Masukคำโปรย "ปริมมาแล้วเหรอพี่กำลังหิวอยู่พอดีเลย" ชายหนุ่มพูดขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร หญิงสาวหยุดชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินคนเป็นสามีเรียกผู้หญิงที่เขารัก เขาไม่เคยรอเธอเลยสินะ "มาทำไม" ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าเป็นภรรยาที่เขาไม่เคยให้ความสำคัญเขาเปลี่ยนสีหน้าเย็นชาขึ้นมาทันที "เอ่อ...ลินทำอาหารกลางวันมาให้ค่ะ" มาลินีฝีนยิ้มเมื่อเห็นอาการไม่พอใจของสามีที่แสดงออกมา "ใครสั่ง" ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เอ่อ...ไม่มีค่ะ" มาลินีส่ายหัวไปมาก่อนจะก้มหน้ามองปิ่นโตในมือด้วยความเสียใจ "กลับไปซะแล้วก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาที่นี้อีก" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง
Lihat lebih banyakบริษัท
เวลา 11 : 15 น. แสงแดดที่ส่องลงกระทบผิวหนังแทบไหม้แต่กลับไม่ได้ทำให้หญิงสาวร่างบางคนหนึ่งที่เดินลงมาจากรถแท็กซี่มีอาการหงุดหงิดแม้แต่น้อย เธอเดินตรงไปที่ตึกหนึ่งด้วรอยยิ้มสดใส ในมือของเธอถือปิ่นโตขนาดเล็กสีหวานและมีกล่องขนมที่เป็นของโปรดของสามี เธอคอยเอาใจใส่คนเป็นสามี ถึงแม้ว่าเขาจะเย็นชาและไม่เคยรักเธอเลยก็ตามแต่เธอก็ยังคอยทำให้เขาเสมอมาตลอดหนึ่งปีที่แต่งงานกัน เธอคือ ลิน มาลินี ส่วนสามีของเธอคือ ภีม ภีมวัตร เขาเป็นถึงประธานบริษัทตั้งแต่ยังเด็กจนตอนนี้เขาอายุ 30 ปี บริษัทของเขาเจริญเติบโตขึ้นทุกวันเพราะความเก่งของเขา "สวัสดีค่ะ ลินมาขอพบพี่เหนือค่ะ" มาลินีเดินเข้ามาภายในตึกเธอเดินตรงไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ก่อนจะบอกพนักงานสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ถึงเธอจะเป็นภรรยาของท่านประธาน เธอก็ไม่อาจขึ้นไปหาเขาโดยพละการ "สวัสดีค่ะ คุณลินรอสักครู่นะคะ" พนักงานสาวก้มหัวให้หญิงสาวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร "เชิญคุณลินขึ้นไปได้เลยค่ะ ดิฉันได้แจ้งกับเลขาส่วนตัวของท่านประธานเรียบร้อยแล้วค่ะ" "ขอบคุณค่ะ" มาลินีเอ่ยขอบคุณพนักงานสาวก่อนจะเดินตรงไปที่ลิฟต์ด้วยความตื่นเต้น ติ้ง~ เสียงประตูลิฟต์เปิดออกหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินออกจากลิฟท์ ด้วยความประหม่า "สวัสดีค่ะ พี่นนท์" มาลินียกมือไหว้เลขาส่วนตัวของเขาอย่างสุภาพ "สวัสดีครับ คุณลิน" นนท์พยักหน้ารับไหว้ก่อนจะเอ่ยทักทายหญิงสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เอ่อ...ลินขอเข้าไปหาเขาได้มั้ยคะ" มาลินีเอ่ยถามด้วยความเกรงใจและประหม่าอย่างบอกไม่ถูก "ได้ครับ ตอนนี้ท่านประธานไม่มีงานด่วนครับ" นนท์เอ่ยตอบหญิงสาวทันที เขาไม่ได้แจ้งท่านประธานเพราะคิดว่าไม่จำเป็นและอีกอย่างหญิงสาวตรงหน้าก็เป็นถึงภรรยาของเขา ก๊อก ก๊อก ก๊อก "เชิญครับ" มาลินีที่ได้ยินชายหนุ่มตอบกลับมาจึงเปิดประตูทันที "ปริมมาแล้วเหรอพี่กำลังหิวอยู่พอดีเลย" ชายหนุ่มพูดขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร หญิงสาวหยุดชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินคนเป็นสามีเรียกผู้หญิงที่เขารัก เขาไม่เคยรอเธอเลยสินะ "มาทำไม" ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าเป็นภรายาที่เขาไม่เคยให้ความสำคัญก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าความเย็นชาทันที "เอ่อ...ลินทำอาหารกลางวันมาให้ค่ะ" มาลินีฝีนยิ้มเมื่อเห็นอาการไม่พอใจของสามีที่แสดงออกมา "ใครสั่ง" ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เอ่อ...ไม่มีค่ะ" มาลินีส่ายหัวไปมาก่อนจะก้มหน้ามองปิ่นโตในมือด้วยความเสียใจ "กลับไปซะแล้วก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาที่นี้อีก" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง "พี่เหนือ~" เสียงหวานของปริมดังขึ้นหลังจากที่เธอเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะ ชายหนุ่มหันไปตามเสียงก่อนจะยิ้มออกด้วยความดีใจ หญิงสาวที่มองคนเป็นสามียิ้มหวานให้เธอคนนั้นด้วยความเจ็บปวด เธอไม่เคยได้รับรอยยิ้มและสายตาอ่อนโยนจากเขาเลยสักครั้ง "อุ้ย...ปริมขอโทษค่ะคิดว่าพี่เหนืออยู่คนเดียว" ปริมแอบสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าภรรยาของเขาก็อยู่ที่นี้ "ไม่เป็นไรครับ...เขาจะกลับแล้วไหนทำอะไรมาให้พี่บ้างเนี่ย" ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปหาปริมก่อนจะรั้งแขนเธอให้เดินไปนั่งที่โซฟาโดยไม่สนใจภรรยาที่ยืนอยู่ เขาทำเหมือนเธอเป็นธาตุอาการ "ว้าว น่ากินจังเลยครับ...อร่อยเหมือนเดิมรึเปล่าครับ" หญิงสาวมองภาพนั้นด้วยความอิจฉา น้ำเสียงและท่าทางที่เขามีต่อผู้หญิงคนนั้นชั่งต่างกับเธิโดยสิ้นเชิง หญิงสาวก้มมองปิ่นโตที่เธอตั้งใจทำมาให้เขาด้วยความเสียใจก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องทำงานเขาอย่างเงียบๆ เพราะต่อให้อยู่ต่อก็ไร้ตัวตนสำหรับเขาอยู่ดี "พี่เหนือทำไมพี่ถึงไม่ทานของภรรยาของพี่ละค่ะ" ปริมหันไปมองหญิงสาวที่เดินออกจากห้องด้วยความสงสารเธอรู้ว่าเขาทั้งสองแต่งงานเพราะความต้องการของผู้ใหญ่และเธอมองออกว่าหญิงสาวมีใจให้ชายหนุ่มแต่ความเย็นชาที่ทิศเหนือมีต่อหญิงสาวก็พอจะดูออกว่าชายหนุ่มไม่มีใจให้หญิงสาวเลย "ก็พี่ไม่อยากกินของเขาพี่อยากกินของปริมมากกว่า" ชายหนุ่มเอ่ยตอบกลับทันที "จริงๆ แล้วปริมไม่ควรมาหาพี่เลย...พี่แต่งงานแล้วปริมไม่อยากถูกมองว่าเป็นมือที่สามของใคร" ปริมพูดขึ้นแผ่วเบาก่อนจะก้มหน้ารู้สึกผิด “ไม่มีใครแทนปริมได้… พี่ไม่สนว่าคนอื่นจะมองยังไง พี่แค่อยากให้ปริมอยู่ข้างพี่ก็พอ” ปริมเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจไหววูบอย่างห้ามไม่อยู่ คำพูดของเขาทำให้ความรู้สึกผิดที่มีเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่เต็มอก เธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์นี้เต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่แววตาที่เขามองเธอ...มันยากเกินกว่าจะหันหลังกลับ ด้านลิน หญิงสาวก็เดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เธอยังไม่อยากกลับคอนโดที่เป็นเรือนหอของเธอและเขา เพราะแม้จะกลับไป…ก็มีแต่ความเงียบเหงาที่กรีดแทงใจ หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาวใต้ร่มไม้ ก่อนจะเปิดฝาปิ่นโตอย่างแผ่วเบา กลิ่นแกงจืดเต้าหู้หมูสับลอยออกมาอุ่น ๆ น้ำซุปใสที่เธอใช้เวลาต้มเกือบชั่วโมง พร้อมหมูสับที่ปั้นเป็นก้อนกลมพอดีคำ…ทุกอย่างเธอทำด้วยความตั้งใจ เธอจำได้ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยพูดติดปากว่า 'ชอบกินแกงจืดของแม่' เพียงแค่นึกถึง เธอก็เผลอยิ้มบางๆ แต่รอยยิ้มนั้นก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงความขมในใจอาหารตรงหน้าไม่ได้ถูกทำขึ้นเพื่อเธอเอง แต่เพื่อคนที่ไม่เคยแม้แต่จะมอง "หึ ตั้งใจทำมาให้เขาสุดท้ายก็ต้องมานั่งกินเอง" หญิงสาวพึมพำออกมาแผ่วเบาก่อนจะตักแกงจืดและข้าวเข้าปากอย่างเงียบๆ ผ่านไปสักพักหญิงสาวก็ทานข้าวจนหมด เธอนั่งมองแม่น้ำที่ไหลผ่านไปเรื่อยเปื่อย ครืน ครืน ครืน เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นหญิงสาวหยิบออกมาจากกระเป๋าทันที -คุณแม่- "ฮัลโหลค่ะ คุณแม่" หญิงสาวรับสายคุณแม่ของสามีด้วยความตื่นเต้น "หนูลินทำอะไรอยู่จ๊ะ" คุณวนิดาเอ่ยถามลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ลินเพิ่งทานข้าวเสร็จค่ะ...คุณแม่สบายดีมั้ยคะ" หญิงสาวเอ่ยตอบแม่สามีด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเธอพยายามทำตัวให้สดใสแม่ในใจจะแตกสลาย "แม่สบายดีจ๊ะลูก..วันนี้ช่วยพี่เขามากินข้าวที่บ้านได้มั้ยลูก" "เอ่อ...ลินตอบไม่ได้นะคะ...ช่วงนี้พี่เหนือยุ่งๆ ด้วยค่ะ" หญิงสาวนิ่งอึ้งไปก่อนจะหาอ้างไป เธอไม่กล้าบอกเขาหรอก วันนี้เขาจะกลับมากินข้าวกับเธอรึเปล่ายังไม่รู้เลย "หรอลูก...ไม่เป็นไรคอยมาตอนพี่เขาว่างก็แล้วกันนะ แม่วางแล้วน้า~" "ค่ะ...คุณแม่" หญิงสาวถอดหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไป คอนโด เวลา 19 : 25 น. ภายในห้องครัวที่มีกลิ่นอาหารลอยอบอวลไปทั่วห้อง หญิงสาวตั้งใจทำอย่างสุดความสามารถ ถึงแม้ว่าคนเป็นสามีไม่เคยได้ลิ้มรสมันเลยสักครั้งแต่เธอก็ยังหวังว่าเขาจะทานมันสักครั้ง เธอมองอาหารมากมายที่จัดเตรียมเสร็จสิ้นอยู่บนโต๊ะอาหารก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย “คืนนี้…ะี่จะกลับมากินสักคำไหมนะ” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว ในใจเธอเจ็บหน่วงเมื่อคิดถึงบ่ายวันนี้ ภาพที่เขายิ้มให้ผู้หญิงอีกคนยังชัดเจนเกินไป แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังคงลุกขึ้นมาทำอาหารไว้รอเขาเหมือนทุกวัน เหมือนคนโง่ที่ยังฝากความหวังไว้กับสิ่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง เสียงนาฬิกาแขวนบนผนังดังติ๊กต่อก…แต่ละวินาทีเหมือนกรีดลึกลงกลางอก มาลินีนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ว่างเปล่า เธอวางมือลงบนโต๊ะ จ้องมองถ้วยแกงจืดที่ยังมีควันกรุ่น น้ำตาเอ่อขึ้นคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบกะพริบตาถี่ ๆ ไม่ยอมให้มันไหลออกมา “ขอให้สักวัน…พี่จะลองชิมฝีมือลินสักครั้ง” เสียงพร่ากระซิบเบาราวกับอ้อนวอนความเงียบ ห้องครัวที่สว่างไสวดูอบอุ่น แต่กลับหนาวเย็นจับใจ เพราะเก้าอี้อีกฝั่งยังคงไร้เงาของเขา…เหมือนทุกคืนที่ผ่านมา แกร๊ก เวลา 22 : 35 น. เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงหญิงสาวก็ยังนั่งรอคนเป็นสามีอยู่ที่โต๊ะอาหารแต่แล้วเธอก็ได้ยินเสียงเปิดประตูหญิงสาวรีบลุกขึ้นเดินไปหาเขาทันที "พี่เหนือ..." หญิงสาวเอ่ยเรียกชื่อเขาแต่ไม่ทันได้พูดอะไรต่อเพราะเขาเดินผ่านหน้าเธอไปเหมือนเธอเป็นอากาศ หญิงสาวมองตามหลังเขาที่เดินหายเข้าไปภายในห้องนอนของเชาก่อนจะก้มหน้าลงพร้อมกับยิ้มสมเพชในตัวเอง หญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะอาหารเธอมองอาหารพวกนั้นด้วยสายตาเศร้าหมองก่อนจะนั่งลงทานกินคนเดียวเงียบๆ แต่สายตาของเธอยังค่อยมองไปที่ประตูห้องนอนของเขาเพื่อหวังว่าเขาจะออกมาทานกับเธอแต่ก็ไม่เห็นเจ้าของห้องออกมาเลย หญิงสาวนั่งทานไปสักพักก่อนจะลุกขึ้นหยิบจานไปล้างจานข้าวของเธอหมดไปแค่ครึ่งจานแต่เธอทานต่อไปไม่ไหวแล้วเพราะมันจุกมันปวดหนึบไปทั้งหัวใจ "ฝันดีนะคะ" หลังจากเธอเก็บข้าวภายในห้องครัวเสร็จเธอหันหน้าไปมองประตูห้องเขาก่อนจะพึมพำออกมาแผ่วเบา เมื่อหญิงสาวพูดจบเธอหันหลังเดินไปยังห้องนอนของตัวเองที่มีขนาดเล็กกว่าของห้องนอนของชายหนุ่ม เธอและเขาแยกห้องนอนกันมาตั้งแต่แต่งงานกันมาหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปคอนโดมิเนียมหญิงสาวยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องพักส่วนตัวที่คอนโด แสงไฟนวลส่องกระทบผิวขาวเนียนพร้อมเงาสะท้อนชุดเดรสยาวสีงาช้างที่เธอสวมอยู่ เดรสถูกออกแบบอย่างเรียบหรูแต่แฝงความอ่อนหวาน โอบเอวคอดกิ่วพอดีตัว ทำให้รูปร่างบอบบางของเธอยิ่งดูสง่างามขึ้น มาลินีหันซ้ายหันขวา ก่อนจะถอนหายใจยาว ๆ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก๊อก ก๊อก ก๊อก“เปิดประตูเร็ว ๆ ยัยลิน ฉันมาแล้ว” น้ำเสียงคุ้นหูดังลอดเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะร่าเริงหญิงสาวรีบวิ่งไปเปิดประตู แล้วร่างโปร่งบางของแพรว เพื่อนรักที่เปรียบเสมือนน้องสาวก็โผล่เข้ามาทันที “ว้าววววว… ยัยลิน วันนี้สวยเหมือนหลุดออกมาจากนิยายเลยนะ” แพรวอ้าปากค้าง ทำท่าตกตะลึงเกินจริงก่อนจะหัวเราะคิกคัก“อย่ามาล้อเลยน่า ฉันก็แต่งปกติ” หญิงสาวแก้มขึ้นสี ยกมือดันไหล่เพื่อนเบา ๆ“ปกติบ้านเธอสิ นี่มันสวยเวอร์ไปแล้ว ดูสิ หน้าแดงเชียว” แพรวยกคิ้วล้อเลียน ก่อนจะหันไปวางกระเป๋าลงบนโซฟา “ว่าแต่…ใจเต้นใช่มั้ยล่ะ เพราะคืนนี้พี่พีทจะมีเซอร์ไพรส์นะจ๊ะ” หญิงสาใสะดุ้งเฮือก หันขวับมาจ้องหน้าเพื่อน “อะไรนะ แพรว เธอรู้อะไรมาอีกแล้วใช่มั้ย” แพรวยิ้มกรุ้มกริ
หนึ่งปีต่อมา Lin’s Wardrobeแสงแดดยามสายสาดเข้ามาในร้านตัดเย็บเสื้อผ้าที่ใหม่เอี่ยมของมาลินี ผนังไม้โทนอ่อนและโคมไฟสไตล์วินเทจส่องประกายสะท้อนกับกระจกใส ทุกมุมของร้านถูกจัดวางอย่างเรียบร้อย เฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับตกแต่งเสร็จสมบูรณ์ ทำให้ร้านทั้งสวยงามและอบอุ่นหญิงสาวเดินสำรวจร้านด้วยรอยยิ้มกว้าง รู้สึกภูมิใจที่ฝันหลายปีของเธอถูกสร้างขึ้นจริง พีทยืนอยู่ข้าง ๆ คอยส่งรอยยิ้มให้เธออยู่ห่าง ๆ ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความภูมิใจ“เอาล่ะ วันนี้เรามาฉลองการเริ่มต้นใหม่ของลินกันครับ” คุณอภิสิทธิ์ถือกรรไกรทองคำยืนรอหน้าโต๊ะพิธี เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะตัดริบบิ้นสีแดงผืนใหญ่ สัญลักษณ์แห่งการเปิดร้านวันแรก“ลินเก่งที่สุดเลย! วันนี้ฉันภูมิใจในตัวแกจริง ๆ” แพรว เพื่อนสาวสุดที่รักยืนอยู่ข้าง ๆ มาลินี หัวเราะชอบใจหญิงสาวหัวเราะเบา ๆ น้ำตาคลอเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้เสียใจนี่คือความสำเร็จที่เธอคว้าเองด้านนอกหน้าร้าน ทิศเหนือยืนอยู่ห่าง ๆ มองภาพของมาลินีด้วยสายตาที่ผสมระหว่างความอาลัยและยอมรับ เขารู้แล้วว่า…เธอที่เขาไม่อาจครอบครองอีกต่อไป ได้ก้าวไปสู่ความสุขของตัวเองแล้ว และคนที่อยู่เคียงข้างเธอตอนนี
ด้านมาลินีรถยุโรปสีเงินคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดตรงริมฟุตบาท หญิงสาวก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวัง มือยังถือแฟ้มเอกสารแน่นอยู่ในอ้อมแขน“ตรงนี้แหละครับ ที่พี่บอกว่าทำเลดี เจ้าของที่ต้องการขายขาดเลย ไม่ใช่ปล่อยเช่า” พีทเอ่ยขึ้นพลางหันไปยิ้มอุ่น ๆ ให้เธอดวงตาของหญิงสาวทอดมองไปยังพื้นที่เบื้องหน้า แม้ยังเป็นแค่ที่ดินเปล่าที่มีรั้วกั้นเก่า ๆ และหญ้ารกขึ้นบ้าง แต่ในจินตนาการของเธอกลับเห็นเป็นร้านตัดเย็บเล็ก ๆ ที่มีแสงไฟส่องอบอุ่น และหน้าต่างกระจกใสโชว์ชุดสวย ๆ ที่เธอออกแบบเอง“ลินอยากได้ค่ะ…” เธอพึมพำเบา ๆ เหมือนบอกกับตัวเองมากกว่าคนข้าง ๆ“งั้นก็ดีเลย วันนี้เจ้าของเขาจะเข้ามาเซ็นสัญญา ถ้าลินมั่นใจพี่จะช่วยดูรายละเอียดเรื่องเอกสารการซื้อขายให้” พีทยิ้มกว้างขึ้น ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น เขาพร้อมที่จะซัพพอร์ตเธอทุกด้านหญิงสาวก้มหน้ามองแฟ้มในอ้อมแขนแน่น เธอใช้เวลาคิดมานาน กว่าจะกล้าก้าวออกจากความผิดหวังที่ยืดเยื้อมานับปี วันนี้เป็นวันแรกที่เธอเลือกตัวเองจริง ๆ“ลินอยากซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของลินเองค่ะ เงินเก็บที่ลินมีอาจไม่มาก แต่พอรวมกับที่คุณพ่อให้มาเพิ่ม ก็คงเพียงพอสำหรับการเริ่มต้น” เสียงเธ
รุ่งเช้าแสงแดดอ่อนลอดผ้าม่านเข้ามาในห้อง มาลินีลุกขึ้นทั้งที่ตาบวมแดงจากการร้องไห้เมื่อคืน เธอไม่รอให้ใจตัวเองอ่อนแอไปมากกว่านี้ มือเรียวค่อย ๆ หยิบเสื้อผ้าบางส่วนใส่กระเป๋า เพื่อจะได้ย้ายออกไปได้ง่ายที่สุดในวันที่ทุกอย่างสิ้นสุดเสียงซิปกระเป๋า แกร๊ก... ดังสะท้อนในความเงียบ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าทุกการเคลื่อนไหวกำลังปลุกใครอีกคนชายหนุ่มที่นอนอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงดังผิดปกติ เขาลุกขึ้นอย่างสงสัย ก้าวไปหยุดที่หน้าประตูห้องของเธอ ก่อนบิดลูกบิดเข้าไป“ลิน…เธอทำอะไร” เสียงทุ้มต่ำแฝงความไม่พอใจดังขึ้น“ลินแค่เก็บของไว้ล่วงหน้า…จะได้ออกไปง่าย ๆ เมื่อถึงเวลาหย่า” หญิงสาวชะงัก มือที่กำลังพับเสื้อหยุดค้างกลางอากาศ ก่อนเงยหน้ามองเขา ดวงตาแดงช้ำแต่เด็ดเดี่ยวหัวใจของชายหนุ่มสะท้านวูบ ร่างสูงยืนนิ่งมองเธอเก็บของทีละชิ้น ราวกับทุกสิ่งที่เคยเป็นของเขากำลังถูกดึงออกไปทีละน้อย เขาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงรู้สึกใจหายขนาดนี้“ฉันบอกแล้วไง…ฉันไม่หย่า” เสียงของเขาขรึมต่ำ แต่หนักแน่น“พี่เหนือมีคุณปริมอยู่แล้ว และพี่ก็บอกเองว่ารักเธอ..พี่ยังรั้งลินไว้ทำไม...ทำไมถึงไม่ยอมหย่า” ห
เวลา 20:30 น.เรือนหอภายในห้องครัวที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงน้ำไหลจากก๊อกและเสียงจานกระทบกันเบา ๆ หญิงสาวร่างบางกำลังล้างจานอย่างเพลิดเพลิน ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มบาง ๆ อย่างไม่รู้ตัว เธอรู้สึกอบอุ่นเล็กน้อยในหัวใจ… เป็นความสุขเล็ก ๆ ที่แทรกตัวขึ้นมาโดยไม่คาดคิดทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือ
เวลา 19 : 30 น.ห้องอาหารแสงไฟอุ่นในห้องอาหารขนาดใหญ่ถูกเปิดขึ้น โต๊ะยาวไม้สักถูกจัดวางอาหารที่แม่บ้านตั้งใจทำอย่างประณีต กลิ่นหอมของกับข้าวที่มาลินีชอบตั้งแต่เด็ก ๆ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้อง“คุณลุงคะ กลิ่นหอมมากเลยค่ะ ดูก็รู้ว่าเป็นอาหารโปรดของลินทั้งนั้น” แพรวพูดพร้อมรอยยิ้ม พลางช่วยแม่บ้านจัดจานเพิ
เวลา 10 : 00 น.หญิงสาวร่างบางรีบเดินลงจากคอนโดทันที เมื่อได้รับสายเพื่อนสาวว่าเธอมาถึงแล้วรออยู่ข้างล่าง เมื่อเดินออมาจากลิฟต์เธอมองหาเพื่อนสาวที่โรงจอดรถ "ลิน...ทางนี้" แพรวยืนโบกมือ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่เธอ"รอนานมั้ย" หญิงสาวรีบเดินไปหาเพื่อนทันทีพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความสดใสแต่ภายในของเธอนั้นแ
เรือนหอรุ่งเช้า เสียงนาฬิกาดิจิทัลที่หัวเตียงดังแผ่ว ๆ บอกเวลาเจ็ดโมงครึ่ง ร่างสูงที่นอนตะแคงอยู่พลิกตัวช้า ๆ เปลือกตาคมค่อย ๆ เปิดขึ้นรับแสงแดดยามเช้าที่ลอดเข้ามาทางผ้าม่านสีอ่อนชายหนุ่มถอนหายใจยาว มือหนายกขึ้นกดขมับ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างยังคงวนเวียนอยู่ในอกตั้งแต่เมื่อคืน ความว่างเปล่