LOGINจ้าวซีซีนั่งนิ่งพลางครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากที่ได้รู้ในนิยายเล่มหนึ่งที่ได้อ่านไป ทำให้ตอนนี้เธอแน่ใจแล้วว่าการแต่งงานระหว่างเธอกับเหวินหยวนต้องมีเบื้องหลัง และจ้าวฉีต้องเป็นคนบงการเรื่องทั้งหมด แต่รู้ดีว่ายังไงก็ต้องแก้ไขสถานการณ์ให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วชีวิตทั้งชีวิตจะไม่มีความสุขเอาน่ะสิ
‘แต่ฉันจะเริ่มต้นอย่างไรล่ะ สองแม่ลูกนั่นต้องวางแผนอย่างรัดกุมมากแน่ อีกอย่างฉันยังไม่ได้อ่านเล่มสอง แล้วจะเดินเรื่องต่อจากนี้อย่างไรดี’
หญิงสาวได้แต่คิดในใจ เพราะเพียงแค่ปฏิเสธการแต่งงานหรือให้จ้าวมู่อิงไปเกลี้ยกล่อมเหวินหยวนไม่เป็นผล หากเธอต้องการทำให้เรื่องนี้พังทลายลงก็คือต้องสร้างเรื่องให้มันใหญ่โตจนไม่มีใครสามารถควบคุมได้
ตอนนี้จ้าวซีซีเริ่มมีแผนบางอย่าง และเธอต้องการใช้ ‘ชื่อเสียง’ เป็นเครื่องมือ
ในยุคนี้เกียรติยศของหญิงสาวสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด ถ้าจ้าวมู่อิงกับเหวินหยวนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม อย่างไรเขาก็จะต้องรับผิดชอบจ้าวมู่อิงอย่างไม่มีทางเลือก
ดังนั้นหญิงสาวจึงแสร้งทำเป็นเรียกน้องสาวไปพูดคุยในลานบ้านเพียงลำพัง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำทีมีพิรุธให้คนที่แอบฟังอยู่สังเกตเห็น และคน ๆ นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น จ้าวหมิงหมิง อย่างไรล่ะ
“พี่...เรียกฉันมามีเรื่องอะไรเหรอ” จ้าวมู่อิงถามเสียงเบา สีหน้าของเธอยังมีร่องรอยของความเศร้าจากเหตุการณ์ก่อนหน้า
จ้าวซีซีทำสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะพูดออกมาเสียงเบา
“พี่มีแผนที่อาจช่วยเสี่ยวอิงได้ เธอยังอยากแต่งงานกับเหวินหยวนอยู่ไหม”
พอได้ยินอย่างนั้น จ้าวมู่อิงหน้าขึ้นสีเล็กน้อย แล้วตอบตะกุกตะกัก “ฉะ… ฉันไม่รู้”
“เธอมาไม่รู้อะไรตอนนี้ล่ะ ถ้าไม่รีบตัดสินใจ เดี๋ยวจะเสียโอกาสไปนะ แล้วถ้าเธอต้องการที่จะเป็นเจ้าสาวของเหวินหยวน พี่จะช่วยให้สมหวังเอง อย่างไรเราสองคนก็พี่น้องกัน”
“พี่หมายความว่ายังไง” เธอตกใจไม่น้อย เมื่อได้ยินอย่างนั้น
จ้าวซีซีจึงได้โน้มตัวเข้าไปใกล้น้องสาว ทำเป็นพูดเสียงเบา เพื่อให้จ้าวหมิงหมิงที่แอบฟังอยู่ต้องตั้งใจฟังมากขึ้น
“ฟังนะ พี่จะจัดการให้เธอตกน้ำที่ลำธารหลังหมู่บ้าน เชื่อสิเหวินหยวนจะต้องลงไปช่วยเธอแน่นอน พอมีคนมาเห็นว่าเขาช่วยเธอในสภาพแบบนั้น พวกเขาต้องเอาเรื่องนี้ไปพูดแน่ คราวนี้ล่ะอย่างไรเจ้าสาวต้องก็ต้องกลายเป็นเธอแน่นอน”
“อะไรนะ พี่จะให้ฉันตกน้ำจริง ๆ เหรอ พี่ก็รู้ว่าฉันว่ายน้ำไม่เป็น” จ้าวมู่อิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับความคิดนี้ แต่ก็มีความรู้สึกเห็นด้วยไม่ต่างกัน
“เธอจะกลัวอะไร แค่แสร้งทำเป็นพลัดตกลงไปในที่น้ำไม่ลึกมากก็พอแล้ว ยังไงเหวินหยวนก็จะต้องช่วยแน่ ๆ และเมื่อคนอื่นเห็นเข้า ทุกคนก็จะคิดว่าเขาทำให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียง ยังไงซะเขาก็ต้องรับผิดชอบ แล้วเธอก็จะได้แต่งกับคนที่เธอรักไง พี่เองก็ไม่ต้องแต่งกับเขา ทุกคนได้ประโยชน์ แบบนี้ดีไหมล่ะ” หญิงสาวยิ้มออกมาเล็กน้อย พร้อมกับจับสีหน้าของคนที่ได้ชื่อว่าน้องสาวไปด้วย
พอได้ยินแผนการทั้งหมด จ้าวมู่อิงยังคงมีท่าทีลังเล เธอเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะพูดออกมาอย่างไม่มั่นใจ
“แต่วิธีนี้มัน...”
“แล้วเธอจะรอให้พ่อแม่บังคับให้พี่แต่งกับเหวินหยวนจริง ๆ เหรอ หากเป็นแบบนั้นเธอจะมีความสุขได้ยังไง พี่เองก็คงไม่มีความสุขเหมือนกันที่ต้องแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก”
จ้าวมู่อิงชะงักไปเล็กน้อย เธอเองก็ไม่อยากเห็นพี่สาวต้องแต่งงานกับคนที่เธอรัก เพระเธอเองก็ปรารถนาที่จะได้เป็นภรรยาของเหวินหยวนเหมือนกัน
“แต่… ถ้าเขาไม่ช่วยฉันล่ะ”
“ไม่ต้องกังวล ยังไงซะเขาต้องช่วยแน่”
แม้จะได้ยินอย่างนั้น จ้าวมู่อิงก็ยังคงมีท่าทีอึกอัก เธอไม่เคยใช้วิธีการเช่นนี้มาก่อน แต่สุดท้ายเมื่อคิดถึงผลลัพธ์ที่ตามมาก็ตัดสินใจพยักหน้า
“ตกลง ฉันจะทำ!!”
ขณะที่ทั้งสองวางแผนกันอยู่นั้น จ้าวหมิงหมิงที่แอบฟังอยู่หลังกำแพงก็กำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงไปบนฝ่ามือ
“พวกเธอคิดจะทำอะไรกัน…คิดว่าจะได้พี่เหวินหยวนไปง่าย ๆ งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!!” ดวงตาของเธอวาวโรจน์ ในใจคิดว่าไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้
เช้าวันต่อมา...
ตอนนี้จ้าวซีซีตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย วันนี้เป็นวันสำคัญ เธอได้วางแผนทุกอย่างไว้อย่างรอบคอบหมดแล้ว และเรื่องในคราวนี้ก็จะต้องทำให้สำเร็จ
จากนั้นจึงรีบเปลี่ยนชุด แล้วล้างหน้าล้างตา เพื่อรอใครบางคนที่จะมาหาหลังจากนี้
และไม่นานนักจ้าวมู่อิงก็มาหาตามนัดหมายไว้ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
“พี่…คิดว่าวิธีนี้จะได้ผลจริงเหรอ”
“แน่นอนสิ พี่เตรียมทุกอย่างไว้แล้ว เธอแค่ทำตามที่บอกก็พอ” หญิงสาวพยักหน้าอย่างมั่นใจ ทำให้จ้าวมู่อิงได้แต่ถอนหายใจ แบบไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่จะเปลี่ยนตัวเจ้าสาวอีกแล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน เหวินหยวนก็มาถึงตามที่จ้าวซีซีได้นัดหมายไว้ เมื่อมาถึงก็เอ่ยถามทันที
“ซีซี วันนี้ชวนผมมาทำอะไรกันแน่”
“พวกเราไปเดินเล่นกันที่ลำธารด้านหลังหมู่บ้านกันดีกว่า ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะค่ะ”
เธอพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มจับอาการได้
พอได้ยินอย่างนั้น เหวินหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยคล้ายจะสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม แล้วพยักหน้าอย่างตกลง เพราะอย่างน้อยหญิงสาวคนนี้ก็คือว่าที่ภรรยาของตนเอง
แต่ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวเดินไปทางลำธาร จ้าวหมิงหมิงก็ปรากฏตัวขึ้นมา แววตาของเธอไม่น่าไว้วางใจสักเท่าไร
“ฉันได้ยินว่าพวกเธอจะไปที่ลำธาร ฉันขอไปด้วยคนสิ”
จ้าวซีซียิ้มมุมปาก เพราะนี่คือสิ่งที่เธอต้องการ จึงแสร้งทำหน้าขัดใจแล้วพูดออกมา
“เธอจะไปทำไม”
“แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉันล่ะ” จ้าวหมิงหมิงย้อนกลับเสียงแข็ง ไม่ว่าอย่างไรเธอต้องไปด้วยให้ได้ จากนั้นจึงพูดต่อ
จ้าวฉีเคยเป็นศัตรูของเธอ แต่วันนี้กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว หลังจากที่ได้พ้นโทษโทษจากการกระทำในอดีตจ้าวฉีที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งทระนงบัดนี้ดูสงบลงมาก แววตาไม่มีความโอหังอีกต่อไป“ขอบคุณนะ” จ้าวฉีพูดขึ้นเบา ๆ เธอยิ้มบาง ๆ ให้จ้าวซีซี แววตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและซาบซึ้ง“ฉันดีใจที่เธอกลับมา” จ้าวซีซีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจจ้าวฉีพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะมองไปทางปู่ทวดเซียวและตาทวดถังที่กำลังดื่มชาอยู่“ฉันสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ขอบคุณที่ให้โอกาสฉันได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้งนะคะ”ตาทวดถังพยักหน้าอย่างพึงพอใจ“ดีแล้ว คนเราต้องรู้จักแก้ไขความผิดพลาด”ปู่ทวดเซียวก็หัวเราะ“ทำผิดแล้วสำนึกได้นั่นก็เพียงพอแล้ว กินข้าวเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน”จ้าวฉีมองทุกคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะอาหาร ครอบครัวที่เธอเคยทำร้ายด้วยความริษยา วันนี้กลับเปิดโอกาสให้เธอกลับมาอีกครั้ง ภายในใจจึงรู้สึกซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูกบรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความขัดแย้งในอดีต วันนี้กลับกลายเป็นภาพของครอบครัวที่นั่งล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกันเสียงหัวเราะของเซียวฟ่านที่พูดคุยกับปู่ทวดและตาทวดดังไปทั่วห้อง เสียงพ
ตอนพิเศษ 2ภายในโรงพยาบาลบรรยากาศอบอุ่น และเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของหมอและพยาบาลที่ช่วยดูแลคนไข้ เสียงล้อเตียงคนไข้ที่ถูกเข็นผ่านทางเดิน เสียงโทรศัพท์จากเคาน์เตอร์พยาบาล และเสียงลมหายใจที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของผู้ที่รออยู่หน้าห้องคลอด ทุกอย่างรวมกันเป็นภาพที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายหน้าห้องคลอดเซียวเฉิงยืนกระวนกระวาย สองมือกำแน่นจนเหงื่อซึม แม้จะพยายามทำใจให้สงบ แต่เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของจ้าวซีซี ที่เล็ดลอดออกมาจากในห้องก็ทำให้เขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ปู่ทวดเซียวและตาทวดถังก็นั่งไม่ติด เดินไปเดินมาหน้าห้องคลอดไม่ต่างกัน“เจ็บมากไหมซีซี” เซียวเฉิงพึมพำกับตัวเอง ดวงตาแดงก่ำด้วยความเป็นห่วง“เจ้าหนุ่ม ไม่ต้องห่วงหรอก ผู้หญิงตระกูลถังของเราน่ะแข็งแรง” ตาทวดถังพยายามปลอบใจ แต่น้ำเสียงเองก็มีแววร้อนรน“ครับ...แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้” เซียวเฉิงถอนหายใจเวลาผ่านไปเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ จนกระทั่งเสียงร้องของทารกดังขึ้นจากด้านใน“โอ้โห แข็งแรงจริง ๆ!” พยาบาลคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี ก่อนที่ประตูห้องคลอดจะเปิดออก“ยินดีด้วยค่ะ เป็นเด็กชาย แข็งแรงสมบูรณ์ดีมาก”พยาบาลกล่าวก
จ้าวซีซีซบไหล่เซียวเฉิง ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองท้องฟ้ากว้าง“ดาวสวยจังเลย”เซียวเฉิงกระชับอ้อมแขนโอบไหล่เธอไว้“ใช่ สวยมาก” ชายหนุ่มยิ้ม แล้วค่อย ๆ ยกมือขึ้นชี้ไปบนท้องฟ้า “นั่นไง กลุ่มดาวไถ่จู่หรือที่ฝรั่งเรียกว่ากลุ่มดาวหมีใหญ่”จ้าวซีซีหรี่ตามองตามปลายนิ้วของเขา“อืม...ดูเหมือนกระบวยตักน้ำมากกว่าหมีนะ”“ก็ใช่ คนจีนเราเลยเรียกมันว่ากลุ่มดาวกระบวยเหนือ แต่ถ้าเชื่อมต่อดวงดาวพวกนั้นดี ๆ ก็จะเห็นเป็นรูปร่างของหมีได้” เซียวเฉิงหัวเราะเบา ๆจ้าวซีซีพยักหน้า “แล้วมีดาวดวงไหนที่สำคัญอีกไหม”เซียวเฉิงชี้ไปยังกลุ่มดาวอีกฝั่งหนึ่ง “นั่นไง กลุ่มดาวหนี่วา หรือในตำนานก็คือดาวของเทพธิดาทอผ้า ถ้าคุณสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ามันอยู่ตรงข้ามกับดาวของหนุ่มเลี้ยงวัว”“อ๋อ...” จ้าวซีซีลากเสียงยาว “ดาวของเจ้านายหนุ่มกับสาวใช้ในตำนานรักต้องห้ามสินะ”เซียวเฉิงหัวเราะ “ไม่ใช่เจ้านายกับสาวใช้หรอก เขาเป็นคู่รักกันต่างหาก แต่ถูกสวรรค์ลงโทษให้ต้องแยกจากกันและจะได้พบกันแค่ปีละครั้งในวันเทศกาลชีซี”จ้าวซีซีหันไปมองหน้าเขา “ถ้าคุณเป็นหนุ่มเลี้ยงวัว แล้วฉันเป็นเทพธิดาทอผ้า คุณจะข้ามแม่น้ำฟ้าเพื่อมาหาฉันไหม”เซียวเฉิงยิ้ม ก่อ
ตอนพิเศษ 1หลังจากงานแต่งสุดยิ่งใหญ่ผ่านพ้นไป จ้าวซีซีและเซียวเฉิงตัดสินใจออกเดินทางไปฮันนีมูนที่ทะเลสาบซีหู เมืองหางโจว เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพอันงดงามและกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนโบราณการเดินทางจากเมืองของพวกเขาไปยังหางโจวใช้เวลาหลายชั่วโมง ทั้งสองเลือกที่จะเดินทางโดยรถไฟเพื่อเป็นการรำลึกถึงความหลัง เมื่อครั้งที่พบกันครั้งแรกจ้าวซีซีนั่งมองวิวที่ผ่านไปอย่างเพลิดเพลิน ในขณะที่เซียวเฉิงอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้าง ๆ เสียงล้อเหล็กเสียดสีกับรางรถไฟเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสริมให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาผ่อนคลาย“คุณเคยไปทะเลสาบซีหูมาก่อนไหมคะ” จ้าวซีซีเอียงคอถาม ขณะวางมือลงบนกระจกหน้าต่างเซียวเฉิงเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ พลางยิ้มบาง ๆ“ยังเลย แล้วคุณล่ะ”“ฉันก็ไม่เคยเหมือนกัน แต่เคยได้ยินมาว่าทะเลสาบที่นั่นสวยมาก โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตกดิน” จ้าวซีซีพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“ได้ยินมาว่ามีสะพานแตก กับตำนานของไป๋ซู่เจินกับสวีเซียนด้วยนะ” เซียวเฉิงพยักหน้าจ้าวซีซีหัวเราะเบา ๆ“ฉันเคยดูเรื่องตำนานนางพญางูขาว ตอนเด็ก ๆ ด้วยล่ะ จำได้ว่ารู้สึกเศร้ามากตอนที่พวกเขาต้องแยกจากกัน”“งั้นก็หวังว่าฮันนีม
เซียวเฉิงชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาที่เคยหม่นหมองกลับมีประกายขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจที่หนักอึ้งตลอดหลายวันที่ผ่านมาเหมือนได้รับการปลดปล่อย เมื่อรู้ว่าจ้าวซีซีไม่ได้เลือกชิวเยี่ย ความหวังที่เคยริบหรี่ก็กลับมาสว่างไสวขึ้นอีกครั้งชายหนุ่มมองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโล่งใจ ทั้งดีใจ แต่ก็ยังคงมีความลังเลเล็กน้อย เขาไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป ทว่าใจกลับเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ราวกับว่าโอกาสที่คิดว่าสูญเสียไปหวนกลับมาแล้วเย็นวันหนึ่ง ขณะที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า แสงสีทองอ่อนทอดลงมาปกคลุมถนนหน้าร้านห้องเสื้อของจ้าวซีซี บรรยากาศอบอุ่นปนโรแมนติก แม่ค้าแผงลอยเริ่มตั้งร้าน กลิ่นขนมอบใหม่โชยมาแตะจมูก ผู้คนเดินผ่านไปมาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มจ้าวซีซียืนอยู่หน้าร้าน มองดูความสำเร็จของกิจการด้วยความภาคภูมิใจ แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือวันนี้จะเป็นวันสำคัญในชีวิตของเธอทันใดนั้นเสียงฮือฮาของผู้คนดังขึ้นเบา ๆ เธอหันไปมองก็พบว่าเซียวเฉิงในชุดสูทเรียบร้อยกำลังเดินตรงมาหาเธอ ในมือของเขาถือช่อดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ไว้แน่น“คุณเซียว วันนี้มาแปลกนะคะ ปกติไม่เคยแต่งตัวดีขนาดนี้” จ้าวซีซ
ความรักสุขงอม (จบ)วันนี้เป็นวันเปิดห้องเสื้อของจ้าวซีซี ชายหนุ่มหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปหาเธอ วันนั้นเขาแสร้งทำเป็นไม่อยู่ในงาน เพื่อหลีกหนีจากความรู้สึกที่เริ่มหนักหน่วงในใจในงานนั้นจ้าวซีซีมองหาเซียวเฉิงทั้งวัน ความใจหายเมื่อไม่เห็นเขามาร่วมงานทำให้เธอเริ่มรู้สึกผิดปกติ สายตาของเธอหันไปทุกทิศทางหวังว่าคงจะได้พบเขาทว่าเมื่อถึงเวลางานเลิก เธอก็ยังคงไม่พบเขาเลยแม้แต่เงา จ้าวซีซีรู้สึกแปลก ๆ เหมือนบางอย่างขาดหายไปจากชีวิตของเธออย่างไม่ทันตั้งตัวในคืนที่เงียบสงบ หญิงสาวเริ่มรู้สึกคิดถึงเขามากขึ้น ความรู้สึกที่เคยถูกซ่อนเอาไว้มานานปะทุขึ้นมาอีกครั้งแล้วก็เป็นอย่างนั้นซ้ำอยู่นานหลายวัน และบางคืนเธอถึงกับนอนไม่หลับ เพราะความคิดถึงนั้นวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลาเวลาผ่านไปเกือบสองอาทิตย์ หลังจากที่จ้าวซีซีเปิดกิจการของตัวเอง ลูกค้าแวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ความสำเร็จในธุรกิจทำให้เธอรู้สึกภูมิใจ แต่ในทุก ๆ วันที่เธอใช้ชีวิตตามปกติ กลับมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่างเปล่า นั่นก็คือการรอคอยเซียวเฉิงท่ามกลางความคึกคักของร้านและเสียงพูดคุยของลูกค้า เธอยังคงหวังว่าจะได้เจอเขา แม้จะพยายามปลอบใจตัว







