FAZER LOGINรามสูรนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาวางแขนพาดไปตามความยาวของมัน หลับตานิ่งฟังเสียงสรรพสิ่งรอบข้าง ในมือคลึงแก้วเหล้าไปมา ความเย็นของน้ำแข็งช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้นิดหน่อย วันนี้เขารู้สึกเบื่อ ๆ ก็เลยอยากออกมาผ่อนคลายบ้าง จึงเลือกมาที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการของเขาเอง
เขาหลับตาเพื่อพักสายตาที่เหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน เมื่อรู้สึกผ่อนคลายแล้วจึงลืมตาขึ้นมา ในจังหวะนั้นเองเขาก็สบเข้ากับสายตาคู่หนึ่งภายใต้กรอบแว่นสายตาหนาเตอะแต่กระนั้นดวงตาของเธอก็ยังระยิบระยับ และเปล่งประกายฉายแววอยากรู้อยากเห็น รามสูรจึงยกยิ้มมุมปากส่งรอยยิ้มไปให้เธอ เธอหลบสายตาเขา แล้วก็ก้มมองโทรศัพท์ "หึ.." เขาส่งเสียงหึในลำคอ "นึกว่าจะแน่" เขาพึมพำเบา ๆ เมื่อการ์ดข้างกายได้ยินเหมือนเขาจะพูดอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยปากถาม "นายว่าอะไรนะครับ" "ไม่มีอะไร" เขาตอบลูกน้องไปแล้วก็หันมาพิจารณาผู้หญิงคนนั้นต่อ สงสัยคงอยากจะทำตัวให้ดูแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น ๆ เพราะดูการแต่งตัวของเจ้าหล่อนแล้วก็แตกต่างจริง ๆ นี่เหรอชุดมาเที่ยวกลางคืนของเธอ แต่ก็อาจจะเป็นเพราะอย่างนี้มั้งเธอถึงได้สะดุดตาเขาอย่างจัง อีท่าทางเฉิ่มเชย ดูแล้วเหมือนจะไม่ทันโลก แต่แววตาไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักนิด มันดูระยิบระยับ เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและอยากลอง ท่าทางแบบนั้นมันปลุกสัญชาติญาณการเป็นนักล่าของเขาได้ดีแท้ ซึ่งน้อยครั้งที่เขาจะมีอาการแบบนี้ เพราะทุกทีเขาไม่จำเป็นต้องล่า ก็แค่เอ่ยปากว่าต้องการหรือแค่ปรายตามองก็มีเหยื่อที่พร้อมจะวิ่งเข้ามาให้เขาขย้ำกินอย่างง่ายดาย ยิ่งเขาได้เห็นเธอตอนถอดแว่นที่หน้าห้องน้ำเมื่อครู่นี้แล้วมันกระตุ้นให้เขาคิดจะทำอะไรบางอย่าง เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงสั่งลูกน้องให้ไปเชื่อมไมตรี โดยแจ้งความจำนงค์ว่าเขาต้องการเลี้ยงเหล้าพวกเธอทั้งกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่ใส่แว่นสายตา และมันก็เป็นไปตามคาดเพราะเพื่อนของเธอไม่ได้ปฏิเสธซักนิด แถมยังให้ข้อมูลของเจ้าหล่อนมาด้วย เมขลา อนันต์ลักษณ์ คือชื่อของเธอ ไม่รู้แหละ เพราะคืนนี้ยังไงบนเตียงของเขาจะต้องมีผู้หญิงที่ชื่อเมขลา เขาไม่สนหรอกว่าเจ้าหล่อนจะเป็นของใครหรือเต็มใจหรือไม่ก็ตาม เพราะทุกอย่างที่เขาต้องการเขามักจะได้เสมอ "สวัสดีครับ" ผู้ชายตัวใหญ่หน้าดุเดินตรงมาที่โต๊ะของเมขลาพร้อมกับกล่าวคำทักทาย จึงทำให้บทสนทนาของทั้งสี่สาวหยุดชะงักลง "อ้าวคุณ ว่าไงคะ" พี่พัชรนั่นเอง เธอจำได้ว่าเป็นผู้ชายคนเดียวกับที่เข้ามาบอกว่าเจ้านายของเขาอยากเลี้ยงเหล้าพวกเธอ "คือเจ้านายผม เอ่อคุณรามน่ะครับ อยากเชิญคุณผู้หญิงคนนี้ ไปร่วมโต๊ะด้วยครับ" เขาส่งสายตามาทางเมขลา เธอจึงยกมือขึ้นแล้วจิ้มที่หน้าอกตัวเอง "ฉันเหรอคะ" ผู้ชายคนนั้นพยักหน้าพร้อมกับผายมือออกไปทางตำแหน่งโต๊ะเจ้านายของเขาเป็นเชิงบอกว่าเมขลาจะต้องไป ห้ามปฏิเสธ เธอจึงมองหน้าเพื่อน ๆ ซึ่งทุกคนก็ผงกหัวส่งสายตาที่เมขลามองแล้วก็เข้าใจความหมายว่า 'มรึงต้องไป' เธอจึงต้องจำใจเดินนำผู้ชายคนนั้นไปยังโต๊ะของคุณรามสูรอะไรนั่น "สวัสดีค่ะ" เธอยกมือไหว้เขา เพราะดูลักษณะแล้วเขาน่าจะอายุมากกว่าเธอ "นั่งสิคุณ ยืนอย่างนั้นไม่เมื่อยเหรอ แล้วอีกอย่างคุณน่าจะรู้จักผมแล้วเนาะ" เมขลาพยักหน้าแล้วจึงเลือกนั่งลงตรงตำแหน่งที่ไกลเขาที่สุดจนเกือบจะตกขอบโซฟาอยู่แล้ว เห็นอย่างนั้นรามสูรก็หัวเราะ ขำกับท่าทีระมัดระวังตัวของเธอ "ขยับเข้ามาอีกก็ได้ เดี๋ยวได้ตกโซฟาหรอก ผมไม่กัดคุณหรอกน่า" นั่นแหละเมขลาถึงได้ขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดนึง "เอ่อ..คือคุณคนนี้" เธอหันไปทางผู้ชายคนที่ไปเชิญเธอมา "บอกว่าคุณอยากให้ เม..เอ่อฉันมาร่วมโต๊ะ" "ใช่..เพราะผมเห็นคุณมองเหมือนจะอยากมาร่วมโต๊ะด้วย ก็เลยให้เกียรติเชิญมา เอ่อคุณ.." เขาทำทีเป็นถามชื่อเธอทั้งที่รู้จากเพื่อนของเธอแล้ว "เมขลาค่ะ อืม.. ถ้าอย่างงั้นก็ต้องขอบคุณมากนะคะที่ให้เกียรติ แต่ความจริงแล้วฉันไม่ได้อยากมาร่วมโต๊ะกับคุณสักหน่อย อีกอย่างนะที่มองน่ะเป็นใครเขาก็ต้องมองป้ะ ก็คุณเล่นจัดเต็ม มีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังอย่างเนี้ย ก็นึกว่าถ่ายหนัง ใครเขาก็ต้องมองทั้งนั้นแหละค่ะคู๊ณ" เมื่อเธอพูดจบบรรดาการ์ดที่อยู่ข้างกายเขาก็อดขำเกือบไม่ไหว เขาเห็นปฏิกิริยาของลูกน้องแล้วก็ได้แต่ส่งสายตาคาดโทษไปให้ "งั้นเหรอ อื้อเข้าใจล่ะ แต่อย่างน้อยคุณก็น่าจะขอบใจผมหน่อยนะที่เลี้ยงเหล้าคุณกับเพื่อน ๆ น่ะ" "ขอบพระคุณค่ะ" พูดพร้อมกับยกมือไหว้ แล้วก็พูดต่อ "เอ่อนี่คุณรามคะ ที่จริงคุณไม่ต้องอ้อมค้อมอะไรมากก็ได้นะ ถ้าหากคุณจะจีบเพื่อนฉันน่ะบอกกันมาตามตรงเลยก็ได้ จะคนใหน คุณเดินเข้าไปทักกันเลยเถอะ ไม่ต้องมาฟอร์มเรียกฉันมาเพื่อเป็นแม่สื่อให้หรอกนะคะ" เธอพูดซะยืดยาว รามสูร ก็นิ่งฟังเธออย่างสงบซึ่งเขาก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงทนฟังเธอพูดได้นานขนาดนี้ ก็สนุกดีเหมือนกันแฮะ "อือ..ง้านเหรอ คุณเข้าใจแบบนั้น" เมขลาพยักหน้า "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะคะ" เธอพูดพร้อมกับทำท่าจะลุกขึ้น แต่แล้วก็ต้องเสียหลักเซถลาไปประชิดกับตัวของรามสูร จนแทบจะเกยบนตักเขาอยู่แล้ว เพราะเขานั่นเองที่ออกแรงกระชากข้อมือของเธอ "ใครอนุญาติให้คุณไปกัน" "เอ๊ะ นี่คุณ ปล่อยนะ" "คืนนี้คุณต้องอยู่กับผม ทั้งคืน" เมขลาชะงักค้างเตรียมจะพูดอะไรต่อ แต่เมื่อเห็นสายตาและท่าทางของรามสูรแล้วเธอจึงหุบปาก สมองน้อย ๆ ของเธอกำลังประมวลผลหาวิธีเอาตัวรอด รามสูรส่งสายตาให้ลูกน้องเดินไปทางกลุ่มเพื่อน ๆ ของเธอ ลูกน้องเขาพูดอะไรบางอย่าง พี่พัชรพยักหน้าหงึกหงัก เมขลาเห็นแค่นั้นแหละเพราะหลังจากนั้นรามสูรก็ลากเธอออกไปทางหลังร้าน บีบข้อมือเธอจนเจ็บป้องกันเธอขัดขืน ไม่นานเธอกับเขาก็ออกมาข้างนอกร้าน โดยมีรถคันหรูจอดพร้อมกับสตาร์ทเครื่องรออยู่แล้ว "ขึ้นรถ" เขาสั่งเสียงเข้ม เมขลามองหน้าเขาอย่างชั่งใจแต่ก็ยอมก้าวขึ้นรถไปโดยดีเพราะเธอกลัวเขาจะทำร้าย พลางคิดหาวิธีเอาตัวรอดไปด้วย เมื่อเธอก้าวเข้าไปนั่งบนรถแล้ว รามสูรก็ก้าวตามขึ้นมา หลังจากนั้นรถก็เคลื่อนห่างออกจากร้านมาเรื่อย ๆ "นายครับไป.." "บ้าน" "นี่คุณจะพาฉันไปใหนคะ มันดึกแล้ว ฉันจะกลับบ้าน" "เท่าไหร่" "ห๊ะ ! อะไรเท่าไหร่" "ค่าตัว..คุณน่ะ เท่าไหร่ ผมจะเหมาทั้งคืน" เมขลาอ้าปากค้าง ความโกรธแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ บนใบหน้า แต่ก็พยายามระงับอารมณ์ "เอ่อ ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะคุณรามสูร คือฉันไม่ใช่แบบที่คุณคิด" ตรงใหนกันที่ทำให้เขาเข้าใจเธอผิดไปแบบนั้น เอาเถอะบางทีคนเราอาจจะมีความสามารถในการแยกแยะอะไร ๆ ได้ไม่เท่ากัน เธอก็ควรจะใจเย็นและพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจ "ไม่ใช่อย่างที่คิด แล้วเป็นแบบใหน แบบให้ฟรี ๆ งั้นเหรอ" เพี๊ยะ ! ทั้งคันรถเงียบกริบ การ์ดกับคนขับรถมองหน้ากัน เพราะคำพูดของเขาเหมือนจะทำให้อารมณ์เมขลาขาดสะบั้นผลที่ออกมาคือเธอตบหน้าเขาไปเต็มแรง รามสูรใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มข้างที่ถูกตบ เหมือนเมขลาจะได้สติและเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธออยู่บนรถของเขา ถ้าเขาฆ่าเธอทิ้งล่ะจะทำไง "กล้ามากนะ สงสัยจะชอบความรุนแรง" รามสูรพูดจบก็กระชากแขนเธอ เมขลาปลิวเข้ามาปะทะอกแกร่งของเขาทันที มืออีกข้างของเขาบีบปลายคางเธอไว้แล้วก็ประกบริมฝีปากบางลงมาบดขยี้กับริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ เขาบีบปลายคางเธอให้แรงขึ้นบังคบให้เธอเปิดปากเพื่อจะได้สอดลิ้นร้อน ๆ ของเขาเข้าไปกระหวัดเกี่ยวลิ้นเล็ก เป็นนานกว่าเขาจะถอนริมฝีปากออก เมขลาน้ำตารื้น ทั้งเจ็บ ทั้งอาย แล้วก็โกรธ รามสูรปล่อยมือจากปลายคางของเธอ เมขลาจึงดิ้นรนอีกครั้ง เหมือนเขาจะรำคาญจึงกระชากตัวเธออีกครั้งคราวนี้เธอขึ้นมานั่งบนตักเขา สองมือสองแขนถูกเขาล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา "หยุดดิ้น ไม่งั้นเพื่อนคุณไม่ได้ออกจากร้านนั้นแน่" เขากระซิบข้างใบหูเธอ เมขลาชะงักทันที "คุณคงบ้าไปแล้ว คุณต้องการอะไรกันแน่ คุณรามสูร" "ตัวคุณ" เมขลาอยากจะกรี๊ดให้ดัง ๆ เธอไม่เข้าใจเลยว่าพวกคนรวย ๆ นี่จะชอบทำอะไรแผลง ๆ แบบนี้กันทุกคนหรือเปล่า รถหรูคันนั้นมาจอดที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งในย่านชานเมือง รามสูรลากเมขลาลงมาจากรถแล้วก็ดึงเธอเข้ามาในบ้าน ส่วนบรรดาการ์ดของเขาต่างแยกย้ายไปใหนเมขลาไม่ทันได้สังเกต เขากึ่งลากกึ่งจูงเธอพาไปยังห้องรับแขก เขานั่งลงบนโซฟาตัวหนึ่ง โดยที่ไม่ยอมปล่อยมือเธอเลย เมขลาจึงจำใจต้องนั่งลงข้าง ๆ เขา "ว่าไง ตกลงเท่าไหร่ " คนที่ทั้งชีวิตนี้อยากได้อะไรแล้วต้องได้ ไม่ว่าจะแพงแค่ใหนหากเขาพอใจเขาก็ยินดีที่จะจ่าย เมขลามองหน้าเขาแล้วเอ่ยปากพูด "แน่ใจเหรอว่าคุณจะยอมจ่าย" เขายกยิ้มร้าย เหอะในที่สุดก็เผยธาตุแท้ออกมา "คุณก็เสนอราคามาสิ" พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปถอดแว่นตาของเธอแล้วก็วางมันไว้บนโต๊ะ "สามล้าน" ในเมื่อเขาอยากเข้าใจไปในทำนองนั้นแล้ว เธอก็จะลองเรียกร้องให้มันดูเว่อร์ ๆ เข้าไว้เผื่อเขาจะเปลี่ยนใจ ปล่อยเธอกลับบ้าน เมื่อได้ยินอย่างนั้นรามสูรก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยกมือขึ้นเป็นเชิงส่งสัณญาณอะไรบางอย่าง แล้วก็เป็นการ์ดคนเดิมกับที่เข้าไปคุยกับเมขลาที่ร้านในตอนนั้น เดินออกมาพร้อมกับสมุดเช็คหนึ่งเล่ม ค้อมตัวลงแล้วก็ส่งมันให้กับรามสูร เขารับมา กรอกตัวเลขลงไป และเซ็นต์ชื่อกำกับ พร้อมกับฉีกออกมาหนึ่งใบ จับกระดาษแผ่นนั้นยัดใส่มือของเธอ "เช็คเงินสดสามล้าน พรุ่งนี้คุณไปขึ้นเงินได้เลย""แค่อย่ามายุ่งกับชั้นและลูกก็พอ"เมขลาบอกกับรามสูรไปอย่างไร้เยื่อใย แต่ก่อนที่รามสูรจะทันได้พูดอะไรต่อ เสียงของยายสวยที่กลับจากการไปขายของที่ตลาดก็ตะโกนเข้ามา"ใครกัน มาทำอะไรกันเยอะแยะ"แล้วก็เดินเข้ามาประคองให้เมขลาลุกขึ้น"ยัยเม ใครเหรอ"เมื่อยายสวยพูดจบ รามสูรก็ยกมือไหว้ท่านอย่างนอบน้อม"สวัสดีครับคุณแม่ ผมรามสูรเป็นสามีของเมขลาครับ"ยายสวยยกมือทาบอกและมองหน้าเมขลาสลับกับมองหน้ารามสูร ความจริงแล้วยายสวยก็พอจะเดาออกอยู่หรอกว่าระหว่างเมขลากับรามสูรคงจะเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ แต่คงจะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน เมขลาถึงได้หนีมา "ถ้ายังงั้นเราก็คงต้องมีเรื่องคุยกันหลายเรื่อง"พูดจบป้าน้อมกับหลานสาวก็เดินเข้าไปในครัว เพื่อไปเตรียมน้ำเตรียมท่ามาให้รามสูรและคนของเขา ยายสวยกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ได้ลูกเขยสมใจแล้วโว้ย ยายสวยเชื่อมั่นในตัวลูกสาวเพราะหากว่าเมขลาจะทำตัวเหลวแหลกจริง ๆ คงไม่ปล่อยให้ล่วงเลยจนกระทั่งอายุสามสิบหรอก ที่หอบท้องกลับบ้านมานั่นก็เพราะเข้าใจผิดอะไรกันแน่ ๆหลังจากดื่มน้ำดื่มท่ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนของรามสูรก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนขุนเดชก็ต้องไปสอยมะม่วงมาให้เจ้านายอีกตาม
"ผมส่งทุกอย่างไปให้ทางอีเมล์ตั้งแต่สามวันก่อนแล้วนะครับ" คำตอบจากคุณสมชายทำให้ขุนเดชรีบไปหยิบแท็บเล็ตมาเพื่อเช็คอีเมล์ทันที ไล่หาอยู่ไม่นานเขาก็เจออีเมล์ที่ส่งมาจากคุณสมชาย เขาคลิกเข้าไปและเปิดดู ภาพที่ปรากฏทำให้ขุนเดชแทบกระโดดตัวลอย ป้าน้อมเห็นอาการของลูกชายก็รีบเข้ามาถามทันที"ตาเดช เป็นอะไร"กวักมือเรียกแม่หยอย ๆ ป้าน้อมรีบเดินไปหาลูกชาย ขุนเดชจึงเปิดภาพถ่ายเมขลาให้ป้าน้อมดู ซึ่งมีหลายภาพ และหลายอริยาบถ ทั้งภาพที่เธอไปนั่งรอหมอที่โรงพยาบาล ภาพที่เธอนอนลูบท้อง ในมือถือหนังสือนิทาน และภาพที่เธอยืนรดน้ำต้นไม้ และถ้าหากสังเกตดี ๆ จะพบว่าในแต่ละภาพนั้นท้องของเมขลานูนขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็พอมองออกว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ เพราะเหตุนี้นี่เองเมขลาจึงรับเงินจากรามสูร และกลับบ้านต่างจังหวัดขุนเดชคิดไว้ไม่มีผิด เขาเชื่อมั่นว่าเมขลาย่อมมีเหตุผลถึงได้ทำแบบนั้นเมื่อดูภาพเหล่านั้นจนหมดทุกภาพแล้วขุนเดชก็ปรึกษาแม่ว่าจะทำอย่างไรให้เมขลากับรามสูรลงเอยกันด้วยดีเสียที ซึ่งป้าน้อมก็พอจะรู้เรื่องของรามสูรกับเมขลาอยู่บ้างแล้ว ท่านค่อนข้างแน่ใจว่ารามสูรรักเมขลาแน่นอนเพราะว่าเมขลาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่รามสูรเคยพาม
สามเดือนแล้วที่เมขลากลับมาอยู่ที่หนองบัวลำภู ท้องของเธอเริ่มนูนออกมาเล็กน้อย รูปร่างก็เริ่มอวบอิ่ม มีน้ำมีนวลขึ้นเรื่อย ๆ เธอท้องได้ยี่สิบสัปดาห์พอดี (ประมาณห้าเดือน) เมขลานำเงินสามล้านที่ได้จากรามสูรมาปรับปรุงบ้าน ส่วนนึงนำมาเป็นทุนในการขายของออนไลน์ และสร้างคอนเทนต์ลงในสื่อโซเชี่ยล รายได้ก็อยู่ได้สบาย ๆเธอนั่งอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟังอยู่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน ส่วนแม่กับหลานไปขายของที่ตลาด โชคดีที่เธอไม่มีอาการแพ้ท้อง หากไม่บอกว่าท้องแทบจะไม่มีใครดูออกเลย ตอนที่เมขลาบอกแม่ว่า..เธอท้องไม่มีพ่อ ท่านไม่ตำหนิเธอสักคำ และไม่ถามเธอด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น บอกแค่ว่าแม่เลี้ยงแกมาได้ เลี้ยงหลานอีกสักคนจะเป็นไรไป เมขลารู้สึกผิดมากที่ทำให้แม่อับอาย แต่แม่ก็บอกว่าอย่าคิดมาก อย่าเครียดเดี๋ยวเจ้าหนูในท้องจะไม่หล่อ ผลอัลตร้าซาวด์จากหมอนัดคราวที่แล้วบอกว่าเมขลาได้ลูกชาย ดูเหมือนยายจะเห่อหลานชายมากอะไรที่เธอบอกว่าอยากกินท่านจะหามาให้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นไข่มดแดง แกงหอยขม หรือแม้กระทั่งแมงจินูน ยายจัดมาให้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง เมขลาอยู่ที่บ้านอย่างสงบ ถึงแม้จะมีสายตาดูถูกดูแคลนแกมอยากรู้อยากเห็นจากป้าข้างบ้า
เมื่อเมขลาตัดสินใจและจัดการเรื่องเช็คเรียบร้อยแล้ว ในวันต่อมาเธอก็มาทำงานตามปกติ "พี่เม หายแล้วเหรอ"กระแตกับกระเจี๊ยบเข้ามาทักทายเสียงใส"ดีขึ้นแล้ว"ตอบสองสาวรุ่นน้องไปอย่างสดใสเช่นกัน"เรากำลังจะไปซื้อกาแฟ พี่เมเอาคาปูเย็นใช่ไหม"กระเจี๊ยบถาม เพราะรู้ว่าเมขลาชอบกินคาปูชิโน่ปั่นมาก"อือ..ไม่ล่ะพี่ขอเป็นโอวัลตินเย็นแทนละกัน หมอบอกให้พี่งดกาแฟสักพัก คาเฟอีนมีผลต่ออาการไมเกรนกำเริบ"บอกสองสาวพร้อมทั้งรีบอธิบายเพราะกระแตกับกระเจี๊ยบทำหน้าสงสัย แต่ความจริงแล้วการทานกาแฟมันไม่ดีต่อลูกน้อยในครรภ์"เอางั้นเหรอ ก็ได้โอวัลตินเย็นนะ"กระแตกับกระเจี๊ยบจึงเดินเคียงกันไปยังร้านกาแฟที่โรงอาหารเมขลาเดินมาถึงแผนกก็กล่าวทักทายเจ๊พัชร และแจ้งความจำนงกับเจ๊ว่าเธอจะลาออกสิ้นเดือนนี้ "ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม"ถามย้ำเธออีกครั้งนึง"หนูใคร่ครวญดีแล้วค่ะพี่พัชร ขอโทษด้วยนะที่กะทันหันเกินไป"ตอบเจ๊พัชรเสียงแผ่วแต่หนักแน่น"โอเค เมเขียนจดหมายลาออกมาได้เลยเดี๋ยวพี่เซ็นต์แล้วจะไปยื่น HR ให้ จะได้ทำเรื่องขอคนใหม่ไปด้วยเลย"เมขลาจึงยกมือไหว้ขอบคุณเจ๊พัชร ก็พอดีกับสองสาวกระแตกับกระเจี๊ยบกลับมาจากซื้อกาแฟ เจ๊พัชรจึ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เมขลาก็ไปทำงานตามปกติ และรามสูรก็ไม่ติดต่อมาเลย เธอนอนร้องไห้ทุกคืน นอนไม่หลับ มันช่างทรมานเหลือเกินกับความรู้สึกนี้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องฟูมฟาย และเสียใจมากขนาดนี้ด้วย เมขลาบอกเรื่องที่เธอจบกันกับรามสูรให้เจ๊พัชรกระเจี๊ยบและกระแตฟัง ทั้งสามสาวก็ได้แต่ปลอบใจเธอ และบอกว่าคิดเสียว่าฝันไป ต่อไปนี้ต้องมีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตเธอแน่ ๆ "พี่พัชรคะทำไมหนูเจ็บแบบนี้ เจ็บตรงหัวใจ"จำได้ว่าเธอถามเจ๊พัชรไปแบบนั้น"ที่เจ็บตรงหัวใจ ก็เพราะใจมันไม่รักดี มันดันไปรักเขาซะแล้วน่ะสิ"เจ๊พัชรตอบเธอมาแบบนั้น ซึ่งเมขลาก็ไม่ได้ปฏิเสธ เธอรู้ว่าความจริงแล้วเธอรักรามสูร เธอรักคนใจร้ายคนนั้น ซึ่งเธอก็ไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นมาตอนใหนหรือเมื่อไหร่ รู้แค่ว่า มีความสุขทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดเขา และก็เจ็บแทบปางตายที่เขาปล่อยเธอไปเหมือนตอนนี้"เด็ก ๆ วันนี้คณะผู้บริหารและผู้ถือหุ้นจะเข้ามาตรวจงานในช่วงบ่ายนะ เรียบร้อยกันหน่อยล่ะ"เจ๊พัชรแจ้งแก่สามสาว และทุกคนก็มองมาที่เมขลา เป็นตาเดียว เพราะหนึ่งในผู้ถือหุ้นก็คือรามสูรนั่นเอง"มีไร ไม่ต
เมขลาทำกับข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเดินไปดูรามสูร เขานอนหลับตาพริ้ม หน้าดูมีสีเลือดขึ้นมานิดหนึ่ง เธอจึงเอามืออังหน้าผากเขาดูว่าตัวร้อนหรือเปล่า รามสูรจึงลืมตาขึ้นมา"หิวจัง""กับข้าวเสร็จแล้วค่ะ ลุกเถอะมากินข้าวจะได้มีแรง ถ้ายังไม่ดีขึ้นเดี๋ยวเมพาไปหาหมอ"รามสูรไม่ปฏิเสธ เมขลาจึงไปยกกับข้าวมา ซึ่งมีส้มตำและหมูทอด รามสูรลองชิมส้มตำคำหนึ่งก็ติดใจ กัดหมูทอดแกล้มเข้าไป จิ้มข้าวเหนียวตาม เขาไม่เคยกินส้มตำที่อร่อยแบบนี้มาก่อน"อร่อยอ้ะ ซื้อจากร้านใหน"ถามเธออย่างตื่นเต้นเหมือนเด็กได้กินของอร่อย"เมตำเอง ใส่ปลาร้าด้วยนะ""ตำเองเหรอ อร่อยจังตำให้กินอีกได้มั้ย""ได้อยู่แล้ว คุณทานให้หมดก่อนเถอะ ถ้ายังไม่อิ่มเดี๋ยวทำให้ใหม่"เมื่อเห็นเขาทานอย่างเอร็ดอร่อยเมขลาก็พลอยทานอร่อยไปด้วย เธอกินข้าวได้เยอะมากเลยวันนี้ "ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ แต่เดี๋ยวกินเสร็จก่อน"เมขลามองหน้าเขาอย่างแปลกใจ เขามีเรื่องอะไรจะคุยกับเธอกันหนอ หรือจะเป็นเรื่องที่เขาเบื่อเธอและจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระแล้ว เมขลาว้าวุ่นใจจนแสดงออกมาทางสีหน้าแต่รามสูรกำลังสนใจส้มตำที่อยู่ตรงหน้าจึงไม่ได้สังเกตสีหน้าท่าทางของเธอ เวลาผ่านไปไม่







