ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
129Bab
1.4KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาในร่างสะใภ้ยุค 80 ก็คิดว่าจะได้สโลว์ไลฟ์ดูแลลูกเลี้ยงและแม่สามีเป็นนางเอกนิยายแสนดี แต่เธอกลับมีความสามารถใหม่ ทั้งยังต้องรีบหาเงินหนีไปซื้อบ้านให้ไกล ก่อนที่ฆาตกรต่อเนื่องคนดังจะลงมือ

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ ไทยมุง

「申し訳ございません、温井さん。手術に最適な時期は、もう過ぎてしまっておりました……」

子宮がんの診断書を握りしめたまま、温井紬(ぬくい つむぎ)はしばらく動けずにいた。どれくらい経っただろう、彼女はようやく我に返り、長谷川慎(はせがわ しん)の秘書である柏木要(かしわぎ かなめ)に電話をかける。

呼び出し音が長く鳴り続けた。やっと出た相手の声は、いつも通り素っ気ない。「奥様、何か御用でしょうか」

紬は震える指を握りしめた。「慎は?話があるの」

「長谷川代表は今、取り込み中です」要が答えた。

「少しだけでいいから、代わってもらえない……?」

要の返事を待つ間もなく、受話器の向こうから柔らかな女性の声が聞こえてきた。「慎、サプライズって一体どんな物なの?もったいぶらないで教えてよ」

「上を見て」

聞き慣れた低い声。でも、紬に向けられたことは一度もない、あたたかな響きだった。

次の瞬間、要は遠慮なく電話を切った。

そのとき――

ドォンッ!

港の対岸から轟音が響いた。紬は青ざめた顔で空を仰ぐ。

対岸から打ち上がる、華やかな花火。紺碧の夜空を彩る光の饗宴は、まるでおとぎ話のように美しかった。

病院の入口には、人だかりができていた。

「ねえ、知ってる?あれ、ランセー・ホールディングスの長谷川代表が彼女の誕生日に上げた花火なんだって。一晩で40億円以上らしいわよ!」

「お相手、園部寧音(そのべ ねね)さんでしょ!世界トップの工科大の博士で、国内の一流企業が引く手あまたのエリート。頭も良くて美人で、家柄も申し分ないし、彼氏まであんなイケメンの大金持ちなんて!」

「そりゃあの長谷川代表も夢中になるわよ。あんな完璧な彼女、自慢したくなるに決まってるじゃない!」

紬は派手に輝く花火を見上げたまま、じっと立ち尽くしていた。やがて、握りしめていた診断書がするりと指から滑り落ち、薄い紙切れが足元に舞い降りる。

彼女は踵を返し、静かに立ち去った。

その日の明け方のこと。

慎が帰宅すると、灯りもつけずに紬が暗闇のリビングに座っていた。

彼はスイッチに手を伸ばして明かりをつけ、眉をひそめる。「まだ起きてたのか」

紬は顔を上げ、目の前の人を見つめる。上腕にかける上着、深い黒の瞳。変わらず冷ややかな眼差しで、こちらを見下ろしている。

ずっと、彼はこういう人なのだと思っていた。生まれつき、誰にでも冷たいのだと。でも違った。自分の隣で氷のように冷たい彼は、別の誰かにとっては、心を焦がすほどあたたかいのだ。

「眠れなくて」紬はかすれた声で答える。「今日、病院に行ってきたの」

慎は無造作に上着をソファに投げ出すと、無関心な口調で訊く。「で、何て言われた?」

紬は最近ずっと下腹部の痛みを訴えていた。慎は一緒に病院へ行くと約束してくれたのに、その度に延期になった。

――会社で超大型契約が入っただの、プロジェクトでトラブルが起きただの。

慎は確かに昨日、紬に約束していた。病院に付き添うと。

でも寧音はこっそり自分の誕生日を祝うつもりだと聞いて、会社から慌てて寧音のところに駆けつけた。

寧音のために花火を打ち上げるのに夢中で、紬に関しては、確かに手が回らなかった。

「何でもない。もう少し様子を見ましょうって」紬は目を伏せる。「それより……今日は、どうして帰ってきたの?」

慎は一瞬動きを止めた。それから、ゆっくりと近づいてくる。

紬を抱き寄せ、首筋に何度も熱い吐息を落とす。耳元で、かすれた声が響いた。

「今日からお前の排卵日だろ」

「長谷川家の跡継ぎを産むために、毎月この時期は必ず関係を持つって約束したのはお前の方だ。まさか、もう忘れたのか?」

彼の身体から漂う女性用の香水の香り。それはまるで銃弾のように、紬が必死で保っていたわずかなプライドを撃ち抜いた。

慎の言う通りだった。結婚して三年、彼はずっとこうだった。祖母である長谷川老夫人に「長谷川家の跡を継ぐ子を」と言われたときだけ、義務のように帰ってきて、紬を抱く。

紬の意識がぼんやりと遠のく。子供……もう無理かもしれないのに。

もともと紬は、穏やかで従順な性格だった。言われるがまま、流されるまま。それが当たり前になっていた。でも今日は――もう、我慢したくなかった。

「慎、私と寝て……彼女に嫉妬されたりしないの?」

暗闇の中、紬の瞳が鋭く光る。大人しかった小動物が、初めて牙を剥くように。

慎は彼女を見つめた。いつもと違う真剣な表情に気づいたのか、彼の目に冷たい光が宿る。

やがて、慎が笑った。けれど、その笑みに温もりはない。

「まさか。俺たちの結婚は秘密だ。というか、表に出せないのはお前の方だろう」

「最初から脇役だと分かっていたはずだ」

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
129 Bab
บทนำ ไทยมุง
โปรยเนื้อหา รสาบัณฑิตใหม่วัย 21 ปี ไปเที่ยวส่งท้ายก่อนกลับไทยในหมู่บ้านชาวนาที่ขุดเจอศพผู้หญิงเกือบร้อยเมื่อเดือนก่อน เธอผู้เป็นสาวกพอดแคสต์ฆาตกรต่อเนื่องจะพลาดโอกาสมาเป็นไทยมุงในสถานที่จริงได้ยังไงกัน แต่แล้วจู่ๆ รสาก็ฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของ ‘ว่านเฟยเฟิ่ง’ ลูกคุณหนูวัย 18 ปีที่ร้ายกาจจนแม่เลี้ยงและปู่ส่งมาแต่งงานในหมู่บ้านชนบทปี 1980 เพื่อกำจัดให้พ้นหูพ้นตา ทีแรกเธอหลงดีใจคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เป็นนางเอกทะลุมิติแบบนิยายที่ชอบอ่าน จากนางร้ายปลายแถวสู่นางเอกครบเครื่องทุกความเก่งกาจอะไรเถือกนั้น แต่มันกลับไม่ง่ายเช่นนั้น เพราะเธอดันมาอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับที่ขุดเจอศพเหล่านั้น นอกจากจะค้นพบว่าความสามารถตัวเองไม่ใช่ระดับนางเอกแมรี่ซู ความฉลาดก็งั้นๆ สกิลการสืบสวนก็ไม่มี ไหนจะลูกเลี้ยงและแม่สามี แถมยังต้องแบ่งเวลาไปช่วยผีที่คอยตามมาขอความช่วยเหลือถึงบ้านอีก ทางเดียวที่จะมีชีวิตแบบไม่ห่วงหน้าพะวงหลังคือรีบหาเงิน แล้วกล่อมสามีที่ยังไม่เคยเจอหน้าให้ไปซื้อบ้านไกลๆ ก่อนฆาตกรจะเริ่มลงมือ “ตอนเป็นไทยมุงก็สนุกดีอยู่แหละ แต่เป็นผู้ประสบภัยแบบนี้ ใครไหวก็ไ
Baca selengkapnya
บทที่ 1 สับสนมึนงง
บทที่ 1 สับสนมึนงงกลับมาปัจจุบัน…“เจ็บหัวชะมัด ไปไหนกันหมด” รสาลุกขึ้นยืนจากพื้นดินเย็นเฉียบที่ตนเองนอนอยู่พยายามปัดฝุ่นก็ต้องแปลกใจ เพราะชุดที่เธอกำลังสวมใส่ไม่ใช่ชุดเดียวกันกับที่ใส่มาวันนี้ แต่มันกลับเป็นกระโปรงยาวลายดอก ผ้าคุณภาพดีเยี่ยมผิดกับเสื้อผ้าที่จะเจอได้ตามร้านฟาสแฟชั่น ด้านข้างมีกระเป๋าเดินทางที่ทำขึ้นมาจากผ้าไม่ใช่พลาสติกแบบที่คุ้นเคยแล้วตอนนั้นเสียงอะไร คอหักแต่ไม่ตาย ฉันเป็นคนอยู่ไหมเนี่ย เมื่อทรงตัวได้ที่แล้วก็ยังรู้สึกเจ็บหลังศีรษะอยู่ รสาจึงได้เอื้อมมือไปจับดูก็พบว่ามีเลือดออกเต็มไปหมด “หัวแตก! ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”“รำคาญ! เงียบๆ ไปสักทีคนจะหลับจะนอน” เสียงตะโกนดังออกมาจากบ้านฝั่งตรงข้าม ส่วนตัวรสาที่มองหันกลับไปก็เห็นว่าตนเองล้มลงภายในรั้วบ้านจึงคิดเอาเองว่าคนในบ้านหลังนี้คงช่วยเหลือตนเองเอาไว้ โดยที่ยังแปลกใจไม่หายที่เพื่อนสนิทไม่พาเธอไปหาหมอ แต่กลับเปลี่ยนชุดให้แล้วพามาฝากไว้บ้านใครก็ไม่รู้อย่างตอนนี้ รสาถือวิสาสะเปิดกระเป๋าที่ตัวเองสะพายอยู่ก็พบกับเอกสารประจำตัวที่ระบุว่าเป็นของว่านเฟยเฟิ่ง ส่วนที่อยู่เธอพยายามสอดส่องสายตาหาคำที่รู้จักก
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ไม่น่าไว้ใจ
บทที่ 2 ไม่น่าไว้ใจ“น้าหัวเราะอะไร” “เปล่านะ เอ่อคือ…ปกติน้าอยู่ห้องไหน”“ห้องใหญ่” เด็กน้อยชี้ไปยังประตูแรกด้านขวามือ เฟยเฟิ่งนำกระเป๋าไปวางไว้ด้านใน แล้วก็รีบออกมาหน้าห้องพบว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กกำลังยืดคอมองสอดส่องอยู่“ไปเรียกพี่ชายออกมาหน่อย น้ามีเรื่องต้องคุยด้วย” เมื่อมากันพร้อมหน้าแล้วก็มีการจ้องตากันอย่างแปลกประหลาดอยู่สักหน่อย เด็กทั้งสองดูอย่างไรก็ไม่กล้าขยับกายเข้าใกล้สตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยง ตัวเฟยเฟิ่งจึงย่อเข่าลงมาให้สายตาตนเองอยู่ระดับเดียวกันกับเด็กทั้งสอง“น้าล้มหัวฟาดพื้น จำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง เรื่องนี้ห้ามบอกใครตกลงไหม” เฟยเฟิ่งเริ่มพูดก่อน“ทำไมห้ามบอก” ผู้เป็นพี่ชายสอบถามขึ้นก่อน“เพราะถ้าต่อไปเราจะซื้อของ หรือขอแลกอะไรจะถูกเอาเปรียบได้” “น้านั่นแหละเอาเปรียบ ให้พวกเราหากินกันเอง ทั้งที่น้ามีเงินติดตัวมาตั้งมากมาย” “เงินส่วนนั้นเป็นสินเดิมใช่ไหม” เฟยเฟิ่งถาม“ใช่ น้าเคยตะโกนว่าอย่ายุ่งกับสินเดิมของน้า ตีแรงหลายทีเลย” เด็กหญิงกล่าวขึ้นบ้างเพราะเคยถูกดุด่าที่ไปสนใจสร้อยไข่มุกของว่านเฟยเฟิ่ง“ถ้าเป็นสินเดิมก็ไม่แปลกอะไร เพราะนั่นเป็นของส่วน
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ผู้(เกือบ)ประสบภัย
บทที่ 3 ผู้(เกือบ)ประสบภัย ว่านเฟยเฟิ่งคิดไปถึงชีวิตเก่าของตนเองที่เคยลั่นวาจาไว้ว่าอยากรู้เรื่องแบบติดขอบเวที แม้ใจจะรักแค่ไหนแต่หากต้องมาเสี่ยงเข้าจริงเธอก็คงไม่เอา “น้าจะไปไหน” จื่อซวานเรียกตามหลังเมื่อเห็นคุณน้าคนสวยวิ่งออกไปจากบ้าน สองเท้าสลับสับเปลี่ยน เฟยเฟิ่งสังเกตไปรอบตัวพยายามหาทิศทางว่ามีความคล้ายคลึงใดกับภพเดิมบ้าง แต่แล้วที่สุดสายตาก็เห็นเนินที่ป้าซูพาแอบลัดเลาะขึ้นไปฟังเจ้าหน้าที่“ปากพาซวย พาซวยจริงๆ”“น้าวิ่งมาทำไม” จื่อซวานถามอย่างตกใจ“ย้ายบ้านเราต้องย้ายบ้าน ต้องย้ายจริงๆ”“ย้ายไม่ได้ นี่บ้านพ่อ สุดท้ายน้าก็จะไปเหมือนคนอื่นๆ ไม่น่าทำแผลให้เลยจริงๆ” ซีจื่อซวานกำมือแน่นดึงน้องสาวเข้ามากอดไว้ท่าทีต้องการปกป้อง“จื่อซวาน ซูลี่กลับไปบ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวน้าตามไป”“ตามจริงนะ ซูลี่อยากกินข้าวถั่วอีก” ซีซูลี่ที่ดูจะเปิดใจยอมรับความอบอุ่นอันเล็กน้อยได้เร็วกว่าวิ่งเข้ามากอดขาคุณน้าที่มีผิวเนียนนุ่มกว่าใครที่เคยรู้จักในชีวิตไว้แน่น“ตามจริง ที่บอกว่าย้ายบ้านก็หมายถึงย้ายไปกันทุกคน ไปเถอะไปพร้อมกันก็ได้” เฟยเฟิ่งใช้มือข้างหนึ่งจูงซูลี่ ส่วนอีกข้างหนึ่งนวดขมับของตน
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ฉันนิสัยไม่ดีมากเหรอ
บทที่ 4 ฉันนิสัยไม่ดีมากเหรอ“จื่อซวานรู้รึเปล่าว่าทำไมรอบนี้พ่อเธอถึงให้แต่น้า แม่ตัวเองทำไมไม่แบ่งให้” เมื่อออกมาพ้นรั้วบ้านเฟยเฟิ่งก็เริ่มล้วงข้อมูลในทันที“รอบก่อนลุงเข่อเอาเงินเดือนมาให้ย่าแล้ว วันที่น้ามาวันแรกนั่นแหละ ถ้าบ้านอันไม่มาขอไป…เจ็บใจนัก” เด็กชายวัยเจ็ดปีที่ดูพูดจาเกินวัยตามประสาคนที่ต้องรีบเติบโตกล่าวออกมา“อืม…นึกไม่ออกเลยสักนิด” เฟยเฟิ่งพยายามค้นความทรงจำก็เจอเพียงภาพเฟยเฟิ่งคนเก่ายืนกระทืบเท้าอยู่ในห้อง“น้าอย่าไปเดินกลางถนน มาเดินกับซูลี่” “จริงด้วย น้าคิดเพลินไปหน่อย เด็กๆ รู้เรื่องเข้ามหาวิทยาลัยกันไหม” ว่านเฟยเฟิ่งตัดสินใจถามออกไป“คืออะไร” จื่อซวานหยุดเดินเงยหน้ามองแม่เลี้ยงของตัวเอง“คือที่เรียนหนังสือเหมือนโรงเรียน แต่ทุกคนที่เข้าไปเรียนจะต้องเรียนจบมาจากโรงเรียนก่อนแล้ว ต้องสอบแข่งกันเข้าไป พอไปเรียนจบออกมาก็จะหางานไม่ต้องเหนื่อยแรงกาย”“ลูกชาวนาแค่ทำนาเป็นก็พอแล้ว” ซูลี่ยิ้มออกมาอย่างมุ่งมั่น“คิดแบบนี้ไม่ได้ ถ้าซูลี่พูดแบบนี้อีก น้าจะให้ยืนขาเดียวจับหูตัวเองนะ”“น้ากลับมาดุแล้ว ไม่เอา!” ซูลี่สะบัดมือเฟยเฟิ่งทิ้งแล้วไปเกาะแขนพี่ชายที่ยังขมวดคิ้วไม่เลิกแท
Baca selengkapnya
บทที่ 5 เข้าตลาด
บทที่ 5 เข้าตลาด“เอาเถอะ เรามาซื้อของเอาเงินมาให้ คงไม่มีใครผูกใจเจ็บนานหรอก” ว่านเฟยเฟิ่งจูงมือซูลี่แล้วเดินตามจื่อซวานที่มุ่งตรงไปร้านขายของแห้งและเครื่องปรุง แต่ก่อนก้าวขาเข้าร้านเฟยเฟิ่งเผอิญได้ยินว่ามีเด็กสาววัยสิบหกปีหายตัวออกไปจากหมู่บ้านซานต้งเมื่อคืน เธอเลยเปลี่ยนแผนดึงจื่อซวานให้ถอยหลังและหันไปฟังข่าวนี้อย่างตั้งใจ“จะได้แต่งกับทหารแล้วแท้ๆ เชียว” เสียงแม่ค้าประจำแผงที่กำลังเล่าเรื่องดังขึ้น“แม่ค้ารู้ไหมว่าเขาหายไปไหน” เฟยเฟิ่งตัดสินใจถามออกไป“ถอยออกไป ร้านผักของฉัน ไม่ต้อนรับพวกหัวสูง” แม่ค้าคนนั้นหันมาด่า “เลิกมายืนแอบฟังได้แล้ว ออกไป๊!”“ก่อนหน้านี้ฉันทำอะไรให้แม่ค้าเจ็บช้ำน้ำใจฉันต้องขอโทษจริงๆ ฉันแค่ยังปรับตัวไม่ได้ก็เท่านั้น” เฟยเฟิ่งก้มหัวขออภัย นึกโกรธที่ร่างเก่าเลือกเป็นศัตรูกับใครไม่เป็น ดันมาเลือกตัวกระจายข่าวของชุมชนเสียได้ “ด่าว่าร้านฉันขายของสกปรกชั้นต่ำแล้วคิดว่าแค่ขอโทษแล้วฉันจะให้อภัยเหรอ ไม่มีทางซะหรอก ออกไปได้แล้ว คนในตลาดเขารอฟังเรื่องกันต่อ” ว่านเฟยเฟิ่งที่ได้ยินอย่างนั้นก็ทำสีหน้าไม่ถูกด้วยไม่เห็นว่าร้านนี้จะสกปรกที่ตรงไหน ข้าวของก็ถูก
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ก่อสร้างบ้านผัก
บทที่ 6 ก่อสร้างบ้านผัก ว่านเฟยเฟิ่งยิ้มกว้างออกมาคล้ายว่าเจอเรื่องสนุก ทีแรกเธอคิดแค่จะทำร้านขายของชำ แต่เพราะคนที่แผงผักทำให้เฟยเฟิ่งคิดออกว่าตนเองควรจะหาเงินเป็นกอบเป็นกำจากที่แห่งนี้ได้อย่างไร“จำเมล็ดพันธุ์ผักที่เราซื้อมาได้ไหม น้าจะทำบ้านให้ผักอยู่ เราจะได้ปลูกผักในช่วงที่หนาวกว่านี้ได้ แต่อย่าบอกใครเด็ดขาด ให้เราทำสำเร็จก่อนตกลงไหม”“ครับ ไม่บอก แต่บ้านผักจะทำให้เราปลูกผักได้ยังไงกัน” ซีจื่อซวานเริ่มเดินช้าลงเพราะมัวแต่คิดเรื่องอื่น“ถ้าเอาแบบง่ายๆ แดดส่องเข้ามาได้ แต่ความร้อนข้างในออกไปข้างนอกไม่ได้ ทีนี้อากาศก็จะอุ่นกว่าข้างนอก ทำให้ต้นไม้โตได้น่ะสิ”“ครับ” จื่อซวานระบายยิ้มกว้างออกมา “นี่ใช่ไหม ทางเลือกที่น้าหมายถึงเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย”“ใช่แล้ว” เฟยเฟิ่งชะงักเพราะร่างที่อาศัยอยู่ตอนนี้นั้นไม่ได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย “น้าไม่ได้รู้เองหรอก น้าก็ไม่ได้เรียน คนที่เรียนเขามาบอกน้า ความรู้จะทำให้เราได้เปรียบคนอื่น เชื่อน้านะ”“แต่เรามีเงินสร้างจริงเหรอ เงินของพ่อก็ไม่ได้เยอะ”“น้าใช้สินเดิมของตัวเอง เพราะฉะนั้นกำไรก็จะเป็นของน้า ถ้าจื่อซวานช่วยทำ น้าก็จะแบ่งค่าแรงให้ ส
Baca selengkapnya
บทที่ 7 คนบ้านซีมีความสามารถ
บทที่ 7 คนบ้านซีมีความสามารถ เฟยเฟิ่งย้ายมาบริเวณที่ถูกจัดเป็นครัวนอกบ้าน ตอกไข่ใส่ถ้วยแล้วแยกไข่ขาวและไข่แดงไว้ ถ้วยที่มีไข่ขาวใส่น้ำตาลลงไปและใช้ตะเกียบตีแทนตะกร้อตีไข่ ปากก็พลางสั่งให้ซูลี่ผสมแป้งตามคำสั่ง“แป้งข้าวเจ้าหกช้อน แป้งข้าวโพดกับแป้งสาลีอย่างละหนึ่ง ไข่หนึ่งฟองระวังอย่าให้เปลือกตกลงไปนะ” ซีซูลี่ผสมตามอย่างตั้งใจ เมื่อส่วนผสมครบก็ค่อยๆ เพิ่มน้ำลงไป ยื่นให้เฟยเฟิ่งตรวจเป็นระยะ “ใช้ได้ไหมคะ”“ได้แล้ว ของน้าก็แค่บีบส้มจี๊ดลงไปนิดหน่อยก็ได้แล้ว” เฟยเฟิ่งต้องการให้ครีมที่ตีขึ้นมามีความคงตัว แต่ไม่สามารถหามะนาวหรือเลม่อนได้ จึงคิดว่าส้มจี๊ดอาจจะพอทดแทนได้“ทำอะไรต่อคะ” ซูลี่ถามอย่างตื่นเต้น เด็กน้อยที่ทำเป็นแต่โจ๊กและน้ำแกงมีแววตาเป็นประกาย“เมื่อกี้เราจะไว้ทำขนม เรามาเตรียมทำอาหารกันจริงๆ ต่อดีกว่า” เฟยเฟิ่งหยิบชามผสมออกมาตักแป้ง ไข่แดงที่ไม่ได้ใช้ น้ำมันและเกลือลงไปอีกเล็กน้อย นวดจนเนื้อเนียน ส่วนซูลี่มีหน้าที่ล้างมะเขือเทศ และหัวหอมที่ซื้อจากแผงผักอื่น เมื่อซูลี่ล้างผักเสร็จเฟยเฟิ่งก็กำลังใช้ด้ามของตะหลิวมารีดแป้งให้แบนพอดี เมื่อหั่นเสร็จก็ออกมาเป็นเส้นพ
Baca selengkapnya
บทที่ 8 สหายเรียกให้มาหา
บทที่ 8 สหายเรียกให้มาหา ว่านเฟยเฟิ่งไม่ได้สนใจรอฟัง เธอเลือกเดินไปหลังบ้าน ขอให้ช่างหูทำถาดไว้อนุบาลต้นผักที่เฟยเฟิ่งคิดจะปลูกในคืนนี้เลย“จ้ะลุงช่าง นี่ก็ใกล้เสร็จแล้วนี่ รวดเร็วจริง” ว่านเฟยเฟิ่งกล่าวเมื่อเห็นว่าตัวโครงไม้ และประตูทะลุระหว่างพื้นที่ก็ทำเสร็จแล้ว ส่วนตอนนี้กำลังลงเสารั้วให้เสร็จสิ้นอยู่“นี่นังเฟยเฟิ่ง ผู้อาวุโสพูดด้วย แกมาเดินหนีแบบนี้ได้ยังไง” ป้าอันพี่น้องจากบ้านเดิมของว่าที่แม่สามีรีบเดินตามมากระชากแขน“โอ๊ย ฉันขอเถอะป้า วันนี้ฉันยุ่งไว้เถียงกันวันหลัง” เฟยเฟิ่งลูบแขนตนเองเบาๆ“มาเดี๋ยวนี้!” อันผิงเจินลากตัวของว่านเฟยเฟิ่งให้ตามเข้าบ้าน“ย่าอันปล่อยน้าเฟิ่งนะ” จื่อซวานวิ่งเข้ามาขอร้อง“ไม่เป็นไรอาซวานอยู่กับช่างหู ถ้าช่างทำที่น้าขอแล้ว ก็ให้วางไว้ด้านนอกนี้ เข้าใจนะ”“ครับ” จื่อซวานพยักหน้า“ส่วนป้าก็ปล่อยได้แล้ว อยากคุยมากก็ไปคุย แต่อย่ามาลากฉัน ป้าไม่มีสิทธิ์” เฟยเฟิ่งผลักตัวป้าอันผู้นี้ออก แล้วเร่งเดินนำหน้าเข้าบ้านไปเอง...“ฉันได้ข่าวจากในตลาดว่าเธอไปซื้อหมู เอามาสิส่วนของบ้านอันน่ะ”“ทำไมฉันต้องแบ่ง ไข่ฟองเดียวยังมาตีหลาน หน้าด้านมาขอหมูฉันอีกเหรอ
Baca selengkapnya
บทที่ 9 เรื่องที่ต้องช่วย
บทที่ 9 เรื่องที่ต้องช่วย ว่านเฟยเฟิ่งนอนซมจับไข้ในวันถัดมาจึงทำให้แผนเปิดร้านต้องชะลอไปหนึ่งวัน เธอสอดส่องให้แน่ใจว่าไม่มีผีตนนั้นรอมาคุยตามสัญญา ก็ลอบถอนหายใจออกมา แล้วค่อยๆ ก้าวขาออกจากห้องนอน“ตื่นได้แล้วสินะ” เสียงของว่าที่แม่สามีดังขึ้นทันทีที่เห็นตัวเฟยเฟิ่ง“เมื่อคืนออกไปขุดดินตอนกลางคืน มันคงหนาวเกินไป ฉันเลยมีไข้” เฟยเฟิ่งอธิบายออกไป โดยละเว้นส่วนที่ตนเองเจอผีออกไป เพราะไม่แน่ใจว่าสตรีผู้นี้จะเชื่อเรื่องราวเหนือธรรมชาติบ้างหรือไม่“อืม เจองูด้วยใช่ไหม ร้องเสียงดังแบบนั้น ในเมืองไม่มีล่ะสิ”“ค่ะ ฉันไปทำกับข้าวนะ คงใช้เนื้อหมูเป็นมื้อเช้า ฉันกลัวทิ้งไว้นานแล้วจะเสีย” เฟยเฟิ่งพยักหน้าเดินเลี่ยงไปหลังบ้าน ว่านเฟยเฟิ่งล้างหน้าแปรงฟันที่หลังบ้านให้เรียบร้อยถักผมเป็นเปียเก็บจนเรียบร้อย ก็เห็นอันซูเจินนั้นเดินตามออกมาด้วยอย่างเชื่องช้า ในมือถือห่อผ้าที่มีข้าวสารจากเมื่อคืนออกมา หญิงวัยกลางคนเริ่มจุดเตาและนำหม้อมาตั้งใส่ห่อผ้าทำสองลงไป เฟยเฟิ่งที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา เพราะหากลุกมาทำเองเช่นนี้ย่อมหมายความว่าความอุ่นช่วยให้เข่าของซูเจินดีขึ้นจริงๆ ว่าที่แม่
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status