LOGINของในมือหล่นลงพื้นดังตุ้บเขาเห็นอะไรเข้า!“พะ...พี่ใหญ่ พี่...เซี่ยเซี่ย พวกพี่...”นี่กำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย?!เมื่อกี้ท่าทางนั้นคืออะไร? จูบเหรอ? ไม่ ๆ ๆ แค่กระซิบกันใช่ไหม?ท่านี้คืออะไร? กอดกันเหรอ? หรือเซี่ยเซี่ยเจ็บขา พี่ใหญ่เลยอุ้มเธอไว้จะได้พาไปไหนสะดวก?อ๊ากกก! เขาหลอกตัวเองต่อสิ่งที่เห็นกับตาไม่ได้จริง ๆ!น้องสาวตัวหอมนุ่มนิ่มของเขา กำลังหน้าแดงเขินอายอยู่ในอ้อมกอดของพี่ใหญ่ที่เขาเคารพยำเกรง!!เจียงถิงถูกบังคับให้หยุดความใกล้ชิดกลางคัน เพศเมียตกใจจนหดพลังจิตกลับไปหมด ทั่วทั้งร่างของเขาจึงประท้วงว่าไม่อิ่มเอาเสียเลยเขาเอียงหน้าเล็กน้อย ส่งเสียง “จิ๊” ก่อนเงยหน้ามองเจียงหวยที่ยืนแข็งค้างราวกับกลายเป็นหินอยู่หน้าประตู“……”จริงสิ ตอนนี้ในราชวงศ์เหมือนจะเหลือแค่เขาที่ยังไม่รู้เรื่องระหว่างตนกับเจียงจือเซี่ย?เจียงจือเซี่ยเงยหน้าขึ้น พอเห็นสีหน้าอึ้งค้างของพี่รอง ก็เอ่ยอย่างเห็นใจว่า “เอ่อ พี่รอง ฟังฉันอธิบายก่อนนะ...”เจียงหวยสูดหายใจเฮือกแรง ชี้ไปที่เจียงถิง “พี่ใหญ่! พี่ทำแบบนี้ได้ยังไง...ผมจะไปบอกแม่!”เขาหันหลังวิ่งออกไปทันที แต่ขาอ่อนจนฝีเท้าเซ เกือบสะดุดธรณ
หลังจากเจียงถิงออกไป เขาก็มุ่งตรงไปยังตำหนักหลัก และเล่าเรื่องของมู่หัวเย่กับเรื่องที่ร่างพลังจิตของเจียงจือเซี่ยได้รับความเสียหายให้ราชินีเพศเมียฟังโดยไม่ลังเลเจียงหลินกำลังสืบเรื่องของหมิงเยว่ในสนามรบเมื่อครั้งนั้น พอได้ยินข่าวที่เจียงถิงนำมา เธอก็เงียบไปนานโดยไม่พูดอะไรออกมา“ร่างพลังจิตของเซี่ยเซี่ย...เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสงั้นเหรอ?”มิน่าล่ะ พลังจิตของลูกสาวถึงอ่อนแอมาตลอดสีหน้าของเธอยิ่งเคร่งเครียด ก่อนค่อย ๆ เอ่ยขึ้น “ช่วงนี้ฉันตรวจสอบมาตลอดว่า ทำไมพลังจิตของเซี่ยเซี่ยถึงตื่นขึ้นหลายครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในจักรวรรดิมาก่อน”เธอมองเจียงถิงด้วยแววตาซับซ้อน “ตอนนั้นแม่แท้ ๆ ของลูกมีพลังจิตสูญเสียการควบคุมจนคลุ้มคลั่ง กระทบทหารจำนวนมากจนพลังจิตได้รับความเสียหาย สุดท้ายเธอจึงถูกพลังจิตที่สูญเสียการควบคุมย้อนทำร้าย”“ตอนนี้ฉันสงสัยว่าเซี่ยเซี่ยอาจแข็งแกร่งกว่าแม่ของลูกเสียอีก และเธอเองก็อาจตกอยู่ในอันตรายแบบเดียวกัน...”สีหน้าของเจียงถิงแทบไม่เปลี่ยน จนกระทั่งได้ยินว่าเจียงจือเซี่ยอาจต้องเดินซ้ำรอยแม่แท้ ๆ ของเขา คิ้วจึงขมวดขึ้นเล็กน้อยนี่ก็เป็นเรื่อ
……ครู่ต่อมา เจียงจือเซี่ยนั่งอยู่บนเตียงในห้องนอน โดยมีคนหนึ่งนั่งขนาบซ้าย อีกคนขนาบขวา“พี่ใหญ่ ลู่เจวี๋ย จริง ๆ แล้วฉันกับมู่หัวเย่มีเป้าหมายเดียวกัน คือหาเพศเมียคนนั้นให้เจอ”ลู่เจวี๋ยจ้องใบหน้าที่ตึงเครียดของเธอเขม็ง “ทำไม?”เจียงถิงเก็บความเย็นเยียบที่แผ่ออกจากตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะกุมมือเธอเบา ๆ“พูดมา”เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนเล่าสิ่งที่ตัวเองคาดเดาออกมา“ก่อนหน้านี้ฉันคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นเพศเมียไร้ค่าระดับ C จริง ๆ แต่ช่วงนี้พอพลังจิตเพิ่มขึ้น ฉันถึงสัมผัสได้ว่าร่างพลังจิตของตัวเองอยู่ในสภาพเสียหายมาตลอด”“ฉันน่าจะไม่ได้มีพลังจิตอ่อนแอมาแต่กำเนิด แต่เป็นเพราะพลังจิตถูกใช้จนหมดเกลี้ยง ร่างพลังจิตถึงไม่ฟื้นตัวเสียที”“ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเกิดจากอะไร จนช่วงนี้เชื่อมโยงกับร่างพลังจิตได้ลึกซึ้งขึ้น ถึงได้สัมผัสว่าน่าจะมีพลังจากภายนอกเป็นสาเหตุ—ฉันสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับเพศเมียลึกลับที่มู่หัวเย่กำลังตามหา เพราะเธอหน้าตาเหมือนฉันทุกประการ!”เธอยืดหลังตรง ถือโอกาสป้ายสีเจียงเหลียนให้คะแนนความประทับใจลดลงไปอีกอย่างแนบเนียน ก่อนพูดว่า “เพราะงั้นฉันต้องหาเธอให้เจอ จะ
ประตูเหล็กของคุกใต้ดินถูกผลักเปิดอย่างแรงพร้อมเสียงดังโครมในอากาศชื้นเย็นยะเยือกปะปนไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นที่ตีเข้าจมูกเจียงจือเซี่ยรีบเดินนำอยู่ด้านหน้า ส่วนเจียงถิงกับลู่เจวี๋ยคอยคุ้มกันเธออย่างแน่นหนาอยู่ทั้งซ้ายและขวาเจียงถิงเป็นคนแรกที่ได้รับข่าวว่าคุกใต้ดินมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ พวกเขาจึงรีบรุดมาที่นี่เจียงจือเซี่ยเคยคาดเดาว่านางเอกเจียงเหลียนอาจมีความสามารถบางอย่างที่ผิดไปจากคนทั่วไป แต่ยังไม่ทันสั่งให้เพิ่มการเฝ้าระวัง อีกฝ่ายก็มาถึงแล้วหนีไปเสียก่อน!ภายในห้องขังว่างเปล่า นอกจากมู่หัวเย่ที่ยังถูกมัดแน่นทั้งตัว ก็ไม่เห็นเงาใครอีกเลยพอมองมู่หัวเย่อีกที...สภาพดูย่ำแย่อยู่ไม่น้อยผมยาวสีเขียวเข้มยุ่งเหยิงแนบติดใบหน้าและลำคอ ข้อมือมีบาดแผลหลายรอยลึกจนเห็นกระดูก เลือดสีแดงคล้ำไหลหยดลงมาไม่หยุดลู่เจวี๋ยกับเจียงถิงขมวดคิ้วเมื่อเห็นภาพนั้น ที่นี่ไม่เพียงไม่มีกลิ่นอายแปลกปลอมแม้แต่น้อย แต่มู่หัวเย่ที่เป็นระดับ SS กลับบาดเจ็บได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?เป็นฝีมือของเพศเมียคนนั้นที่เขาเล่าให้เจียงจือเซี่ยฟังงั้นเหรอ?เจียงจือเซี่ยเองก็ชะงักฝีเท้า “นาย...นายไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“อ๊า...ที่แท้เธอก็ใช้วิธีนี้หนีไปจากฉันสินะ?”เจียงเหลียนนะเจียงเหลียน ในตัวเธอมีอะไรกันแน่ ถึงได้แอบเข้าวังหลวงมาโดยไม่มีใครรู้ตัว?เมื่อมองใบหน้าที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี แววตาของเขาก็ลุ่มลึกขึ้นแบบนี้ยุ่งยากแล้ว เขายังถูกมัดอยู่เลย จะบอกเจียงจือเซี่ยยังไงดี?ทันทีที่เจียงเหลียนสบตากับเขา เธอก็กลืนน้ำลายอย่างประหม่าบ้าชะมัด ทั้งตัวเธอปกปิดไว้มิดชิดขนาดนี้ มู่หัวเย่ยังจำเธอได้ในแวบเดียว!คิดยังไงก็ไม่เข้าใจ ไอ้โรคจิตนี่มีความแค้นอะไรกับเธอกันแน่ ทั้งกักขังทั้งวางยาพิษ ตอนนี้ยังจ้องเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นอีก![รีบเอาเลือดของเขามาสิ! มัวยืนอึ้งอะไรอยู่!]ระบบเร่งเร้าเสียงกร้าวด้วยความโมโหที่เธอช่างไม่ได้เรื่องเอาเสียเลยเจียงเหลียนกำหมัดแน่น หยิบกริชออกมาจากข้างเอว ก่อนค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้เธอรู้ดีว่า ตราบใดที่มีระบบอยู่ ในโลกนี้นอกจากเจียงจือเซี่ยแล้ว ไม่มีใครฆ่าเธอได้แต่สายตาของไอ้โรคจิตนี่น่ากลัวเกินไป! ราวกับอยากชักเอ็นเลาะกระดูกเธอออกมา!เมื่อเห็นเธอค่อย ๆ ขยับเข้ามา ความเคียดแค้นในดวงตาของมู่หัวเย่ก็ค่อย ๆ เผยออกมาอย่างบิดเบี้ยวเขาลองเรียกใช้พลังจิต แต่กล
น้ำเสียงของระบบเย็นชา แฝงความเอือมระอาอย่างพูดไม่ออก[เกล็ดเผ่างูเล็ก ๆ งั้นเหรอ? รู้ไหมว่าถ้าไม่มีฉัน ตอนนี้เธอก็ยังเป็นเพศเมียชนชั้นล่างที่เน่าจมอยู่ในสลัม! หลายปีมานี้ฉันเสียพลังงานไปตั้งเท่าไหร่เพื่อดัดแปลงยีนของเธอ แล้วจะเอาพลังงานที่ไหนมาถอนพิษให้เธอ!]พอพูดถึงเรื่องนี้ เจียงเหลียนก็ยิ่งหงุดหงิดหนักกว่าเดิม“งั้นแกก็ดัดแปลงฉันให้เสร็จสิ! ตอนนี้ยีนของฉันยังห่างจากองค์หญิงแห่งจักรวรรดิอีกเยอะ! แล้วแกไม่ได้บอกว่าจะปกป้องฉันให้ดีเหรอ? ทำไมถึงไม่ขวางเพศผู้เผ่างูตัวนั้นตอนฝังเกล็ดให้ฉัน!”ระบบขี้เกียจต่อปากต่อคำกับคนอกตัญญูอย่างเธอ จึงเตือนเธอตรง ๆ[หลังจากการเคลื่อนย้ายพริบตาครั้งก่อน พลังงานของฉันก็แทบจะหมดแล้ว ถ้าเธอยังไม่ไปขอยาแก้พิษจากมู่หัวเย่ พิษจะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไปจัดการเรื่องสำคัญก่อนเถอะ!]เกล็ดชะตาชีวิตของเผ่างูไม่ทำให้เพศเมียตาย แต่พิษที่อยู่ในนั้นรับมือยากมาก แม้แต่ระบบเองก็ยังจัดการได้ยากเจียงเหลียนเอือมระอากับระบบเฮงซวยนี่เต็มทนแล้วไม่เพียงต้องนอนหมดสติอยู่นานสิบปี ระหว่างนั้นร่างของเธอยังถูกไอ้โรคจิตคนหนึ่งกักขังไว้ เธอได้แต่มองไอ้โรคจิตนั่น “ลักพาตัว”






