Masukในบ้านที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและความลำบาก เด็กสาววัย 13 อย่าง “หานซูอวี้” รู้ดีว่าการเป็นแค่ “ลูกสาวของครอบครัวที่พ่อไม่เอาไหน” ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอยู่รอด แต่หัวใจของเธอเต็มไปด้วยฝัน ฝันที่จะพาแม่ออกจากความทุกข์และสร้างชีวิตใหม่ด้วยมือของตัวเอง แม้ตอนนี้เธอยังเด็กแต่เธอเชื่อมั่นว่าการเรียนรู้และความพยายามจะเป็นกุญแจไขไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ในโลกที่ผู้หญิงต้องสู้กับโชคชะตาอย่างหนัก หานซูอวี้จะกลายเป็นแสงสว่างเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตทั้งของตัวเองและแม่ไปตลอดกาลได้หรือไม่โปรดติดตามได้ใน “ชีวิตนี้…ฉันขอลิขิตเอง”
Lihat lebih banyakกลับมายังปัจจุบัน "ในตอนนั้นแม่เล่าว่า...เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตาทีเดียวค่ะ ให้กับคำพูดของเพื่อนรักที่ตัวเองก็ท้องแก่ใกล้จะคลอดแต่ก็ยังมาเยี่ยมตัวเอง และหลังจากนั้นแม่บุญธรรมก็มักจะนำสิ่งของรวมถึงเงินเท่าที่หล่อนจะแบ่งได้มาให้ฉันอยู่ตลอด จนกระทั่งเธอมีลูกคนที่สองและฉันเริ่มโตขึ้นและแม่หาเงิ
หลายปีผ่านไป...หลังจากที่เปลวไฟแห่งโศกนาฏกรรมได้มอดดับลง และบาดแผลทั้งหมดได้รับการเยียวยาด้วยกาลเวลาและมิตรภาพภายในเรือนสี่ประสานในบ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนจะสงบสุข... เสียงหัวเราะของเด็กแฝดชายหญิงที่ได้เติบโตขึ้นมากกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวน...คือบทเพลงที่ไพเราะที่สุดของบ้านหลังนี้และในวั
"หวงจิง! ดูหวังเฉียง! เขามีแผลไฟไหม้รุนแรง!" "อู๋ถิง! ดูจ้าวลี่! ระวังเรื่องบาดเจ็บที่ศีรษะและกระดูกสันหลัง!" ทั้งหวงจิงและอู๋ถิงทำงานกันอย่างคล่องแคล่วแม้ว่าจะตกตะลึงกับอาการของเพื่อน ทว่ามือของพวกเขาก็ทำงานไม่หยุด หลังตัดชุดดับเพลิงที่เสียหายออกและประเมินบาดแผลรวมถึงเปิดเส้นเลือดให้สาร
"ทุกคน! สวมหน้ากากป้องกันสารพิษ! ห้ามถอดออกเด็ดขาด!" เสียงที่เด็ดขาดของเกาซูอวี้ดังขึ้นเป็นคำสั่งแรก...เธอรู้ดีว่าควันที่มองเห็นตรงหน้านั้น...เต็มไปด้วยสารเคมีอันตราย ทีมแพทย์ภาคสนามทั้งหมดรีบสวมหน้ากากป้องกันอย่างรวดเร็ว...ก่อนที่พวกเขาจะพุ่งตัวเข้าไปในความโกลาหลเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภ





