LOGINเย่หลิน ดาราสาวดาวรุ่งที่ชีวิตถึงคราวสิ้นชีพ อุบัติเหตุกลางกองถ่ายทำเธอถูกไฟครอกจนสิ้นลมเพราะสำลักควัน รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ในร่างผู้หญิงใจดำ ในเมืองกันดาร เมืองที่มักเอาลูกไปขายหาเงินมาเลี้ยงชีพ แต่เพราะคำขอสุดท้ายของแม่สามี ผู้หญิงใจดำคนนั้นจึงใช้ลูกให้ทำงานหนักหาเงินมาให้แทน!! “สตรีเช่นเจ้านอนไม่สบายอยู่บนเตียง ลูกกตัญญูพวกนี้ก็หาเมล็ดข้าวฟ่างมาต้มโจ๊กให้กินทุกวัน นี่ตื่นมายังเอาไข่ไก่ที่เหลือแค่2ลูกมาต้มกินจนหมด ใช้ไม่ได้จริงๆ” “นั่นสิ!! ถึงแม้หลี่เฉียงจะไปรบ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้เจ้าทำอะไรได้ตามอำเภอใจ รอดูตอนเขากลับมาเถอะ พวกข้าจะฟ้องเสียให้หมด!!” “ใช่!! สตรีเช่นเจ้าควรเป็นหม้ายผัวทิ้งไม่ควรได้ดียามอาเฉียงกลับมา!!“ ”หยุด!! นี่ลูกข้า ข้าจะเลี้ยงดูเช่นไร เกี่ยวอะไรกับพวกเจ้ากัน ไข่ไก่นี้ก็ของบ้านข้า ข้าจะต้มกินจนหมดบ้านก็เรื่องของข้า ที่สำคัญ…หากสามีข้ามีชีวิตอยู่เหตุใดจึงปล่อยให้พวกข้าทุกข์ยากลำบากเช่นนี้ เหอะ!! ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วหรือ!!“ ”ท่านแม่!!“
View More“พี่ใหญ่หากท่านแม่ตายไปจริงๆ เราจะทำเช่นไรกันดี” เด็กหญิงหน้าตามอมแมมกำลังนั่งล้อมวงอยู่ข้างที่นอนคนป่วย ถามด้วยเสียงเหงาหงอย
“เราก็คง…ต้องเดินทางไปหาท่านยายละมั้ง แต่ก็ดีกว่าถูกท่านแม่นำไปแลกเงินมิใช่หรือ” เด็กชายที่ดูโตขึ้นมาหน่อยนั่งกอดเข่ามองมารดาที่นอนแน่นิ่งไปด้วยน้ำตานองหน้าไม่ต่างจากน้องๆ “แต่ข้าไม่คิดเช่นนั้น อย่างน้อยมีท่านแม่ก็ยังมีผู้ใหญ่ในบ้าน ถึงถูกทุบตีก็ไม่เป็นไร ฮึก!! เมื่อไหร่ท่านพ่อจะกลับมา” เสียงพูดคุยที่ดังอยู่ไม่ไกลทำเย่หลินที่มึนงงพยายามลืมตาแต่ยากลำบากนัก “ยังไม่หลุดออกจากบทละครหรือยังไงกัน ทำไมการลืมตามันยากเย็นเช่นนี้!!” เสียงในหัวตีกันให้วุ่นวายไปหมด สุดท้ายเมื่อฝืนตัวเองไม่ไหวก็หลับตามร่างกายเข้าสู่ห้วงฝันอีกครั้ง ภาพเรื่องราวคนสกุลหวังไหลเข้าหัวสมองเป็นฉากๆ สามีที่ถูกเรียกไปรบไร้การติดต่อไปตั้งแต่วันที่มาส่งครอบครัวเล็กๆที่เมืองกันดาร ในบ้านที่ประกอบด้วยแม่สามีอย่างหวังลี่เจียง ภรรยาอย่างหวังเย่หลินที่ท้องแก่เต็มที บุตรชายคนโตวัย5หนาวอย่างหวังหม่าอวี๋ ลูกสาวคนรองอย่างหวังชินชิน ระยะเวลาที่หัวหน้าครอบครัวไปรบไร้การติดต่อนั่นเกือบ3ปี นางคลอดบุตรสาวออกมาอีกคน ชื่อหวังเซี่ยเซี่ย และก่อนหน้านี้3เดือน แม่สามีก็ล้มตายด้วยวัยชรา ทำให้4แม่ลูกใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แม่สามีทิ้งทองคำและเงินไว้ให้เพียงหยิบมือ แลกกับการร้องขอไม่ให้ขายหลานๆ รอวันที่บุตรชายจะกลับมาจากการรบ หากนางผิดสัญญาจะมาเอาชีวิต!! หวังเย่หลินกั้นใจฝืนทนเลี้ยงลูก แต่ความเห็นแก่ตัวกลับมีมากกว่า เมื่อเห็นชาวบ้านหลายคนพากันหนีออกจากความยากลำบากโดยการขายลูก นางเองก็คิดอยากทำเช่นนั้น อยากหนีไปสุขสบายคนเดียว!! แต่บุตรชายคนโตกลับขอเอาไว้ จะเข้าป่าหาอาหารและเลี้ยงดูน้องๆเองไม่ทำให้มารดาลำบาก นางจำใจต้องยอม เพราะทนการดุด่าของชาวบ้านข้างเคียงไม่ไหว แต่ความเป็นแม่ก็ไม่ได้ดีนัก นางยังคงใช้บุตรชายและบุตรสาวคนรองเยี่ยงทาส งานการไม่ทำ เอาแต่รอของแจกจากทางการ วันๆก็เอาแต่แต่งตัวสวยเผื่อมีบุรุษร่ำรวยมาสนใจ แต่หากใครรู้ว่านางมีลูกติดก็หันหน้าหนี เพราะความยากลำบากในเมืองกันดาร ไม่สามารถเลี้ยงดูคนได้จำนวนเยอะๆ นางจึงกลับมาทุบตีลูกๆระบายอารมณ์ สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะทิ้งเด็กๆไว้ที่นี่!! และก่อนที่นางจะตัดสินใจหนีจากเมืองนี้ จู่ๆก็ล้มป่วยและ…หมดลมไปในที่สุด!! “บ้าจริง นี่มันบทละครอะไรกัน!!”“อีกหน่อยลูกพวกเจ้าก็จะไปเป็นขอทาน ขอทานที่เมืองกันดารแห่งนี้ก็ยากหน่อย เพราะแม้แต่เศษอาหารชิ้นเล็กๆพวกเจ้าคงไม่ได้กินและอดตาย..”ซ่าาาา“ว๊ายยยยยย/กรี๊ดดดดดด” น้ำที่เหลืออยู่ในกะทะต้มถูกนางควักขี้เถ้ามาผสมก่อนจะสาดใส่สตรีวัยกลางคนที่รุมด่านางจนพวกนั้นกรีดร้องด้วยความตกใจ “ครานี้เป็นแค่น้ำอุ่นผสมขี้เถ้า หากยังปากมากว่าลูกๆข้าอีก คราหน้าจะเป็นน้ำร้อนผสมพริก!! ไสหัวไปจากรั้วบ้านข้าเดี๋ยวนี้!!”เคร้ง กะทะในมือถูกเหวี่ยงไปกะทบกับรั้วจนคนพวกนั้นวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง เด็กที่เห็นความดุร้ายของมารดารีบกอดกันตัวกลมด้วยความกลัวว่าหากมารดาอารมณ์ไม่ดีจะหันมาทุบตีเช่นครั้งที่แล้วๆมา“เห้อออออ ข้าปกป้องพวกเจ้าเหตุใดจึงทำหน้าเหมือนกลัวข้าแบบนั้นกัน” เย่หลินส่ายหัวอ่อนใจ นึกแช่งชักร่างเดิมที่คงจะร้ายไว้มากๆจนนางเริ่มเหนื่อย“ท่านแม่ ท่านเก่งที่สุดเลยเจ้าค่ะ” เซียเซียน้อยโผล่หน้าออกมาจากอ้อมกอดพี่ๆก่อนฉีกยิ้มให้นาง จากที่จิตใจห่อเหี่ยวตอนนี้นางรู้สึกดีขึ้นมามากแค่รอยยิ้มเล็กๆนั่น!!“แต่สิ่งที่ท่านแม่ทำมันไม่ดีนะเจ้าคะ” ชินชินที่มองดูอยู่อึดใจ เมื่อไม่มีท่าทีว่ามารดาจะมาลงที่พวกนาง ก็เดินออกมาจากแขนเล็
~ตื้ดดดด เย่หลินความดีที่เริ่มจากการดูแลสุขภาพเด็กๆ คุณได้รางวัลตอบแทน10ตำลึง!!~แกร็ก!! แผ่นเงินดังกรุ๊งกริ๊งอยู่ในถุงสีแดงใบเล็กๆที่นางเห็นมันห้อยอยู่ในครัว ความตื่นตกใจทำนางหันซ้านแลขวา และหยิบถุงเงินนั่นมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง ก่อนจะทดสอบอะไรบางอย่าง“คือ…คือระบบเหรอ?“ ”ใช่แล้ว หากคุณดูแลเด็กๆได้ดี หรือปรับตัวเข้ากับเมืองกันดารแห่งนี้ได้ในทิศทางที่ดีขึ้น เราจะส่งเงินให้ตามความเหมาะสม!!“ เสียงผู้หญิงที่ดังออกมาทำนางรีบยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ”กรี๊ดดดด“ เสียงกรี๊ดที่อยู่ในลำคอทำคนมาใหม่สงสัย”นั่นเจ้าทำอะไร!! เด็กๆไปไหนหมด!!“ สตรีสูงวัยที่เดินมาด้อมๆมองๆทำนางรีบปรับสีหน้าก่อนจะกระแอ่มไอ”คนนี้คงเป็นป้าฟางสินะ ยัยแก่จอมจุ้น!!” นางพึมพำกับตัวเอง ก่อนหันไปมองสตรีที่ยืนอยู่ข้างรั้วในความฝันนางแบ่งแยกรายชื่อคนที่หวังดีและไม่หวังดีไว้ชัดเจน รู้ว่าบ้านข้างๆนี้เป็นบ้านของคนที่พอจะมีเงินในระแวกนี้ เพราะสามีทำงานกับคนของหลวง และเพราะความอู้ฟู้ของสตรีผู้นี้แหละ ที่ทำให้ร่างเดิมอิจฉาความกินอิ่มนอนหลับของเขา“ลูกๆข้าก็ต้องอยู่ในบ้านข้าสิ ไม่ทราบว่าท่านป้าฟางมีสิ่งใดสงสัยข้างั้นหรือ?” นางเลิกค
จบคำพูดของนาง เด็กชายที่ยังมีความหวาดระแวง รีบเดินเลี่ยงไปที่เตาถ่าน จัดการขนฟืนที่ตัดไว้ด้านนอกมาเตรียมก่อไฟ“นี่ เป็นฟืนที่พวกเจ้าหามางั้นหรือ” ท่อนไม้ขนาดแตกต่างกันถูกฟันออกเป็นท่อนพร้อมใช้งาน“ขอรับ ท่านแม่ ท่านยังบอกอีกว่าหน้าหนาวที่จะถึงนี้ข้าต้องเตรียมฟืนให้เต็มห้องฟืน ไม่เช่นนั้นจะปล่อยให้นอนหนาวตายกับน้อง ท่านลืมแล้วหรือ” คนที่ได้ยินเช่นนั้นเบิกตากว้างก่อนจะย่อตัวลงนั่งด้านหน้า“หม่าอวี๋ แม่ในอดีตนั่นเจ้าช่วยลืมความใจร้ายไปเสียทีเถอะ ข้าเอง…ถึงแม้จะไม่เคยทำดีกับพวกเจ้าเลย แต่ว่า…” เด็กชายเตรียมฟืนใส่เตาพร้อมจุดไฟอย่างชำนาญทำนางนึกทึ่งอย่างพูดไม่ออก“ข้าเป็นบุรุษ ท่านย่าสอนเอาไว้เสมอ ว่าต้องปกป้องน้องๆและท่านแม่ แต่ว่า…ท่านแม่ขอรับหากตอนนี้ท่านดีอย่างใจจริงข้าก็ไม่ถือโทษ แต่หากท่านอยากจะไปเมืองหลวงก็ช่วย…อดทนรออีกหน่อย ให้น้องสามได้โตกว่านี้ได้หรือไม่ขอรับ” ท่าทางโตเกินวัยและพูดคุยกับนางอย่างจริงจังทำเย่หลินพยักหน้ารับปาก“แน่นอนอยู่แล้ว ข้า…จะดูแลพวกเจ้าไปก่อน จนกว่าจะถึงเวลาจริงๆ เช่นนั้นตอนนี้ก็มาช่วยกันเถอะนะ” มือบางยื่นไปด้านหน้าคล้ายอยากทำสัญญา แต่บุตรชายคนโตกลับมองนิ่งๆ
ร่างบอบบางที่แม้จะพอมีเนื้อหนังแต่ก็ใช่ว่าจะดูสดใส ผิวขาวแต่ไม่ผ่องกลับซีดเผือกคงเพราะไม่ได้ดูแลตัวเอง เมื่อเจอโอ่งน้ำแล้วนางมองรอบๆพบว่าที่อาบน้ำนี้ไกลจากแม่น้ำลำธารพอควร เพราะจากตรงนี้มองลงไปมันเห็นอยู่เพียงริบๆแต่น้ำในโอ่งดินเผากลับเต็มทุกใบ!! นับๆดูก็มีถึง5ใบทีเดียว!!“เก่งกันเหลือเกิน หากมีคนที่เลี้ยงดูดีกว่านี้คงไม่มอมแมม” แม้ชีวิตจะเคยสุขสบาย แต่เพราะส่วนใหญ่ใช้ชีวิตในกองถ่ายจึงพอปรับตัวได้บ้าง ถึงแม้ว่าที่นี่จะเกินคำว่าลำบากไปมากโขก็ตามเมื่อห้องอาบน้ำอยู่ไม่ไกลจากโอ่งน้ำนัก นางตักน้ำในโอ่งนำไปใส่ไว้ในอ่างไม้ ก่อนจะกลั้นใจตักน้ำราดลงบนตัว คงเพราะที่นี่อยู่กลางหุบเขา อากาศจึงเย็นเช่นนี้ และยิ่งตอนนี้เป็นเวลาเช้ามืดที่ตะวันกำลังจะโผล่ขึ้น น้ำที่ราดลงบนตัวจึงเย็นจัดจนนางแทบกรี๊ดดด“อื้อออ ลำบากแทบบ้า!! สงสัยต้องแบ่งน้ำมาต้มอาบ!!” สบู่ถูตัวก็ไม่มี นางอาศัยเพียงใยบวบขัดตัวพร้อมกับมะขามก้อนเล็กๆเท่านั้น ในใจอยากร้องไห้เสียเหลือเกิน“ทนได้!! ข้าต้องทนได้!! มีลมหายใจก็พอแล้ว!!” นางพยายามพูดคำโบราณให้ชินปาก เมื่อจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยก็แต่งตัวด้วยชุดที่นางหยิบมา แม้มันจะยับยู่ยี่เ





