Mag-log in“แต่ว่า...ยอดที่ลูกค้าจะสั่งมีเยอะมากเลยนะ มีหลายเจ้าที่เป็นร้านขายเคสโทรศัพท์มือถือ พวกเขาจะสั่งไปขายที่ร้านด้วยน่ะ ฉันกลัวว่าถ้าเราไม่รีบส่งของวันนี้ เกิดพวกเขาเปลี่ยนใจยกเลิกออเดอร์ไปสั่งซื้อกับร้านอื่นแทน ร้านเราจะแย่เอาน่ะสิ”
หลิวเซียนอวี๋พูดด้วยน้ำเสียงเร่งเร้า เธอกลัวว่าหากลูกค้ากลุมนี้ไม่ได้สินค้าตามที่ต้องการจะเปลี่ยนไปซื้อร้านอื่น ถ้าเป็นแบบนั้นคงน่าเสียดายแย่เลย
“อืม...แล้วมียอดสั่งซื้อเท่าไรเหรอ” จ้าวซีซีถามออกไป เพราะจะได้คำนวณว่าเธอควรจะยกเลิกวันพักผ่อนของตัวเองดีไหม
“แป๊บนะ” หลิวเซียนอวี๋ครุ่นคิดเล็กน้อย พร้อมกับดูยอดที่เธอจดไว้ ก่อนจะบอกกลับไป
“นับดูแล้วก็น่าจะประมาณสามพันอันได้ มันน่าเสียดายนะถ้าเราทำตามที่เขาขอไม่ได้”
“สามพันเลยเหรอ แล้วจะให้ฉันแพคยังไงทันล่ะเนี่ย ยอดไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะ”
พอได้ยินจำนวนสั่งซื้อ หญิงสาวจึงร้องออกมาด้วยความตกใจ อยากได้เงินขนาดไหน เธอคิดว่าไม่น่าจะแพคของทัน
หลิวเซียนอวี๋ถอนหายใจดังมาตามสายโทรศัพท์ จากนั้นจึงตอบออกมาว่า
“ก็ไม่ได้ให้เธอแพคทีละอันสักหน่อย บางเจ้าก็สั่งสองร้อยสามร้อยอัน เธอแพคในกล่องเดียวกันไม่ใช่หรือไง เอาน่าแป๊บเดียวก็เสร็จ เสียดายยอดสั่งน่ะ ถ้าครั้งนี้ส่งได้ครั้งหน้าเขาอาจจะมาซื้อกับเราอีกก็ได้”
“แล้วเธอจะมาช่วยฉันไหม” พอได้ยินอย่างนั้นจ้าวซีซีก็เบาใจ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะต้องดึงเพื่อนมาช่วยให้ได้
“ขอโทษจริง ๆ นะซีซี พอดีฉันนัดเดตไว้คงไปช่วยเธอไม่ได้น่ะ เอาเป็นว่าเธอแพคเสร็จแล้วโทรหาฉัน ฉันจะขนไปส่งให้ โอเคนะ สู้ ๆ” หลิวเซียนอวี๋พูดจบก็วางสายไปเลย
ทิ้งให้จ้าวซีซีทั้งงุนงงทั้งโมโหอยู่อย่างนั้น
“หืม...เพื่อนนะเพื่อน ทำกันได้ลงคอ จำไว้เลย” หญิงสาวได้แต่บ่น ทว่ายังไงก็ต้องไปขนเอาลังกระดาษมาแพคของอยู่ดี
เคสโทรศัพท์มือถือสามพันอันก็ไม่ได้ถือว่ามากมายอะไร อีกทั้งเธอเองก็มีของในสต็อกอยู่แล้ว ดังนั้นใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงก็แพคกล่องขนาดใหญ่เสร็จไปทั้งหมดยี่สิบกล่อง
เมื่อขนของขึ้นรถเพื่อนสาวเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอจะได้พักผ่อนเสียที
จ้าวซีซีเอนตัวลงบนโซฟาอีกครั้งจากนั้นก็หยิบเอานิยายขึ้นมาดู พอเห็นว่ามีกี่หน้าก็ยิ้มออกมาทันที
“มีแค่สองร้อยกว่าหน้าเอง อ่านคืนเดียวก็จบแล้ว”
จากนั้นหญิงสาวจึงเริ่มอ่านนิยายแทบจะไม่ลุกไปไหนเลย จะลุกจากโซฟาไปก็แค่ตอนกินอาหารเย็นเท่านั้น และเมื่ออ่านไปเรื่อย ๆ ก็พบว่านี่เป็นเพียงเล่มแรกเท่านั้นซึ่ง นิยายเรื่องนี้มีทั้งหมดสองเล่มจบ
พอได้อ่านแล้วก็รู้สึกคับแค้นใจกับเนื้อหาในนิยายเป็นอย่างมาก เพราะนางเอกของเรื่องนี้ดันเป็นคนอ่อนแอไม่สู้คน
ขนาดรู้ว่าตัวเองถูกสลับตัวจนต้องลำบากและกลายเป็นสาวชนบทยังไม่หือไม่อือ ต่างจากลูกพี่ลูกน้องที่สลับตัวกัน ฝ่ายนั้นกลับได้เป็นทายาทเศรษฐี
เรื่องราวของทั้งคู่ต่างกันราวฟ้ากับเหว แถมนางเอกของเรื่องยังถูกจับให้แต่งงานกับผู้ชายที่ดีแต่เปลือกอีก และยิ่งไปกว่านั้นนางเอกของนิยายเรื่องนี้ดันชื่อจ้าวซีซีเหมือนกับเธออีกด้วย
“โอ๊ย! ฉันจะทนอ่านนิยายเรื่องนี้จบไหมเนี่ย ทำไมไม่ฉลาดเลย จะด่าว่าโง่ก็ไม่ได้ ดันชื่อเดียวกับฉันเสียนี่ ด่าไปก็เหมือนกับด่าตัวเองยังไงไม่รู้”
หญิงสาวอ่านไปด่าไปราวกับว่าเป็นเรื่องของตัวเอง
จ้าวฉีเคยเป็นศัตรูของเธอ แต่วันนี้กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว หลังจากที่ได้พ้นโทษโทษจากการกระทำในอดีตจ้าวฉีที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งทระนงบัดนี้ดูสงบลงมาก แววตาไม่มีความโอหังอีกต่อไป“ขอบคุณนะ” จ้าวฉีพูดขึ้นเบา ๆ เธอยิ้มบาง ๆ ให้จ้าวซีซี แววตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและซาบซึ้ง“ฉันดีใจที่เธอกลับมา” จ้าวซีซีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจจ้าวฉีพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะมองไปทางปู่ทวดเซียวและตาทวดถังที่กำลังดื่มชาอยู่“ฉันสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ขอบคุณที่ให้โอกาสฉันได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้งนะคะ”ตาทวดถังพยักหน้าอย่างพึงพอใจ“ดีแล้ว คนเราต้องรู้จักแก้ไขความผิดพลาด”ปู่ทวดเซียวก็หัวเราะ“ทำผิดแล้วสำนึกได้นั่นก็เพียงพอแล้ว กินข้าวเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน”จ้าวฉีมองทุกคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะอาหาร ครอบครัวที่เธอเคยทำร้ายด้วยความริษยา วันนี้กลับเปิดโอกาสให้เธอกลับมาอีกครั้ง ภายในใจจึงรู้สึกซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูกบรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความขัดแย้งในอดีต วันนี้กลับกลายเป็นภาพของครอบครัวที่นั่งล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกันเสียงหัวเราะของเซียวฟ่านที่พูดคุยกับปู่ทวดและตาทวดดังไปทั่วห้อง เสียงพ
ตอนพิเศษ 2ภายในโรงพยาบาลบรรยากาศอบอุ่น และเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของหมอและพยาบาลที่ช่วยดูแลคนไข้ เสียงล้อเตียงคนไข้ที่ถูกเข็นผ่านทางเดิน เสียงโทรศัพท์จากเคาน์เตอร์พยาบาล และเสียงลมหายใจที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของผู้ที่รออยู่หน้าห้องคลอด ทุกอย่างรวมกันเป็นภาพที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายหน้าห้องคลอดเซียวเฉิงยืนกระวนกระวาย สองมือกำแน่นจนเหงื่อซึม แม้จะพยายามทำใจให้สงบ แต่เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของจ้าวซีซี ที่เล็ดลอดออกมาจากในห้องก็ทำให้เขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ปู่ทวดเซียวและตาทวดถังก็นั่งไม่ติด เดินไปเดินมาหน้าห้องคลอดไม่ต่างกัน“เจ็บมากไหมซีซี” เซียวเฉิงพึมพำกับตัวเอง ดวงตาแดงก่ำด้วยความเป็นห่วง“เจ้าหนุ่ม ไม่ต้องห่วงหรอก ผู้หญิงตระกูลถังของเราน่ะแข็งแรง” ตาทวดถังพยายามปลอบใจ แต่น้ำเสียงเองก็มีแววร้อนรน“ครับ...แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้” เซียวเฉิงถอนหายใจเวลาผ่านไปเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ จนกระทั่งเสียงร้องของทารกดังขึ้นจากด้านใน“โอ้โห แข็งแรงจริง ๆ!” พยาบาลคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี ก่อนที่ประตูห้องคลอดจะเปิดออก“ยินดีด้วยค่ะ เป็นเด็กชาย แข็งแรงสมบูรณ์ดีมาก”พยาบาลกล่าวก
จ้าวซีซีซบไหล่เซียวเฉิง ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองท้องฟ้ากว้าง“ดาวสวยจังเลย”เซียวเฉิงกระชับอ้อมแขนโอบไหล่เธอไว้“ใช่ สวยมาก” ชายหนุ่มยิ้ม แล้วค่อย ๆ ยกมือขึ้นชี้ไปบนท้องฟ้า “นั่นไง กลุ่มดาวไถ่จู่หรือที่ฝรั่งเรียกว่ากลุ่มดาวหมีใหญ่”จ้าวซีซีหรี่ตามองตามปลายนิ้วของเขา“อืม...ดูเหมือนกระบวยตักน้ำมากกว่าหมีนะ”“ก็ใช่ คนจีนเราเลยเรียกมันว่ากลุ่มดาวกระบวยเหนือ แต่ถ้าเชื่อมต่อดวงดาวพวกนั้นดี ๆ ก็จะเห็นเป็นรูปร่างของหมีได้” เซียวเฉิงหัวเราะเบา ๆจ้าวซีซีพยักหน้า “แล้วมีดาวดวงไหนที่สำคัญอีกไหม”เซียวเฉิงชี้ไปยังกลุ่มดาวอีกฝั่งหนึ่ง “นั่นไง กลุ่มดาวหนี่วา หรือในตำนานก็คือดาวของเทพธิดาทอผ้า ถ้าคุณสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ามันอยู่ตรงข้ามกับดาวของหนุ่มเลี้ยงวัว”“อ๋อ...” จ้าวซีซีลากเสียงยาว “ดาวของเจ้านายหนุ่มกับสาวใช้ในตำนานรักต้องห้ามสินะ”เซียวเฉิงหัวเราะ “ไม่ใช่เจ้านายกับสาวใช้หรอก เขาเป็นคู่รักกันต่างหาก แต่ถูกสวรรค์ลงโทษให้ต้องแยกจากกันและจะได้พบกันแค่ปีละครั้งในวันเทศกาลชีซี”จ้าวซีซีหันไปมองหน้าเขา “ถ้าคุณเป็นหนุ่มเลี้ยงวัว แล้วฉันเป็นเทพธิดาทอผ้า คุณจะข้ามแม่น้ำฟ้าเพื่อมาหาฉันไหม”เซียวเฉิงยิ้ม ก่อ
ตอนพิเศษ 1หลังจากงานแต่งสุดยิ่งใหญ่ผ่านพ้นไป จ้าวซีซีและเซียวเฉิงตัดสินใจออกเดินทางไปฮันนีมูนที่ทะเลสาบซีหู เมืองหางโจว เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพอันงดงามและกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนโบราณการเดินทางจากเมืองของพวกเขาไปยังหางโจวใช้เวลาหลายชั่วโมง ทั้งสองเลือกที่จะเดินทางโดยรถไฟเพื่อเป็นการรำลึกถึงความหลัง เมื่อครั้งที่พบกันครั้งแรกจ้าวซีซีนั่งมองวิวที่ผ่านไปอย่างเพลิดเพลิน ในขณะที่เซียวเฉิงอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้าง ๆ เสียงล้อเหล็กเสียดสีกับรางรถไฟเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสริมให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาผ่อนคลาย“คุณเคยไปทะเลสาบซีหูมาก่อนไหมคะ” จ้าวซีซีเอียงคอถาม ขณะวางมือลงบนกระจกหน้าต่างเซียวเฉิงเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ พลางยิ้มบาง ๆ“ยังเลย แล้วคุณล่ะ”“ฉันก็ไม่เคยเหมือนกัน แต่เคยได้ยินมาว่าทะเลสาบที่นั่นสวยมาก โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตกดิน” จ้าวซีซีพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“ได้ยินมาว่ามีสะพานแตก กับตำนานของไป๋ซู่เจินกับสวีเซียนด้วยนะ” เซียวเฉิงพยักหน้าจ้าวซีซีหัวเราะเบา ๆ“ฉันเคยดูเรื่องตำนานนางพญางูขาว ตอนเด็ก ๆ ด้วยล่ะ จำได้ว่ารู้สึกเศร้ามากตอนที่พวกเขาต้องแยกจากกัน”“งั้นก็หวังว่าฮันนีม
เซียวเฉิงชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาที่เคยหม่นหมองกลับมีประกายขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจที่หนักอึ้งตลอดหลายวันที่ผ่านมาเหมือนได้รับการปลดปล่อย เมื่อรู้ว่าจ้าวซีซีไม่ได้เลือกชิวเยี่ย ความหวังที่เคยริบหรี่ก็กลับมาสว่างไสวขึ้นอีกครั้งชายหนุ่มมองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโล่งใจ ทั้งดีใจ แต่ก็ยังคงมีความลังเลเล็กน้อย เขาไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป ทว่าใจกลับเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ราวกับว่าโอกาสที่คิดว่าสูญเสียไปหวนกลับมาแล้วเย็นวันหนึ่ง ขณะที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า แสงสีทองอ่อนทอดลงมาปกคลุมถนนหน้าร้านห้องเสื้อของจ้าวซีซี บรรยากาศอบอุ่นปนโรแมนติก แม่ค้าแผงลอยเริ่มตั้งร้าน กลิ่นขนมอบใหม่โชยมาแตะจมูก ผู้คนเดินผ่านไปมาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มจ้าวซีซียืนอยู่หน้าร้าน มองดูความสำเร็จของกิจการด้วยความภาคภูมิใจ แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือวันนี้จะเป็นวันสำคัญในชีวิตของเธอทันใดนั้นเสียงฮือฮาของผู้คนดังขึ้นเบา ๆ เธอหันไปมองก็พบว่าเซียวเฉิงในชุดสูทเรียบร้อยกำลังเดินตรงมาหาเธอ ในมือของเขาถือช่อดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ไว้แน่น“คุณเซียว วันนี้มาแปลกนะคะ ปกติไม่เคยแต่งตัวดีขนาดนี้” จ้าวซีซ
ความรักสุขงอม (จบ)วันนี้เป็นวันเปิดห้องเสื้อของจ้าวซีซี ชายหนุ่มหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปหาเธอ วันนั้นเขาแสร้งทำเป็นไม่อยู่ในงาน เพื่อหลีกหนีจากความรู้สึกที่เริ่มหนักหน่วงในใจในงานนั้นจ้าวซีซีมองหาเซียวเฉิงทั้งวัน ความใจหายเมื่อไม่เห็นเขามาร่วมงานทำให้เธอเริ่มรู้สึกผิดปกติ สายตาของเธอหันไปทุกทิศทางหวังว่าคงจะได้พบเขาทว่าเมื่อถึงเวลางานเลิก เธอก็ยังคงไม่พบเขาเลยแม้แต่เงา จ้าวซีซีรู้สึกแปลก ๆ เหมือนบางอย่างขาดหายไปจากชีวิตของเธออย่างไม่ทันตั้งตัวในคืนที่เงียบสงบ หญิงสาวเริ่มรู้สึกคิดถึงเขามากขึ้น ความรู้สึกที่เคยถูกซ่อนเอาไว้มานานปะทุขึ้นมาอีกครั้งแล้วก็เป็นอย่างนั้นซ้ำอยู่นานหลายวัน และบางคืนเธอถึงกับนอนไม่หลับ เพราะความคิดถึงนั้นวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลาเวลาผ่านไปเกือบสองอาทิตย์ หลังจากที่จ้าวซีซีเปิดกิจการของตัวเอง ลูกค้าแวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ความสำเร็จในธุรกิจทำให้เธอรู้สึกภูมิใจ แต่ในทุก ๆ วันที่เธอใช้ชีวิตตามปกติ กลับมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่างเปล่า นั่นก็คือการรอคอยเซียวเฉิงท่ามกลางความคึกคักของร้านและเสียงพูดคุยของลูกค้า เธอยังคงหวังว่าจะได้เจอเขา แม้จะพยายามปลอบใจตัว
ท่าทางที่อ่อนหวานของจ้าวมู่อิง ทำให้จ้าวซีซีเกือบหลงกลเสียแล้ว หากไม่ได้อ่านนิยายเล่มหนึ่งมาก่อน และท่าทางของหญิงสาวตรงหน้าก็สามารถหลอกคนได้จริง ๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ได้พยายามคุมสติไว้ เพราะรู้สึกถึงแววตาที่บางครั้งแอบแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ และร้ายกาจของอีกฝ่ายหากหลับตาเพียงชั่วครู่ก็จะเห็นภาพ
รอบตัวมีแต่งูพิษดังนั้นการกลั่นแกล้งจ้าวซีซีจึงไม่ใช่เพียงเรื่องสนุก แต่มันคือการระบายความอิจฉาและความโกรธแค้นของเธอ“ฉันจะนอน เธอจะไปไหนก็ไป ชิ่ว ๆ”เมื่อโบกมือไล่จ้าวหมิงหมิงแล้ว เธอก็ล้มลงบนเตียงอีกครั้ง แล้วแสร้งทำเป็นหลับไปแต่แล้วทันใดนั้น ความรู้สึกบางอย่างปะทุเข้ามา แต่เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว
“โอ๊ย! นังตัวแสบ นี่แกกล้าผลักฉันเหรอ”“ไม่กล้าก็บ้าแล้ว! แล้วเธอล่ะเป็นบ้าอะไร อยู่ดี ๆ ก็มาจิกหัวฉัน ” จ้าวซีซีโวยวายขึ้นมาบ้าง โดยที่มือยังขยี้ผมที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่พอได้ยินอย่างนั้น จ้าวหมิงหมิงจึงยันตัวขึ้นจากพื้น พร้อมกับลูบแขนที่กระแทกขอบโต๊ะเพื่อคลายความเจ็บให้ทุเลาลง ก่อนที่ดวงตาจะวาวโรจน
ทะลุมิติเข้ามาในนิยายจ้าวซีซีอดคิดไปไม่ได้ว่าที่ผ่านมาชีวิตของเธอก็เป็นแบบในนิยายเหมือนกัน เพราะเธอมักจะถูกเอาไปเปรียบเทียบกับญาติผู้พี่เสมอ อีกทั้งปู่กับย่าก็มักจะรักญาติผู้พี่มากกว่า แม้แต่พ่อกับแม่ของเธอเองก็ชื่นชมญาติผู้พี่ และยังบอกให้เธอเอาเยี่ยงอย่างจนน่าปวดหัวหญิงสาวถูกเปรียบเทียบกับญาติส







