LOGIN‘เจียงซูหน่วน’ เชฟกระทะเหล็กสาวชื่อดังจากโลกปัจจุบัน ประสบอุบัติเหตุทางน้ำระหว่างแข่งขันทำอาหารระดับประเทศ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอกลับพบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในร่างของ ‘ว่านชิงชิง’ เด็กสาวแห่งโลกอสูรที่เพิ่งจมน้ำเสียชีวิต ก่อนจะทันได้ตั้งตัว เสียงของระบบประหลาดก็ดังขึ้น [ภารกิจหลัก : เปลี่ยนชะตากรรมตัวร้ายทั้งสาม] [ภารกิจรอง : ช่วยชีวิตบิดาบุญธรรม] [ภารกิจพิเศษ : พิชิตใจบุรุษเป้าหมายทั้งสาม] หากภารกิจสำเร็จ เธอจะได้รับโอกาสกลับไปยังโลกเดิม แต่หากล้มเหลว โลกอสูรจะจมสู่หายนะ และเธอจะติดอยู่ที่นี่ตลอดไป
View Moreเสียงน้ำไหลเชี่ยวดังอื้ออึงอยู่รอบตัว
หนาว...
มืด...
เจ็บแปลบไปทั้งอก...
‘เจียงซูหน่วน’ รู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังถูกกระแสน้ำดึงลงไปยังเบื้องล่าง มือสองข้างพยายามคว้าบางสิ่ง แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า น้ำเย็นจัดทะลักเข้าปากเข้าจมูกจนเธอสำลัก และหายใจไม่ออก ความทรงจำสุดท้ายก่อนหน้านั้นยังติดอยู่ในหัวอย่างพร่าเลือน
จำได้ว่า ตัวเองกำลังอยู่บนเรือสำราญกลางแม่น้ำใหญ่ เพื่อร่วมการแข่งขันทำอาหารรอบพิเศษของรายการเชฟกระทะเหล็ก
จำได้ว่าเสียงพิธีกรดังลั่น
จำได้ว่ากระทะร้อนฉ่าในมือ
จำได้ว่ากลิ่นน้ำมันหอมกรุ่นกับกลิ่นเครื่องเทศยังลอยเต็มครัว
แล้วหลังจากนั้น...
เรือก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องดังระงม ของหนักหล่นกระแทกพื้น แสงไฟดับวูบ จากนั้นเธอก็ตกลงไปในน้ำ
“ช่วย...ด้วย...”
เสียงของเธอกลืนหายไปกับกระแสน้ำ ก่อนสติสุดท้ายจะขาดสะบั้น
“ชิงชิง!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นราวฟ้าผ่า
“ชิงชิง! เจ้าได้ยินพี่ไหม!” เสียงทุ้มฟังดูอบอุ่นของอีกคน แต่ก็เต็มไปด้วยความร้อนรนเช่นเสียงแรก
ใคร...
ใครเรียก...
“ถอยไป! ข้าจะช่วยน้องเอง!”
อีกคน... เสียงผู้ชายคนที่สาม น้ำเสียงที่ฟังดูนิ่งกว่าเสียงแรกมาก ๆ แต่นิ่งกว่าเสียงที่สองเล็กน้อย แต่ก็ฟังรู้ว่าสั่นไหวไม่ต่างกัน
“เจ้าเบามือหน่อย! น้องตัวเล็กแค่นี้ เจ้าจะกดให้ตายซ้ำหรือไง!”
ผู้ชายคนที่สอง ตำหนิคนที่สาม
“แล้วเจ้าจะให้ข้ายืนดูน้องไม่หายใจเหรอ!”
และคนที่สามก็ตอบกลับ น้ำเสียงเขาร้อนรนจนเกือบจะเป็นเสียงของคนที่หนึ่ง
"พวกเจ้าหยุด! มานี่ข้าเอง!"
นั่นเสียงคนแรกที่ดุดันและตะโกนลั่น ก่อนที่ทั้งร่างของเธอจะเหมือนถูกเขย่าอย่างแรง ก่อนแรงกดหนัก ๆ จะกดลงตรงกลางอก ท่ามกลางเสียงทุ่มเถียงแบบไม่มีใครยอมใครของผู้ชายสองหรือสามคนอยู่เหนือร่าง แต่เธอคิดว่าสามนะ เพราะน้ำเสียง จังหวะการพูด และสิ่งที่รับรู้ได้ถึงความตื่นเต้นของทั้งสาม
แต่สิ่งที่เขาทุ่มเถียงแบบเอาเป็นเอาตาย ล้วนแต่เป็นเรื่องของ 'ชิงชิง'
เจียงซูหน่วนครุ่นคิดพร้อม ๆ กับรับรู้ว่าร่างกายถูกเขย่าไปมาจนเวียนหัว จะลืมตาก็ไม่ขึ้น แต่แล้วร่างกายก็เหมือนมีมวลน้ำขนาดใหญ่ ดุนดันจากท้องขึ้นมาที่ลำคอ และก็พุ่ง!
แคก! แคก! แคก!
รับรู้ว่าตัวเองสำลักน้ำออกมาอย่างมากมาย จนเจ็บแสบไปทั้งโพรงจมูกและลำคอ และแค่พอจะหายใจได้ ก็พยายามจะเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้น เพราะว่าเสียงเรียก 'ชิงชิง' ยังดังลั่น
"ชิงชิง! น้องเป็นยังไงบ้าง ชิงชิง!"
"ชิงชิง! เจ้าลืมตาดูพวกพี่ ชิงชิง!"
"อย่าเป็นอะไรนะชิงชิง ลืมตาสิ!"
นั่นไง เสียงของผู้ชายสามคน แต่ 'ชิงชิง' เป็นน้องสาวของพวกเขาเหรอ
น่าจะแบบนั้น เพราะเขาบอกกันว่า... ช่วยน้อง!
"ชิงชิง! ลืมตา ชิงชิง!"
และใครกันล่ะที่ตบหน้าเธอเบา ๆ
'อืม... ฉันจมน้ำ ดีจัง... ยังไม่ตาย ยังหายใจได้'
เจียงซูหน่วนพูดกับตัวเองในใจ พร้อมพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึก ๆ แม้จะยังแสบจมูกมากอยู่ก็ตาม และต้องพยายามอย่างที่สุดที่จะเปิดเปลือกตาขึ้น
ทว่าแสงแดดที่สาดเข้ามาก็ทำให้ต้องหรี่ตาลง เพราะภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะ
"ชิงชิง!"
เสียงเรียก ชิงชิง คนนั้นยังอยู่ แต่ทำไมมาเรียกอยู่รอบตัวเธอเล่า คิดแล้วก็ยังพยายามจะลืมตาขึ้นเพื่อมองคนที่อยู่รอบตัว ซึ่งไม่ได้มีคนเดียว
ทว่าสิ่งแรกที่เห็นกลับเป็นท้องฟ้าสีส้มแดง ตามมาด้วยเงาของชายหนุ่มสามคน ที่โน้มตัวลงมามอง
เจียงซูหน่วนตกตะลึงเบิกตากว้าง ก่อนจะหลับตา และเปิดขึ้นใหม่เร็ว ๆ เพราะไม่แน่ใจว่าหลับอยู่แล้วฝันหรือเปล่า เพราะ... มีผู้ชายสามคนล้อมรอบตัวเธอจริง ๆ แต่แวบเดียวที่กวาดตามอง ก็ให้คำตอบกับตัวเองได้ทันทีว่า ไม่รู้จัก! แต่ทำไมพวกเขามาอยู่ใกล้ชิดแบบนี้
ดวงตาหวาด ๆ กวาดมองคนที่อยู่ใกล้สุด ผู้ชายคนนี้มีใบหน้าหล่อแบบตะโกน หล่อแบบเทพเจ้าปั้นแต่ง หล่อแบบชาตินี้ไม่คิดจะแบ่งปันความหล่อให้ใครแล้วมั้ง เขากำลังโอบประคองไหล่เธออยู่ ฝ่ามือของเขาสั่นเล็กน้อย คล้ายกับว่าหวงใยเธออย่างสุดซึ้ง ดวงตาของเขาเรียวยาว เป็นประกายดูลึกลับ แต่สายตาของเขาที่มองมานั้น กลับเต็มไปด้วยความกังวล สังเกตได้จากที่เขาเม้มริมฝีปากบาง ๆ นั้นเข้าหากันบ่อยครั้ง มองโดยรวมแล้ว ช่างเป็นผู้ชายผมยาวที่ตรงสเปกเธอสุด ๆ โดยเฉพาะที่เขารวบเก็บเส้นผมไว้หลวมๆ ที่ด้านหลังนั่นด้วย เมื่อบวกกับท่าทางสุขุม แต่เป็นกังวลสุด ๆ ที่มองมา มันบ่งบอกถึงความห่วงใยที่สุด แต่เขาจะมาห่วงเธอทำไมกันเล่า ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย
“ชิงชิง! น้องเป็นยังไงบ้าง บอกพี่สิ!”
และคนที่สอง คนที่นั่งคุกเข่าอยู่เธอ น้ำเสียงร้อนรนของเขาช่างเข้ากับรูปร่างสูงใหญ่และใบหน้าหล่อคมเข้มนัก โดยเฉพาะผมยาวที่ขมวดไว้อย่างลวก ๆ กับดวงตาดุคมเหมือนสัตว์ป่า คิ้วหนาพาดเฉียง ตาแดงขุ่นมัวราวกับพร้อมจะฉีกคนทั้งโลกเป็นชิ้น ๆ ทั้งเนื้อตัว เรือนผม และเสื้อยังเปียกชุ่ม แนบไปกับแผ่นอกกว้างจนเห็นกล้ามเนื้อแน่นชัดเจน ก็รู้ได้เลยว่าเขาคนนี้แหละที่เป็นคนพาเธอขึ้นจากน้ำ
“สูดลมหายใจลึก ๆ สิ ชิงชิง”
และคนที่สาม คนที่นั่งอยู่บริเวณช่วงขา แต่เธอยังเห็นเขาได้ชัด ช่างแตกต่างจากคนที่โอบประคองกับคนที่นั่งอยู่ด้านข้างนัก ที่ไม่ต่างคงมีอย่างเดียว คือ หล่อ! หล่อแบบสลบไปแล้ว ตื่นขึ้นมาก็ยังหล่อ! โดยเฉพาะดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องตะครุบเหยื่อ แม้จะดูเย็นชา สงบ แต่เธอกลับรู้สึกว่าในนั้นมีความกลัว กังวล แทรกอยู่ เพราะหว่างคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน กับฝ่ามือที่บีบเบา ๆ ที่ข้อเท้า มันบอกได้จากทุกสัมผัสจากฝ่ามือว่าเขาห่วงใยเธอนัก
แต่พวกเขาทั้งสามคน จะมาห่วงใยเธอทำไม!
ก็เธอไม่ใช่ ‘ชิงชิง’
แล้วชายคนที่ประคองอยู่ก็ดันให้เธอลุกขึ้นนั่ง นั่นยิ่งทำให้เจียงซูหน่วนมองสำรวจชายทั้งสามคนได้ชัดเจนมากขึ้น
พวกเขา... บอกตัวเองว่า ให้ตีลังกาและเค้นสมองส่วนความทรงจำออกมาทั้งหมด เธอก็เคาะได้เลยว่าไม่รู้จักพวกเขาแน่ ๆ
ก็พวกเขา… เพิ่งเห็นว่าเขาทั้งสามคน แต่งตัวแปลกมาก ไม่ใช่แบบคนทั่วไปใส่กัน
คนแรกที่นั่งซ้อนประคองหลังอยู่นี้ เขามีรูปร่างสูงใหญ่และไม่ผอม ดูสุขภาพดี เขาสวมเสื้อคลุมสีเทาหม่นเหมือนจะทอจากเส้นใยธรรมชาติแบบหยาบ ๆ ขอบคอและปลายแขนเย็บทับด้วยขนสัตว์สีเข้ม สาบเสื้อทบกันไว้แบบชายในซีรีส์กำลังภายใน และแผงอกรำไรด้านในก็ทำให้เธอใจสั่น จำต้องตวัดสายตาสำเร็วเขาเร็ว ๆ และก็เห็นว่าที่เขาคาดสายหนังเก่า ๆ ไว้ที่เอว ซ้ำยังมีถุงใบเล็กห้อยอยู่ด้วย และในระยะที่ใกล้กันขนาดนี้ เธอได้กลิ่นสมุนไพรบางอย่างโชยมาจากตัวเขา เดาว่าเจ้าถุงนั่นคือถุงหอมใส่สมุนไพรนั่นเอง
ส่วนคนที่สอง ชายดุดันเหมือนเสือพร้อมขย้ำเหยื่อนี้ เขาตัวใหญ่มาก น่าจะสูงสองเมตรกว่าแน่นอน เขาสวมเสื้อหนังสัตว์เย็บต่อกันแบบง่ายๆ แขนเสื้อถูกตัดให้สั้นเพื่อความคล่องตัว นั่นล่ะ เธอเห็นวงแขนกล้ามเป็นมัด ๆ อุ๊ย! น่าจะกัดแขนเล่นเบา ๆ แฮ่! ซูหน่วยแทบมองบนกับความคิดสัปดนของตัวเอง เพราะแค่เห็นท่อนแขนกำยำและรอยแผลเก่าหลายจุดจากสาบเสื้อที่แยกกว้างบริเวณช่วงอกของเขา ก็พานคิดวุ่นวายไปไกลตามประสาสาวโสด
และคนที่สาม ซูหน่วนบอกตัวเองว่านี่มัน ‘มิสเตอร์โกลบอลโมเดล’ ชัด ๆ เพราะเขาหล่อแบบตะโกน ก็ดวงตาคมกริบช่างรับกับผมหยักศกสีน้ำตาลเหลือบเทา ชนิดที่ว่า หน้าส่งผม ผมส่งชุด และชุดก็ส่งรูปร่าง เพราะเขาสูงเพรียวแต่มีกล้ามเนื้อ บวกกับเสื้อคลุมสีครามหม่นที่ขับบุคลิกให้ดูลึกลับ แม้เนื้อผ้าจะหยาบและเห็นแนวเย็บด้วยเส้นใยธรรมชาติชัดเจน แม้สาบเสื้อเขาไม่ได้แยกออก แต่ภายใต้เนื้อผ้านั่น เธอมั่นใจว่ารูปร่างแบบนี้ แน่นเปรี๊ยะ! เมื่อรวมกับบริเวณช่วงไหล่ของตัวเสื้อ ที่มีขนนกสีดำเทาเสียบประดับไว้ ไม่ให้เรียกว่านายแบบ แล้วจะเรียกว่าอะไรได้ล่ะ
‘นายแบบ! ดารา! นักแสดงซีรีส์!’
เจียงซูหน่วนกะพริบตาหลายครั้งเมื่อสำรวจสามหนุ่มตรงหน้าครบถ้วน แล้วก็ได้คำตอบว่าเธอกำลังอยู่ในกองถ่ายซีรีส์ย้อนยุคแน่นอน
‘โอ๊ย... แม่เจ้า! มีแต่คนหล่อ ๆ หล่อมาก! หล่อเกินมนุษย์! หล่อระเบิดระเบ้อ หล่อไม่บันยะบันยัง หล่อไม่แบ่งปันเพื่อนฝูง หล่อทั้งสามคนเลย ว้าย ๆ ๆ ๆ นี่มันรายการเชฟกระทะเหล็ก หรือกองถ่ายซีรีส์ย้อนยุคกันแน่! โอ๊ยหล่อ! หล่อวัวตายความล้ม หล่อ!’
“ซูหน่วน!”ปลายนิ้วของว่านชางอิงคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ทั้งที่เมื่อครู่เจียงซูหน่วนยังยืนอยู่ตรงหน้าเขา นางยื่นมือมาหา ปลายนิ้วของทั้งสองแตะกันแล้วแท้ ๆ แต่เพียงชั่วพริบตา ร่างของหญิงสาวกลับเหมือนถูกดูดไปในโพรงน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเขาก็กระโดดตามไปอย่างไม่คิดชีวิต ทว่า...ตูม!เสียงน้ำจะแตกกระจายที่ดังขึ้นกลับเป็นตัวเขาเองที่กระโดดลงมา“ซูหน่วน!”ไม่มีร่างของชิงชิงในน้ำตูม!เสียงน้ำแตกกระจายเพราะว่านเหยียนหู่กระโดดตามลงไป ทั้งคู่ดำผุดดำว่ายเพื่อค้นหาร่างของว่านชิงชิงแต่ก็ไม่พบ“ชิงชิง! ซูหน่วน!”บนฝั่งว่านอี้หลางตะโกนเรียกทั้งว่านชิงชิงและเจียงซูหน่วน สายตาก็กวาดมองไปทั่วผืนน้ำ เพื่อค้นหาส่วนว่านไห่ตงที่ตามหลังมาได้แต่ทรุดกายลงอย่างหมดเรี่ยวแรง เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป เมื่อครู่ลูกสาวยังยิ้มร่าเริง และยังยืนอยู่ตรงนี้ แต่จู่ ๆ โพรงน้ำมหาศาลนั่นก็ดูดกลืนร่างแบบบางนั้นลงไป“ซูหน่วน!”ว่านชางอิงทะลึ่งตัวขึ้นเหนือน้ำพร้อมกวาดสายตาหาแต่ไม่มี เขาดำลงไปอ
[ระบบรายงาน : เนื่องจากผู้ปฏิบัติภารกิจเรียกระบบซ้ำเป็นระยะเวลานาน พร้อมแสดงความต้องการเดิมอย่างต่อเนื่อง ระบบจึงทำการประเมินและพบว่า เงื่อนไขสำหรับสิทธิ์เลือกขั้นสุดท้ายครบถ้วนแล้ว]เจียงซูหน่วนชะงักกับคำตอบ อ่านทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะถามเพื่อความแน่ใจ“สิทธิ์เลือกขั้นสุดท้ายเหรอ”[ถูกต้อง]ข้อความตรงหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไป[ระบบรายงาน : ผู้ปฏิบัติภารกิจเจียงซูหน่วนทำภารกิจทั้งหมดสำเร็จสมบูรณ์ ได้รับสิทธิ์ตัดสินใจเลือกโลกสำหรับดำรงชีวิตต่อไป เท่ากับจำนวน หนึ่งครั้ง]หัวใจของเจียงซูหน่วนกระตุกแรง อ้าปากค้าง อยากจะพูดเร็ว ๆ แต่ก็เหมือนปากมันงับคำได้ช้ากว่าที่สมองแล่น“หมาย... หมายความว่า... ข้ากลับไปได้เหรอ”[ระบบยืนยัน : กลับได้หนึ่งครั้งถ้วน]เพียงเท่านั้น ดวงตาของเธอก็ร้อนผ่าว ก่อนที่ก้อนสะอื้นจะวิ่งริ้วขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้“เช่นนั้น... ก็ส่งข้ากลับบ้านเถิด”[ระบบขอแจ้งเงื่อนไข]“ยังมีอะไรอีก พูดมาให้หมดเลย ทีเดียว!”[การเลือกครั้งนี้ไม่ใช่การเด
เวลายังคงผ่านไป หนึ่งเดือน สองเดือน จนเจียงซูหน่วนไม่ได้นับแล้ว เธอเพียงใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป ถ้าไม่ได้ไปรับงานไกล ๆ ในแต่ละวันก็เพียงเลิกงานแล้วก็กลับมาที่ห้อง มานั่งเงียบ ๆ เหงา ๆ และมองท้องฟ้า มองพระจันทร์ มองดวงดาวแม้จะไม่เคยชมจันทร์ชมดาวเหนือป่าชิงเหอสักครั้ง แต่ก็แน่ใจว่าพวกเขาในโลกอสูรก็ยังมองจันทร์และดาวดวงเดียวกันกับเธอแต่วันนี้ทุกอย่างเงียบมาก ที่ถนนด้านล่างนั้น รถก็บางตา“ระบบ”ไม่มีเสียงตอบ เหมือนที่เธอเคยเรียกมันหลายครั้ง ตั้งแต่ตอนอยู่โรงพยาบาล จนกลับมาที่บ้าน เธอก็ยังเรียก แต่เพราะมันไม่เคยตอบรับเลยสักครั้ง นั่นก็ทำให้ความสับสนระหว่างความจริงกับความฝันมีน้ำหนักมากขึ้นแต่พอใจเลือกที่จะเชื่อว่าทั้งหมดไม่ใช่ความฝัน เธอก็ยังเรียกหามันทุกวัน คิดเล่น ๆ ว่า สักวันที่มันรำคาญเสียงเธอเรียก มันคงตอบมาเอง แต่จนหลายเดือนผ่าน มันก็ยังเงียบแต่คืนนี้ต่างออกไป เพราะเธอรู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร ความต้องการที่อาจเรียกได้ว่า ความปรารถนาอันแรงกล้า“ระบบ... ได้ยินฉันไหม”ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจียงซูหน่วนยิ
หลายวันต่อมา เจียงซูหน่วนกลับไปทำงาน เมื่อสวมชุดเชฟ จับมีด ยืนหน้าเตา ทุกอย่างเหมือนชีวิตเดิมกำลังกลับคืนมา“เชฟเจียง อันนี้ลองหน่อยค่ะ”ช้อนถูกยื่นมาตรงหน้า เจียงซูหน่วนชิม“เพิ่มเค็มอีกนิด”คนตรงหน้าพยักหน้าแล้วรีบกลับไปทำต่อ เธอหันไปอีกทาง“ไฟแรงเกิน ลดลงหน่อย”ร่างกายทำงานตามความเคยชิน สมองคิดเป็นระบบ รสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัส จังหวะของไฟ นี่คือโลกของเจียงซูหน่วน นี่คือสิ่งที่เธอทำมาตลอด ควรจะรู้สึกว่ากลับมาแล้ว แต่พอถึงเวลาพัก พนักงานคนหนึ่งยกจานเนื้อที่เพิ่งทดลองสูตรใหม่มาวาง“เชฟลองไหมคะ”เจียงซูหน่วนมองเนื้อชิ้นใหญ่ แล้วคำแรกที่ผุดขึ้นในหัวกลับเป็น ถ้าพี่รองเห็น คงกินหมดคนเดียว หญิงสาวชะงัก“เชฟ?”“อ้อ... ลองสิ”ช่วงบ่ายมีของหวานสูตรใหม่เข้ามา เธอมองมันแล้วคิดถึงรอยยิ้มอ่อนโยนของใครอีกคน จนตอนเย็น มีนกตัวหนึ่งบินมาเกาะตรงขอบหน้าต่างหลังครัว เจียงซูหน่วนหยุดมือ ยืนมองมันอยู่นาน จนผู้ช่วยเอ่ยถาม“เชฟชอบนกเหรอคะ”





