออะไรของพวกแก นี่มันเล่นละครอะไรกันเนี่ย? แล้วที่นี่มันที่ไหน?!"
เธอก้มมองชุดผ้าไหมโบราณเปียกชื้นที่ตัวเองใส่อยู่ ก่อนจะต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ เพิ่งจะส่งคุณหนูไป๋ลู่กลับถึงเรือนรับรองของนาง ร่างบอบบางที่เปียกปอนและยังตัวสั่นไม่หาย ทำให้เขาต้องใช้เวลาปลอบประโลมอยู่ครู่ใหญ่ด้วยความเป็นห่วง
ทว่าทันทีที่เขาก้าวพ้นจากเรือนของสหายวัยเด็ก ความวุ่นวายและเสียงกรีดร้องโวยวายจากทิศทางเรือนพักของพระชายาก็ดังแว่วมาถึง
"เกิดเรื่องอันใดขึ้น!" เขาตวาดถามองครักษ์เงาที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"ทูลท่านอ๋อง เมื่อครู่มีบ่าวไพร่จากเรือนพระชายาวิ่งหน้าตื่นมาแจ้งว่า..." องครักษ์เงาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะรายงานตามความจริง "พวกเขาแจ้งว่าพระชายาสิ้นพระทัยแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
จวิ้นอวี้ชะงักฝีเท้าไปชั่วขณะ หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างประหลาด... นางตายแล้ว?
"แต่ว่า..." องครักษ์รีบกล่าวต่อ เมื่อเห็นความโกลาหลระลอกใหม่ดังมา
"เมื่อสักครู่ บ่าวไพร่วิ่งหนีออกมาอีกระลอก บอกว่าพระชายาฟื้นคืนชีพแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกเขากำลังแตกตื่น คิดว่าพระชายาเป็นผี!"
คิ้วเข้มของท่านอ๋องจวิ้นอวี้ขมวดมุ่นเข้าหากันทันที
สิ้นใจแล้ว แต่กลับฟื้นขึ้นมา?
เขาสะบัดชายแขนเสื้ออย่างแรง มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนของพระชายาทันที ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะอธิบาย เขาไม่รู้ว่าควรรู้สึกดีใจหรือเสียใจดี
ดีใจ... ที่อย่างน้อยนางยังไม่ตาย และเขาคงไม่ต้องรับมือกับโทสะของท่านแม่ทัพผู้เป็นพ่อตา
หรือเสียใจ... ที่ตัวปัญหาอย่างเยว่ซิน ผู้หญิงที่ใช้อำนาจสกุลบีบบังคับให้เขาต้องแต่งงานด้วย ยังคงไม่หายไปจากชีวิตเขาสักที
เยว่ซินพยายามยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ร่างกายที่เพิ่งผ่านการจมน้ำมาหมาดๆ ทั้งหนักอึ้งและหนาวสั่นไปถึงกระดูก
"พระชายา! ทรงฟื้นแล้ว! บ่าวอยู่นี่เพคะ!"
เสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างของบ่าวรับใช้หญิงที่ยังอยู่ในวัยสาว กิริยาท่าทางดูภักดี นางคือ ชิงเหอ บ่าวคนสนิทที่แม้จะตกใจวิ่งหนีไปในตอนแรก แต่ก็รีบตั้งสติวิ่งกลับเข้ามาดูนายของตนทันที นางโผเข้ามาเพื่อจะประคอง
"อย่ามาแตะต้องฉัน!"
เยว่ซินสะบัดแขนผลักบ่าวคนสนิทออกไปอย่างแรงด้วยความตกใจและระแวง เธอไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้! ชิงเหอล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความงุนงง "พระชายา..."
เยว่ซินไม่สนใจเสียงเรียกนั้น เธอก้าวถอยหลังอย่างไม่มั่นคง สายตากวาดมองไปรอบๆ ห้องด้วยความสับสน นี่มันไม่ใช่ห้องนอนของเธอ!
ห้องนี้กว้างขวางโอ่โถง แต่กลับเต็มไปด้วยของประหลาด เตียงไม้สลักลายวิจิตรที่เธอนั่งอยู่ ม่านปักลายหงส์สีแดงสด โต๊ะเครื่องแป้งไม้ขัดมันวาวที่มีกระจกทองเหลืองโบราณตั้งอยู่ แม้แต่กระถางกำยานที่ยังลอยควันจางๆ ทุกอย่างดูเหมือนฉากในละครจีนโบราณไม่มีผิด!
(นี่มันเรื่องบ้าอะไร)
เพียะ!
เยว่ซินยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองอย่างแรง!
"โอ๊ย! เจ็บ..."
ความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาบนแก้มนั้นชัดเจนและสมจริงเกินไป นี่ไม่ใช่ความฝัน!
(อย่าบอกนะว่าฉันทะลุมิติมา?! มันจะเกิดขึ้นได้ยังไง! ฉันก็แค่... ฉันก็แค่นอนหลับอยู่ในห้องนอนของตัวเองเฉยๆ!)
ทันใดนั้นเอง...
"อ๊า!"
เยว่ซินร้องออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บปวดระลอกใหม่จู่โจมเข้าที่ศีรษะ ภาพและเรื่องราวที่ไม่ใช่ของเธอจู่ๆ ก็ฉายซ้ำเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว ภาพการแต่งงานที่ไร้รอยยิ้ม สายตาเย็นชาของท่านอ๋องจวิ้นอวี้ รอยยิ้มเย้ยหยันของไป๋ลู่ ความอัปยศอดสูจากการถูกบังคับ และความรักที่คลั่งไคล้ ความเจ็บปวดที่เฝ้ารอ...
ความรู้สึกที่ "เจ็บช้ำ" อย่างแสนสาหัสของเจ้าของร่างเดิมถาโถมเข้าใส่จิตใจของเธออย่างจัง!
"อึ่ก..."
เยว่ซินรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจอย่างรุนแรง มันเป็นความเจ็บที่บีบคั้นจนหายใจไม่ออก และไม่ทันที่เธอจะได้ประมวลผลอะไรต่อ น้ำตาสองสายก็ไหลทะลักออกมาจากดวงตาของเธออย่างห้ามไม่ได้ มันไหลออกมา... ราวกับว่าตัวเธอเองคือคนที่รักสามีเลวผู้เย็นชาคนนั้นจนแทบขาดใจเสียเอง
ยังไม่ทันที่เยว่ซินจะได้ยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกจนสุดบาน ตามมาด้วยการปรากฏตัวของบุรุษผู้หนึ่ง
เยว่ซินหันไปมองตามสัญชาตญาณ
ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองลายมังกรซ่อนเมฆก้าวเข้ามา บ่งบอกถึงสถานะสูงศักดิ์ของผู้สวมใส่ แม้ใบหน้าของเขาจะหล่อเหลาราวกับเทพเซียนสลักเสลา คิ้วกระบี่เข้มพาดเฉียง สันจมูกโด่งคม ริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มแน่นเป็นนิจ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับดำมืดและเย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปี
เขาคือ ท่านอ๋องจวิ้นอวี้ สามีของเจ้าของร่างนี้
ทว่าเยว่ซินในตอนนี้กลับไม่ได้รู้สึกตกตะลึงในความหล่อเหลาอันสมบูรณ์แบบนั้นเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่สบตากับเขา ความรู้สึก "ผิดหวัง" อย่างรุนแรงจนแทบแหลกสลาย ซึ่งเป็นของเจ้าของร่างเดิมที่หลงเหลือเอาไว้ก่อนจากไป ก็ปะทุขึ้นมาในอกอย่างบ้าคลั่ง
มันคือความผิดหวัง... ที่เขามองข้ามนาง
มันคือความเจ็บปวด... ที่เขาเลือกช่วยหญิงอื่น
มันคือความสิ้นหวัง... ที่รู้ว่าทั้งชีวิตนี้ก็ไม่มีวันได้หัวใจของเขามา
ความรู้สึกเหล่านั้นหนักหน่วงเสียจนเยว่ซินแทบยืนไม่อยู่ เธอจ้องมองใบหน้าเย็นชาของเขาผ่านม่านน้ำตา ไม่ใช่ด้วยความรัก แต่ด้วยความปวดร้าวที่ฝังลึกจนสุดจะทานทน
บทที่ 8: ค่ำคืนแห่งพันธนาการดวงตาหงส์ที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับโลหิต ฉายแววความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่กำลังปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สติสัมปชัญญะของบุรุษตรงหน้าดูเหมือนจะขาดผึงลงไปทุกขณะลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ไอร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนเยว่ซินสัมผัสได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา(ชิบหายแล้ว... อาการตาขวาง หายใจแรง ตัวร้อนเป็นไฟแบบนี้...)เยว่ซินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว(มันไม่ใช่พิษธรรมดาแน่ๆ แต่นี่มัน... ยาปลุกกำหนัด! แถมยังแรงชนิดช้างสารยังล้ม!)"เยว่... ซิน..."สุรเสียงทุ้มต่ำครางเรียกนามของนางอย่างยากลำบาก ทว่าแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ร่างสูงโถมกายลงมา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้า ก่อนที่เขาจะโน้มลงมาหมายจะครอบครองริมฝีปากอิ่ม"อย่านะ!"เยว่ซินเบี่ยงหน้าหลบด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด ทำให้ริมฝีปากที่ร้อนดั่งถ่านไฟของเขาพลาดเป้า เฉียดผ่านพวงแก้มเนียนไปประทับลงที่ซอกคอขาวผ่องแทน สัมผัสเปียกชื้นและรุนแรงทำให้ขนกายของนางลุกชันนางพยายามดิ้นรนสุดชีวิต สองมือทั้งทุบทั้งผลักแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งปานกำแพงเหล็ก"ตั้
ตอนที่ 7 : แผนร้ายหรือกับดักรักเยว่ซินกลับมาถึงเรือนพักด้วยจิตใจที่เบิกบานและเบาสบายกว่าทุกครั้ง การได้รู้ว่าตนเองไม่ใช่ "คนแปลกหน้า" เพียงลำพังในโลกต่างมิตินี้ ทำให้ความหวาดกลัวและความเหงาลึกๆ ในใจเบาบางลงไปมาก(ป่านนี้พ่อกับแม่ แล้วก็เฮีย จะเป็นยังไงบ้างนะ...)ความคิดถึงครอบครัวในโลกปัจจุบันผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง พวกเขาคงกำลังร้องไห้เสียใจ หรือกำลังวุ่นวายกับการจัดการร่างที่ไร้วิญญาณของเธอ... แค่คิดน้ำตาก็พาลจะซึมแต่แล้วเธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ในโลกนี้เธอก็มีครอบครัวเหมือนกัน(จะว่าไป... ฉันยังไม่เคยเจอ 'ท่านแม่ทัพเยว่' พ่อของร่างนี้เลยนี่นา)ในความทรงจำเดิม ท่านแม่ทัพรักและตามใจลูกสาวคนนี้มาก จนเสียผู้เสียคน แต่เยว่ซินคนใหม่กลับรู้สึกว่า เธอควรจะหาเวลาไปเยี่ยมท่านบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และศึกษานิสัยใจคอไว้ เวลาต้องออกงานสังคมหรือเจอกันข้างนอก จะได้ไม่ทำตัวเปิ่นๆ ให้ใครจับได้"พระชายาเพคะ น้ำอุ่นเตรียมพร้อมแล้วเพคะ ผสมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นกุหลาบอย่างที่ท่านชอบด้วย" ชิงเหอเดินมารายงานเสียงใส"ขอบใจมาก"เยว่ซินปลดเปลื้องอาภรณ์รุ่มร่ามออก แล้วก้าวลงไปแช่ในถังไม้ใบใหญ่ที่
ตอนที่ 6 : กฎเหล็กของผู้มาเยือน"พี่หลิน..." เยว่ซินเรียกสรรพนามแบบคนกันเอง "คือฉันถามจริงๆ นะ เพราะดูเหมือนพี่จะรู้จักเจ้าของร่างนี้ดี ยัย 'เยว่ซิน' คนเดิมเนี่ย... ร้ายกาจมากไหม?"หลินเวยเลิกคิ้ว "ถามว่าร้ายไหมเหรอ? หึ..." นางหัวเราะในลำคอ "เรียกว่า นรกส่งมาเกิด ยังน้อยไป วีรกรรมนางยาวเป็นหางว่าว แต่ที่แสบที่สุดคือเรื่องที่ทำกับฉันนี่แหละ นางวางแผนใส่ร้ายว่าฉันคบชู้ แล้วจัดฉากให้พี่ชายของนางมาเจอ ฉันเกือบโดนสั่งตายเพราะแผนนางนะยะ!"เยว่ซินหน้าถอดสี รีบยกมือไหว้ปลกๆ ด้วยความรู้สึกผิดแทนเจ้าของร่าง"เฮ้ย! จริงดิ! พี่... ฉันขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ถึงฉันจะไม่ใช่คนทำ แต่ตอนนี้ฉันอยู่ในร่างนี้ ฉันรู้สึกผิดชะมัดเลย... นี่ฉันเป็นศัตรูของเพื่อนร่วมชะตากรรมเหรอเนี่ย"หลินเวยเห็นท่าทางสำนึกผิดจนตัวลีบของเยว่ซินแล้วก็อดขำไม่ได้ นางโบกมือปัดๆ"โอ๊ย ช่างมันเถอะ! ไม่ต้องขอโทษหรอก เธอไม่ใช่ยัยนั่นสักหน่อย อีกอย่างนะ..."หลินเวยยักไหล่ ทำหน้าเอือมระอา"ถึงไม่มีแผนการของยัยเยว่ซิน ยังไงฉันกับอีตาแม่ทัพบ้านั่นก็ไปกันไม่รอดอยู่ดี""อ้าว ทำไมล่ะ? พี่ชายเจ้าของร่างนี้... แม่ทัพเยว่เฉิน เขาไม่ดีเหรอ?""ดีไหมน่
ตอนที่ 5 : พันธมิตรข้ามมิติเมื่อ หยางเฟย กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในชุดเครื่องแบบองครักษ์เต็มยศ ความหล่อเหลาก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว!ชุดเกราะหนังสีดำขลิบเงินขับเน้นช่วงไหล่ที่กว้างผ่าเผย เอวสอบรับกับเข็มขัดเส้นหนาที่คาดดาบประจำกายเอาไว้ ท่วงท่าการเดินที่มั่นคงและแววตาที่มุ่งมั่นทำเอา เยว่ซิน แทบจะละสายตาไม่ได้(อื้มหืม... งานดีพรีเมียม! ถึงสามีจะเย็นชาเป็นก้อนน้ำแข็ง แต่อย่างน้อยสวรรค์ก็ยังเมตตา ส่งอาหารตาชั้นเลิศมาให้เชยชมอยู่ใกล้ๆ แค่เห็นหน้าหล่อๆ ของหยางเฟยวันละนิด จิตใจที่ห่อเหี่ยวก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที!)ภายในรถม้าคันหรูที่ประทับตราจวนอ๋อง เยว่ซินละสายตาจากองครักษ์หนุ่มที่ขี่ม้าขนาบข้างรถม้า หันมาถามสาวใช้คนสนิท"ชิงเหอ ข้าอยากได้เสื้อผ้าใหม่ ชุดในตู้มัน... เอิ่ม... ลิเก... เอ้ย! มันฉูดฉาดไปหน่อย ข้าอยากได้ที่มันเรียบหรูดูแพง เจ้ามีร้านแนะนำไหม?"ชิงเหอนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าดูลำบากใจอย่างเห็นได้ชัดในใจของนางคิดถึงร้านผ้าที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองหลวงตอนนี้ "หออาภรณ์สกุลหลิน" ของ หลินเวย... อดีตพี่สะใภ้ของพระชายานั่นเองแต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองนั้น... ยิ่งกว่าไฟกับน้

















