Masukผมต้องการให้พวกเราแต่งงานพร้อมกันสองคู่ ซึ่งพี่กันต์ก็ตามใจอย่างว่าง่าย
ด้วย
พอเดินวนดูสถานที่จัดงานจนครบแล้ว เหล่าแม่ ๆ ก็จับพวกผมไปขังในโรงแรม และถูกบังคับให้เข้าคอร์สอาบน้ำใหญ่ต่อผมยืนเอามือปิดหน้าอกตัวเองพลางกระโดดไปทั่วห้อง นั่นก็เพราะตอนนี้ผมโดนกลุ่มหญิงวัยกลางคนจับถลกหนังจนเกือบล่อนจ้อนเหลือแต่กางเกงในแล้วนั่นเอง“ที่ตัวไม่ต้องก็ได้ครับ! ถึงยังไงก็ต้องใส่ชุดสูท นอกจากหน้ากับคอ ผิวส่วนอื่นก็อยู่ใต้ร่มผ้าหมด ไม่ต้องขัดหรอก!” ผมหลับหูหลับตาตะโกน“ไม่ได้ค่ะ คุณหญิงสั่งให้พวกเราดูแลคุณตั้งแต่หัวจรดเท้า ต่อให้เป็นจุดซ่อนเร้นก็ต้องได้รับการดูแลค่ะ” หญิงวัยกลางคนที่มีผมสีดอกเลาแซมครึ่งศีรษะพูดด้วยรอยยิ้มหวานหยด “มาเถอะค่ะ ไม่ต้องอายหรอก ฉันเห็นมาบ่อยแล้ว”จากนั้นพนักงานคนอื่นที่อายุพอ ๆ กัน ก็พุ่งเข้ามาล็อกแขนล็อกขาแล้วลากผมเข้าห้องน้ำไป“เฮ้ย! ปล่อยนะโว้ยยยย” ผมกรีดร้องประหนึ่งคนโดนเชือดก็ไม่ปานเกิดมายี่สิบกว่าปี อยู่มาสองโลก นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมรู้สึกอับอายขนาดนี้!สุดท้ายผมก็ถูกทารุณกรรม (ทางจิตใจ) จนใบหน้าและลำตัวแดงก่ำอย่างกับกุ้งต้ม
ผมต้องการให้พวกเราแต่งงานพร้อมกันสองคู่ ซึ่งพี่กันต์ก็ตามใจอย่างว่าง่ายด้วยความร้อนใจ วันถัดมาผมเลยนัดพี่ตินกับคีย์ออกมาทานข้าวในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตอนที่คนในร้านรวมถึงพนักงานเห็นพวกผมสี่คนเดินเข้ามา ทุกคนก็พากันมองตามไม่ละสายตา แต่กลับไม่มีใครมาชี้นิ้วด่า หรือนินทาเสีย ๆ หาย ๆ อย่างที่บริษัทคู่แข่งต้องการคนทั่วไปมักชอบเสพข่าวลับ ๆ ของคนดังกันทั้งนั้น ถ้าไม่อยากถูกจับผิด ก็แค่ต้องทำทุกอย่างให้เปิดเผย แค่นี้ก็จะไม่มีข่าวลับอะไรให้พวกเขาเล่นงานแล้วเสียก็แต่นักแสดงในวงการกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์นั้นไม่กล้าเปิดเผยตัวเองเพราะกลัวแฟนคลับหนีหาย แต่นั่นมันไม่ใช่กับพวกผมร้านอาหารแห่งนี้ไม่มีห้องส่วนตัว ทำให้สามารถมองเห็นหน้าลูกค้าคนอื่นได้ ทว่าระยะห่างแต่ละโต๊ะนั้นไกลกันพอสมควร เลยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาได้ยินบทสนทนา หลังจากนั่งลงและสั่งอาหารเรียบร้อย ผมก็เอ่ยเข้าประเด็นทันที“พวกนายจะแต่งงานกันไหม”“...!”“...?”ทั้งสองคนมีสีหน้าตกใจระคนงุนงง ไม่มีใครตอบอะไรกลับมา ราวกับยังตั้งสติไม่ไ
ไคถูกจับได้ว่าหักหลังบริษัทของตัวเอง แน่นอนว่าเส้นทางในสายอาชีพนักแสดงของเขาย่อมมาถึงทางตันแล้ว ตัวเขาเองก็คงจะรู้ดีเลยไม่ได้ขอร้องอ้อนวอนอะไร“ถึงนายจะจำเป็นต้องทำแบบนี้ แต่นั่นมันไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน ในเมื่อนายทำผิดก็ต้องรับผลที่ตามมา ทางบริษัทจะยกเลิกสัญญากับนาย และนายต้องเป็นคนจ่ายค่าปรับจากการผิดสัญญาเป็นจำนวนเงินสิบเท่า” พี่กันต์ทำสีหน้าเย็นชา“...” ใบหน้าของไคเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันทีผมเดาว่าเงินที่เขาได้จากการหักหลังบริษัทคงจะไม่พอจ่ายค่าปรับแน่ ๆ งานนี้ไคก้าวพลาดแล้วล่ะทุกคนในที่นี้ไม่มีใครเห็นใจชายหนุ่มสักคน แม้กระทั่งคีย์ที่ปกติเป็นคนหัวอ่อนก็ยังเอาแต่ยืนเม้มปากเงียบ สีหน้าผิดหวังสุด ๆส่วนผมที่ไม่ได้สนิทกับไค ยิ่งไม่รู้สึกอะไรกับสถานการณ์นี้เลย ทว่าผมกลับมีความคิดหนึ่งซึ่งมันอาจจะช่วยให้ไคไม่ต้องจ่ายค่าปรับ ส่วนผู้เสียหายอย่างผม พี่กันต์ และคีย์ ก็ยังได้เอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย“ผมคิดว่าในเมื่อ Q Entertainment ต้องการเล่นงานพวกเราด้วยข่าวฉาว งั้นทำไมพวกเราไม่เอาคืนเขาบ้างล่ะครับ&r
ผมนั่งไถโทรศัพท์อ่านคอมเมนต์อย่างคนไม่มีอะไรจะทำ การเสพเนื้อหาลบ ๆ และท็อกซิกไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่ผมรู้ว่าเรื่องที่พวกเขาด่ามันไม่เป็นความจริง เลยไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรในขณะที่กำลังเพลิดเพลิน พลันมีสายเรียกเข้าดังขึ้น ส่วนคนที่โทรเข้ามาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็น ‘ไค’ นั่นเองผมกดรับสาย “ว่าไง”[คุณเมลเห็นข่าวหรือยังครับ]“เห็นแล้วล่ะ”[ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณเมลพลอยถูกด่าไปด้วย ไม่คิดเลยว่าแค่ออกไปซื้อของก็จะเกิดเรื่องแบบนี้ได้ คุณเมลอย่าคิดมากนะครับ เดี๋ยวผมจะโพสต์แก้ข่าวให้]น้ำเสียงของไคดูจะรู้สึกผิดมากทีเดียว“ฉันไม่ได้คิดมากหรอก พวกเราต่างก็รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร อีกไม่นานทุกคนก็จะรู้ความจริงเองนั่นแหละ พี่กันต์กำลังไปจัดการเรื่องนี้” ผมพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ[งะ...งั้นเหรอครับ แบบนี้ก็ดีเลย]ไคถามไถ่ผมต่ออีกสองสามคำ ก่อนจะวางสายไปหลังจากนั้นไม่นาน แอ็กเคานต์ของไคก็โพสต์แก้ข่าว‘ผมกับคุณเมลเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันในบริษัทเท่านั
นอกจากข่าวฉาวของพี่กันต์กับคีย์ ตอนนี้ดันมีข่าวของผมกับรุ่นน้องที่บริษัทโผล่เพิ่มเข้ามาอีก เรื่องราวชักจะวุ่นวายไปกันใหญ่แล้ว!คุณแม่ของพี่กันต์ต่อสายหาใครสักคน ส่งเสียงแว้ดใส่ปลายสายให้รีบหาหลักฐานมา นอกจากของพี่กันต์ก็ยังมีของผมเพิ่มเข้าไปอีกด้วย เนื่องจากท่านเปิดลำโพง ทุกคนเลยได้ยินกันหมดปลายสายเองก็รีบร้อนลนลานบอกว่าขอเวลาหน่อย เนื่องจากมันกะทันหันเกินไป หลักฐานบางชิ้นอย่างพวกกล้องวงจรปิด จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ไม่สามารถเอามาได้ทันที“ไม่รู้ล่ะ ยังไงฉันก็ต้องได้หลักฐานของทั้งตากันต์และหนูเมลภายในวันพรุ่งนี้ เรื่องเงินไม่เกี่ยง ขอแค่ผลลัพธ์เท่านั้น” คุณแม่พี่กันต์แว้ด ๆ แล้วก็วางสายด้วยอาการหอบเหนื่อย ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางยับยู่ไปหมด“อีกไม่นานลูก ๆ ของเราก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ใครมันช่างทำกันได้” แม่ของผมเองก็ฟึดฟัดฮึดฮัดไม่หยุด “คุณพี่ต้องลากตัวคนทำออกมาให้ได้นะคะ”“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ พี่ไม่ยอมหรอก เห็นกันอยู่ว่าลูก ๆ เรารักกันขนาดนี้ พี่ไม่ยอมให้ใครมาทำลายทั้งสองคนแน่
ปลายสายวางไปแล้ว ผมเลยหันไปบอกฝนว่าไม่ต้องเตรียมมื้อเที่ยง เดี๋ยวจะออกไปทานข้าวกับเพื่อนข้างนอกแทน“ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหมคะ”“ไม่ต้องหรอก” ผมรีบโบกมือปฏิเสธ มีคนคอยประกบตอนอยู่ในบ้านก็แล้วไปเถอะ แต่ออกไปข้างนอกนี่มันก็ดูจะประหลาดไปหน่อยนะ“แต่คุณผู้หญิงบอกให้ฉันคอยดูแลคุณเมลนะคะ ถ้าฉันปล่อยคุณไปคนเดียวต้องโดนท่านว่าแน่เลยค่ะ”“เมื่อก่อนผมก็ไปไหนมาไหนเองคนเดียวตลอด แค่ไปห้างเอง” ผมไม่ใช่ชนชั้นสูงหรือลูกมาเฟียที่ต้องมีคนคอยตามรับใช้สักหน่อย“ฉันว่าฉันไปด้วยดีกว่าค่ะ!” ฝนทำเสียงหนักแน่น หน้าตาจริงจังเอ้าแล้วเธอจะถามความเห็นทำไมแต่แรกฮะ!“งั้นก็ไปเถอะ แต่ก่อนไปก็เปลี่ยนเป็นชุดไพรเวตด้วยนะ ไม่ต้องใส่ชุดนี้ไป” ผมชี้นิ้วไปที่เครื่องแบบแม่บ้านขาวดำของเธอ ถึงชุดจะไม่ได้ดูเว่อร์เหมือนในละคร แต่คนมีตาก็มองออกกันทั้งนั้นแหละว่าเป็นชุดแม่บ้านกระทั่งเธอไปเปลี่ยนชุดเรียบร้อย ผมกับฝนก็นั่งรถของบ้านพี่กันต์ตรงไปยังห้างทันที โชคดีที่ห้างนี้ไม่ได้อยู่ไ







