LOGINหมอนี่เหยียบกับระเบิดเข้าให้แล้วองค์หญิงชอบจิ้งจอกตัวนี้มากแค่ไหน พวกเธอต่างเห็นมากับตาตอนงานวันเกิดครั้งนั้น แทบจะไปไหนก็อุ้มไปด้วย คนอื่นอยากลูบสักหน่อย เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ยังไม่ยอม เห็นชัดว่าองค์หญิงเลี้ยงมันราวกับของล้ำค่าตอนนี้กลับพูดต่อหน้าองค์หญิงว่าจิ้งจอกสุดที่รักของเธอเป็นพวกชั้นต่ำ?นี่ไม่ใช่รนหาที่ตายหรือไง?ท่าทีขององค์หญิงก็ไม่ทำให้พวกเธอผิดหวังจริง ๆ“สายเลือดนายสูงศักดิ์มากเหรอ?” เจียงจือเซี่ยมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนขมวดคิ้วอย่างรังเกียจ “สูงศักดิ์แล้วหน้าตาได้แค่นี้เหรอ?”รอยยิ้มของหนิงหย่วนแข็งค้างบนใบหน้าเธอคร้านจะชายตามองเขาอีก หันหน้าเดินต่อไป ก่อนทิ้งคำพูดเรียบ ๆ ไว้ประโยคหนึ่ง“จู่ ๆ โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ทำฉันตกใจหมด นึกว่าเขตตะวันออกมีโครงการใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้จ้างตัวตลกมาสร้างความบันเทิงโดยเฉพาะ”“ไอ้ตัวอัปลักษณ์ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไม่งั้นฉันจะให้คุณพ่อคุณแม่ลงโทษนาย!”สีหน้าของหนิงหย่วนถึงกับค้างไปทันทีเขาอ้าปาก สีหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด แต่กลับเค้นคำพูดออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียวเฉินลี่กับซ่งเหยียนกลั้นหัวเราะ ก่อนรีบเดินตามองค์ห
พวกเขาเดาถูกจริง ๆหลังจากหนิงหย่วนได้สิทธิ์บริหารกิจการเหล่านี้ในเขตตะวันออก เขาถึงได้รู้ว่าการบริหารกิจการไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิดเลยกิจการของตระกูลหนิงสลับซับซ้อน เขากับหนิงเหิงใช้เวลาสะสางอยู่หลายวันกว่าจะจัดระเบียบทุกอย่างได้ชัดเจนแล้วถึงได้รู้ว่า ไอ้ลูกชั้นต่ำหนิงอี้เจ้าเล่ห์เกินไปจริง ๆ!ตอนเขาปล่อยมือจากอำนาจ ไม่มีใครทันสังเกต พอทุกคนในตระกูลหนิงรู้ตัว ก็พบว่ากิจการที่ดีที่สุดเหล่านั้นดูดีแค่ภายนอก ส่วนโครงการหลักที่ทำเงินจริง ๆ ถูกยกเลิกอย่างลับ ๆ ไปนานแล้วหากอยากฟื้นโครงการที่ถูกทิ้งไปให้กลับมาดำเนินการอีกครั้ง ต้องใช้เงินทุนก้อนโตแม้ตระกูลหนิงจะจ่ายไหว แต่เงินก้อนนั้นก็ทำเอาปวดใจไม่น้อยเขาคิดไปคิดมา จนคิดวิธีหนึ่งได้ นั่นคือลองหาเส้นสายทางราชวงศ์แค่ให้ราชวงศ์อนุมัติสิทธิ์ให้ ก็ประหยัดเงินได้ก้อนใหญ่แล้วเดิมทีเขาไม่ได้คิดจะไปหาองค์หญิงสามแต่องค์ชายใหญ่ขึ้นชื่อว่าไม่ยอมผ่อนปรนให้ใคร ทางนี้จึงใช้ไม่ได้ส่วนองค์ชายรองยิ่งเป็นคนประหลาดเข้าไปใหญ่ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเคยร่วมมือกัน แต่พอติดต่อไปกลับถูกด่ากราดใส่ไม่ยั้งเขากำลังกลุ้มจนแทบอยู่ไม่สุข วันนี้กลับบัง
เฉินลี่กับซ่งเหยียนสบตากัน สีหน้าเขียนไว้ชัดเจนว่า “คิดว่าพวกเราจะเชื่อเหรอ?”“เอาล่ะ ๆ ไหน ๆ ก็มาแล้ว” เฉินลี่คล้องแขนเธอ ก่อนลากเข้าไปในย่านการค้าอย่างตื่นเต้น “พอดีเลย มาเดินเป็นเพื่อนพวกเราสักหน่อย คุณไม่ได้ออกมาตั้งนานแล้วนะ!”เจียงจือเซี่ยอ้าปาก แต่ไม่สะดวกใจจะบอกว่าตัวเองกำลังจะไปถนนมืด จึงได้แต่อุ้มเสี่ยวไป๋เดินตามพวกเธอไปยังไงถนนมืดก็อยู่ข้างหน้า ค่อยหาโอกาสปลีกตัวออกไปก็ได้หลังเดินดูร้านไปหลายร้าน เจียงจือเซี่ยก็ค่อย ๆ รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกิจการของตระกูลหนิงในเขตตะวันออกต่างจากตอนที่เธอมาครั้งก่อนราวฟ้ากับเหวไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็ได้ยินเสียงบ่นของเหล่าเพศเมียอยู่ตลอด“น้ำหอมพวกนี้กลิ่นแย่เกินไปแล้วมั้ง? เทียบกับของเมื่อก่อนแล้วคุณภาพห่างกันตั้งเยอะ!”“นั่นน่ะสิ เนื้อผ้าของชุดราตรีตัวนี้ก็แย่เกินไป ยังสู้แบบของปีที่แล้วไม่ได้เลย”“เฮ้อ ได้ยินว่าตระกูลหนิงเปลี่ยนให้ลูกชายสายรองมาดูแลกิจการ ฝีมือแย่กว่าคนเดิมไม่ใช่น้อยเลย...”เจียงจือเซี่ยได้ยินคำบ่นเหล่านั้นอยู่พักหนึ่ง ก็แอบยกนิ้วให้หนิงอี้ในใจสมน้ำหน้ามีเทพเจ้าแห่งโชคลาภคอยบริหารกิจการให้ตระกูลหนิงอยู
เจียงจือเซี่ยไม่ค่อยแน่ใจว่าเจียงเหลียนไปทำอะไรที่เขตตะวันออกในร่างของเธอยังมีพิษจากเกล็ดของมู่หัวเย่อยู่ กลับมาถึงจักรวรรดิแล้วไม่ควรรีบหาวิธีถอนพิษเป็นอย่างแรกเหรอ?มู่หัวเย่ดูเหมือนจะมองความสงสัยของเธอออก จึงเอ่ยปากอธิบาย“เลือดที่เธอเอาไปครั้งก่อน น่าจะยังพอใช้ได้อีกสองสามวัน...”เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า “สามวัน อย่างมากก็ประคองได้แค่สามวัน”เจียงจือเซี่ยกำลังจะถอนหายใจอย่างโล่งอก ก็ได้ยินเขาเอ่ยเสริมขึ้นมาเนิบ ๆ อีกประโยค“แต่สิ่งที่อยู่ในตัวเธอเหมือนจะฟื้นตัวอีกแล้ว ตั้งแต่เมื่อวาน การสัมผัสถึงเธอของผมก็เริ่มอ่อนลง”เจียงจือเซี่ย “...”เธอหันไปถลึงตาใส่เขา “ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้?”เรื่องสำคัญขนาดนี้ ก็บอกให้เร็วกว่านี้สิ!เมื่อวานเสียเวลาไปตั้งทั้งวัน!มู่หัวเย่เมินสายตาเดือดดาลของเธอ เอนตัวพิงหัวเตียงด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อย“บอกคุณไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าผมจำไม่ผิด พื้นที่แถบนั้นเป็นเขตบริการสำหรับเพศเมีย องค์หญิงจะบอกราชวงศ์ให้ระดมกำลังคนไปค้นหาอย่างเอิกเกริก จนทำให้เหล่าเพศเมียแตกตื่นงั้นเหรอ?”เจียงจือเซี่ยไม่สนใจเขา อุ้มเสี่ยวไป๋แล้วหันหลังเดินออกไปทัน
มู่หัวเย่ยังคงถูกกดอยู่บนเตียงอย่างงุนงง ผ่านไปพักใหญ่ก็ยังตั้งตัวไม่ทันนี่มันเรื่องอะไรกัน?เจียงจือเซี่ยชักมือกลับ ก้มมองเขาจากเบื้องบน“ขอโทษฉันซะ”“...อะไรนะ?”มู่หัวเย่กะพริบตา นาน ๆ ทีถึงจะเผยแววงุนงงอย่างแท้จริงออกมาเจียงจือเซี่ยพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “หนึ่ง นายแอบเข้าห้องนอนฉันตั้งหลายครั้ง มันสุภาพตรงไหน? สอง นายทำให้พ่อแม่เข้าใจผิด ทำให้ฉันต้องทำให้พวกท่านไม่พอใจ แถมยังทำให้พี่รองเป็นห่วงขนาดนั้น นายไม่ควรขอโทษฉันเหรอ?”มู่หัวเย่อ้าปาก แต่ชั่วขณะกลับไม่รู้ว่าจะเริ่มโต้แย้งจากตรงไหนดีเขาจ้องข้อมือข้างที่เธอเพิ่งชักกลับไปเรียวเล็ก ขาวเนียน ปลายนิ้วยังอมชมพูจาง ๆลูกกระเดือกของเขาขยับเล็กน้อย ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ“องค์หญิง” เสียงของเขาแหบพร่าขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ “ผมผิดไปแล้ว”เจียงจือเซี่ยพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนถอนพลังที่กดเขาไว้กลับทันที ราวกับกระแสน้ำที่ลดหายไปจนหมดกลิ่นหอมก็จางหายตามไป เหลือเพียงกลิ่นอ่อน ๆ ที่ชวนให้ใจว้าวุ่นมู่หัวเย่หอบเบา ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนเม้มริมฝีปากไม่พูดอะไรอีกเจียงจือเซี่ยอุ้มจิ้งจอกน้อยกลับไปนั่งบนโซฟาอีกครั้งตอนที่กลิ่นหอมฟุ้
เจียงจือเซี่ยกับมู่หัวเย่ได้แต่นั่งจ้องตากันอยู่อย่างนั้นจนหมดวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น จากเย็นจนพระจันทร์ลอยสูงกลางฟ้าทั้งคู่ไม่มีใครเอ่ยปาก ได้แต่รออยู่อย่างนั้น แม้แต่ท่าทางก็แทบไม่เปลี่ยน—คนหนึ่งนั่งเท้าคางอย่างเบื่อหน่ายบนโซฟา อีกคนเอนอยู่บนเตียง เพราะติดโซ่เหล็กจึงทำได้เพียงนอนอยู่ระหว่างนั้นองครักษ์เข้ามาส่งอาหารให้องค์หญิงสองครั้ง สายตาเหลือบมองทั้งคู่สลับไปมาหลายรอบ แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรสักคำ พอวางอาหารเสร็จก็รีบเผ่นออกไปจนกระทั่งตกค่ำ ด้านนอกประตูก็มีเสียงความเคลื่อนไหวดังขึ้นองครักษ์รายงานจากด้านนอกประตู“องค์หญิง จิ้งจอกของคุณมาหาแล้วครับ”เจียงจือเซี่ยชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าที่เคร่งตึงมาตลอดทั้งวันในที่สุดก็ผ่อนลงบ้าง“ให้มันเข้ามาเถอะ”ประตูถูกผลักเปิด องครักษ์จับตามองเจ้าก้อนสีขาวราวหิมะเดินเข้าไปทันทีที่จิ้งจอกน้อยเข้ามา ดวงตาสัตว์ของมันก็กวาดมองไปรอบห้องอย่างระแวดระวัง ก่อนจะหยุดมองมู่หัวเย่ชั่วครู่จากนั้นมันก็กระโดดขึ้นตักเจียงจือเซี่ยอย่างไม่ลังเล ซุกทั้งตัวเข้าไปในอ้อมแขนของเธอ แล้วใช้หางพันรอบตัวเองจนมิดเจียงจือเซี่ยก้มลงลูบแผ่นหลังของมัน ปลายนิ้วไล้ผ่






