Se connecterชาติก่อน เธอคือนักธรณีวิทยาที่ใช้ความรู้เอาชีวิตรอดจากธรรมชาติ ชาตินี้ ดันตื่นขึ้นมาในร่างลูกสาวกบฏ กลายเป็นคณิกาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ในหอนางโลม นางใช้ไหวพริบปั่นหัวพวกขุนนางชั่วจนสะเทือนไปทั้งราชสำนัก กลางทะเลทราย นางใช้สมองเปลี่ยนผืนดินแห้งแล้งให้กลายเป็นเมืองใหญ่ เมื่อ ‘อ๋องโฉดแห่งเมืองหลวง’ ยอมจำนนต่อเสน่ห์และความร้ายกาจ และ ‘จอมทัพแห่งแดนทราย’ ยอมคุกเข่ายกทั้งชีวิตและกองทัพให้ สองบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ กับหนึ่งสตรีตัวร้าย ความรักและการแก้แค้นครั้งนี้ จะถูกจดจำไปตลอดกาล
Voir plusหลินอันหรูก้าวเข้าไปแตะท่อนแขนแกร่งของเขาเบา ๆ น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาแต่หนักแน่น "กลับกันเถิดเพคะ ท่านอ๋อง บนภูเขานี้ ไม่มีสิ่งใดให้เราต้องพิสูจน์อีกต่อไปแล้ว" เซวียนหยวนจิ้งหันมาสบตากับนาง แววตาคมกริบของเขาสงบลง ทว่าแฝงประกายความแค้นที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม "ใช่ กลับ
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งมาจากร่างของแม่ทัพเกาเจิ้น ปะทะเข้ากับกลิ่นกำยานไม้กฤษณาอันสูงส่งหน้าพลับพลาที่ประทับเขาหลงซาน ร่างของเกาเจิ้นที่กระดูกแหลกเหลวไปครึ่งตัวถูกฉางเฟิงโยนกระแทกลงบนพื้นหินอ่อนหน้าบันไดทองคำดั่งซากสุนัขตาย เลือดสดสีแดงฉานไหลซึมออกจากปากและแผลฉกรรจ์ ย้อมพรมทอสีแดงเข้มเบ
เซวียนหยวนจิ้งสูดลมหายใจลึก กำลังภายในมหาศาลไหลเวียนเข้าสู่ท่อนแขนแกร่งจนเส้นเอ็นปูดโปน เขาง้างสายธนูเหล็กกล้าจนโค้งงอดั่งจันทร์เสี้ยว เล็งตรงไปยังจุดที่นางกำหนด บนยอดผา เกาเจิ้นเห็นเซวียนหยวนจิ้งง้างธนูเล็งขึ้นมา ก็แค่นหัวเราะเยาะ "โง่เขลา! ระยะสูงเพียงนี้ คิดจะยิงข้าให้ตกม้าตายรึไง?! ร
ช่องแคบหุบเขาพยัคฆ์หมอบลึกและชันดั่งรอยขวานผ่าแยกผืนปฐพี สองข้างทางคือหน้าผาหินปูนสีเทาหม่นสูงชันกว่าสามสิบจั้ง แดดยามบ่ายส่องลงมาไม่ถึงก้นหุบเขา อากาศเบื้องล่างจึงเย็นเยียบและชื้นแฉะไปด้วยไอหมอก กลิ่นตะไคร่น้ำและกลิ่นดินโป่งโชยแตะจมูก เสียงเกือกม้าศึกกระทบเศษหินกรวดดังก้องสะท้อนไปมาระหว

















