LOGIN“ท่านพ่อ เราไปตามหมอมาดูอาการท่านแม่ดีหรือไม่” เสียงเล็กๆเอ่ยถามผู้ให้กำเนิดอย่างกังขา พร้อมมองคนที่อยู่บนเตียงไม้เก่าไปด้วย
“ไม่มีประโยชน์ แม่เจ้าหยุดหายใจแล้ว” ชายหนุ่มที่ไม่แสดงสีหน้าว่าเสียอกเสียใจเมื่อเห็นคนเป็นเมียนอนแน่นิ่งอยู่บนตั่งไม้ด้านหน้า มือหนาลูบหัวบุตรชายวัย3ขวบช้าๆ “เฟิงซีเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้ กล้าดียังไงจะขอฝังเมียชั่วช้าของเจ้าในสุสานตระกูลข้า ห๊า!!ออกมา“ เสียงโวกเหวกโวยวายดังลั่นหน้ากระท่อมที่แทบจะไม่มีไฟส่องสว่างนอกจากตะเกียงน้ำมันอันเดียว แอ็ดดดด ประตูไม้เก่าทรุดโทรมเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเจ้าของชื่อค่อยๆก้าวเท้าออกมา ”แม่ใหญ่ขอรับ หากไม่ได้ที่ฝังศพของตระกูล นางก็จะไม่มีที่ฝังขอรับ ข้าไปคุยกับท่านผู้นำตระกูลแล้ว ท่านอนุญาติ“ เขาก้มหน้าลงหลังพูดจบ ”เขาอนุญาติแล้วอย่างไร ข้าไม่ยอมเด็ดขาด ข้าไม่รับคนบ้านสี่แบบเมียเจ้าเข้าหลุมฝังตระกูลให้เสียฮวงจุ้ย“ แม้นี่จะเป็นยามพลบค่ำแต่ผู้คนแถวนั้นยังไม่มีใครนอน ต่างเยี่ยมหน้าออกมาดูความใจดำของตระกูลใหญ่ ”เจ้าไปแจ้งที่ตำบลเถอะเฟิงซี อย่าหาว่าข้าใจดำเลย เดิมทีเจ้าเป็นเพียงลูกบ้านเล็ก แม่ข้าให้ที่ดินทำกินก็ถือว่ามากโข“ พี่สะใภ้คนโตอย่างซีเหอเอ่ยขึ้นพร้อมสายตาเหยียดหยาม “หากเจ้ายังดื้อดึง คงต้องคุยกับผู้นำตระกูลเสีย เรื่องตัดบ้านสี่ออกจากที่ดินของข้า” พูดจบก็สะบัดพัดและเดินกลับไปพร้อมเหล่าลูกสะใภ้ แคร่ก แคร่ก เสียงคนไอทำหวังเฟิงซี ขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันก้าวขาร่างเล็กๆของคนเป็นลูกก็วิ่งออกมา “ท่านพ่อ ท่านแม่ฟื้นแล้ว” เสียงตระหนกตกใจทำเขารีบก้าวเท้าเข้าไปดู ก่อนจะเห็นคนหน้าซีดนั้งพิงผนังไม้เก่าๆด้วยสายตาสำรวจตรวจตา “อะเอ่อ” ตอนเธอลืมตาตื่นมาพบเพียงเด็กชายตัวผอม หน้าตามอมแมมนั้งจ้องเธอจนแทบสิงร่าง แต่ตอนนี้ดันมีผู้ชายตัวโตที่ผอมโซเหมือนกันมายืนจ้องหน้าเสียอีก นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เมื่อกี้เธอเพิ่งโดนรถ6ล้อเบรคแตกชนเข้าอย่างจัง แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน จี้ดดด จู่ๆเธอก็ปวดหัวจนแทบระเบิดแต่เพียงแค่หลับตาลงภาพเจ้าของร่างนี้ก็หลังไหลเข้ามาเป็นสายน้ำ จนเธออดแปลกใจไม่ได้ ผู้หญิงจองหองคนนี้เป็นใคร เหตุใดจึงคลอดลูกออกมาแล้วไม่ใยดี หนำซ้ำยังไม่ยอมทำงานบ้านงานครัวให้ลูกและสามีอีก นี่อย่าบอกนะว่าเธอย้ายร่างมาเหมือนในนิยายที่อ่าน เธอหลับตาแน่นและนานเกินไปจนหนูน้อยอย่างมู่ฉีถอยกรูไปเกาะชายเสื้อคนเป็นพ่อเอาไว้ ”ลี่อิงเจ้าหยุดหายใจไปแล้ว เหตุใดถึง…” สีหน้าและแววตาของชายหนุ่มตรงหน้าที่ภาพจำของเจ้าของร่างถ่ายถอดออกมา ทำเธอสงสารอยู่ลึกๆ ชายที่เป็นเพียงบ้านเล็กที่พ่อแม่ตายจากสงคราม ต้องอยู่ในความดูแลของเมียใหญ่ใจดำ และถูกผลักไสให้ออกจากตระกูลมานับไม่ถ้วน จนจับผลัดจับพลูถูกบังคับให้แต่งงานกับตระกูลใหญ่ที่ทำสาวใช้ท้องและอยากปกปิด จบลงที่ดมกลิ่นยายี่โถของพี่ชายจนเกิดกำเนิดหนูน้อยนามว่ามู่ฉี “ฉะ เอ่อข้า อาจจะยังไม่อยากตายตอนนี้ก็ได้ กลัวจะไม่มีหลุมฝังศพ” เสียงพูดอ่อนละโหย เขาจึงเทน้ำชาที่เย็นชืดให้เธอดื่มแก้กระหาย เธอหายใจเข้าออกลึกๆอยู่หลายที ก่อนที่จะค่อยๆนอนลงอีกครั้งเพราะรู้สึกว่าร่างกายนี้ยังอ่อนแรงเหลือเกิน “ข้าขอพักสักเดี๋ยว พรุ่งนี้เช้าค่อยคุยเถอะ” เป็นเธอที่ขอตัดจบบทสนทนาก่อน เพราะอยากทำใจและทบทวนอะไรหลายอย่างในชีวิต จนแกล้งหลับตาลงจนกว่าทุกอย่างจะสงบเงียบแว๊ แว๊ แว๊ะ เสียงเด็กร้องประสานกันทำคนเป็นพ่อที่รอคอยอยู่ด้านนอกน้ำตาซึม ย้อนไปตอนที่มู่ฉีเกิดเขาก็รู้สึกเช่นนี้ แม้ยามนั้นจะมีเรื่องหมางใจกับแม่ของลูกเล็กน้อย แต่เขาก็รู้สึกขอบคุณที่นางมอบของขวัญล้ำค่าอย่างหวังมู่ฉีให้ บัดนี้นางยังมอบของขวัญตามมาให้เขาอีกช่างหน้ายินดียิ่งนัก“ท่านพ่อ น้องของข้ามีหลายเสียงเช่นนี้ ข้ามีน้องหลายคนหรือขอรับ” หวังมู่ฉีที่ยืนลุ้นอยู่ถึงกับหันไปถามคนเป็นพ่ออย่างงงงวย“อาจมีถึงสอง..” “กำเนิดแล้ว บุตรชาย2 บุตรสาว1 น่ายินดียิ่งนัก” แม่หม้ายลี่เดินออกมาบอกกลุ่มที่บัดนี้มานั้งรออยู่หน้าบ้านสกุลหวัง ทั้งผู้ใหญ่บ้านไป่และภรรยา ไป่ฟู่กวงและไป่โม่ฮวา บ้านใหญ่สกุลฮั่วก็มาครบ และยังมีไฉ่หมินและแม่นางน้อยเจี้ยนเจี้ยนอีกทุกคนต่างยินดีกับบ้านสี่อย่างใจจริง“ท่านลุงขอรับ วันนี้ข้ามีเหล้าหมักเชิญชวนทุกท่านดื่มฉลองให้กับบุตรของข้าด้วยนะขอรับ” เขาบอกอย่างปลื้มปิติ ก่อนจะให้ฟู่กวงไปจับหมูป่ามาทำกับแกล้ม วันนี้เขาจะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน“ไปหาแม่เจ้ากัน” เมื่อหมอและแม่เฒ่าอุ่ยทำความสะอาดเรียบร้อย จึงเปิดประตูออกมาตามเขา “ลี่อิงเจ็บมากหรือไม่ ขอบใจเจ้ายิ่งนักที่มอบของขวัญให้พี
ตอนนี้ทุกครัวเรือนเลืิอกจะเพราะปลูกพืชผักกินเอง เหลือก็ขาย หรือหากมีคนอพยพมาก็ช่วยทางตำบลก็ช่วยจัดสรรค์ปันที่ดินให้ และเมื่อได้รับการยืนยันจากหลายๆบ้านว่าหมู่บ้านสกุลไป่แห่งนี้มีการจัดการภัยพิบัติต่างๆเพราะความร่วมมือของคนในหมู่บ้าน จึงเป็นที่เล่าลือและแบบอย่างให้หมู่บ้านใกล้เคียงไม่น้อย บางหมู่บ้านถึงขั้นมาศึกษางานปลูกพืช อาหาร การดำรงชีพเลยทีเดียว ซึ่งมันดีไม่น้อย เมื่อชาวบ้านคนอื่นๆเริ่มเปิดร้านขายของตามสิ่งที่ถนัด“อีกไม่นานเจ้าจะคลอดแล้ว พี่เตรียมเก้าอี้มีเบาะนวมให้เจ้าได้ผ่อนคลายเวลาให้ลูกดื่มนมจากเจ้าดีหรืิอไม่” สามีนางเป็นคนคิดค้นโต๊ะ ตู้ เตียงไม้ตามแบบที่นางเขียน จนบางทีมีคนในตำบลมาขอซื้อตัวที่วางโชว์ก็มี นี่จึงเป็นรายได้มากมายอีกทางที่สกุลหวังของนางเริ่มมั่นคงขึ้น“เมืองหลวงยังวุ่นไม่น้อย ตั้งแต่ฮ่องเต้องค์ก่อนสวรรค์คต องค์รัชทายาทป่วยหนัก จนพวกอำมาตย์อยากยึดอำนาจ พี่เฟิงท่านว่าจะเกิดสงครามหรือไม่เจ้าคะ” ในมิตินางไม่เห็นสงครามก็จริง เห็นแต่เมืองหลวงมาตั้งที่อำเภอต้าตงแห่งนี้ แต่ก็อดกังวลไม่ได้ ยิ่งจะคลอดลูกด้วยแล้ว ร่างกายนางไม่พร้อมอพยพหรือทนความแล้งแค้นได้เป็นแน่“มีองค์ชา
งานโคมปีนี้แม้อากาศจะเย็นแต่ทุกบ้านก็มีชุดคลุมสวยๆมาสวมสร้างสีสันให้งาน ชาวบ้านใกล้เคียงหรือใครมีญาติในตำบลต่างก็ถูกเชิญชวนมาเที่ยวที่แห่งนี้ ไฟประดับประดาสวยงามจนเด็กชายที่กุมมือหวังลี่อิงอยู่ถึงกับแหงนหน้ามองไม่หยุด“พี่เฟิงท่านว่ามู่ฉีน้อยของข้าคืนนี้จะปวดคอหรือไม่” นางเย้าบุตรชายเล็กน้อย นิ้วชี้ป้อมๆชี้ดูโคมไฟประดับอย่างตื่นเต้น“พี่เกรงว่าจะตื่นเต้นจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเสียมากกว่า” เมื่อถูกท่านพ่อท่านแม่แกล้ง คนตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่มิด ดึงชายกระโปรงท่านแม่มาปิดตาทันที“โถ่ ข้าแค่ตื่นเต้นนิดหน่อยเอง” ยังไม่ทันตอบอะไรก็ดวงตาเล็กๆก็วาววับเมื่อมองไปเจอร้านถังหูลู่ของแม่หม้ายลี่“ท่านแม่” เขาทำตาปริบๆที่น่ารักจนนางต้องหยิกแก้มแรงๆสักที“แม่รู้ ไปเลือกเอาเถิด” เด็กน้อยวิ่งตื้อไปเกาะขอบโต๊ะทันที“มู่เอ๋อ เจ้าอยากได้สิ่งใดกันจงเลือก ท่านยายลี่ของเจ้าให้เจ้ากินฟรีไม่คิดเงิน” แม่หม้ายลี่พูดอย่างใจดี เมื่อเห็นบ้านสี่เดินตรงมาที่ร้านนาง“ไม่ได้เจ้าค่ะ ของซื้อของขาย วันนี้ซื้อก่อนนะเจ้าคะ วันหน้าข้ากับลูกจะไปขอกินขนมบ้านท่านป้าเจ้าค่ะ” นางรีบเอ่ยบอกด้วยความเกรงใจแม่หม้ายลี่จึงพยักหน้ารับด้วย
ผ่านมาแรมเดือนตอนนี้เหล่าสตรีในหมู่บ้านชวนกันมาทำโคมกระดาษ โชคดีที่หิมะหยุดตก บุรุษทั้งหลายจึงช่วยกันจัดการหิมะรอบหมู่บ้านไม่ให้ทับถมก่อนจะตกแต่งไฟประดับอย่างสวยงาม“ทำเยี่ยงนี้เหมือนดึงดูดผู้คนมาเที่ยว ยามนี้ในตำบลเดินทางลำบากนัก กว่าข้าและท่านลุงเจ้าจะฝ่าฟันกันกลับมาได้ เจอหลายหมู่บ้านทอดทิ้งบ้านเรือนอพยพไปทางใต้ ส่วนพวกที่อยู่ก็หาของป่ากินประทังชีวิต” เมียผู้ใหญ่บ้านไป่ที่รักษาตัวที่บ้านลูกเขยที่ตัวอำเภออาการทั้งสองคนดีขึ้นแล้วจึงกลับมายังหมู่บ้าน กำลังนั้งเตรียมอาหารเลี้ยงชาวบ้านอยู่กับนางหวังลี่อิง“เดิมทีข้ากับพี่เฟิงก็ไปสำรวจหมู่บ้านข้างเคียงเจ้าค่ะ ว่าต้องการมาร่วมงานโคมหรือไม่ แค่ก็เจอว่ามีคนอยู่เพียงไม่กี่หลังคา ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีอาหารกักตุนไว้เพียงพอเจ้าค่ะ ช่างหน้าเศร้าใจยิ่งนัก ไม่ว่าจะภัยอะไรล้วนแต่สร้างความเสียหาย” หากชาวบ้านในหมู่บ้านสกุลไป่แห่งนี้แตกแยกกัน ป่านนี้อาจจะต้องย้ายถิ่นฐานเหมือนคนอื่นก็เป็นได้“ข้าซึ้งน้ำใจเจ้าสองคนนัก ช่วยอาฟู่ของข้าดูแลหมู่บ้านจนพวกเราผ่านพ้นความเป็นความตายมาแล้ว ท่านลุงเจ้าก็ตั้งใจจะทำพิธีส่งดวงวิญญานที่ล่วงลับ ให้ได้อยู่กับบรรบุรุษข
หวังเฟิงซีที่แม้จะยังงงๆแต่เห็นสีหน้าตกใจของโม่ฮวาก็รีบอุ้มบุตรชายและกุมมือหวังลี่อิงเดินตามโม่ฮวาอย่าเร่งรีบ“เดินช้าๆเจ้าค่ะ ข้าตามไม่ทัน” นางโดนกึ่งลากกึ่งจูงจนแทบก้าวขาไม่ทันเขา จึงเอ่ยปากห้าม“ข้าร้อนใจ หรือเจ้าจะติดโรคกัน หากเป็นเช่นนั้น พี่จะยอมติดด้วย ไม่แยก ไม่ทิ้งเจ้าเด็ดขาด” เขาเอ่ยอย่างหนักแน่น“ข้าด้วย ข้าอยู่ด้วยไม่ทิ้ง!!“ เด็กที่รักแม่จนสุดหัวใจเอ่ยตามด้วยความหนักแน่นเช่นกัน”พวกเจ้าสองคนพ่อลูกเอ่ยสิ่งใดกัน ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายเสียเมื่อไหร่“ โม่ฮวาที่อยู่ข้างหน้าหันมาส่งสายตาขุ่นเคือง”เจ้าตกใจจนข้ากังวลไปหมด!!” หวังเฟิงซีไม่คิดออมคำ เขาคิดเช่นนั้นจริงๆ และทันทีที่ถึงหน้าบ้านแม่เฒ่าอุ่ย ทั้งสี่คนก็เดินเข้าไปในบ้านทันที“ข้าเองท่านยาย” เฟิงซีเป็นคนเรียก ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะเปิดออก“มีสิ่งใดกัน สีหน้าแบบนี้ทำข้าหัวใจวายตาได้” แม่เฒ่าอุ่ยที่เปิดประตูมาเจอบุคคลคุ้นหน้าคุ้นตาที่หนึ่งสตรีนำหน้าแววตาระยิบระยับด้วยความปิติ ส่วนสามคนพ่อแม่ลูกบ้านสี่ นางอธิบายไม่ถูกว่าหน้าตาแสดงอารมด้านใด“ท่านยาย ท่านช่วยตรวจดูร่างการอาลี่ได้หรือไม่ ข้าว่าร่างกายนางไม่ปกติ เหมือนไม่มีโลหิตออ
“พี่เฟิง วันนี้ข้าอยากขึ้นเขา!!” แค่เขาพูดถึงเรื่องอารมณ์แปรปรวนแม้นางจะสงสัยบางอย่างและมั่นใจว่าไม่ผิดจากที่คาดไว้เป็นแน่ จึงหันไปขอร้องสามี นางอยากไปดูของบางอย่างที่มิติลับเตือนนางเมื่อครู่“ยามนี้รึ” แม้ว่านี่จะยังไม่สายเท่าไหร่ แต่การที่จู่ๆนางขอขึ้นเขาไปหาของป่าเช่นนี้ย่อมแปลก“เจ้าค่ะ” นางตอบก่อนมองดูบุตรชายเมื่อเห็นว่าไม่สนใจนางนักจึงกระซิบข้างหู“ถ้ำด้านใน มีทั้งหินหยกขาว ไข่มุก รังนก และโสมอายุร้อยปีเจ้าค่ะ” โอกาสดีเช่นนี้นางต้องรีบคว้าไว้เสียก่อน“เจ้าว่าอย่างไรพี่ว่าอย่าวนั้น” ทั้งหมดจึงเปลี่ยนชุดก่อนพากันออกเดินทางเข้าไปในป่าลึก“ลี่อิง เจ้าพักก่อนดีหรือไม่” ใบหน้าซีดเซียวทำเขาเป็นห่วง “ข้าขอพักเพียง1ถ้วยชาเถิดเจ้าค่ะ” ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกนั้งพักบริเวณหินก้อนใหญ่“คิดถูกที่ไม่สวมเสื้อผ้าหนาๆมา บนเขาแห่งนี้ หิมะแทบตกมาไม่ถึงพื้นด้วยซ้ำ” ต้นไม้ใหญ่โตสูงชะรูด ทำให้เวลาหิมะโปรยลงเพียงใบไม่และกิ่งก้านเท่านั้น และอาจจะเพราะที่แห่งนี้อยู่สูงจนได้รับแสงแดดมากกว่าหมู่บ้าน จึงทำให้มีหิมะสะสมเป็นบางพื้นที่“มู่เอ๋อเจ้าเหนื่อยหรือไม่” นางหยิบน้ำสะอาดออกมาจากมิติลับที่ใส่กระบอกเตรียมไว้







