Share

บทที่ 9

Author: Mamaya Writer
last update publish date: 2026-10-17 12:36:57

จิรัฎฐ์ก้าวออกจากห้องเดินตรงมาเรื่อยๆ ก่อนจะเลี้ยวซ้ายไปยังห้องครัว เสียงดังของสายแก้วและพิศสมัยคุยกันพลางหยิบปอกหั่นผักไปตามประสาคนเมาส์กันสนุกปาก โดยไม่รู้ว่าคนเป็นนายนั้นยืนฟังอยู่ด้วยความขุ่นเคือง

 

“ป้าๆ ฉันว่าคุณพาขวัญอะไรเนี่ย แกล้งทำเป็นใสๆ ที่จริง คิดจ้องจะจับคุณผู้ชายอย่างแน่เลย” เสียงของสายแก้วเอ่ยดังขึ้นในขณะที่เธอเดินหยิบผักจากอีกฝั่งที่เพิ่งล้างเสร็จมาวางบนโต๊ะ

 

“เอ็งอย่าพูดซี้ซั้วสิ เดี๋ยวใครมาได้ยินจะถึงหูคุณท่านเอา”

 

พิศสมัยพูดกล่าวว่าหลานสาว

 

“โหป้า! ฉันก็แค่พูดไปตามความคิดและสิ่งที่เห็น ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเลย ก็ดูสิ คุณท่านเลี้ยงดีอย่างกับอีหนูซะขนาดนี้ เป็นป้าฉันรู้ว่าต้องคิดเหมือนกันนั่นแหละ” สายแก้วพูดขึ้นแสดงน้ำเสียงถึงความไม่ชอบในตัวของพาขวัญออกมาอย่างชัดเจน

 

“แล้วเอ็งจะพูดมาทำไมวะ รีบๆ ทำไปเถอะ ใกล้ได้เวลาตั้งโต๊ะแล้ว” คนเป็นป้าพูดปัดเรื่องไม่สนทนาเรื่องที่หลานสาวพูด

 

“ป้าจะบ่ายเบี่ยงทำไม ฉันรู้นะว่าป้าก็ไม่ชอบคุณพาขวัญอะไรนั่นเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ฉันน่ะแทบไม่อยากจะเข้าใกล้ด้วยเลย”

 

“เฮ้ย! ฉันไม่ได้เกลียดคุณพาขวัญเขาหรอกนะ แต่แค่คิดว่ายังไม่อยากให้ใครมาแทนที่คุณธัญพิมลเขาน่ะ”

 

“มันไม่ก็ไม่ต่างกันหรอกป้า”

 

สายแก้วพูดพร้อมเดินไปหยิบหม้อที่แขวนอยู่ออกมา

 

“ต่างไม่ต่างข้าไม่รู้ แต่ข้าว่าคุณเพลิงไม่มีทางยอมแน่ๆ เอ็งน่ะทำงานได้แล้ว ไม่ต้องพูดมากประเดี๋ยวคุณท่านจะหักเงินเอา”

 

พิศสมัยพูดพลางส่ายหน้าให้กับความคิดของหลานสาว ถ้าคุณเพลิงมาได้ยินเข้าคงจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีสักเท่าไหร่

 

“ป้าอย่ามาขู่ฉันเลย ฉันแค่พูดความจริงที่ควรจะพูด...”

 

“เอ็งพูดแล้วทำอะไรได้ พูดแล้วไล่คุณพาขวัญออกได้อย่างงั้นหรือไง” คนเป็นป้าถาม

 

“พูดคลายความหมั่นไส้ไงป้า เมื่อวานมาวันแรกนะป้ารู้ไหม ถามหาถึงคุณท่านใหญ่เลย” สายแก้วพูดออกไปทั้งที่เรื่องนั้นอาจจะดูเกินจริง แต่ก็เป็นจริงอยู่เพราะพาขวัญถามหาถึงหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์จริง

 

“จริงหรือ?”

 

“ใช่สิป้า ฉันเลยตอบไปว่า คุณท่านทำงานไม่ว่าง” สายแก้วตอบพร้อมกับหยิบเนื้อหมูใส่ลงที่หม้อที่มีน้ำเดือด

 

“แล้วเขาถามถึงคุณท่านทำไม?” พิศสมัยถามด้วยความอยากรู้

 

“ฉันก็ไม่รู้หรอก แต่ฉันว่าคงจะไปยั่วให้ท่าถึงที่ละมั้ง”

 

สายแก้วพูดตามความคิดของตนโดยไม่รู้ว่ามีบุคคลที่สามยืนฟัง บีบกำมือแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว

 

“เอาเถอะ เลิกพูดสักที เดี๋ยวอาหารเสร็จไม่ทันเอ็งกับข้าจะโดนดุเอาอีก” พิศสมัยพูดขึ้นพร้อมเดินไปหยิบจานในตู้ออกมา

 

“รู้แล้วจ้ะป้า” สายแก้วขานรับแล้วไม่พูดอะไรต่อ มีเพียงแต่เสียงของเครื่องครัวที่กระทบกันเท่านั้น

 

จิรัฎฐ์ก้าวถอยหลังออกห่างจากห้องครัวโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ ไม่ใช่เพียงเขาที่มองออก แม้แต่คนใช้ในบ้านก็ต่างเอาไปนินทากันสนุกปาก เขาจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ขืนถ้ารั่วออกไปข้างนอก ชื่อเสียงของตระกูลจตุรัตน์หัสโยธินจะไม่เหลือชิ้นดี

 

สองเท้าก้าวยาวเดินออกมาพลางกวาดสายตาหาหญิงสาวร่างเล็กจนทั่วบ้าน ก่อนจะหยุดลงเมื่ออยู่หน้าห้องทำงานของบิดา เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของบิดาและเสียงหัวเราะของหญิงสาวดังมาจากข้างใน เขาแทบอยากจะพังประตูเข้าไปซะเดี๋ยวนี้

 

“จีนขอบคุณคุณลุงจริงๆ ค่ะ”

 

ไม่รู้ว่าขอบคุณเรื่องอะไร แต่สมองของจิรัฎฐ์กลับคิดไปถึงเรื่องที่หญิงสาวขอเงินจากบิดาเขาอย่างทันที ครั้นที่ได้ยินคนใช้พูดในห้องครั้งก็โกรธอยู่แล้วนี่แต่ตอนนี้เขากลับยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินเองกับหู

 

“พาขวัญเธอมันผู้หญิงแพศยาชัดๆ”

 

ชายหนุ่มขบฟันกรามพูดด้วยน้ำเสียงเข้มต่ำ พลางกำหมัดแน่นเพื่อเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้พร้อมที่จะระเบิดลงพาขวัญได้ทุกเมื่อ

 

อย่าหวังว่าจะปล่อยไปง่ายๆ วันนี้เราจะได้เห็นดีกัน!

 

 

 

 

 

เสียงโหวกเหวกโวยวายของสายแก้วและแมนทะเลาะเถียงกันดังจนเป็นปกติของทุกคนที่อยู่ในบ้าน พาขวัญเดินออกมาจากห้องทำงานของหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ พร้อมกับเสียงหัวเราะพูดคุยกันสนุกจนสายแก้วที่ยืนเถียงกับแมนนั้นเห็นพอดี จึงเดินหนีเลี่ยงไปที่อื่นพร้อมมองหญิงสาวที่ยืนข้างผู้เป็นนายด้วยสายตารังเกียจ

 

“ลุงว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยให้เจ้าเพลิงแนะนำอีกทีจะดีกว่า เดี๋ยวลุงไปบอกเจ้าเพลิงให้”

 

“ไม่ต้องหรอกค่ะ จีนค่อยถามพรุ่งนี้ทีเดียวเลยก็ได้” หญิงสาวตอบพร้อมกับยิ้มให้ชายผู้สูงอายุที่เปรียบเสมือนบิดาของเธออีกคน

 

“งั้นก็แล้วแต่หนูละกัน ไปเถอะ ได้เวลาทานข้าวแล้ว” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์พูดขึ้นพร้อมเดินนำเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหาร โดยที่พาขวัญเดินตามมาติดๆ

 

สายตาของจิรัฎฐ์จ้องมองหญิงสาวที่เดินเข้ามาพร้อมกับบิดาด้วยความเกลียดชัง มือแกร่งบีบกำหมัดแน่น มองก่อนจะละสายตาออกไปทางอื่น

 

“นึกว่าจะต้องให้ไปตามเหมือนทุกครั้งเสียอีก”

 

ผู้เป็นบิดาเอ่ยพูดขึ้นในขณะที่นั่งลง

 

“วันนี้ผมว่างไม่มีงานค้างครับ”

 

จิรัฎฐ์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง โดยที่ปรายตามองหญิงสาวอย่างเย็นชา

 

“ก็ดีแล้ว”

 

“ครับ” เขาขานรับสั้นๆ ในขณะที่สายแก้วเดินเข้ามาพร้อมกับตักข้าวลงบนจานทั้งสามจาน

 

หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ยิ้มที่มุมปากให้กับบุตรชายก่อนจะหันมายิ้มให้กับพาขวัญ ซึ่งสายตาของจิรัฎฐ์นั้นก็จ้องมองด้วยความโกรธ จากเดิมที่มีมากพอตัวอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งมากเพิ่มขึ้นไปอีก

 

“จริงสิเจ้าเพลิง พรุ่งนี้ยังไงก็ฝากช่วยสอนงานหนูจีนเขาหน่อยละกัน เพิ่งจะมาใหม่อาจจะช้าบ้าง”

 

“ครับ ผมจะสอนให้เป็นอย่างดี”

 

จิรัฎฐ์ตอบพร้อมปรายตามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา

 

“เอาเถอะ ทานข้าวกัน”

 

เมื่อจบสิ้นเสียงของหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ บนโต๊ะอาหารก็เข้าสู่สภาวะเงียบ มีเพียงแค่เสียงของจานและช้อนที่กระทบกันแรงในบางครั้ง พาขวัญได้แต่นั่งก้มหน้าทานไม่สบตาขึ้นเงยหน้ามองชายหนุ่มที่จ้องเธอตั้งแต่เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะจนตอนนี้เธอทานไปได้เพียงแค่ไม่เท่าไหร่ แต่ทว่าแววตาของเขากลับจ้องมองเธอด้วยความเกลียดแต่ต่างจากตอนช่วงกลางวันที่แม้จะมีเสียงเย็นชาไปบ้าง แต่เขาก็ไม่เคยมองด้วยสายตาแบบนี้ ความอึดอัดทำให้เธอเริ่มทานไม่ลง หญิงสาวจึงจัดวางช้อนส้อมลงที่จาน พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม

 

“อิ่มแล้วเหรอหนูจีน” เสียงของหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยถามขึ้น

 

“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับพร้อมกับพูดต่อไปว่า “งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ”

 

เมื่อพูดจบหญิงสาวก็ดันเก้าอี้ถอยหลัง ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปโดยที่จิรัฎฐ์นั้นยงคงเหล่สายตาจ้องมองแผ่นหลังบางจนลับสายตาไป

 

“ผมขอตัวก่อนนะครับพ่อ” ชายหนุ่มพูดขึ้น

 

“อิ่มแล้วหรือไง”

 

“ครับ” เขาตอบรับก่อนลุกขึ้นเดินออกไป ผู้เป็นบิดาได้แต่ส่ายหน้ามองบุตรชาย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วเดินตามออกจากห้องไปยังห้องทำงานดั่งเดิม

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/2

    “เพลิงพูดอะไรออกไป รู้ตัวไหม” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยถามขึ้น เขารู้ว่าบุตรชายเขามีใจให้พาขวัญ แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงขึ้นแต่งงาน ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเขาก็จะไม่ห้ามเปิดทางให้สะดวกอยู่แล้ว“เพลิงอย่าเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่นนะ”รมณพูดขึ้นเพราะเข้าใจว่าจิรัฎฐ์นั้นแค่แกล้งพูดเล่นๆ เฉยๆ“ผมพูดจริงครับคุณย่า และผมก็จะรับผิดชอบทุกคำพูดที่ผมพูดด้วยครับ” จิรัฎฐ์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นใจจนรมณรับรู้ถึงความรักที่ทั้งสองคนมีให้กัน ตอนนี้เธอจะไม่ห้ามให้ทั้งคู่รักกันอีก เพราะเธอจะทำหน้าที่ของย่าที่ดีที่สุดให้กับพาขวัญ“พูดมาแล้วอย่าคืนคำนะ ไม่งั้นหลานย่าเสียหายนะ”“ครับ ผมไม่คืนคำแน่นอน” จิรัฎฐ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาพูดออกไป แต่เขาก็ไม่คิดที่จะคืนคำอยู่แล้ว เพราะคำว่าต้องการของเขามันเกินขีดจำกัดไปแล้ว ตอนนี้อยากครอบครองให้เธอมาเป็นของเขาเพียงคนเดียว“คุณย่า ดาวไม่ยอมๆๆๆ ฮือๆ ดาวไม่ยอมนะคะ”วลัยวรรณร้องดิ้นเดินเข้าไปหารมณพร้อมกับผลักพาขวัญออกห่าง ตีรณามองลูกสาวของตัวเองอย่างเข้าใจแต่เธอทำอะไรไม่ได้ ความรู้สึกของลูกสาวเธอก็ไม่ต่างจากเธอเมื่อยี่สิบปีก่อนสักเท่าไหร่“เงียบซะยัย

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/1

    นานมากหลังจากที่พาขวัญและคุณย่ารมณเดินเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่มีท่าทีที่จะออกมา วลัยวรรณเดินเข้ามานั่งข้างๆ จิรัฎฐ์ตั้งแต่ที่คุณย่าเดินออกไป เธอเกาะแขนชายหนุ่มจนแน่นไม่ปล่อยไปไหน หนำซ้ำพยายามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในตัวเขาให้ได้มากที่สุดจิรัฎฐ์ได้แต่ถอนหายใจออกมาทั้งพยายามที่จะดันวลัยวรรณออกห่างแต่เจ้าตัวนั้นยังคงอยู่ จนเขาต้องเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ออกจะรำคาญ“ดาวครับ พี่อึดอัด ออกไปหน่อยได้ไหม”“พี่เพลิงพูดกับดาวอย่างนี้ได้ยังไงคะ!” วลัยวรรณมองสีหน้าของจิรัฎฐ์ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ หากแต่มือของเธอนั้นยังเกาะอยู่ที่แขนของเขาเหมือนเดิม“ดาวครับ ถ้าดาวฟังไม่รู้เรื่องคราวหลังพี่จะไม่พูดกับดาวอีกแล้วนะ” เป็นคำขู่ที่ได้ผลเพราะเธอกลัวนั่นเอง จึงยอมปล่อยมือถอยออกห่างจากชายหนุ่มแต่ก็ไม่มากนักเท่าไหร่รมณเดินเข้ามาภายในห้องรับแขกอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับพาขวัญ ทุกคนที่ต่างนั่งอยู่ ตีรณาละสายตาจาโทรศัพท์ขึ้นมามองแม่สามีที่เดินเข้ามา“ฉันตัดสินใจและคุยกับจีนแล้วว่าจะให้ย้ายมาอยู่ที่นี่ พร้อมทั้งเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นภูริสิทธิพิพัฒนพงศ์ด้วย”“ดาวไม่ยอมนะคะคุณย่า” ควรจ

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 39/2

    รมณพูดออกมาด้วยความเสียใจ ทุกคำพูดของเธอล้วนกลั่นกรองออกมาจากใจ เธอเป็นต้นเหตุแน่แท้ที่ทำให้ลูกชายต้องจากไป เพราะคำว่าความเหมาะสมที่เธอมอบให้ลูกชาย“ย่าขอโทษที่ทำร้ายแม่ของหนูมาโดยตลอด เธอคงจะเกลียดคนแก่คนนี้มากสินะ เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันย่าก็มองหนูด้วยสายตาดูถูกมาตลอด...”พาขวัญได้แต่นั่งนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลสู่แก้มของเธออย่างไม่เก็บกั้น เธอรับรู้ความเจ็บปวดที่ทั้งสองมี จะให้เธอเกลียดย่าของตัวเองได้อย่างไร“ไม่ค่ะ ฉันไม่เคยเกลียดคุณ”เธอส่ายหน้าตอบรมณ พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ“มานั่งข้างๆ ย่าสิ” พาขวัญกลอกตามองรมณด้วยความลังเลใจ แต่รมณนั้นขยับที่นั่งข้างพร้อมกับปรบเบาะให้เธอเข้ามานั่ง“แต่ว่า...”“มานั่งนี่สิ ให้ย่าได้มองเราใกล้ๆ”พาขวัญพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมานั่งที่ข้างๆ รมณมือเหี่ยวย่นของรมณลูบไปตามเส้นผมบางสีน้ำตาลดำของหลานสาวพร้อมกับยิ้มกว้างด้วยความอ่อนโยน “ยิ่งมองฉันยิ่งคิดถึงตาใหญ่รู้ไหม?”“ตาของหนูเหมือนกับตาใหญ่ แววตาคู่นี้...” รมณมองดวงตากลมโตของพาขวัญที่กะพริบจ้องมองเธอ ทำไมตอนนั้นไม่สังเกตเลยนะ หรือว่าเธอมีอคติกับคนจนมากจนเกินไปถึงมองข้ามความสำคัญ

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 39/1

    นานไม่ถึงชั่วโมงรถยนต์ของชายหนุ่มก็ไล่ตามมาติดๆ จนถึงบ้านภูริสิทธิ-พิพัฒนพงศ์ ก่อนจะหยุดจอดลงที่ใต้ชายคาบ้าน จิรัฎฐ์เปิดประตูลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมมาหาหญิงสาวที่กำลังหันไปปิดประตูรถ ฝ่ามือใหญ่กุมมือเล็กของเธอไว้แน่นพร้อมกับยิ้มหวานละมุนให้หญิงสาว“ไปครับ”จิรัฎฐ์พาพาขวัญเดินเข้าไปในห้องรับแขกที่มีเสียงโวยวายของตีรณาดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ“คุณแม่คะ เดือนทำไปเพราะหวังดีนะคะ” ชายหนุ่มมองไปยังทุกคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว สีหน้าดูเครียดและกังวลไม่ต่างกันไปมากสักเท่าไหร่“นั่งลงก่อนสิ” รมณข่มน้ำเสียงไม่ให้ดูเกรี้ยวโกรธโมโห“คุณแม่! คุณแม่จะให้เด็กคนนี้มาใช้...”“เงียบๆ ซะแม่เดือน ถ้าไม่อยากอยู่ฟังก็ขึ้นห้องไปเหมือนยัยดาวซะ” เป็นคำพูดที่ไม่ถนอมน้ำใจตีรณาแม้แต่น้อย ตีรณากัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ พลางเชิดหน้านั่งลงโดยที่ไม่พูดอะไรแม้แต่น้อยใครว่าวลัยวรรณนั้นไม่อยากฟัง หล่อนเพียงแต่ไม่ได้เข้าไปร่วมนั่งฟังในห้องด้วยเท่านั้น ตัวที่ยืนฟังอยู่ข้างนอกเพราะว่าไม่อยากจะเห็นใบหน้าของพาขวัญที่เกลียดชัง...ผู้หญิงคนนี้กำลังจะมาแย่งทุกอย่างไปจากเธอ!“คุณย่ามีอะไรหรือเปล่าครับ”จิรัฎฐ์เอ่ยถามขึ้นพลาง

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 38/2

    ความรำคาญของตีรณายังไม่หมดลงเพียงเท่านี้ เพราะว่าตลอดทางที่นั่งรถมานั้นลูกสาวของเธอได้แต่ร้องโวยวายว่ากล่าวพาขวัญจนน่าเบื่อสุดทนจะฟัง เธอเองก็แอบเจ็บใจที่ลูกของชนิตรามาแย่งคนรักของลูกสาวเธอ แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ ในเมื่อจิรัฎฐ์นั้นไม่เคยแม้แต่จะสนใจลูกสาวของเธอ ทำไม...เธอถึงรู้สึกเหมือนตอนที่เธอวิ่งตามธเนศมาก แต่แล้วเขาก็ไม่แม้คิดจะหันมามองเธอ“ฮือๆๆ พี่เพลิงใจร้าย ทิ้งดาวอีกแล้ว” วลัยวรรณร้องไห้ตัดพ้อชายหนุ่มพลางหันหลังไปมองรถของจิรัฎฐ์ที่ขับตามมาติดๆ“เงียบๆ สักทีได้ไหม? แล้วก็หาทิชชูเช็ดหน้าเช็ดตาซะ เดี๋ยวจะถึงแล้ว” ตีรณาพูดกับลูกสาวก่อนจะหันออกไปมองนอกหน้าต่าง“ดาวไม่เงียบ! ดาวเกลียดพาขวัญ! เกลียดๆ ที่สุด!”วลัยวรรณร้องโวยวายพลางใช้มือขยี้เส้นผมราวกับคนไร้สติ“พอสักทียัยดาว! แค่นี้ก็จะบ้าตายอยู่แล้ว”ตีรณาตวาดใส่ลูกสาวก่อนที่จะชะเง้อมองเมื่อรู้ว่าใกล้ถึงบริษัทแห่งหนึ่งที่ทำการสำหรับตรวจดีเอ็นเอโดยเฉพาะ“คุณแม่!” วลัยวรรณชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะนิ่งเงียบก่อนจะเอื้อมมือหยิบทิชชูเพื่อเช็ดใบหน้าของเธอให้ดูดีเหมือนเดิมรถยนต์คันหรูของตีรณาเลี้ยวเข้าบริษัทแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นห้องปฏิบัต

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 38/1

    จิรัฎฐ์ขับรถออกตามตีรณาไป เช่นเดียวกับหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ที่นั่งรถส่วนตัวไป เพราะว่าตีรณายืนยังที่จะไม่ไปตรวจในโรงพยาบาลแต่จะไปตรวจดีเอ็นเอในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตรวจโดยเฉพาะภายในรถที่เงียบสนิทมีเพียงแค่เสียงแอร์และลมหายใจของคนสองคนดังสลับกัน พาขวัญชำเลืองมองชายหนุ่มด้วยความกลัวและสับสน เธอไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ อยู่ๆ ก็มาบอกเธอว่าเธอเป็นหลานสาวของคุณย่ารมณที่เกิดจากลูกชายคนโต เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้ยินแม่ของเธอพูดถึงพ่อสักครั้ง ทั้งยังจำได้ว่าทุกครั้งที่เธอเอ่ยถามมีเพียงน้ำตาของคนเป็นแม่ไหล รินออกมา‘อย่าถามถึงพ่อให้แม่ได้ยินอีกเข้าใจไหม รู้ไว้ว่าพ่อเขาเป็นคนดี ดีมากจนผู้หญิงอย่างแม่นั้นเอื้อมไม่ถึง’และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอถามถึงพ่อของเธอเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วหลังจากวันนั้นเธอก็ไม่เคยเอ่ยถามอีกเลย เพราะกลัวว่าแม่จะเสียน้ำตาอีก ให้ทุกอย่างที่เป็นคำถามค้างคาถูกลืมไป เพราะแม่ของเธอทำหน้าที่ทุกอย่างเป็นทั้งแม่และพ่อจนเธอรู้สึกไม่ขาดความรักเลยแม้แต่น้อยแต่แล้วทุกอย่างก็ไม่ได้ดีเกินกว่าที่คิด เพราะตอนเธออยู่มัธยมปลายเธอได้รู้ข่าวว่าแม่ของเธอนั้นป่วยด้วยโ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status