Masukเมื่อจ้าวซีซีกลับมาถึงบ้านก็ได้กลิ่นเหม็นโชยมาแต่ไกล เธอขมวดคิ้วก่อนจะเห็นจ้าวมู่อิงในสภาพเปียกโชก มอมแมมไปทั้งตัว เส้นผมที่เคยเรียบร้อยชุ่มไปด้วยน้ำโคลน ใบหน้าแดงก่ำด้วยความขุ่นเคือง
จ้าวมู่อิงยืนกำมือแน่น ร่างกายสั่นสะท้านจากความหนาวและความโกรธ เมื่อเห็นว่าพี่สาวกลับมาบ้านแล้ว เธอก็กัดฟันแน่น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
“พี่ซีซี พี่ไปอยู่ที่ไหนมา”
จ้าวซีซีได้ยินแบบนั้นก็แสร้งทำหน้าตกใจ แล้วรีบก้าวเข้าไปหาน้องสาวด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“พี่ขอโทษนะเสี่ยวอิง พี่ไม่รู้ว่าเธอจะถูกบังคับให้ทำงานนี้”
“พี่ไม่รู้เหรอ” จ้าวมู่อิงเค้นเสียงหัวเราะเยาะเล็กน้อย แล้วพูดประโยคต่อมาว่า “หรือว่าความจริงแล้ว พี่แค่ไม่อยากสนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
‘ใช่ นี่คือผลกรรมที่เธอต้องได้รับ แต่นี่เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น เธอรับไม่ไหวแล้วเหรอน้องรัก’
จ้าวซีซีคิดในใจ ก่อนจะทำสีหน้ากังวล นัยน์ตาสั่นระริกเหมือนรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง พยายามเอื้อมมือไปจับแขนน้องสาว
แต่กลับถูกจ้าวมู่อิงสะบัดออกด้วยความไม่พอใจ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ตั้งแต่ที่พี่ไม่ค่อยอยู่บ้าน ฉันก็ถูกพี่หมิงหมิงรังแกตลอด ก่อนหน้านี้พี่เคยช่วยฉันมาทุกครั้งไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมตอนนี้พี่เอาแต่หายหน้าไปไหนก็ไม่รู้ ปล่อยให้ฉันต้องเผชิญกับเรื่องพวกนี้ตามลำพัง หรือว่าพี่ไม่รักน้องสาวคนนี้แล้ว ถึงยอมให้พี่หมิงหมิงรังแกฉันแบบนี้”
หญิงสาวก้มศีรษะลงเล็กน้อย สีหน้าดูสำนึกผิดเหมือนเดิมที่ถูกน้องสาวพูดใส่แบบนั้น แต่ในใจกลับกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ และรู้สึกสาแก่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องสาวคนนี้
‘น่าสนใจ… เริ่มโทษฉันแล้วสินะ’
จ้าวซีซีรู้ว่าจ้าวหมิงหมิงแอบฟังอยู่ตรงมุมเสา เพราะเมื่อครู่ตอนที่เดินเข้ามาเธอเห็นชายผ้าของอีกฝ่ายโผล่ออกมาเล็กน้อย
หญิงสาวจงใจพูดเสียงเบาลง ทำให้ฟังดูเหมือนกำลังสารภาพผิด
“พี่…พี่ก็แค่คิดว่า เธอจะเข้มแข็งขึ้นหากไม่มีพี่คอยช่วยเหลือ”
“เข้มแข็งขึ้น” จ้าวมู่อิงกัดฟันอย่างเจ็บแค้นกับคำตอบที่ได้ยิน จึงเค้นน้ำตาให้ไหลออกมา
“พี่รู้ไหมว่าฉันถูกพี่หมิงหมิงใช้ทำอะไรบ้าง พี่หมิงหมิงให้ฉันไปล้างคอกหมู ให้ฉันทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะกินข้าว ฉันถูกกลั่นแกล้งทุกวัน ส่วนพี่กลับออกไปเที่ยวเล่นกับพวกเค่ออิน ทั้ง ๆ ที่หน้าที่พวกนี้มันเป็นของพี่ไม่ใช่ฉัน!!”
“พี่ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้เลยจริง ๆ นะเสี่ยวอิง”
จ้าวซีซีกัดริมฝีปากแสร้งทำหน้าลำบากใจ เธอมองจ้าวมู่อิงที่ยังคงมีท่าทางขุ่นเคือง แสร้งถอนหายใจออกมา แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เสี่ยวอิง เธอเชื่อพี่ไหมว่าตอนนี้พี่กำลังหาทางช่วยเธออยู่”
“ช่วยฉัน พี่หมายความว่ายังไง” จ้าวมู่อิงขมวดคิ้วอย่างสงสัย อะไรที่พูดว่าช่วยเธอ
จ้าวซีซีจับมือน้องสาวอย่างเบามือ แล้วทำสีหน้าจริงจังขึ้นมา
“พี่รู้ว่าเธอต้องการชีวิตที่ดีกว่านี้ และก็คิดว่าเธอน่าควรสมหวังในสิ่งที่ต้องการ”
“ฉันไม่เข้าใจ พี่กำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่”
หญิงสาวจึงแกล้งทำหน้าลำบากใจ ก่อนจะพูดออกมาอีกครั้ง
“พี่คิดว่า…เอ่อ...คนที่ควรแต่งงานกับเหวินหยวน น่าจะเป็นเธอนะเสี่ยวอิง”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ดวงตาของจ้าวมู่อิงเบิกกว้างขึ้นทันทีด้วยความตกใจ
“พี่ซีซี พี่พูดอะไรน่ะ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เหวินหยวนเสียหน่อย!”
แม้ว่าปากจะพูดปฏิเสธออกมา ทว่าแก้มของเธอกลับขึ้นสีแดงระเรื่อ ทำให้จ้าวซีซีรู้ว่าเวลานี้จ้าวมู่อิงกำลังรู้สึกอย่างไร
“เธอจะปฏิเสธทำไมกันเสี่ยวอิง พี่สังเกตมานานแล้ว เธอเองก็มีใจให้เขาไม่ใช่เหรอ”
จ้าวมู่อิงเม้มปากแน่น พร้อมกับหลบตาพี่สาวเนื่องจากไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
คราวนี้จ้าวซีซีแสร้งพูดต่อ เพื่อให้อีกฝ่ายยอมรับ และจะได้เข้าแผนการที่เธอได้วางไว้
จ้าวฉีเคยเป็นศัตรูของเธอ แต่วันนี้กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว หลังจากที่ได้พ้นโทษโทษจากการกระทำในอดีตจ้าวฉีที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งทระนงบัดนี้ดูสงบลงมาก แววตาไม่มีความโอหังอีกต่อไป“ขอบคุณนะ” จ้าวฉีพูดขึ้นเบา ๆ เธอยิ้มบาง ๆ ให้จ้าวซีซี แววตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและซาบซึ้ง“ฉันดีใจที่เธอกลับมา” จ้าวซีซีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจจ้าวฉีพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะมองไปทางปู่ทวดเซียวและตาทวดถังที่กำลังดื่มชาอยู่“ฉันสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ขอบคุณที่ให้โอกาสฉันได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้งนะคะ”ตาทวดถังพยักหน้าอย่างพึงพอใจ“ดีแล้ว คนเราต้องรู้จักแก้ไขความผิดพลาด”ปู่ทวดเซียวก็หัวเราะ“ทำผิดแล้วสำนึกได้นั่นก็เพียงพอแล้ว กินข้าวเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน”จ้าวฉีมองทุกคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะอาหาร ครอบครัวที่เธอเคยทำร้ายด้วยความริษยา วันนี้กลับเปิดโอกาสให้เธอกลับมาอีกครั้ง ภายในใจจึงรู้สึกซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูกบรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความขัดแย้งในอดีต วันนี้กลับกลายเป็นภาพของครอบครัวที่นั่งล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกันเสียงหัวเราะของเซียวฟ่านที่พูดคุยกับปู่ทวดและตาทวดดังไปทั่วห้อง เสียงพ
ตอนพิเศษ 2ภายในโรงพยาบาลบรรยากาศอบอุ่น และเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของหมอและพยาบาลที่ช่วยดูแลคนไข้ เสียงล้อเตียงคนไข้ที่ถูกเข็นผ่านทางเดิน เสียงโทรศัพท์จากเคาน์เตอร์พยาบาล และเสียงลมหายใจที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของผู้ที่รออยู่หน้าห้องคลอด ทุกอย่างรวมกันเป็นภาพที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายหน้าห้องคลอดเซียวเฉิงยืนกระวนกระวาย สองมือกำแน่นจนเหงื่อซึม แม้จะพยายามทำใจให้สงบ แต่เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของจ้าวซีซี ที่เล็ดลอดออกมาจากในห้องก็ทำให้เขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ปู่ทวดเซียวและตาทวดถังก็นั่งไม่ติด เดินไปเดินมาหน้าห้องคลอดไม่ต่างกัน“เจ็บมากไหมซีซี” เซียวเฉิงพึมพำกับตัวเอง ดวงตาแดงก่ำด้วยความเป็นห่วง“เจ้าหนุ่ม ไม่ต้องห่วงหรอก ผู้หญิงตระกูลถังของเราน่ะแข็งแรง” ตาทวดถังพยายามปลอบใจ แต่น้ำเสียงเองก็มีแววร้อนรน“ครับ...แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้” เซียวเฉิงถอนหายใจเวลาผ่านไปเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ จนกระทั่งเสียงร้องของทารกดังขึ้นจากด้านใน“โอ้โห แข็งแรงจริง ๆ!” พยาบาลคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี ก่อนที่ประตูห้องคลอดจะเปิดออก“ยินดีด้วยค่ะ เป็นเด็กชาย แข็งแรงสมบูรณ์ดีมาก”พยาบาลกล่าวก
จ้าวซีซีซบไหล่เซียวเฉิง ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองท้องฟ้ากว้าง“ดาวสวยจังเลย”เซียวเฉิงกระชับอ้อมแขนโอบไหล่เธอไว้“ใช่ สวยมาก” ชายหนุ่มยิ้ม แล้วค่อย ๆ ยกมือขึ้นชี้ไปบนท้องฟ้า “นั่นไง กลุ่มดาวไถ่จู่หรือที่ฝรั่งเรียกว่ากลุ่มดาวหมีใหญ่”จ้าวซีซีหรี่ตามองตามปลายนิ้วของเขา“อืม...ดูเหมือนกระบวยตักน้ำมากกว่าหมีนะ”“ก็ใช่ คนจีนเราเลยเรียกมันว่ากลุ่มดาวกระบวยเหนือ แต่ถ้าเชื่อมต่อดวงดาวพวกนั้นดี ๆ ก็จะเห็นเป็นรูปร่างของหมีได้” เซียวเฉิงหัวเราะเบา ๆจ้าวซีซีพยักหน้า “แล้วมีดาวดวงไหนที่สำคัญอีกไหม”เซียวเฉิงชี้ไปยังกลุ่มดาวอีกฝั่งหนึ่ง “นั่นไง กลุ่มดาวหนี่วา หรือในตำนานก็คือดาวของเทพธิดาทอผ้า ถ้าคุณสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ามันอยู่ตรงข้ามกับดาวของหนุ่มเลี้ยงวัว”“อ๋อ...” จ้าวซีซีลากเสียงยาว “ดาวของเจ้านายหนุ่มกับสาวใช้ในตำนานรักต้องห้ามสินะ”เซียวเฉิงหัวเราะ “ไม่ใช่เจ้านายกับสาวใช้หรอก เขาเป็นคู่รักกันต่างหาก แต่ถูกสวรรค์ลงโทษให้ต้องแยกจากกันและจะได้พบกันแค่ปีละครั้งในวันเทศกาลชีซี”จ้าวซีซีหันไปมองหน้าเขา “ถ้าคุณเป็นหนุ่มเลี้ยงวัว แล้วฉันเป็นเทพธิดาทอผ้า คุณจะข้ามแม่น้ำฟ้าเพื่อมาหาฉันไหม”เซียวเฉิงยิ้ม ก่อ
ตอนพิเศษ 1หลังจากงานแต่งสุดยิ่งใหญ่ผ่านพ้นไป จ้าวซีซีและเซียวเฉิงตัดสินใจออกเดินทางไปฮันนีมูนที่ทะเลสาบซีหู เมืองหางโจว เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพอันงดงามและกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนโบราณการเดินทางจากเมืองของพวกเขาไปยังหางโจวใช้เวลาหลายชั่วโมง ทั้งสองเลือกที่จะเดินทางโดยรถไฟเพื่อเป็นการรำลึกถึงความหลัง เมื่อครั้งที่พบกันครั้งแรกจ้าวซีซีนั่งมองวิวที่ผ่านไปอย่างเพลิดเพลิน ในขณะที่เซียวเฉิงอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้าง ๆ เสียงล้อเหล็กเสียดสีกับรางรถไฟเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสริมให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาผ่อนคลาย“คุณเคยไปทะเลสาบซีหูมาก่อนไหมคะ” จ้าวซีซีเอียงคอถาม ขณะวางมือลงบนกระจกหน้าต่างเซียวเฉิงเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ พลางยิ้มบาง ๆ“ยังเลย แล้วคุณล่ะ”“ฉันก็ไม่เคยเหมือนกัน แต่เคยได้ยินมาว่าทะเลสาบที่นั่นสวยมาก โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตกดิน” จ้าวซีซีพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“ได้ยินมาว่ามีสะพานแตก กับตำนานของไป๋ซู่เจินกับสวีเซียนด้วยนะ” เซียวเฉิงพยักหน้าจ้าวซีซีหัวเราะเบา ๆ“ฉันเคยดูเรื่องตำนานนางพญางูขาว ตอนเด็ก ๆ ด้วยล่ะ จำได้ว่ารู้สึกเศร้ามากตอนที่พวกเขาต้องแยกจากกัน”“งั้นก็หวังว่าฮันนีม
เซียวเฉิงชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาที่เคยหม่นหมองกลับมีประกายขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจที่หนักอึ้งตลอดหลายวันที่ผ่านมาเหมือนได้รับการปลดปล่อย เมื่อรู้ว่าจ้าวซีซีไม่ได้เลือกชิวเยี่ย ความหวังที่เคยริบหรี่ก็กลับมาสว่างไสวขึ้นอีกครั้งชายหนุ่มมองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโล่งใจ ทั้งดีใจ แต่ก็ยังคงมีความลังเลเล็กน้อย เขาไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป ทว่าใจกลับเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ราวกับว่าโอกาสที่คิดว่าสูญเสียไปหวนกลับมาแล้วเย็นวันหนึ่ง ขณะที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า แสงสีทองอ่อนทอดลงมาปกคลุมถนนหน้าร้านห้องเสื้อของจ้าวซีซี บรรยากาศอบอุ่นปนโรแมนติก แม่ค้าแผงลอยเริ่มตั้งร้าน กลิ่นขนมอบใหม่โชยมาแตะจมูก ผู้คนเดินผ่านไปมาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มจ้าวซีซียืนอยู่หน้าร้าน มองดูความสำเร็จของกิจการด้วยความภาคภูมิใจ แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือวันนี้จะเป็นวันสำคัญในชีวิตของเธอทันใดนั้นเสียงฮือฮาของผู้คนดังขึ้นเบา ๆ เธอหันไปมองก็พบว่าเซียวเฉิงในชุดสูทเรียบร้อยกำลังเดินตรงมาหาเธอ ในมือของเขาถือช่อดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ไว้แน่น“คุณเซียว วันนี้มาแปลกนะคะ ปกติไม่เคยแต่งตัวดีขนาดนี้” จ้าวซีซ
ความรักสุขงอม (จบ)วันนี้เป็นวันเปิดห้องเสื้อของจ้าวซีซี ชายหนุ่มหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปหาเธอ วันนั้นเขาแสร้งทำเป็นไม่อยู่ในงาน เพื่อหลีกหนีจากความรู้สึกที่เริ่มหนักหน่วงในใจในงานนั้นจ้าวซีซีมองหาเซียวเฉิงทั้งวัน ความใจหายเมื่อไม่เห็นเขามาร่วมงานทำให้เธอเริ่มรู้สึกผิดปกติ สายตาของเธอหันไปทุกทิศทางหวังว่าคงจะได้พบเขาทว่าเมื่อถึงเวลางานเลิก เธอก็ยังคงไม่พบเขาเลยแม้แต่เงา จ้าวซีซีรู้สึกแปลก ๆ เหมือนบางอย่างขาดหายไปจากชีวิตของเธออย่างไม่ทันตั้งตัวในคืนที่เงียบสงบ หญิงสาวเริ่มรู้สึกคิดถึงเขามากขึ้น ความรู้สึกที่เคยถูกซ่อนเอาไว้มานานปะทุขึ้นมาอีกครั้งแล้วก็เป็นอย่างนั้นซ้ำอยู่นานหลายวัน และบางคืนเธอถึงกับนอนไม่หลับ เพราะความคิดถึงนั้นวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลาเวลาผ่านไปเกือบสองอาทิตย์ หลังจากที่จ้าวซีซีเปิดกิจการของตัวเอง ลูกค้าแวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ความสำเร็จในธุรกิจทำให้เธอรู้สึกภูมิใจ แต่ในทุก ๆ วันที่เธอใช้ชีวิตตามปกติ กลับมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่างเปล่า นั่นก็คือการรอคอยเซียวเฉิงท่ามกลางความคึกคักของร้านและเสียงพูดคุยของลูกค้า เธอยังคงหวังว่าจะได้เจอเขา แม้จะพยายามปลอบใจตัว







