LOGIN"ท่านอ๋อง... เรามาหย่ากันเถอะ" นั่นคือประโยคแรกที่ 'เยว่ซิน' เอ่ยปากทันทีที่ฟื้นจากความตาย นางยอมถอยให้เขารับสตรีในดวงใจเข้ามา ยอมถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงม่าย ขอเพียงแค่เขาปล่อยนางไป แต่ทว่า... บุรุษผู้เย็นชาตรงหน้ากลับแค่นยิ้มร้ายกาจ "หย่างั้นรึ? ฝันไปเถอะ! ตราบใดที่ตระกูลเยว่ยังค้ำฟ้า เจ้าก็ต้องตายในฐานะพระชายาของข้า!" จากความเกลียดชัง... แปรเปลี่ยนเป็นความยึดติด เมื่อนางพยายามหนี เขาจึงใช้ "ร่างกาย" เป็นกรงขัง "เตรียมตัวไว้ให้ดีเยว่ซิน... คืนนี้ข้าจะทบต้นทบดอก จนกว่าเจ้าจะลืมวิธีเขียนใบหย่า!" แนะนำนิยายเซต: แก๊งสามสาวทะลุมิติ 📖 เรื่องที่ 1 : เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม (เรื่องราวของ 'เยว่ซิน' กับ อ๋องจวิ้นอวี้) 📖 เรื่องที่ 2 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ (เรื่องราวของ 'มู่หลาน' กับ อ๋องจวิ้นเจี๋ย) 📖 เรื่องที่ 3 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ (เรื่องราวของ 'หลินเวย' กับ แม่ทัพเยว่เฉิน)
View Moreตอนพิเศษ 2: มิตรภาพข้ามเวลา และสมาคมหมูกระทะเวลาห้าปีผ่านพ้นไปราวกับสายน้ำ...ณ ลานกว้างริมสระบัวใหญ่ในจวนตระกูลไป๋ วันนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่รวมตัวของ สมาคมสตรีข้ามมิติ กลิ่นหอมฉุยของสามชั้นย่างและน้ำซุปกระดูกหมู ลอยกรุ่นมาจากเตาทองเหลืองสั่งทำพิเศษ สี่สาวเพื่อนซี้อย่าง เมิ่งซี (ขวัญ) หลินเวย (แพรว) เยว่ซิน (พิม) และ มู่หลาน (มีนา) กำลังนั่งล้อมวงคีบหมูย่างเข้าปาก พลางส่งเสียงหัวเราะพูดคุยด้วยภาษาไทยกันอย่างออกรส“น้ำจิ้มสูตรนี้เด็ดมากขวัญ! รสชาติเยียวยาจิตใจสุดๆ” พิมในร่างพระชายาเยว่ซินเอ่ยชมพลางคีบหมูสามชั้นจิ้มน้ำจิ้มรสแซ่บเข้าปาก “อยู่ที่ตำหนักอ๋อง กินแต่อาหารรสจืดจนลิ้นฉันจะพังอยู่แล้ว”“ก็ท่านอ๋องของแกห่วงสุขภาพแกนี่ยะ เอะอะก็สั่งห้องเครื่องให้ทำแต่ของบำรุง” มีนาหรือพระชายามู่หลานแซวเพื่อนขำๆ ก่อนจะหันไปชนแก้วน้ำชาที่ถูกนำมาใช้แทนน้ำอัดลมกับหลินเวย “ดื่มฉลองให้กับการรอดชีวิตและสมาคมแม่บ้านยุคโบราณของพวกเราหน่อย!”เมิ่งซีมองเพื่อนๆ แล้วหลุดหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข นานแค่ไหนแล้วที่พวกนางไม่ได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองได้เต็มที่ขนาดนี้ถัดออกไปไม่ไกลนัก ลานหญ้าเขียวขจีกลายเป
ตอนพิเศษ 1: สมาคมลับสตรีข้ามมิติการเดินทางมาเยือนเมืองหลวงครั้งแรกของเมิ่งซีเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ ไป๋อวี้เฉินต้องเข้ามาจัดการเรื่องการขยายเส้นทางค้าขายของหอวิจิตรซีซี และแน่นอนว่าคหบดีผู้คลั่งรักย่อมไม่ยอมปล่อยภรรยาไว้ที่เจียงหนานเพียงลำพังเมื่อถึงเมืองหลวง ขณะที่สามีต้องออกไปเจรจาการค้า หลินเวย หรือ แพรว เพื่อนสนิทที่รอคอยอยู่แล้วก็รีบส่งรถม้ามารับเมิ่งซีไปยังศาลาพักผ่อนส่วนตัวกลางสวนของจวนตระกูลหลินทันทีทันทีที่ก้าวเข้าไป เมิ่งซีก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าภายในศาลามีสตรีงดงามในชุดหรูหราสูงศักดิ์นั่งจิบชาอยู่ก่อนแล้วสองคน หญิงสาวเตรียมจะย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียม ทว่าหลินเวยกลับรีบดึงแขนเพื่อนรักให้มานั่งลงข้างๆ เสียก่อน“ไม่ต้องเกร็งยัยขวัญ สองคนนี้คนกันเองทั้งนั้น” หลินเวยส่งยิ้มกว้าง ก่อนจะผายมือไปยังสตรีที่สวมปิ่นปักผมระย้า“คนนี้คือ พระชายาเยว่ซิน ชายาเอกของท่านอ๋องจวิ้นอวี้ หรือ 'พิม' อดีตนักศึกษาปริญญาโทแพทย์แผนจีน... คนนี้สามีหลงรักหัวปักหัวปำ มีแค่นางเป็นชายาเอกเพียงคนเดียว”พิมในร่างพระชายาเยว่ซินแย้มยิ้มอ่อนหวาน ทว่าแววตากลับซุกซนและเป็นกันเอง “ยินดีที่ได้รู้จักนะขวั
บทส่งท้าย: กาลเวลา ลิขิตสวรรค์ และนิรันดร์ของเราห้าปีต่อมา ณ เมืองเจียงหนานสายลมวสันต์พัดพาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อให้ลอยอวลไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลไป๋ บรรยากาศภายในจวนเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะสดใสที่ดังแว่วมาจากลานกว้างหน้าเรือนใหญ่“ท่านพ่อ! จับข้าให้ได้สิขอรับ!”เด็กชายตัวน้อยวัยสี่หนาวนามว่า ‘เสี่ยวอวี้’ วิ่งเตาะแตะหนีผู้เป็นบิดาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้าง นัยน์ตาคมกริบและโครงหน้าหล่อเหลาที่ถอดแบบมาจากไป๋อวี้เฉินราวกับพิมพ์เดียวกัน ทำให้บ่าวไพร่ทั้งจวนต่างหลงรักและตามใจคุณชายน้อยผู้นี้จนแทบจะเสียคนไป๋อวี้เฉิน ในวัยที่เติบโตและสุขุมขึ้น แสร้งทำเป็นวิ่งตามไม่ทัน ก่อนจะรวบตัวบุตรชายตัวแสบเข้ามากอดแล้วอุ้มชูขึ้นสูงจนเด็กน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “เจ้าลูกเต่าตัวน้อย! คิดจะหนีพ่อรึ ยังเร็วไปร้อยปี!”เมิ่งซี นั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้นุ่มในศาลาริมน้ำ มือบางลูบหน้าท้องที่นูนป่องขึ้นมาตามอายุครรภ์เจ็ดเดือนของลูกคนที่สอง นางมองภาพสองพ่อลูกหยอกล้อกันด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขจนล้นปรี่“ฮูหยิน ระวังลมเย็นนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวบ่าวไปนำเสื้อคลุมมาให้” ชิงเยว่ ที่บัดนี้เป็นสาวใช้คนสนิ
บทที่ 69: พยานรักแห่งสองห้วงเวลาหลายสัปดาห์ผ่านไป ชีวิตในจวนตระกูลไป๋กลับมาสงบสุขและอบอวลไปด้วยความหวาน เมิ่งซีกลับไปดูแลกิจการหอวิจิตรซีซีอย่างขยันขันแข็ง โดยมีไป๋อวี้เฉินคอยรับส่งและดูแลแทบไม่ห่างกายทว่าในช่วงเช้าของวันหนึ่ง ขณะที่เมิ่งซีกำลังนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับไป๋อวี้เฉินและฮูหยินผู้เฒ่า กลิ่นปลาหนึ่งซีอิ๊วที่นางเคยโปรดปรานกลับทำให้จมูกของนางทำงานผิดปกติ“อุ๊ก...”เมิ่งซีชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ใบหน้าของนางซีดเผือดลงทันตาเห็น รสชาติอาหารที่เคยกลมกล่อมกลับกลายเป็นความพะอืดพะอมที่พุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ“เมิ่งซี เจ้าเป็นอะไรไป!” ไป๋อวี้เฉินวางตะเกียบลงทันที มือหนาประคองแผ่นหลังบางของภรรยาด้วยความตกใจ “เจ้าหน้าซีดมาก หรือว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ?”“ข้า... ข้าได้กลิ่นปลาแล้วรู้สึกเวียนหัวเจ้าค่ะท่านพี่” นางตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นวิ่งไปที่กระถางต้นไม้ด้านนอกเพื่ออาเจียนออกมาจนตัวโยนชิงเยว่รีบวิ่งตามไปลูบหลังให้เจ้านายสาวด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ซึ่งนั่งมองเหตุการณ์อยู่ตลอดกลับมีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แววตาของนางวาวโรจน์ไปด้วยคว






reviews