تسجيل الدخولเพราะเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก ซ้ำร้ายเมื่อป้ารับมาเลี้ยงก็ยังต้องเสียสละให้ลูกป้าเรียน หากตระกูลพ่อร่ำรวยสักนิด เธอคงไม่ต้องมาลำบากแบบนี้ คำขอสุดท้ายก่อนตาย หากมีโอกาสจะขอเป็นคนร่ำรวยตั้งแต่ต้นตระกูลเสี่ยวหยวน สาวน้อยวัย20ปีที่ไม่ได้เรียนต่อมหาลัยเพราะเสียสละให้ลูกชายทั้ง2คนของป้าเรียนจู่ๆต้องทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณ เธอต้องทำทุกวิถีทางให้ตระกูลเธอร่ำรวยตั้งแต่ต้นตระกูลอย่างเธอ และดูแลลูกน้อยอย่างมู่ฉีที่มักทำตัวออกห่างเพราะคนเป็นแม่ในร่างก่อนไม่ใส่ใจ ไหนจะสามีหน้านิ่งที่อะไรๆก็ยอมชาวบ้านเขาไปเสียหมด เธอจะเปลี่ยนชีวิตต้นตระกูลให้ดีที่สุดเอง
عرض المزيدมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ปี2020
“ตื่นได้แล้วเสี่ยวหยวน เราต้องออกไปขายบะหมี่แต่เช้า“ สาวสวยในวัย20ปีที่ถูกทางบ้านขอร้องให้ออกจากการเรียน เหตุเพราะอยากส่งพี่น้องผู้ชายเรียนแพทย์มากกว่า แม้มันสมองของเธอจะมีมากกว่าพี่ชายและน้องชายก็ตาม ”แม่!! ฉันพึ่งจัดการวัตถุดิบในการขายเสร็จและเข้านอนยังไม่ถึง3ชั่วโมงด้วยซ้ำ ขอนอนต่ออีกสักหน่อยไม่ได้หรือไง“ นั่นคือคำพูดที่เธอพูดกับคนเป็นแม่ทุกเช้า แต่ส่วนใหญ่มักได้รับสายตาขุ่นขวางกลับมาเท่านั้น ”แล้วฉันเคยให้แกหรือไง“ แหงแหละเธอไม่เคยได้ หากใครมาได้ยินคำพูดเหล่านี้จากคนเป็นแม่คงมีแต่คำถามในใจว่า เหตุใดคนเป็นแม่มักเข้มงวดกับลูกสาวนัก เพราะฉันเป็นเพียงเด็กที่เก็บมาเลี้ยงอย่างไรเล่า พ่อและแม่ตายจากไปตอนอายุเพียง5ขวบ เหตุเพราะตระกูลพ่อฉันจนถึงขนาดที่มีลูกสาวเพียงคนเดียวก็เลี้ยงไม่ไหว จึงต้องเอาฉันมาฝากไว้กับญาติห่างๆตั้งแต่เกิด เมื่อถึงเวลามารับ พวกท่านกลับขับรถตกเขาเสียชีวิตทั้งคู่ ”เห้ออออมาเอาบะหมี่ไปกินเถอะ“ บริเวณร้านที่เธอขายมักมีเด็กตาดำๆหลายคนที่อดอยาก และเธอมักหยิบยื่นบะหมี่ที่ร้านให้ยามแม่ของเธอเผลอ ”กินเยอะๆ จะได้ไม่ไปลักของกินคนอื่น“ นั่นคือคำพูดของเธอก่อนที่เธอจะรีบไล่เด็กพวกนั้นไปเมื่อเห็นแม่เธอเดินมาแต่ไกล ”อาหยวน วันนี้แม่ใหญ่จะกลับก่อน จัดการปิดร้านให้เรียบร้อยหล่ะ“ ในมือหิ้วของพะรุงพะรัง เชื่อเหลือเกิน ว่านั่นคืออาหารชั้นดีที่เอาไว้บำรุงพี่ชายและน้องชายเธอแน่นอน หลังจากขายเสร็จสายฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาอย่างหนักจนแทบมองไม่เห็นทาง เธอค่อยๆเข็ญรถไปเรื่อยๆผ่านร้านลวงมากมายอย่างหมายตา ”หากตระกูลฝั่งพ่อร่ำรวยสักนิด คงไม่ต้องลำบากมาอยู่กับตระกูลฝั่งแม่ที่เราหากินคนเดียวเลี้ยงอีก4ชีวิต“ แม้จะนึกน้อยใจอยู่บ้างแต่เธอก็ทำหน้าที่ของเธอไม่มีบกพร่อง ปรี้น ปรี้น ปรี้น ”หลบไปรถเบรคแตก!!!“ แม้ใจเธออยากขยับเท้าตามเสียงร้องเตือน แต่ระยะประชิดแบบนี้เธอจะขยับไปทางไหนได้ โคร้มมมม ”หากชาติหน้ามีจริง ขอเกิดมาเป็นต้นตระกูลที่ร่ำรวยจนลูกหลานไม่ต้องมาลำบากแบบนี้ด้วยเถิด“ จิตสุดท้ายของเธอมันภาวนาไว้แบบนั้นแว๊ แว๊ แว๊ะ เสียงเด็กร้องประสานกันทำคนเป็นพ่อที่รอคอยอยู่ด้านนอกน้ำตาซึม ย้อนไปตอนที่มู่ฉีเกิดเขาก็รู้สึกเช่นนี้ แม้ยามนั้นจะมีเรื่องหมางใจกับแม่ของลูกเล็กน้อย แต่เขาก็รู้สึกขอบคุณที่นางมอบของขวัญล้ำค่าอย่างหวังมู่ฉีให้ บัดนี้นางยังมอบของขวัญตามมาให้เขาอีกช่างหน้ายินดียิ่งนัก“ท่านพ่อ น้องของข้ามีหลายเสียงเช่นนี้ ข้ามีน้องหลายคนหรือขอรับ” หวังมู่ฉีที่ยืนลุ้นอยู่ถึงกับหันไปถามคนเป็นพ่ออย่างงงงวย“อาจมีถึงสอง..” “กำเนิดแล้ว บุตรชาย2 บุตรสาว1 น่ายินดียิ่งนัก” แม่หม้ายลี่เดินออกมาบอกกลุ่มที่บัดนี้มานั้งรออยู่หน้าบ้านสกุลหวัง ทั้งผู้ใหญ่บ้านไป่และภรรยา ไป่ฟู่กวงและไป่โม่ฮวา บ้านใหญ่สกุลฮั่วก็มาครบ และยังมีไฉ่หมินและแม่นางน้อยเจี้ยนเจี้ยนอีกทุกคนต่างยินดีกับบ้านสี่อย่างใจจริง“ท่านลุงขอรับ วันนี้ข้ามีเหล้าหมักเชิญชวนทุกท่านดื่มฉลองให้กับบุตรของข้าด้วยนะขอรับ” เขาบอกอย่างปลื้มปิติ ก่อนจะให้ฟู่กวงไปจับหมูป่ามาทำกับแกล้ม วันนี้เขาจะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน“ไปหาแม่เจ้ากัน” เมื่อหมอและแม่เฒ่าอุ่ยทำความสะอาดเรียบร้อย จึงเปิดประตูออกมาตามเขา “ลี่อิงเจ็บมากหรือไม่ ขอบใจเจ้ายิ่งนักที่มอบของขวัญให้พี
ตอนนี้ทุกครัวเรือนเลืิอกจะเพราะปลูกพืชผักกินเอง เหลือก็ขาย หรือหากมีคนอพยพมาก็ช่วยทางตำบลก็ช่วยจัดสรรค์ปันที่ดินให้ และเมื่อได้รับการยืนยันจากหลายๆบ้านว่าหมู่บ้านสกุลไป่แห่งนี้มีการจัดการภัยพิบัติต่างๆเพราะความร่วมมือของคนในหมู่บ้าน จึงเป็นที่เล่าลือและแบบอย่างให้หมู่บ้านใกล้เคียงไม่น้อย บางหมู่บ้านถึงขั้นมาศึกษางานปลูกพืช อาหาร การดำรงชีพเลยทีเดียว ซึ่งมันดีไม่น้อย เมื่อชาวบ้านคนอื่นๆเริ่มเปิดร้านขายของตามสิ่งที่ถนัด“อีกไม่นานเจ้าจะคลอดแล้ว พี่เตรียมเก้าอี้มีเบาะนวมให้เจ้าได้ผ่อนคลายเวลาให้ลูกดื่มนมจากเจ้าดีหรืิอไม่” สามีนางเป็นคนคิดค้นโต๊ะ ตู้ เตียงไม้ตามแบบที่นางเขียน จนบางทีมีคนในตำบลมาขอซื้อตัวที่วางโชว์ก็มี นี่จึงเป็นรายได้มากมายอีกทางที่สกุลหวังของนางเริ่มมั่นคงขึ้น“เมืองหลวงยังวุ่นไม่น้อย ตั้งแต่ฮ่องเต้องค์ก่อนสวรรค์คต องค์รัชทายาทป่วยหนัก จนพวกอำมาตย์อยากยึดอำนาจ พี่เฟิงท่านว่าจะเกิดสงครามหรือไม่เจ้าคะ” ในมิตินางไม่เห็นสงครามก็จริง เห็นแต่เมืองหลวงมาตั้งที่อำเภอต้าตงแห่งนี้ แต่ก็อดกังวลไม่ได้ ยิ่งจะคลอดลูกด้วยแล้ว ร่างกายนางไม่พร้อมอพยพหรือทนความแล้งแค้นได้เป็นแน่“มีองค์ชา
งานโคมปีนี้แม้อากาศจะเย็นแต่ทุกบ้านก็มีชุดคลุมสวยๆมาสวมสร้างสีสันให้งาน ชาวบ้านใกล้เคียงหรือใครมีญาติในตำบลต่างก็ถูกเชิญชวนมาเที่ยวที่แห่งนี้ ไฟประดับประดาสวยงามจนเด็กชายที่กุมมือหวังลี่อิงอยู่ถึงกับแหงนหน้ามองไม่หยุด“พี่เฟิงท่านว่ามู่ฉีน้อยของข้าคืนนี้จะปวดคอหรือไม่” นางเย้าบุตรชายเล็กน้อย นิ้วชี้ป้อมๆชี้ดูโคมไฟประดับอย่างตื่นเต้น“พี่เกรงว่าจะตื่นเต้นจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเสียมากกว่า” เมื่อถูกท่านพ่อท่านแม่แกล้ง คนตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่มิด ดึงชายกระโปรงท่านแม่มาปิดตาทันที“โถ่ ข้าแค่ตื่นเต้นนิดหน่อยเอง” ยังไม่ทันตอบอะไรก็ดวงตาเล็กๆก็วาววับเมื่อมองไปเจอร้านถังหูลู่ของแม่หม้ายลี่“ท่านแม่” เขาทำตาปริบๆที่น่ารักจนนางต้องหยิกแก้มแรงๆสักที“แม่รู้ ไปเลือกเอาเถิด” เด็กน้อยวิ่งตื้อไปเกาะขอบโต๊ะทันที“มู่เอ๋อ เจ้าอยากได้สิ่งใดกันจงเลือก ท่านยายลี่ของเจ้าให้เจ้ากินฟรีไม่คิดเงิน” แม่หม้ายลี่พูดอย่างใจดี เมื่อเห็นบ้านสี่เดินตรงมาที่ร้านนาง“ไม่ได้เจ้าค่ะ ของซื้อของขาย วันนี้ซื้อก่อนนะเจ้าคะ วันหน้าข้ากับลูกจะไปขอกินขนมบ้านท่านป้าเจ้าค่ะ” นางรีบเอ่ยบอกด้วยความเกรงใจแม่หม้ายลี่จึงพยักหน้ารับด้วย
ผ่านมาแรมเดือนตอนนี้เหล่าสตรีในหมู่บ้านชวนกันมาทำโคมกระดาษ โชคดีที่หิมะหยุดตก บุรุษทั้งหลายจึงช่วยกันจัดการหิมะรอบหมู่บ้านไม่ให้ทับถมก่อนจะตกแต่งไฟประดับอย่างสวยงาม“ทำเยี่ยงนี้เหมือนดึงดูดผู้คนมาเที่ยว ยามนี้ในตำบลเดินทางลำบากนัก กว่าข้าและท่านลุงเจ้าจะฝ่าฟันกันกลับมาได้ เจอหลายหมู่บ้านทอดทิ้งบ้านเรือนอพยพไปทางใต้ ส่วนพวกที่อยู่ก็หาของป่ากินประทังชีวิต” เมียผู้ใหญ่บ้านไป่ที่รักษาตัวที่บ้านลูกเขยที่ตัวอำเภออาการทั้งสองคนดีขึ้นแล้วจึงกลับมายังหมู่บ้าน กำลังนั้งเตรียมอาหารเลี้ยงชาวบ้านอยู่กับนางหวังลี่อิง“เดิมทีข้ากับพี่เฟิงก็ไปสำรวจหมู่บ้านข้างเคียงเจ้าค่ะ ว่าต้องการมาร่วมงานโคมหรือไม่ แค่ก็เจอว่ามีคนอยู่เพียงไม่กี่หลังคา ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีอาหารกักตุนไว้เพียงพอเจ้าค่ะ ช่างหน้าเศร้าใจยิ่งนัก ไม่ว่าจะภัยอะไรล้วนแต่สร้างความเสียหาย” หากชาวบ้านในหมู่บ้านสกุลไป่แห่งนี้แตกแยกกัน ป่านนี้อาจจะต้องย้ายถิ่นฐานเหมือนคนอื่นก็เป็นได้“ข้าซึ้งน้ำใจเจ้าสองคนนัก ช่วยอาฟู่ของข้าดูแลหมู่บ้านจนพวกเราผ่านพ้นความเป็นความตายมาแล้ว ท่านลุงเจ้าก็ตั้งใจจะทำพิธีส่งดวงวิญญานที่ล่วงลับ ให้ได้อยู่กับบรรบุรุษข

















