Share

บทที่ 18

Author: Mamaya Writer
last update publish date: 2026-10-17 12:42:50

“ผมสั่ง” จิรัฎฐ์ขยับตัวเข้ามาหาหญิงสาว พร้อมกับยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นของเขาเริ่มที่จรดอยู่แก้มเนียน 

“เข้าใจแล้วค่ะ” เป็นคำตอบที่ดูไม่น่ารักเอาเสียเลย จิรัฎฐ์มองพาขวัญพร้อมกับฝังปลายจมูกลงที่แก้มของหญิงสาว เขาอดใจมานานแล้ว อดกลั้นที่ไม่ใกล้ชิดสามวันทำให้เขานอนไม่หลับ

“คุณ...”

“เรียกผมว่าคุณเพลิง ห้ามเรียกว่าจิรัฎฐ์” สบตามองหญิงสาวด้วยหัวใจที่เต้นแทบไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่แค่หัวใจของเขาเท่านั้น เธอเองก็เช่นกัน...แต่ความสัมพันธ์แบบนี้ค่อนข้างที่จะแปลกสำหรับเขา

“ค่ะ” ขานรับสั้นๆ พร้อมก้มหน้าต่ำลงเพื่อหลบสายตาของเขา 

“จูบได้ไหม? ผมอยากจูบคุณ” 

เงยหน้าสบตามองเขาด้วยความตกใจ ดวงตากลมกะพริบมองชายหนุ่มตรงหน้าแต่ไม่มีคำตอบออกจากปากของเธอพลางก้มหน้าหลบ เขาเอื้อมมือเชยคางของหญิงสาวขึ้นพร้อมสบตามองอีกครั้ง

“ไม่ตอบแปลว่าผมจูบได้” จิรัฎฐ์ไม่รอฟังคำตอบของหญิงสาวอีกต่อไป ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าใกล้เพื่อครอบครองริมฝีปากอิ่มที่โหยหามาหลายวัน ลิ้นร้อนสอดเข้าที่โพรงปากหวาน หยอกล้ออย่างเชื่องช้า มือแกร่งเลื่อนลูบไล้ไปตามน่องเรียวของหญิงสาว มืออีกข้างจับท้ายทอยของเธอเพื่อที่เขาจะจูบได้ถนัด 

“อื้ม...” มือเรียวพยายามดันเขาออก แต่สมองของเธอกำลังเบลอไปกับรสจูบที่ชายหนุ่มมอบให้ ทั้งร้อนรุ่มและอ่อนโยน 

ชายหนุ่มกลั้นใจถอนจูบออกพลางสบมองตาหญิงสาว เขาห้ามใจแล้วแต่อดไม่ได้อยากจะรู้ถ้าเธอไม่ใช่เมียพ่อเขาแล้วทำไมพ่อเขาต้องให้เธอมาอยู่ที่นี่ด้วยสมองสั่งให้จิรัฎฐ์ขยับตัวออกห่างจากหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ถ้าใกล้กว่านี้คงไม่หยุดอยู่เพียงแค่จูบอย่างแน่นอน

พาขวัญมองชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงเดินออกจากห้องไปโดยที่เขาไม่พูดอะไรสักคำ เช่นเดียวกับเธอที่ได้แต่มองเขาเดินออกห่างไปด้วยสายตาที่เจ็บปวด 

ไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องให้เขากลับมา...เจ็บ 

มือเรียวยกขึ้นแตะที่ริมฝีปาก รอยจูบที่เขามอบให้เธอแตกต่างจากคืนนั้นอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกแบบนี้เรียกว่าอะไรกัน...

“บ้าเอ๊ย!” เสียงเข้มของพงศ์เดชสบถดังขึ้นจนคนสนิทที่ยืนอยู่ตรงหน้าสะดุ้งขึ้นด้วยความตกใจ 

“มีอะไรครับนาย” นรวีร์ลูกน้องคนสนิทเอ่ยถามขึ้น ร่างสูงโปร่งของ ผู้เป็นเจ้านายหันมามองด้วยสายตาที่โกรธเกรี้ยวและเจ็บใจ

“ไอ้เพลิงมันได้ที่ดินไป! ไอ้แก่นั่นมันโง่ขายที่ดินให้ ฉันอุตสาห์เสนอราคาให้มันแพงกว่าหลายเท่า ไอ้เพลิงอย่าได้ใจไปหน่อย!”

ปึง!

พงศ์เดชกำหมัดแน่นทุบลงที่โต๊ะทำงานของเขาด้วยความแค้นใจ ไม่คิดว่าครั้งนี้เขาจะโดนตัดหน้าทั้งที่เสนอราคาให้อีกฝ่ายสูงพอตัว แต่คำตอบที่ได้รับกลับมา น่าเจ็บใจนัก!

‘ผมขายที่ให้กับคุณจิรัฎฐ์ไปแล้วครับ ขอโทษด้วยครับ’

พงศ์เดชกัดฟันกรอดพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว

“เจ้านายจะไปไหนครับ” นรวีร์เอ่ยถามผู้เป็นนาย 

“เรื่องของฉัน!”อารมณ์ดูหงุดหงิดจนนรวีร์ต้องเงียบและถอยออกห่าง กลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย

หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าที่ดูอิดโรยมากกว่าทุกวัน คงเพราะวันนี้เขาต้องออกไปข้างนอกและดูความคืบหน้าของงาน แมนเมื่อเห็นเจ้านายเดินเข้ามาก็รีบเข้าไปรับกระเป๋าในมือของผู้เป็นเจ้านาย

“เจ้าเพลิงกลับมาหรือยัง” เอ่ยถามพลางกวาดสายตามองหาบุตรชาย

“กลับมาแล้วครับ อยู่บนห้อง คุณท่านจะให้ผมไปตามไหมครับ” แมนถามพร้อมกับรับเสื้อสูท

“ไม่ต้อง ฉันนึกว่ายังไม่กลับมา”

พูดเสร็จเดินเข้าไปข้างในบ้านด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

สองเท้าก้าวเข้าไปยังห้องทำงานส่วนตัว ก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะทำงาน ด้วยความอ่อนล้า งานเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาดูเครียดแต่ก็ไม่เท่ากับเรื่องส่วนตัวของเขา โทรศัพท์ที่ได้รับเมื่อตอนสายจากคุณย่ารมณที่โทรหาเขา

‘คุณแม่โทรมามีอะไรหรือครับ’

ทันทีที่ได้รับสายเขาก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าโทรมาหาเขาเรื่องอะไรกัน

[แม่มีเรื่องอยากจะถามเราหน่อย]

ปลายสายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติเช่นทุกครั้ง

‘ครับ คุณแม่มีเรื่องอะไรจะถามผมหรือครับ’

[ว่าจะถามอยู่เมื่อวาน แต่ยัยดาวงอแงแม่ก็เลยไม่ได้ถาม]

เงียบไปสักพักปลายสายก็เอ่ยถามขึ้นมา

[เราจะให้ผู้หญิงคนนั้นมาเป็นอีหนูหรือไง]สิ้นคำถามเหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่ลำคอ เขาพูดไม่ออกว่าควรจะอธิบายอย่างไร

‘ไม่ใช่ครับ’

[ไม่ใช่แล้วทำไมถึงพามาอยู่ล่ะ]

เป็นคำถามที่หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ไม่อยากตอบสักเท่าไหร่

‘ผมมีเหตุผลครับ ตอนนี้คงบอกคุณแม่ไม่ได้’ ตอบเป็นนัยเพราะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะบอกใคร

[หวังว่าคงไม่ใช่อีหนูหรอกนะ เพราะแม่กลัวว่าเราจะหลงเด็กคนนั้นเข้า]

‘ไม่หรอกครับ ไม่มีวัน แค่นี้ก่อนนะครับ’

ตอบด้วยความมั่นใจก่อนจะวางสายไป

ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเขาถึงต้องดูแลเธอ เพราะทุกอย่างคือความลับและคำมั่นสัญญาที่เขาเคยรับปากเอาไว้และเขาจะทำมันให้ดีที่สุด

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองถึงสามครั้งก่อนที่ประตูจะเปิดออก สายแก้วเดินเข้ามาข้างในด้วยท่าทางสำรวม

“คุณท่านคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่ะ” พูดเสร็จเตรียมเดินออกไป แต่เสียงของผู้เป็นนายทำให้สายแก้วหันไปอีกครั้งหนึ่ง

“พาขวัญกลับมาพร้อมกับเจ้าเพลิงใช่ไหม” เอ่ยถามถึงหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง สายแก้วได้แต่เก็บความหมั่นไส้เอาไว้ในใจลึกๆ

“ใช่ค่ะ คุณท่านมีอะไรหรือเปล่าคะ” สายแก้วถามด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไร เดี๋ยวอีกสักพักฉันจะตามออกไป” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์พูดพร้อมกับหมุนเก้าอี้หันหลังให้สาวใช้

“ค่ะ” สายแก้วรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป

ภายในห้องทำงานที่เงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงแค่เสียงเครื่องทำงานของแอร์และเสียงเข็มนาฬิกาเดินเท่านั้น ความเงียบสงบทำให้เขาคิดอะไรออกอีกมากมาย เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมามันเจ็บปวด ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่เจอกับตัว สายตาของหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์มองไปยังตู้ตรงหน้าเขาที่มีกรอบรูปวางอยู่

“นายไม่ต้องห่วง เรื่องทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย” พูดด้วยน้ำเสียงมาดมั่น ก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานเดินออกไปจากห้อง ใบหน้าที่เหนื่อยล้าซ่อนไว้โดยที่ไม่มีใครได้เห็น เฉกเช่นความลับที่เขาไม่เคยได้บอกใคร ยังคงไม่ถึงเวลาที่เขาจะต้องบอก...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 42/1

    “พาจีนมาพักผ่อน พี่ว่าที่นี่อาจจะทำให้จีนคลายเครียดได้นะครับ” จิรัฎฐ์พูดพร้อมกับหยุดจอดลงในเลนที่จอด ก่อนจะหันมายิ้มให้กับหญิงสาวที่มองเขาตาปริบๆ อย่างไม่เข้าใจ ตอนแรกว่าจะพาเธอไปที่อื่น แต่เขาอยากพาเธอมาในที่แบบนี้ ซึ่งเขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาเดทในที่แบบนี้มาก่อน และเชื่อว่า พาขวัญก็คงเบื่อหากต้องไปเดินคลายเครียดที่ห้างสรรพสินค้า“จีนไม่ได้เครียดอะไรสักหน่อยค่ะ เพียงแต่จีนมีเรื่องให้คิดมากก็เท่านั้น”“รวมทั้งเรื่องงานแต่งงานของเราสองคนด้วยใช่ไหม?”ชายหนุ่มพูดขึ้นเพราะเรื่องนี้ยังคงค้างคาใจพาขวัญ ตั้งแต่ออกจากบ้านภูริสิทธิพิพัฒนพงศ์มาจนกระทั้งอยู่ที่นี่“เอ่อ...” หญิงสาวอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก เธอไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามเขาเพราะกลัวว่าเขาจะโกรธและโมโหเธอ“พี่พูดจริงนะครับ ถึงแม้จะพูดในสถานการณ์ที่ไม่โรแมนติกไปสักหน่อย แต่พี่อยากอยู่ใกล้จีน

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 41/2

    รถยนต์ของจิรัฎฐ์แล่นขับออกห่างไป มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่ครอบคลุมอยู่ตอนนี้ พาขวัญชำเลืองมองชายหนุ่มแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร ทั้งที่ในใจของเธอนั้นมีคำถามมากมายที่อยากจะถามเขา“จีนมีอะไรจะถามพี่หรือเปล่าครับ”“เปล่าค่ะ ไม่มี” โกหกตอบไปเพราะว่าไม่กล้าที่จะถามชายหนุ่มจิรัฎฐ์มองหญิงสาวข้างตัวที่แสดงสีหน้าเหมือนมีคำถามถามเขาแต่คงจะไม่กล้าถาม “ถ้าจีนกำลังถามพี่เรื่องแต่งงานพี่พูดจริงนะครับ”“ค่ะ” ตอบรับสั้นๆจิรัฎฐ์ยิ้มให้กับท่าทีสีหน้าดูน้อยใจของหญิงสาว แต่เขายังข่มสีหน้าเรียบนิ่งเพื่อขับรถให้ถึงจุดหมายปลายทางให้เร็วที่สุด“ดูจีนไม่ดีใจเลยนะครับ ที่ได้แต่งงานกับพี่” จิรัฎฐ์เอ่ยขึ้นพร้อมกับหันไปมองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าไม่ตอบเขา ความจริงแล้วเขายอมรับว่าไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานกับเธอด้วยซ้ำไป แต่อยู่ๆ เข

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 41/1

    ทันทีที่เปิดประตูหมอนที่ถูกปาจากเตียงก็มาอยู่ที่เท้าของเธอ เสียงร้องสะอื้นของวลัยวรรณดังไปทั่วห้อง เธอก้มลงไปเก็บหมอนก่อนจะปิดประตูห้องและเดินเข้ามาหาลูกสาวสายตากวาดมองไปรอบๆ ห้อง มีทั้งหมอนที่ถูกปาและเศษแจกันที่แตกกระจายไปทั่วห้อง ก่อนจะส่งสายตามองมาที่วลัยวรรณซึ่งนั่งขดตัวอยู่ที่พื้น ข้างเตียง“พี่เพลิงใจร้ายๆ ฮือๆ”เสียงสั่นของวลัยวรรณดังขึ้นพลางใช้นิ้วจิกกำผ้าห่มที่อยู่ข้างตัวเธอ“ยัยดาวนี่แกทำบ้าอะไร!” ตีรณาเอ่ยถามขึ้นเพราะไม่คิดว่าลูกสาวของหล่อนจะเป็นหนักจนถึงขั้นทำลายข้าวของจนเสียหาย“อย่ามายุ่งกับดาว ฮือๆ ไม่เคยรักดาวเลยสักนิด” วลัยวรรณพูดตัดพ้อน้อยใจเพราะตั้งแต่เธอโตมาแม่ของเธอนั้นปล่อยเลี้ยงตามใจไม่เคยสักครั้งที่จะดูห่วงใยเธอ มีเพียงแค่แสร้งตบตาคุณย่าเท่านั้น ไม่มีใครรักเธอจริงๆ สักคน ทุกคนหลอกเธอ!“ลุกขึ้นม

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/2

    “เพลิงพูดอะไรออกไป รู้ตัวไหม” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยถามขึ้น เขารู้ว่าบุตรชายเขามีใจให้พาขวัญ แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงขึ้นแต่งงาน ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเขาก็จะไม่ห้ามเปิดทางให้สะดวกอยู่แล้ว“เพลิงอย่าเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่นนะ”รมณพูดขึ้นเพราะเข้าใจว่าจิรัฎฐ์นั้นแค่แกล้งพูดเล่นๆ เฉยๆ“ผมพูดจริงครับคุณย่า และผมก็จะรับผิดชอบทุกคำพูดที่ผมพูดด้วยครับ” จิรัฎฐ์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นใจจนรมณรับรู้ถึงความรักที่ทั้งสองคนมีให้กัน ตอนนี้เธอจะไม่ห้ามให้ทั้งคู่รักกันอีก เพราะเธอจะทำหน้าที่ของย่าที่ดีที่สุดให้กับพาขวัญ“พูดมาแล้วอย่าคืนคำนะ ไม่งั้นหลานย่าเสียหายนะ”“ครับ ผมไม่คืนคำแน่นอน” จิรัฎฐ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาพูดออกไป แต่เขาก็ไม่คิดที่จะคืนคำอยู่แล้ว เพราะคำว่าต้องการของเขามันเกินขีดจำกัดไปแล้ว ตอนนี้อยากครอบครองให้เธอมาเป็นของเขาเพียงคนเดียว“คุณย่า ดาวไม่ยอมๆๆๆ ฮือๆ ดาวไม่ยอมนะคะ”วลัยวรรณร้องดิ้นเดินเข้าไปหารมณพร้อมกับผลักพาขวัญออกห่าง ตีรณามองลูกสาวของตัวเองอย่างเข้าใจแต่เธอทำอะไรไม่ได้ ความรู้สึกของลูกสาวเธอก็ไม่ต่างจากเธอเมื่อยี่สิบปีก่อนสักเท่าไหร่“เงียบซะยัย

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/1

    นานมากหลังจากที่พาขวัญและคุณย่ารมณเดินเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่มีท่าทีที่จะออกมา วลัยวรรณเดินเข้ามานั่งข้างๆ จิรัฎฐ์ตั้งแต่ที่คุณย่าเดินออกไป เธอเกาะแขนชายหนุ่มจนแน่นไม่ปล่อยไปไหน หนำซ้ำพยายามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในตัวเขาให้ได้มากที่สุดจิรัฎฐ์ได้แต่ถอนหายใจออกมาทั้งพยายามที่จะดันวลัยวรรณออกห่างแต่เจ้าตัวนั้นยังคงอยู่ จนเขาต้องเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ออกจะรำคาญ“ดาวครับ พี่อึดอัด ออกไปหน่อยได้ไหม”“พี่เพลิงพูดกับดาวอย่างนี้ได้ยังไงคะ!” วลัยวรรณมองสีหน้าของจิรัฎฐ์ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ หากแต่มือของเธอนั้นยังเกาะอยู่ที่แขนของเขาเหมือนเดิม“ดาวครับ ถ้าดาวฟังไม่รู้เรื่องคราวหลังพี่จะไม่พูดกับดาวอีกแล้วนะ” เป็นคำขู่ที่ได้ผลเพราะเธอกลัวนั่นเอง จึงยอมปล่อยมือถอยออกห่างจากชายหนุ่มแต่ก็ไม่มากนักเท่าไหร่รมณเดินเข้ามาภายในห้องรับแขกอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับพาขวัญ ทุกคนที่ต่างนั่งอยู่ ตีรณาละสายตาจาโทรศัพท์ขึ้นมามองแม่สามีที่เดินเข้ามา“ฉันตัดสินใจและคุยกับจีนแล้วว่าจะให้ย้ายมาอยู่ที่นี่ พร้อมทั้งเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นภูริสิทธิพิพัฒนพงศ์ด้วย”“ดาวไม่ยอมนะคะคุณย่า” ควรจ

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 39/2

    รมณพูดออกมาด้วยความเสียใจ ทุกคำพูดของเธอล้วนกลั่นกรองออกมาจากใจ เธอเป็นต้นเหตุแน่แท้ที่ทำให้ลูกชายต้องจากไป เพราะคำว่าความเหมาะสมที่เธอมอบให้ลูกชาย“ย่าขอโทษที่ทำร้ายแม่ของหนูมาโดยตลอด เธอคงจะเกลียดคนแก่คนนี้มากสินะ เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันย่าก็มองหนูด้วยสายตาดูถูกมาตลอด...”พาขวัญได้แต่นั่งนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลสู่แก้มของเธออย่างไม่เก็บกั้น เธอรับรู้ความเจ็บปวดที่ทั้งสองมี จะให้เธอเกลียดย่าของตัวเองได้อย่างไร“ไม่ค่ะ ฉันไม่เคยเกลียดคุณ”เธอส่ายหน้าตอบรมณ พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ“มานั่งข้างๆ ย่าสิ” พาขวัญกลอกตามองรมณด้วยความลังเลใจ แต่รมณนั้นขยับที่นั่งข้างพร้อมกับปรบเบาะให้เธอเข้ามานั่ง“แต่ว่า...”“มานั่งนี่สิ ให้ย่าได้มองเราใกล้ๆ”พาขวัญพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมานั่งที่ข้างๆ รมณมือเหี่ยวย่นของรมณลูบไปตามเส้นผมบางสีน้ำตาลดำของหลานสาวพร้อมกับยิ้มกว้างด้วยความอ่อนโยน “ยิ่งมองฉันยิ่งคิดถึงตาใหญ่รู้ไหม?”“ตาของหนูเหมือนกับตาใหญ่ แววตาคู่นี้...” รมณมองดวงตากลมโตของพาขวัญที่กะพริบจ้องมองเธอ ทำไมตอนนั้นไม่สังเกตเลยนะ หรือว่าเธอมีอคติกับคนจนมากจนเกินไปถึงมองข้ามความสำคัญ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status