LOGIN"เช็คเงินสดสามล้าน พรุ่งนี้คุณไปขึ้นเงินได้เลย"
พูดจบรามสูรก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก็โน้มตัวลงมาตวัดแขนอุ้มตัวของเมขลามาไว้แนบอก "ว้าย.. คุณปล่อยนะ ฉันพูดเล่น เอาของคุณคืนไป" เมขลาดิ้นรนพร้อมกับยัดเช็คใบนั้นใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทของเขา รามสูรหาได้สนใจเธอไม่ เพราะนอกจากเขาจะไม่ปล่อยเธอแล้ว ยังเดินขึ้นบันไดมายังชั้นบนของบ้านจุดหมายคือห้องนอนของเขาเอง ตุ้บ ! เขาโยนเมขลาลงบนเตียง เธอรีบลุกขึ้นนั่งแล้วก็เขยิบไปยังฝั่งตรงข้าม รามสูรมองเธอแล้วก็เริ่มถอดเสื้อสูทออก ตามด้วยเสื้อเชิ้ต เผยให้เห็นแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เขาก้าวเดินเข้ามาเรื่อย ๆ เมขลาทำท่าจะถลาลงจากเตียง แต่ช้ากว่าเขา เพราะเขาเข้ามาประชิดตัวเธอแล้วก็คร่อมเธอไว้ "นะนี่ ๆๆ คุณจะทำอะไร" "แล้วคิดว่าผมจะทำอะไรล่ะ ขนาดนี้แล้วยังดูไม่ออก ทำยังกะไม่เคย" "อร๊าย ! ปล่อยนะ" "..." เสียงของเมขลาหายเข้าไปในลำคอเพราะรามสูรใช้ริมฝีปากของเขาปิดเสียงเธอไว้ เมขลาดิ้นรนสักพัก ก็เริ่มอ่อนระทวย สัมผัสแปลกใหม่ที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอไม่เคยรับรู้เลย เมื่อเห็นเธอนิ่งไปรามสูรก็เริ่มรุกหนักขึ้น เขาบีบปลายคางของเธอเป็นเชิงบังคับให้เธอเผยอริมฝีปากขึ้นเพื่อจะได้ส่งลิ้นร้ายของเขาเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปากเธอ "อื้อ .. " เมขลาส่งเสียงอื้ออ้าในลำคอ รามสูรรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เมื่อส่งลิ้นร้ายเข้ารุกล้ำริมฝีปากเธอแล้ว ก็ถึงคราวมือของเขาได้ทำหน้าที่ของมันบ้าง เขาปล่อยมือจากการบีบปลายคางของเมขลา เลื่อนไปยังกระดุมกางเกงยีนส์ของเธอจัดการปลดมันออก รูดซิปลงและจัดการรูดมันออกไปทางปลายเท้าเธอ พร้อมกับซับในชิ้นเล็กอย่างง่ายดาย โดยที่ปากของเขายังไม่ได้ห่างจากริมฝีปากเธอแม้แต่น้อย เมื่อส่วนล่างของเธอเปลือยเปล่า เขาก็หันไปสนใจส่วนบนของเธอต่อ เมขลาอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอกินเข้าไป หรือเป็นเพราะไม่เคยมีประสบการณ์กับเรื่องแบบนี้ หรือจะเป็นเพราะเขาเชี่ยวชาญเหลือเกิน เธอจึงไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านเขา นอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างหนา ปล่อยให้เขากระทำได้ตามอำเภอใจ รามสูรปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเมขลาออก สอดมือเข้าไปข้างหลังเธอปลดตะขอบราเซียร์สีหวานปราการด่านสุดท้าย เขาเปลี่ยนเป้าหมายจากริมฝีปากของเธอมาเป็นสองเต้าอวบใหญ่ที่ชูชันล่อตาล่อปากเขาซะเหลือเกิน เขาก้มลงดูดกลืน เม้มลงตรงไตแข็ง ลากลิ้นเลีย วนไปมาอย่างหิวกระหาย สลับดูดดึงซ้ายขวา ส่วนมือก็เลื่อนไปกอบกุมตรงเนินอวบใหญ่ ใช้นิ้วเรียวยาวแหวกร่องกลาง เมขลาสะดุ้ง "คุณ..หยุด เถอะ ยะ อย่าทำแบบนี้เลย" เมขลาพูดเสียงขาด ๆ หาย ๆ "คุณจะกลับคำงั้นเหรอ ใหนตกลงราคากันแล้วไง" เขาจัดการปิดเสียงเธอด้วยริมฝีปากเขา ดูดดึงริมฝีปากล่าง มือหนึ่งเค้นคลึงเต้าสวย อีกมือก็สอดเข้าไปยังร่องใจกลางร่างสาว "เจ็บ" เมขลากระถดสะโพกหนีการรุกรานของเขา รามสูรรั้งสะโพกเธอกลับมารองรับการรุกรานของเขาต่อ "อย่าเกร็งสิ" เขากระซิบเสียงแหบพร่า พร้อมกับขยับนิ้วเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ เมขลาส่ายหน้าเปล่งเสียงครางไม่เป็นภาษา เขาจับขาเธอแยกออกแล้วก้มลงใช้ปลายลิ้นเลียแทนนิ้วเรียวยาวของเขา รสชาติของเธอช่างหอมหวานนัก เมื่อน้ำหวานของเธอมีมากพอแล้ว รามสูรจึงส่งตัวตนของเขาที่มันแข็งขึงจนปวดเกร็งเข้าไปทักทายยังปากทางเข้า ส่งส่วนปลายเข้าไปทักทายก่อน ช่องทางมันค่อนข้างคับแน่น เขารับรู้ได้ทันทีว่านี่คือครั้งแรกของเธอ "อาาาว์ สมราคา" รามสูรคิดในใจ พร้อมกับขยับสะโพกค่อย ๆ ดันตัวตนของเขาให้มันค่อย ๆ จมลึกลงสู่ใจกลางร่างเธอ "อ๊ะว์ อาห์ เจ็บ " "เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว" รามสูรกัดฟัน เพราะความคับแน่นของเธออาจจะทำให้เขาล่มปากอ่าวได้ เขาหยุดเพื่อผ่อนคลายแล้วก็ให้เวลาเมขลาได้ปรับตัวไปด้วย เมื่อทุกอย่างเข้าที่ดีแล้วเขาก็เริ่มขยับสะโพกอีกครั้ง "อ๊ะว์ โอว์" "อ๊าส์" เมื่อถึงจุดหมายปลายทางเขาก็ปลดปล่อยออกมาเต็มที่ โดยที่ไม่คิดจะถอดถอนตัวตนออกมาจากกายเธอเลยแม้แต่น้อย ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมาเขาไม่เคยปล่อยตัวเช่นนี้เลย กับผู้หญิงคนอื่น ๆ เมขลาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดระบมไปทั่วร่าง เธอพยายามยันกายลุกขึ้น แต่ก็ติดตรงที่มีแขนกับขาของรามสูรกอดเกยตัวเธออยู่ เมขลาค่อย ๆ ยกแขน กับ ขาเขาออกเพราะกลัวเขาตื่นแล้วค่อย ๆก้าวลงจากเตียง ควานหาเสื้อผ้าที่มันตกอยู่เกลื่อนพื้น แล้วค่อย ๆ เดินเข้าห้องน้ำ เพราะแต่ละย่างก้าวมันเจ็บจี๊ด โดยเฉพาะตรงส่วนนั้นของเธอ อาบน้ำชำระร่างกาย สวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิม แล้วก็เดินออกมาจากห้องนอน เดินลงมายังห้องรับแขกไปคว้าเอาแว่นตาที่เธอจำได้ว่าเขาถอดมันวางไว้ที่โต๊ะในห้องนี้ "อ้าว คุณเมขลา เชิญทางนี้ครับ" การ์ดคนเมื่อคืนนั่นเอง เมขลาจึงเดินตามเขาออกไปยังโรงจอดรถ เขาเปิดประตูรถตรงเบาะหลังเธอจึงขึ้นไปนั่ง เขาเข้าประจำที่คนขับ "คุณคงไม่ฆ่าฉันปิดปากใช่ไหมคะ" ขุนเดชสะดุ้ง ยิ้มแหย ๆ "ผมจะไปส่งคุณครับ เอ่อให้ไปส่งที่ใหน แล้วนี่กระเป๋าของคุณครับ" เมขลายื่นมือมารับกระเป๋าจากเขา "ขอบคุณค่ะ" พึมพำขอบคุณเขาเบา ๆ เขาจึงออกรถ "เอ่อ.. ให้ไปส่งคุณที่ใหนครับ" "ที่.. " เธอบอกชื่อห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งย่านศรีนครินทร์ เมขลาเอนศีรษะพิงเบาะรถ ปล่อยน้ำตาให้ไหลรินลงข้างแก้ม ขุนเดชมองเธอผ่านกระจกหลัง อะไรกันแฮะ สงสัยจะเสียใจที่ต้องจากเจ้านายของเขามาเร็วเกินไป หรือจะโดนเจ้านายเขาไล่ออกมา เมื่อลงจากรถของลูกน้องของรามสูรแล้ว เมขลาก็โบกแท๊กซี่มายังหอพักของเธอ แวะร้านขายยาซื้อยาคุมฉุกเฉิน ยังไงก็ต้องป้องกันตัวไว้ก่อน เมื่อขึ้นมาถึงห้องแล้วก็อาบน้ำหวังชำระคราบคาวที่เขาฝากฝังไว้ให้มันลบเลือนไปให้หมด แต่ยิ่งส่องกระจกมองตัวเองก็เหมือนจะตอกย้ำว่ามันไม่มีทางลบเลือน เพราะร่องรอยต่าง ๆ มันช่างชัดเจน โดยเฉพาะบนเนินอกทั้งสองข้าง เมขลาล้มตัวนอนบนเตียง ร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน สักพักก็ผล็อยหลับไป 'ฟังฉันที เธอคือทุกอย่างของฉันในตอนนี้' เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังเป็นรอบที่สองเมขลาขึงคว้ามันขึ้นมารับ "ฮัลโหล" "ยัยเม แกเป็นไงบ้าง " "หืม ..พี่พัชร ไม่เป็นไร พี่กลับกันยังไงเมื่อคืน ปลอดภัยดีทุกคนนะ" "จะเป็นไรล่ะปลอดภัยหายห่วง ว่าแต่แกเถอะ เห็นคนของคุณรามสูรบอกว่าแกจะไปต่อกับเขา เป็นไงบ้าง" "อื้อ ก็ไม่เป็นไง " "เค ๆ ถ้างั้นแค่นี้แหละ วันจันทร์เจอกัน" "จ้า" นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับช้าน ต้องมาเสียตัวให้กับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก มันมีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอในโลกใบนี้ เมขลานอนพลิกไปมาบนเตียง ขอให้อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลยเถอะ สาธุ! เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนสาย ๆ รามสูรก็ควานหาตัวคนที่เขานอนกกกอดเมื่อคืน แต่ก็พบเพียงหมอนข้าง เขารีบลุกขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปดูในห้องน้ำ เผื่อเจ้าหล่อนอาจจะกำลังอาบน้ำอยู่ก็ไม่มี เขาจึงเดินออกจากห้องนอนไปตะโกนเรียกลูกน้อง "เห้ย.มีใครอยู่บ้างวะ" เมื่อเห็นสภาพเจ้านายที่ใช้เพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันกาย ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าตาบูดบึ้ง คนดวงซวยก็รีบก้มหัวลง มือกุมเป้า "ครับนาย" "เมขลา..เอ่อผู้หญิงคนเมื่อคืนอยู่ใหน" ลูกน้องจึงเงยหน้าขึ้น "พี่เดชจัดการไปส่งเธอแล้วครับนาย" "ใครสั่งวะ" ตะเบ็งเสียงอย่างหงุดหงิด แล้วก็เดินกลับเข้าห้องนอนไป เห็นกระดาษอะไรแว้บ ๆ จึงหยิบขึ้นมาดู เธอไม่ได้เอาเช็คไป รามสูรงุนงงปนหงุดหงิด ลูกน้องได้แต่เกาหัวแกรก ๆ กับอารมณ์ของเจ้านาย ก็ทุกทีพอเสร็จธุระแล้วก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้งนี่หว่า ส่วนมากพวกเขาก็จะไปส่งผู้หญิงที่เจ้านายหิ้วมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะมีบางคนที่อิดออดไม่อยากไปง่าย ๆ อยากจะอยู่ต่อแต่เจ้านายเขาก็ไม่เคยอนุญาติ หรือคนนี้จะพิเศษเพราะเจ้านายพามาบ้าน ทุกทีจะไปที่คอนโดหรือไม่ก็โรงแรม หรือจะเกิดอะไรขึ้น หรือเธอจะขโมยของจะกล้าเหรอเพราะทุกทีเจ้านายเขาก็ตอบแทนพวกหล่อนอย่างาม เขาได้แต่คิดไปต่าง ๆ นา นา เมื่อจัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้วรามสูรก็ลงมายังห้องอาหารซึ่งแม่บ้านตั้งโต๊ะเรียบร้อย "ไปเรียกไอ้เดชมา" ไม่นานคนที่ชื่อขุนเดชก็รีบเดินเข้ามา เขาไม่กล้าจะชักช้าเพราะคนที่ไปเรียกบอกว่าเจ้านายเขาอารมณ์ไม่ดี "ครับนาย" "ใครอนุญาติให้มึงปล่อยผู้หญิงคนนั้นไป" "ก็..นายไงครับ" "กูเหรอ" "ก็ ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้นี่ครับ พอเรียบร้อย ผมก็เป็นคนไปส่งผู้หญิงทุกคนที่นายพามา" "เออ !" รามสูรตะโกนอย่างหัวเสีย "ไปสืบเรื่องของเธอมา กูให้เวลาเจ็ดวัน" คำสั่งนี้ลูกน้องไม่กล้าคัดค้าน ขุนเดชได้แต่คิดในใจ เจ้าหล่อนไปทำอะไรให้เจ้านายเขาไม่พอใจกันแน่นะ เอ๊ะหรือว่าพอใจสี่ปีต่อมา เมขลาวิ่งตามเด็กชายวัยสามขวบกว่าแทบไม่ทัน น้องภูมิ หรือเด็กชาย วรากรณ์ เดชณรงค์กุล เป็นเด็กที่ฉลาดและพูดเก่งมาก วันนี้น้องภูมิมาเยี่ยมคุณย่า หรือป้าน้อมที่ฉะเชิงเทรา จะได้มาเล่นกับพี่สาวคนสวยหรือหนูแดงด้วย ตอนนี้หนูแดงอายุได้ เจ็ดขวบพอดี ซึ่งเด็กสองคนก็เล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน หนูแดงก็คอยพาน้องเล่น และดูแลน้องได้เป็นอย่างดี"แม่ครับ ภูมิหิวนม"เมื่อเล่นเหนื่อยแล้วเด็กน้อยก็เกิดอาการหิวขึ้นมา เมขลาจึงหยิบนมกล่องให้หนุ่มน้อยไป"ภูมิขอสองกล่องนะครับ จะเอาไปให้พี่หนูแดงด้วย"เมขลายิ้มและปลื้มใจในความมีน้ำใจของลูก เมื่อหนุ่มน้อยได้นมสองกล่องแล้วก็รีบวิ่งไปหาหนูแดงทันทีทางด้านรามสูรก็ตั้งวงสนธนากับเอกภพ และการุณย์ "พวกแกสองคนเมื่อไหร่จะมีลูกมีเมียวะ"รามสูรเอ่ยปากถามเพื่อนรักทั้งสองคน ทั้งสองได้แต่ส่ายหน้า"ไม่เป็นไรพวกเราไม่รีบ"เอกภพตอบพร้อมกระดกเหล้าเข้าปากไปด้วย การุณย์ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตา และแอบมองกระแต สี่ปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยลืมคืนวันที่เขากับกระแตไปดื่มด้วยกันที่หัวหินเลย แต่ก็ไม่กล้าสานสายสัมพันธ์เพราะกลัวจะเป็นสมภารกินไก่วัด ได้แต่แอบตามสืบเรื่องของเธออยู่เป็นระยะ ๆ
สามวันต่อมารามสูรก็กลับกรุงเทพ ฯ เพื่อไปสะสางงานและเรียนเชิญผู้ใหญ่มาสู่ขอเมขลา ถึงแม้ว่ายายสวยจะไม่ต้องการก็ตาม แต่เขาอยากจะให้เกียรติเมขลาและครอบครัวของเธอ ส่วนเมขลานั้นไม่ได้กลับกรุงเทพ ฯ ด้วย เพราะเธอไม่สะดวกเดินทางไกล อีกอย่างใกล้จะถึงวันหมอนัดแล้วด้วย ตอนแรกรามสูรงอแงจะไม่ยอมกลับจะให้ขุนเดชกลับไปคนเดียว เมขลาต้องทั้งขู่ทั้งปลอบเขาถึงได้ยอม"พี่จะรีบไปรีบมานะ เมไม่ต้องกังวล"เมขลาพยักหน้าพร้อมกับรุนหลังเขาให้ขึ้นรถตู้ไปอย่างทุลักทุเล ไม่รู้เป็นยังไงสองสามวันที่รามสูรมาอยู่ด้วยเธอรู้สึกรำคาญและขวางหูขวางตาเขาเป็นอย่างมาก แถมยังเหม็นทุกอย่างที่เป็นรามสูร ยายสวยบอกว่าเป็นอาการของคนแพ้ท้อง คนท้องบางคนมักจะมีอาการแพ้ที่แปลก ๆ บางคนเหม็นสามี บางคนก็อยู่ห่างไม่ได้ เป็นอาการและอารมณ์ที่ยากจะคาดเดาของคนท้อง เมื่อมาถึงกรุงเทพ ฯ แล้ว รามสูรให้ขุนเดชไปบอกสามสาว เจ๊พัชร กระเจี๊ยบ และกระแต ว่าเขาคืนดีและเข้าใจกันกับเมขลาแล้ว และกำลังจะไปสู่ขอเธอ ให้ทั้งสามสาวเตรียมตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวได้เลย เจ๊พัชร กระแต และกระเจี๊ยบก็ดีใจและยินดีกับเมขลาด้วย และเตรียมแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวหนองบัวลำภูกัน โดยเฉพ
"แค่อย่ามายุ่งกับชั้นและลูกก็พอ"เมขลาบอกกับรามสูรไปอย่างไร้เยื่อใย แต่ก่อนที่รามสูรจะทันได้พูดอะไรต่อ เสียงของยายสวยที่กลับจากการไปขายของที่ตลาดก็ตะโกนเข้ามา"ใครกัน มาทำอะไรกันเยอะแยะ"แล้วก็เดินเข้ามาประคองให้เมขลาลุกขึ้น"ยัยเม ใครเหรอ"เมื่อยายสวยพูดจบ รามสูรก็ยกมือไหว้ท่านอย่างนอบน้อม"สวัสดีครับคุณแม่ ผมรามสูรเป็นสามีของเมขลาครับ"ยายสวยยกมือทาบอกและมองหน้าเมขลาสลับกับมองหน้ารามสูร ความจริงแล้วยายสวยก็พอจะเดาออกอยู่หรอกว่าระหว่างเมขลากับรามสูรคงจะเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ แต่คงจะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน เมขลาถึงได้หนีมา "ถ้ายังงั้นเราก็คงต้องมีเรื่องคุยกันหลายเรื่อง"พูดจบป้าน้อมกับหลานสาวก็เดินเข้าไปในครัว เพื่อไปเตรียมน้ำเตรียมท่ามาให้รามสูรและคนของเขา ยายสวยกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ได้ลูกเขยสมใจแล้วโว้ย ยายสวยเชื่อมั่นในตัวลูกสาวเพราะหากว่าเมขลาจะทำตัวเหลวแหลกจริง ๆ คงไม่ปล่อยให้ล่วงเลยจนกระทั่งอายุสามสิบหรอก ที่หอบท้องกลับบ้านมานั่นก็เพราะเข้าใจผิดอะไรกันแน่ ๆหลังจากดื่มน้ำดื่มท่ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนของรามสูรก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนขุนเดชก็ต้องไปสอยมะม่วงมาให้เจ้านายอีกตาม
"ผมส่งทุกอย่างไปให้ทางอีเมล์ตั้งแต่สามวันก่อนแล้วนะครับ" คำตอบจากคุณสมชายทำให้ขุนเดชรีบไปหยิบแท็บเล็ตมาเพื่อเช็คอีเมล์ทันที ไล่หาอยู่ไม่นานเขาก็เจออีเมล์ที่ส่งมาจากคุณสมชาย เขาคลิกเข้าไปและเปิดดู ภาพที่ปรากฏทำให้ขุนเดชแทบกระโดดตัวลอย ป้าน้อมเห็นอาการของลูกชายก็รีบเข้ามาถามทันที"ตาเดช เป็นอะไร"กวักมือเรียกแม่หยอย ๆ ป้าน้อมรีบเดินไปหาลูกชาย ขุนเดชจึงเปิดภาพถ่ายเมขลาให้ป้าน้อมดู ซึ่งมีหลายภาพ และหลายอริยาบถ ทั้งภาพที่เธอไปนั่งรอหมอที่โรงพยาบาล ภาพที่เธอนอนลูบท้อง ในมือถือหนังสือนิทาน และภาพที่เธอยืนรดน้ำต้นไม้ และถ้าหากสังเกตดี ๆ จะพบว่าในแต่ละภาพนั้นท้องของเมขลานูนขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็พอมองออกว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ เพราะเหตุนี้นี่เองเมขลาจึงรับเงินจากรามสูร และกลับบ้านต่างจังหวัดขุนเดชคิดไว้ไม่มีผิด เขาเชื่อมั่นว่าเมขลาย่อมมีเหตุผลถึงได้ทำแบบนั้นเมื่อดูภาพเหล่านั้นจนหมดทุกภาพแล้วขุนเดชก็ปรึกษาแม่ว่าจะทำอย่างไรให้เมขลากับรามสูรลงเอยกันด้วยดีเสียที ซึ่งป้าน้อมก็พอจะรู้เรื่องของรามสูรกับเมขลาอยู่บ้างแล้ว ท่านค่อนข้างแน่ใจว่ารามสูรรักเมขลาแน่นอนเพราะว่าเมขลาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่รามสูรเคยพาม
สามเดือนแล้วที่เมขลากลับมาอยู่ที่หนองบัวลำภู ท้องของเธอเริ่มนูนออกมาเล็กน้อย รูปร่างก็เริ่มอวบอิ่ม มีน้ำมีนวลขึ้นเรื่อย ๆ เธอท้องได้ยี่สิบสัปดาห์พอดี (ประมาณห้าเดือน) เมขลานำเงินสามล้านที่ได้จากรามสูรมาปรับปรุงบ้าน ส่วนนึงนำมาเป็นทุนในการขายของออนไลน์ และสร้างคอนเทนต์ลงในสื่อโซเชี่ยล รายได้ก็อยู่ได้สบาย ๆเธอนั่งอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟังอยู่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน ส่วนแม่กับหลานไปขายของที่ตลาด โชคดีที่เธอไม่มีอาการแพ้ท้อง หากไม่บอกว่าท้องแทบจะไม่มีใครดูออกเลย ตอนที่เมขลาบอกแม่ว่า..เธอท้องไม่มีพ่อ ท่านไม่ตำหนิเธอสักคำ และไม่ถามเธอด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น บอกแค่ว่าแม่เลี้ยงแกมาได้ เลี้ยงหลานอีกสักคนจะเป็นไรไป เมขลารู้สึกผิดมากที่ทำให้แม่อับอาย แต่แม่ก็บอกว่าอย่าคิดมาก อย่าเครียดเดี๋ยวเจ้าหนูในท้องจะไม่หล่อ ผลอัลตร้าซาวด์จากหมอนัดคราวที่แล้วบอกว่าเมขลาได้ลูกชาย ดูเหมือนยายจะเห่อหลานชายมากอะไรที่เธอบอกว่าอยากกินท่านจะหามาให้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นไข่มดแดง แกงหอยขม หรือแม้กระทั่งแมงจินูน ยายจัดมาให้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง เมขลาอยู่ที่บ้านอย่างสงบ ถึงแม้จะมีสายตาดูถูกดูแคลนแกมอยากรู้อยากเห็นจากป้าข้างบ้า
เมื่อเมขลาตัดสินใจและจัดการเรื่องเช็คเรียบร้อยแล้ว ในวันต่อมาเธอก็มาทำงานตามปกติ "พี่เม หายแล้วเหรอ"กระแตกับกระเจี๊ยบเข้ามาทักทายเสียงใส"ดีขึ้นแล้ว"ตอบสองสาวรุ่นน้องไปอย่างสดใสเช่นกัน"เรากำลังจะไปซื้อกาแฟ พี่เมเอาคาปูเย็นใช่ไหม"กระเจี๊ยบถาม เพราะรู้ว่าเมขลาชอบกินคาปูชิโน่ปั่นมาก"อือ..ไม่ล่ะพี่ขอเป็นโอวัลตินเย็นแทนละกัน หมอบอกให้พี่งดกาแฟสักพัก คาเฟอีนมีผลต่ออาการไมเกรนกำเริบ"บอกสองสาวพร้อมทั้งรีบอธิบายเพราะกระแตกับกระเจี๊ยบทำหน้าสงสัย แต่ความจริงแล้วการทานกาแฟมันไม่ดีต่อลูกน้อยในครรภ์"เอางั้นเหรอ ก็ได้โอวัลตินเย็นนะ"กระแตกับกระเจี๊ยบจึงเดินเคียงกันไปยังร้านกาแฟที่โรงอาหารเมขลาเดินมาถึงแผนกก็กล่าวทักทายเจ๊พัชร และแจ้งความจำนงกับเจ๊ว่าเธอจะลาออกสิ้นเดือนนี้ "ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม"ถามย้ำเธออีกครั้งนึง"หนูใคร่ครวญดีแล้วค่ะพี่พัชร ขอโทษด้วยนะที่กะทันหันเกินไป"ตอบเจ๊พัชรเสียงแผ่วแต่หนักแน่น"โอเค เมเขียนจดหมายลาออกมาได้เลยเดี๋ยวพี่เซ็นต์แล้วจะไปยื่น HR ให้ จะได้ทำเรื่องขอคนใหม่ไปด้วยเลย"เมขลาจึงยกมือไหว้ขอบคุณเจ๊พัชร ก็พอดีกับสองสาวกระแตกับกระเจี๊ยบกลับมาจากซื้อกาแฟ เจ๊พัชรจึ
"แม่ สบายดีนะคะ "'สบายดี'"ตังค์ที่ส่งให้ พอใช้ไหม เดี๋ยวสิ้นเดือนหนูส่งให้อีกนะ"'ส่งมาทำไมเยอะแยะ แม่ไม่ได้ใช้อะไร ขายผักที่ตลาดนัดแม่ก็พออยู่ได้'"แม่เลิกขายผักได้ไหม หนูไม่อยากให้แม่เหนื่อย "' แม่ไม่เหนื่อยหรอกลูก ไปขายผักก็พอได้มีเพื่อนคุย'"แล้วมีคนแปลกหน้าไปด้อม ๆ มอง ๆแถว บ้านเราไหมแม่"'
"สงสัยเราคงต้องคุยกันยาว"รามสูรตอบเธอไปด้วยท่าทางสบายอารมณ์"ไปที่พักของเมขลา"เขาสั่งคนขับรถ ไม่นานก็ถึงจุดหมายเพราะหอพักของเมขลาอยู่ไม่ไกลจากบริษัทสักเท่าไหร่"อ้าวคุณ ขึ้นมาสิ ต้องให้อุ้มด้วยไหม""บ้า" เธอจึงรีบก้าวเท้ายาว ๆ เพื่อให้ทันคนตัวใหญ่ที่เดินนำเธอไปก่อนแล้ว ทั้งสองมาหยุดที่หน้าห้องพั
"ยัย เม มานี่เลย นั่ง ๆ "พี่พัชรรีบเดินมาลากแขนเมขลาให้ไปนั่งที่โต๊ะทำงาน หลังจากที่เธอมาถึงออฟฟิศในเช้าวันจันทร์"วันนั้นเป็นไงบ้าง ""ก็ไม่เป็นไงหรอกพี่ ออกจากร้านแล้วหนูก็โบกแท๊กซี่กลับเลย""จริงง่ะ เสียดายจัง พี่นึกว่าเขาจะจีบแกซะอีก แล้วแลกเบอร์ แลกไลน์กันหรือเปล่า""ไม่มีหรอกพี่""เหรอ"พี่พ
รามสูรนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาวางแขนพาดไปตามความยาวของมัน หลับตานิ่งฟังเสียงสรรพสิ่งรอบข้าง ในมือคลึงแก้วเหล้าไปมา ความเย็นของน้ำแข็งช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้นิดหน่อย วันนี้เขารู้สึกเบื่อ ๆ ก็เลยอยากออกมาผ่อนคลายบ้าง จึงเลือกมาที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการของเขาเองเขาหลับตาเพื



![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



