FAZER LOGIN"เช็คเงินสดสามล้าน พรุ่งนี้คุณไปขึ้นเงินได้เลย"
พูดจบรามสูรก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก็โน้มตัวลงมาตวัดแขนอุ้มตัวของเมขลามาไว้แนบอก "ว้าย.. คุณปล่อยนะ ฉันพูดเล่น เอาของคุณคืนไป" เมขลาดิ้นรนพร้อมกับยัดเช็คใบนั้นใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทของเขา รามสูรหาได้สนใจเธอไม่ เพราะนอกจากเขาจะไม่ปล่อยเธอแล้ว ยังเดินขึ้นบันไดมายังชั้นบนของบ้านจุดหมายคือห้องนอนของเขาเอง ตุ้บ ! เขาโยนเมขลาลงบนเตียง เธอรีบลุกขึ้นนั่งแล้วก็เขยิบไปยังฝั่งตรงข้าม รามสูรมองเธอแล้วก็เริ่มถอดเสื้อสูทออก ตามด้วยเสื้อเชิ้ต เผยให้เห็นแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เขาก้าวเดินเข้ามาเรื่อย ๆ เมขลาทำท่าจะถลาลงจากเตียง แต่ช้ากว่าเขา เพราะเขาเข้ามาประชิดตัวเธอแล้วก็คร่อมเธอไว้ "นะนี่ ๆๆ คุณจะทำอะไร" "แล้วคิดว่าผมจะทำอะไรล่ะ ขนาดนี้แล้วยังดูไม่ออก ทำยังกะไม่เคย" "อร๊าย ! ปล่อยนะ" "..." เสียงของเมขลาหายเข้าไปในลำคอเพราะรามสูรใช้ริมฝีปากของเขาปิดเสียงเธอไว้ เมขลาดิ้นรนสักพัก ก็เริ่มอ่อนระทวย สัมผัสแปลกใหม่ที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอไม่เคยรับรู้เลย เมื่อเห็นเธอนิ่งไปรามสูรก็เริ่มรุกหนักขึ้น เขาบีบปลายคางของเธอเป็นเชิงบังคับให้เธอเผยอริมฝีปากขึ้นเพื่อจะได้ส่งลิ้นร้ายของเขาเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปากเธอ "อื้อ .. " เมขลาส่งเสียงอื้ออ้าในลำคอ รามสูรรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เมื่อส่งลิ้นร้ายเข้ารุกล้ำริมฝีปากเธอแล้ว ก็ถึงคราวมือของเขาได้ทำหน้าที่ของมันบ้าง เขาปล่อยมือจากการบีบปลายคางของเมขลา เลื่อนไปยังกระดุมกางเกงยีนส์ของเธอจัดการปลดมันออก รูดซิปลงและจัดการรูดมันออกไปทางปลายเท้าเธอ พร้อมกับซับในชิ้นเล็กอย่างง่ายดาย โดยที่ปากของเขายังไม่ได้ห่างจากริมฝีปากเธอแม้แต่น้อย เมื่อส่วนล่างของเธอเปลือยเปล่า เขาก็หันไปสนใจส่วนบนของเธอต่อ เมขลาอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอกินเข้าไป หรือเป็นเพราะไม่เคยมีประสบการณ์กับเรื่องแบบนี้ หรือจะเป็นเพราะเขาเชี่ยวชาญเหลือเกิน เธอจึงไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านเขา นอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างหนา ปล่อยให้เขากระทำได้ตามอำเภอใจ รามสูรปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเมขลาออก สอดมือเข้าไปข้างหลังเธอปลดตะขอบราเซียร์สีหวานปราการด่านสุดท้าย เขาเปลี่ยนเป้าหมายจากริมฝีปากของเธอมาเป็นสองเต้าอวบใหญ่ที่ชูชันล่อตาล่อปากเขาซะเหลือเกิน เขาก้มลงดูดกลืน เม้มลงตรงไตแข็ง ลากลิ้นเลีย วนไปมาอย่างหิวกระหาย สลับดูดดึงซ้ายขวา ส่วนมือก็เลื่อนไปกอบกุมตรงเนินอวบใหญ่ ใช้นิ้วเรียวยาวแหวกร่องกลาง เมขลาสะดุ้ง "คุณ..หยุด เถอะ ยะ อย่าทำแบบนี้เลย" เมขลาพูดเสียงขาด ๆ หาย ๆ "คุณจะกลับคำงั้นเหรอ ใหนตกลงราคากันแล้วไง" เขาจัดการปิดเสียงเธอด้วยริมฝีปากเขา ดูดดึงริมฝีปากล่าง มือหนึ่งเค้นคลึงเต้าสวย อีกมือก็สอดเข้าไปยังร่องใจกลางร่างสาว "เจ็บ" เมขลากระถดสะโพกหนีการรุกรานของเขา รามสูรรั้งสะโพกเธอกลับมารองรับการรุกรานของเขาต่อ "อย่าเกร็งสิ" เขากระซิบเสียงแหบพร่า พร้อมกับขยับนิ้วเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ เมขลาส่ายหน้าเปล่งเสียงครางไม่เป็นภาษา เขาจับขาเธอแยกออกแล้วก้มลงใช้ปลายลิ้นเลียแทนนิ้วเรียวยาวของเขา รสชาติของเธอช่างหอมหวานนัก เมื่อน้ำหวานของเธอมีมากพอแล้ว รามสูรจึงส่งตัวตนของเขาที่มันแข็งขึงจนปวดเกร็งเข้าไปทักทายยังปากทางเข้า ส่งส่วนปลายเข้าไปทักทายก่อน ช่องทางมันค่อนข้างคับแน่น เขารับรู้ได้ทันทีว่านี่คือครั้งแรกของเธอ "อาาาว์ สมราคา" รามสูรคิดในใจ พร้อมกับขยับสะโพกค่อย ๆ ดันตัวตนของเขาให้มันค่อย ๆ จมลึกลงสู่ใจกลางร่างเธอ "อ๊ะว์ อาห์ เจ็บ " "เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว" รามสูรกัดฟัน เพราะความคับแน่นของเธออาจจะทำให้เขาล่มปากอ่าวได้ เขาหยุดเพื่อผ่อนคลายแล้วก็ให้เวลาเมขลาได้ปรับตัวไปด้วย เมื่อทุกอย่างเข้าที่ดีแล้วเขาก็เริ่มขยับสะโพกอีกครั้ง "อ๊ะว์ โอว์" "อ๊าส์" เมื่อถึงจุดหมายปลายทางเขาก็ปลดปล่อยออกมาเต็มที่ โดยที่ไม่คิดจะถอดถอนตัวตนออกมาจากกายเธอเลยแม้แต่น้อย ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมาเขาไม่เคยปล่อยตัวเช่นนี้เลย กับผู้หญิงคนอื่น ๆ เมขลาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดระบมไปทั่วร่าง เธอพยายามยันกายลุกขึ้น แต่ก็ติดตรงที่มีแขนกับขาของรามสูรกอดเกยตัวเธออยู่ เมขลาค่อย ๆ ยกแขน กับ ขาเขาออกเพราะกลัวเขาตื่นแล้วค่อย ๆก้าวลงจากเตียง ควานหาเสื้อผ้าที่มันตกอยู่เกลื่อนพื้น แล้วค่อย ๆ เดินเข้าห้องน้ำ เพราะแต่ละย่างก้าวมันเจ็บจี๊ด โดยเฉพาะตรงส่วนนั้นของเธอ อาบน้ำชำระร่างกาย สวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิม แล้วก็เดินออกมาจากห้องนอน เดินลงมายังห้องรับแขกไปคว้าเอาแว่นตาที่เธอจำได้ว่าเขาถอดมันวางไว้ที่โต๊ะในห้องนี้ "อ้าว คุณเมขลา เชิญทางนี้ครับ" การ์ดคนเมื่อคืนนั่นเอง เมขลาจึงเดินตามเขาออกไปยังโรงจอดรถ เขาเปิดประตูรถตรงเบาะหลังเธอจึงขึ้นไปนั่ง เขาเข้าประจำที่คนขับ "คุณคงไม่ฆ่าฉันปิดปากใช่ไหมคะ" ขุนเดชสะดุ้ง ยิ้มแหย ๆ "ผมจะไปส่งคุณครับ เอ่อให้ไปส่งที่ใหน แล้วนี่กระเป๋าของคุณครับ" เมขลายื่นมือมารับกระเป๋าจากเขา "ขอบคุณค่ะ" พึมพำขอบคุณเขาเบา ๆ เขาจึงออกรถ "เอ่อ.. ให้ไปส่งคุณที่ใหนครับ" "ที่.. " เธอบอกชื่อห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งย่านศรีนครินทร์ เมขลาเอนศีรษะพิงเบาะรถ ปล่อยน้ำตาให้ไหลรินลงข้างแก้ม ขุนเดชมองเธอผ่านกระจกหลัง อะไรกันแฮะ สงสัยจะเสียใจที่ต้องจากเจ้านายของเขามาเร็วเกินไป หรือจะโดนเจ้านายเขาไล่ออกมา เมื่อลงจากรถของลูกน้องของรามสูรแล้ว เมขลาก็โบกแท๊กซี่มายังหอพักของเธอ แวะร้านขายยาซื้อยาคุมฉุกเฉิน ยังไงก็ต้องป้องกันตัวไว้ก่อน เมื่อขึ้นมาถึงห้องแล้วก็อาบน้ำหวังชำระคราบคาวที่เขาฝากฝังไว้ให้มันลบเลือนไปให้หมด แต่ยิ่งส่องกระจกมองตัวเองก็เหมือนจะตอกย้ำว่ามันไม่มีทางลบเลือน เพราะร่องรอยต่าง ๆ มันช่างชัดเจน โดยเฉพาะบนเนินอกทั้งสองข้าง เมขลาล้มตัวนอนบนเตียง ร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน สักพักก็ผล็อยหลับไป 'ฟังฉันที เธอคือทุกอย่างของฉันในตอนนี้' เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังเป็นรอบที่สองเมขลาขึงคว้ามันขึ้นมารับ "ฮัลโหล" "ยัยเม แกเป็นไงบ้าง " "หืม ..พี่พัชร ไม่เป็นไร พี่กลับกันยังไงเมื่อคืน ปลอดภัยดีทุกคนนะ" "จะเป็นไรล่ะปลอดภัยหายห่วง ว่าแต่แกเถอะ เห็นคนของคุณรามสูรบอกว่าแกจะไปต่อกับเขา เป็นไงบ้าง" "อื้อ ก็ไม่เป็นไง " "เค ๆ ถ้างั้นแค่นี้แหละ วันจันทร์เจอกัน" "จ้า" นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับช้าน ต้องมาเสียตัวให้กับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก มันมีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอในโลกใบนี้ เมขลานอนพลิกไปมาบนเตียง ขอให้อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลยเถอะ สาธุ! เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนสาย ๆ รามสูรก็ควานหาตัวคนที่เขานอนกกกอดเมื่อคืน แต่ก็พบเพียงหมอนข้าง เขารีบลุกขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปดูในห้องน้ำ เผื่อเจ้าหล่อนอาจจะกำลังอาบน้ำอยู่ก็ไม่มี เขาจึงเดินออกจากห้องนอนไปตะโกนเรียกลูกน้อง "เห้ย.มีใครอยู่บ้างวะ" เมื่อเห็นสภาพเจ้านายที่ใช้เพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันกาย ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าตาบูดบึ้ง คนดวงซวยก็รีบก้มหัวลง มือกุมเป้า "ครับนาย" "เมขลา..เอ่อผู้หญิงคนเมื่อคืนอยู่ใหน" ลูกน้องจึงเงยหน้าขึ้น "พี่เดชจัดการไปส่งเธอแล้วครับนาย" "ใครสั่งวะ" ตะเบ็งเสียงอย่างหงุดหงิด แล้วก็เดินกลับเข้าห้องนอนไป เห็นกระดาษอะไรแว้บ ๆ จึงหยิบขึ้นมาดู เธอไม่ได้เอาเช็คไป รามสูรงุนงงปนหงุดหงิด ลูกน้องได้แต่เกาหัวแกรก ๆ กับอารมณ์ของเจ้านาย ก็ทุกทีพอเสร็จธุระแล้วก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้งนี่หว่า ส่วนมากพวกเขาก็จะไปส่งผู้หญิงที่เจ้านายหิ้วมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะมีบางคนที่อิดออดไม่อยากไปง่าย ๆ อยากจะอยู่ต่อแต่เจ้านายเขาก็ไม่เคยอนุญาติ หรือคนนี้จะพิเศษเพราะเจ้านายพามาบ้าน ทุกทีจะไปที่คอนโดหรือไม่ก็โรงแรม หรือจะเกิดอะไรขึ้น หรือเธอจะขโมยของจะกล้าเหรอเพราะทุกทีเจ้านายเขาก็ตอบแทนพวกหล่อนอย่างาม เขาได้แต่คิดไปต่าง ๆ นา นา เมื่อจัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้วรามสูรก็ลงมายังห้องอาหารซึ่งแม่บ้านตั้งโต๊ะเรียบร้อย "ไปเรียกไอ้เดชมา" ไม่นานคนที่ชื่อขุนเดชก็รีบเดินเข้ามา เขาไม่กล้าจะชักช้าเพราะคนที่ไปเรียกบอกว่าเจ้านายเขาอารมณ์ไม่ดี "ครับนาย" "ใครอนุญาติให้มึงปล่อยผู้หญิงคนนั้นไป" "ก็..นายไงครับ" "กูเหรอ" "ก็ ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้นี่ครับ พอเรียบร้อย ผมก็เป็นคนไปส่งผู้หญิงทุกคนที่นายพามา" "เออ !" รามสูรตะโกนอย่างหัวเสีย "ไปสืบเรื่องของเธอมา กูให้เวลาเจ็ดวัน" คำสั่งนี้ลูกน้องไม่กล้าคัดค้าน ขุนเดชได้แต่คิดในใจ เจ้าหล่อนไปทำอะไรให้เจ้านายเขาไม่พอใจกันแน่นะ เอ๊ะหรือว่าพอใจ"แค่อย่ามายุ่งกับชั้นและลูกก็พอ"เมขลาบอกกับรามสูรไปอย่างไร้เยื่อใย แต่ก่อนที่รามสูรจะทันได้พูดอะไรต่อ เสียงของยายสวยที่กลับจากการไปขายของที่ตลาดก็ตะโกนเข้ามา"ใครกัน มาทำอะไรกันเยอะแยะ"แล้วก็เดินเข้ามาประคองให้เมขลาลุกขึ้น"ยัยเม ใครเหรอ"เมื่อยายสวยพูดจบ รามสูรก็ยกมือไหว้ท่านอย่างนอบน้อม"สวัสดีครับคุณแม่ ผมรามสูรเป็นสามีของเมขลาครับ"ยายสวยยกมือทาบอกและมองหน้าเมขลาสลับกับมองหน้ารามสูร ความจริงแล้วยายสวยก็พอจะเดาออกอยู่หรอกว่าระหว่างเมขลากับรามสูรคงจะเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ แต่คงจะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน เมขลาถึงได้หนีมา "ถ้ายังงั้นเราก็คงต้องมีเรื่องคุยกันหลายเรื่อง"พูดจบป้าน้อมกับหลานสาวก็เดินเข้าไปในครัว เพื่อไปเตรียมน้ำเตรียมท่ามาให้รามสูรและคนของเขา ยายสวยกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ได้ลูกเขยสมใจแล้วโว้ย ยายสวยเชื่อมั่นในตัวลูกสาวเพราะหากว่าเมขลาจะทำตัวเหลวแหลกจริง ๆ คงไม่ปล่อยให้ล่วงเลยจนกระทั่งอายุสามสิบหรอก ที่หอบท้องกลับบ้านมานั่นก็เพราะเข้าใจผิดอะไรกันแน่ ๆหลังจากดื่มน้ำดื่มท่ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนของรามสูรก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนขุนเดชก็ต้องไปสอยมะม่วงมาให้เจ้านายอีกตาม
"ผมส่งทุกอย่างไปให้ทางอีเมล์ตั้งแต่สามวันก่อนแล้วนะครับ" คำตอบจากคุณสมชายทำให้ขุนเดชรีบไปหยิบแท็บเล็ตมาเพื่อเช็คอีเมล์ทันที ไล่หาอยู่ไม่นานเขาก็เจออีเมล์ที่ส่งมาจากคุณสมชาย เขาคลิกเข้าไปและเปิดดู ภาพที่ปรากฏทำให้ขุนเดชแทบกระโดดตัวลอย ป้าน้อมเห็นอาการของลูกชายก็รีบเข้ามาถามทันที"ตาเดช เป็นอะไร"กวักมือเรียกแม่หยอย ๆ ป้าน้อมรีบเดินไปหาลูกชาย ขุนเดชจึงเปิดภาพถ่ายเมขลาให้ป้าน้อมดู ซึ่งมีหลายภาพ และหลายอริยาบถ ทั้งภาพที่เธอไปนั่งรอหมอที่โรงพยาบาล ภาพที่เธอนอนลูบท้อง ในมือถือหนังสือนิทาน และภาพที่เธอยืนรดน้ำต้นไม้ และถ้าหากสังเกตดี ๆ จะพบว่าในแต่ละภาพนั้นท้องของเมขลานูนขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็พอมองออกว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ เพราะเหตุนี้นี่เองเมขลาจึงรับเงินจากรามสูร และกลับบ้านต่างจังหวัดขุนเดชคิดไว้ไม่มีผิด เขาเชื่อมั่นว่าเมขลาย่อมมีเหตุผลถึงได้ทำแบบนั้นเมื่อดูภาพเหล่านั้นจนหมดทุกภาพแล้วขุนเดชก็ปรึกษาแม่ว่าจะทำอย่างไรให้เมขลากับรามสูรลงเอยกันด้วยดีเสียที ซึ่งป้าน้อมก็พอจะรู้เรื่องของรามสูรกับเมขลาอยู่บ้างแล้ว ท่านค่อนข้างแน่ใจว่ารามสูรรักเมขลาแน่นอนเพราะว่าเมขลาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่รามสูรเคยพาม
สามเดือนแล้วที่เมขลากลับมาอยู่ที่หนองบัวลำภู ท้องของเธอเริ่มนูนออกมาเล็กน้อย รูปร่างก็เริ่มอวบอิ่ม มีน้ำมีนวลขึ้นเรื่อย ๆ เธอท้องได้ยี่สิบสัปดาห์พอดี (ประมาณห้าเดือน) เมขลานำเงินสามล้านที่ได้จากรามสูรมาปรับปรุงบ้าน ส่วนนึงนำมาเป็นทุนในการขายของออนไลน์ และสร้างคอนเทนต์ลงในสื่อโซเชี่ยล รายได้ก็อยู่ได้สบาย ๆเธอนั่งอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟังอยู่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน ส่วนแม่กับหลานไปขายของที่ตลาด โชคดีที่เธอไม่มีอาการแพ้ท้อง หากไม่บอกว่าท้องแทบจะไม่มีใครดูออกเลย ตอนที่เมขลาบอกแม่ว่า..เธอท้องไม่มีพ่อ ท่านไม่ตำหนิเธอสักคำ และไม่ถามเธอด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น บอกแค่ว่าแม่เลี้ยงแกมาได้ เลี้ยงหลานอีกสักคนจะเป็นไรไป เมขลารู้สึกผิดมากที่ทำให้แม่อับอาย แต่แม่ก็บอกว่าอย่าคิดมาก อย่าเครียดเดี๋ยวเจ้าหนูในท้องจะไม่หล่อ ผลอัลตร้าซาวด์จากหมอนัดคราวที่แล้วบอกว่าเมขลาได้ลูกชาย ดูเหมือนยายจะเห่อหลานชายมากอะไรที่เธอบอกว่าอยากกินท่านจะหามาให้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นไข่มดแดง แกงหอยขม หรือแม้กระทั่งแมงจินูน ยายจัดมาให้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง เมขลาอยู่ที่บ้านอย่างสงบ ถึงแม้จะมีสายตาดูถูกดูแคลนแกมอยากรู้อยากเห็นจากป้าข้างบ้า
เมื่อเมขลาตัดสินใจและจัดการเรื่องเช็คเรียบร้อยแล้ว ในวันต่อมาเธอก็มาทำงานตามปกติ "พี่เม หายแล้วเหรอ"กระแตกับกระเจี๊ยบเข้ามาทักทายเสียงใส"ดีขึ้นแล้ว"ตอบสองสาวรุ่นน้องไปอย่างสดใสเช่นกัน"เรากำลังจะไปซื้อกาแฟ พี่เมเอาคาปูเย็นใช่ไหม"กระเจี๊ยบถาม เพราะรู้ว่าเมขลาชอบกินคาปูชิโน่ปั่นมาก"อือ..ไม่ล่ะพี่ขอเป็นโอวัลตินเย็นแทนละกัน หมอบอกให้พี่งดกาแฟสักพัก คาเฟอีนมีผลต่ออาการไมเกรนกำเริบ"บอกสองสาวพร้อมทั้งรีบอธิบายเพราะกระแตกับกระเจี๊ยบทำหน้าสงสัย แต่ความจริงแล้วการทานกาแฟมันไม่ดีต่อลูกน้อยในครรภ์"เอางั้นเหรอ ก็ได้โอวัลตินเย็นนะ"กระแตกับกระเจี๊ยบจึงเดินเคียงกันไปยังร้านกาแฟที่โรงอาหารเมขลาเดินมาถึงแผนกก็กล่าวทักทายเจ๊พัชร และแจ้งความจำนงกับเจ๊ว่าเธอจะลาออกสิ้นเดือนนี้ "ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม"ถามย้ำเธออีกครั้งนึง"หนูใคร่ครวญดีแล้วค่ะพี่พัชร ขอโทษด้วยนะที่กะทันหันเกินไป"ตอบเจ๊พัชรเสียงแผ่วแต่หนักแน่น"โอเค เมเขียนจดหมายลาออกมาได้เลยเดี๋ยวพี่เซ็นต์แล้วจะไปยื่น HR ให้ จะได้ทำเรื่องขอคนใหม่ไปด้วยเลย"เมขลาจึงยกมือไหว้ขอบคุณเจ๊พัชร ก็พอดีกับสองสาวกระแตกับกระเจี๊ยบกลับมาจากซื้อกาแฟ เจ๊พัชรจึ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เมขลาก็ไปทำงานตามปกติ และรามสูรก็ไม่ติดต่อมาเลย เธอนอนร้องไห้ทุกคืน นอนไม่หลับ มันช่างทรมานเหลือเกินกับความรู้สึกนี้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องฟูมฟาย และเสียใจมากขนาดนี้ด้วย เมขลาบอกเรื่องที่เธอจบกันกับรามสูรให้เจ๊พัชรกระเจี๊ยบและกระแตฟัง ทั้งสามสาวก็ได้แต่ปลอบใจเธอ และบอกว่าคิดเสียว่าฝันไป ต่อไปนี้ต้องมีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตเธอแน่ ๆ "พี่พัชรคะทำไมหนูเจ็บแบบนี้ เจ็บตรงหัวใจ"จำได้ว่าเธอถามเจ๊พัชรไปแบบนั้น"ที่เจ็บตรงหัวใจ ก็เพราะใจมันไม่รักดี มันดันไปรักเขาซะแล้วน่ะสิ"เจ๊พัชรตอบเธอมาแบบนั้น ซึ่งเมขลาก็ไม่ได้ปฏิเสธ เธอรู้ว่าความจริงแล้วเธอรักรามสูร เธอรักคนใจร้ายคนนั้น ซึ่งเธอก็ไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นมาตอนใหนหรือเมื่อไหร่ รู้แค่ว่า มีความสุขทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดเขา และก็เจ็บแทบปางตายที่เขาปล่อยเธอไปเหมือนตอนนี้"เด็ก ๆ วันนี้คณะผู้บริหารและผู้ถือหุ้นจะเข้ามาตรวจงานในช่วงบ่ายนะ เรียบร้อยกันหน่อยล่ะ"เจ๊พัชรแจ้งแก่สามสาว และทุกคนก็มองมาที่เมขลา เป็นตาเดียว เพราะหนึ่งในผู้ถือหุ้นก็คือรามสูรนั่นเอง"มีไร ไม่ต
เมขลาทำกับข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเดินไปดูรามสูร เขานอนหลับตาพริ้ม หน้าดูมีสีเลือดขึ้นมานิดหนึ่ง เธอจึงเอามืออังหน้าผากเขาดูว่าตัวร้อนหรือเปล่า รามสูรจึงลืมตาขึ้นมา"หิวจัง""กับข้าวเสร็จแล้วค่ะ ลุกเถอะมากินข้าวจะได้มีแรง ถ้ายังไม่ดีขึ้นเดี๋ยวเมพาไปหาหมอ"รามสูรไม่ปฏิเสธ เมขลาจึงไปยกกับข้าวมา ซึ่งมีส้มตำและหมูทอด รามสูรลองชิมส้มตำคำหนึ่งก็ติดใจ กัดหมูทอดแกล้มเข้าไป จิ้มข้าวเหนียวตาม เขาไม่เคยกินส้มตำที่อร่อยแบบนี้มาก่อน"อร่อยอ้ะ ซื้อจากร้านใหน"ถามเธออย่างตื่นเต้นเหมือนเด็กได้กินของอร่อย"เมตำเอง ใส่ปลาร้าด้วยนะ""ตำเองเหรอ อร่อยจังตำให้กินอีกได้มั้ย""ได้อยู่แล้ว คุณทานให้หมดก่อนเถอะ ถ้ายังไม่อิ่มเดี๋ยวทำให้ใหม่"เมื่อเห็นเขาทานอย่างเอร็ดอร่อยเมขลาก็พลอยทานอร่อยไปด้วย เธอกินข้าวได้เยอะมากเลยวันนี้ "ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ แต่เดี๋ยวกินเสร็จก่อน"เมขลามองหน้าเขาอย่างแปลกใจ เขามีเรื่องอะไรจะคุยกับเธอกันหนอ หรือจะเป็นเรื่องที่เขาเบื่อเธอและจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระแล้ว เมขลาว้าวุ่นใจจนแสดงออกมาทางสีหน้าแต่รามสูรกำลังสนใจส้มตำที่อยู่ตรงหน้าจึงไม่ได้สังเกตสีหน้าท่าทางของเธอ เวลาผ่านไปไม่







