登入ในช่วงที่หญิงสาวกำลังรู้สึกสิ้นหวังในชีวิต เธอได้ช่วยชีวิตหญิงชราคนหนึ่งเอาไว้ นับตั้งแต่วันนั้นชิวิตของเธอก็เปลี่ยนไปตลอดกาล
查看更多“แต่ผมก็ยังมองว่าลูกยังเด็กอยู่ดีนะครับ นี่ลูกโตขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” คำแก้ตัวของคู่ชีวิตทำให้ฟางซินส่งยิ้มคล้ายอ่อนอกอ่อนใจ วันคืนเปลี่ยนผัน จนกระทั่งคนทั้งคู่ผมเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน แม้จะเป็นอย่างนี้ทว่าร่างกายของมู่เฉินกลับยังคงแข็งแรงแม้ว่าเขาจะมีอายุมากกว่าภรรยารักถึงสิบปีเต็ม
หน้าสมุดบันทึกเล่มหนึ่งภายในนั้นได้มีตัวอักษรงดงามเรียบเรียงเอาไว้อย่างงดงามเป็นระเบียบ ลมจากทางหน้าต่างหอบใหญ่ได้พลิกหน้ากระดาษหลายหน้านั้นขึ้น จนทำให้หญิงสาวหน้าตาสะสวยผู้กำลังสาละวนอยู่กับการนำสิ่งของมากมายออกจากกล่องต้องรีบลุกขึ้นมาหยิบสมุดเล่มดังกล่าว “เฮ้อ! ดีนะที่ไม่เส
ฟางซินนั่งลงเอาศีรษะของตนซบลงบนตักของหญิงชราอย่างเศร้าสร้อยแม้ว่าเธอในตอนนี้จะไร้ซึ่งพลังแห่งจิตวิญญาณแต่เธอรู้ดีว่าหญิงชราจะสื่อถึงอะไร ปีก่อน ๆ อาจารย์ปู่ใหญ่กับเจิ้งลู่ก็ทยอยล้มหายจากไปกันทีละคนตามสังขารมาบัดนี้ย่าผู้ชราก็ยังมาพูดแบบนี้อีกแม้ว่าหล่อนจะทราบดีว่าเรื่องเช่นนี้ย่อมต้องเกิ
สวัสดีครับ ผมคือกู้ซินเซิงหรือคนในครอบครัวมักจะเรียกว่าเสี่ยวเซิง ผมหาใช่ลูกหลานตระกูลกู้อย่างแท้จริงไม่แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับผมเลยในเรื่องของความรักและความกตัญญูที่ผมมีต่อคนในครอบครัวนี้ ทั้งนี้เป็นเพราะนับตั้งแต่วันที่พี่สาวคนดีของผมได้ช่วยให้รอดจากความตายตั้งแต่ครั้งยังเป็น
ฟางซินวิ่งตรงขึ้นภูเขาไปตามลำพังโดยที่ไม่ได้รับรู้เลยว่าตอนนี้คำสั่งได้เปลี่ยนไปแล้ว และถึงแม้ว่าเธอจะรู้เด็กสาวก็หาได้ใส่ใจ หากมีคนถามหาเหตุผลคำตอบนั้นก็ง่ายแสนง่าย เป็นเพราะฟางซินอยากสั่งสอนคนอย่างไรล่ะ หญิงสาวผู้เป็นหัวหน้าทีมได้เปลี่ยนคำสั่งหลังจากเห็นฟางซินวิ่งนำหน้าทิ้ง
“เรื่องอะไรเหรอคะ ฉันยังไม่เห็นมีเรื่องตลกอะไรตรงไหนเลย” ใบหน้าของน้องเล็กภายในกลุ่มเหลอหลา “พอดีพี่นึกเรื่องตลกขึ้นมาได้ เสี่ยวซินอย่าสนใจเลย” เสียงดังของเหล่านักศึกษาถูกหยุดลงด้วยเสียงอันดังกว่าของมู่เฉิน ผู้ที่ถูกเบื้องบนสั่งให้มาทำการฝึกทหารให้กับเหล่าปัญญาชน
“ฉันเคยหัดขี่กับเพื่อนสมัยมัธยมปลายก่อนที่จะมาที่นี่ พี่รองไม่ต้องทำหน้าเศร้าไปหรอก จักรยานขี่ง่ายมากเอาไว้ฉันจะสอนให้เอง” “จริงเหรอ แต่ไม่ดีกว่าฉันกลัวว่าจะไปทำจักรยานของน้องเล็กเป็นรอย” ท่าทางอันห่อเหี่ยวคล้ายลูกโป่งถูกปล่อยลมของไป๋หลิงได้เรียกรอยยิ้มให้กับฟางซินไม่น้อย “เป
เช้าวันต่อมา วันนี้ทั้งสามสาวต่างพากันตื่นแต่เช้ายกเว้นเพียงฟางซินซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น “เราจะปลุกน้องเล็กดีไหม” ไป๋หลิงเอ่ยอย่างลังเล “ฉันตื่นแล้วค่ะ” น้ำเสียงงัวเงียดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวขาวผ่องเลิกมุ้งของตน “เอ่อ หากเธอยังง่วง ก็นอนต่อเถอะ” อี้ถงพูดยามมอง





