Masuk<
บทที่ 85 นักเรียนที่มีสามีเช้าวันถัดมา ลมอุ่นพัดผ่านสนามหญ้าหน้าโรงเรียนประถมแห่งนั้น กลิ่นหญ้าเปียกน้ำค้างยังลอยอยู่ในอากาศ ว่านเฟยเฟิ่งเดินจูงมือเด็กสองคนหลังจอดจักรยานเรียบร้อยแล้ว เข้ามาส่งที่หน้าอาคารเรียน เด็กทั้งคู่โค้งลาแล้ววิ่งตรงเข้าไปหากลุ่มเพื่อน ครูใหญ่ฟ่งซึ่งกำลังยืนคุยกับครูประจำชั้นเหลือบมาเห็นเข้า จึงส่งเสียงเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“คุณว่าน รบกวนมาคุยกันหน่อยสิ”“มีเรื่องอะไรหรือคะครูใหญ่ ตอนเย็นฉันมาสอนแน่ค่ะ ไม่ต้องกังวล” เฟยเฟิ่งพยักหน้ารับไม่คิดอะไรมาก ก่อนเดินเข้าไปใกล้ครูใหญ่ครูใหญ่ฟ่งยิ้ม พลางกวักมือให้เดินมานั่งตรงม้านั่งใต้ต้นใหญ่ข้างอาคาร “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่จะพูดเรื่องดีๆ สักหน่อย”
บทที่ 84 ติวสอบให้เด็กปีสุดท้ายพัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆ ทำเสียงครืดเป็นจังหวะ ส่งให้รู้ว่าทั้งห้องนี้ไม่มีใครพูดอะไรกัน หลังคำอธิบายยาวเหยียดของครูใหญ่ ว่านเฟยเฟิ่งก็ไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ มือที่เคยประคองครูใหญ่ให้ลุกขึ้น ตอนนี้ถูอยู่บนโต๊ะไม้ที่มีรอยถลอกเป็นแนวยาว ข้างหน้าเธอคือครูประจำวิชาหลักทั้งสามที่จ้องมองมาอย่างมีความหวังครูคณิตศาสตร์พูดขึ้นก่อนหลังจากห้องเงียบไปนานอย่างกระตือรือร้น “ต่งจิ่งคะแนนดีขึ้นผิดหูผิดตา เขาบอกว่าอาสะใภ้ทำเป็นเกมให้เล่น พวกโจทย์ประยุกต์ยากๆ ที่แต่ก่อนทำไม่ได้เลยเดี๋ยวนี้เขาสอนเพื่อนได้ด้วยซ้ำ”ครูภาษาจีนพยักหน้า “ปีนี้ถ้าเรายังไม่มีเด็กสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำอีก โรงเรียนอาจโดนตัดงบอีก ต่อให้ไม่ถึงขั้นถูกยุบอย่าง
บทที่ 83 ฝากขายสรุปว่านเฟยเฟิ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้หินอ่อนของมิติตัวเดิม คืนนี้ก็เหมือนกันกับทุกคืน สองสามีภรรยาบ้านซีเข้ามาอยู่ในมิติ จื่อหานเข้ามาเพื่อขุดสมุนไพรออกไปขาย และร่างแบบจัดสวนเพื่อให้มิติสวยงามขึ้นเป็นคำขอบคุณ“เฟยเฟย ทำอะไรอยู่น่ะ เห็นนั่งเขียนแบบนั้นมาตั้งนานแล้ว” ซีจื่อหานตะโกนถาม“ทำสรุปกับแบบฝึกหัดให้ฮวาจูอยู่ ใกล้สอบเต็มทีแล้วค่ะ เฟยเฟยอยากให้เธอติดมหาลัยดีๆ จะได้ไม่น้อยหน้าคุณชายสู่”เสียงปากกาขูดไปบนกระดาษ และกลิ่นหมึกจางๆ ลอยคลุ้งในอากาศ ด้านข้างคือกองหนังสือหนาเตอะที่เธอรวบรวมไว้อ่าน นับว่าเป็นสมบัติชิ้นสำคัญหากต้องการกลับไปเรียน เกือบทั้งหมดคือหนังสือเฉลยข้อสอบเกาเข่าเรียงปี
บทที่ 82 แก้แค้นให้สะใจลมกลางดึกพัดแรงจนชายผ้าคลุมศีรษะสะบัด เธออาศัยในช่วงที่จื่อหานเข้าไปปลูกสมุนไพรในมิติ ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้รู้ แต่เป็นเพราะกลัวถูกห้าม เธอสวมใส่แว่นที่คนใช้ใส่ออกไปล่าสัตว์ตอนกลางคืนเอาไว้ เฟยเฟิ่งไม่อยากเสี่ยงถือตะเกียงออกมาให้เป็นที่สังเกตได้ง่ายนักว่านเฟยเฟิ่งก้มตัวลงตรงคันนา มือตักเกลือจากกระสอบขึ้นโปรยทีละกำ เสียงเกลือกระทบผิวน้ำดังแผ่ว ๆ เธอค่อย ๆ เดินไปตามแนวผืนนา ย่ำโคลนหนืดๆ อย่างไม่รีบร้อน“ขโมยข้าวของคนอื่น ก็ต้องชดใช้กันหน่อย” เธอบ่นเบาๆ พลางหันมองทุ่งกว้างที่เงียบสนิท มีเพียงเสียงกบและแมลงร้องสลับกับเสียงลมที่พัดเฉื่อยๆเกลือหมดไปกระสอบหนึ่ง เธอหยิบอีกกระสอบจ
บทที่ 81 ใครต่างก็มีอาชีพสำรองแดดยามสายส่องลงมาที่ลานบ้าน เสียงฟืนแตกดังเปรี๊ยะ จากเตาดินกลมๆ ที่ตั้งอยู่กลางลาน กลิ่นไผ่เผาโชยคลุ้งจนแสบจมูก ว่านเฟยเฟิ่งเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมาปัดควันพลางหัวเราะ“โอ๊ย กลิ่นแรงจริงๆ พี่เข่อซิน แบบนี้ต้องใส่หน้ากากไหมเนี่ย”จางเข่อซินที่กำลังใช้ไม้คนของในหม้อเหล็กหันมายิ้ม “ไม่ต้องหรอกเฟยเฟิ่ง ทำไปสักพักก็ชินเองแหละ น้ำมันไผ่แท้ๆ มันต้องได้กลิ่นแรงแบบนี้ ถึงจะเก็บได้นานและกลบกลิ่นของน้ำมันหมูได้”เฟยเฟิ่งยืนมองหม้อที่ควันลอยขึ้นไม่ขาดตาอย่างตื่นเต้น เธอไม่เคยเห็นของแบบนี้มาก่อนเลย การทำน้ำมันไผ่แบบดั้งเดิมน่าสนใจมากสำหรับสาวยุคใหม่ “ฉันว่ามันน่าสนุกดีนะคะ กลิ่นแร
บทที่ 80 ปลูกโสมในมิติอากาศในมิตินี้สดชื่นอย่างประหลาด ยิ่งหลังจากการทำความสะอาดครั้งนั้น และการเข้ามาทำแปลงสมุนไพรก็ดูเหมือนว่าบรรยากาศจะดีขึ้นเรื่อยๆ และแม้จะไม่ได้เติมของเข้ามา ฝั่งกระดานที่ระบุว่าให้ก็เพิ่มมากขึ้น เฟยเฟิ่งที่ไม่คิดว่าการทำสิ่งดีๆ ให้มิติก็นับคะแนนด้วยจึงดีใจยิ่งกว่าอะไรที่ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อของเสมอไปเธอเงยหน้ารับแสงแดดอ่อนลอดผ่านหมอกบางเหนือยอดไม้ หูฟังเสียงน้ำจากบึงใสที่ไหลวนหมุนเวียนด้านหลังพื้นที่ที่แปรเปลี่ยนมาเป็นแปลงปลูกสมุนไพรอย่างสบายใจ ตาเหลือบมองซีจื่อหานนั่งยองอยู่บนแปลงดิน มือเขาเปื้อนดินแต่แววตาดูตั้งใจ เขากำลังขุดหลุมเล็กๆ เพื่อวางรากโสมลงไปอย่างระมัดระวัง ใกล้กันมีถั่งเช่ากับเขากวางอ่อนที่เพิ่งเพาะไว้เป็นแถวด้วย“โสมคนต้องเว้นระยะห่างกว่านี้นะ ไม่งั้นมันจะแย่ง







