FAZER LOGIN"แค่อย่ามายุ่งกับชั้นและลูกก็พอ"เมขลาบอกกับรามสูรไปอย่างไร้เยื่อใย แต่ก่อนที่รามสูรจะทันได้พูดอะไรต่อ เสียงของยายสวยที่กลับจากการไปขายของที่ตลาดก็ตะโกนเข้ามา"ใครกัน มาทำอะไรกันเยอะแยะ"แล้วก็เดินเข้ามาประคองให้เมขลาลุกขึ้น"ยัยเม ใครเหรอ"เมื่อยายสวยพูดจบ รามสูรก็ยกมือไหว้ท่านอย่างนอบน้อม"สวัสดีครับคุณแม่ ผมรามสูรเป็นสามีของเมขลาครับ"ยายสวยยกมือทาบอกและมองหน้าเมขลาสลับกับมองหน้ารามสูร ความจริงแล้วยายสวยก็พอจะเดาออกอยู่หรอกว่าระหว่างเมขลากับรามสูรคงจะเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ แต่คงจะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน เมขลาถึงได้หนีมา "ถ้ายังงั้นเราก็คงต้องมีเรื่องคุยกันหลายเรื่อง"พูดจบป้าน้อมกับหลานสาวก็เดินเข้าไปในครัว เพื่อไปเตรียมน้ำเตรียมท่ามาให้รามสูรและคนของเขา ยายสวยกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ได้ลูกเขยสมใจแล้วโว้ย ยายสวยเชื่อมั่นในตัวลูกสาวเพราะหากว่าเมขลาจะทำตัวเหลวแหลกจริง ๆ คงไม่ปล่อยให้ล่วงเลยจนกระทั่งอายุสามสิบหรอก ที่หอบท้องกลับบ้านมานั่นก็เพราะเข้าใจผิดอะไรกันแน่ ๆหลังจากดื่มน้ำดื่มท่ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนของรามสูรก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนขุนเดชก็ต้องไปสอยมะม่วงมาให้เจ้านายอีกตาม
"ผมส่งทุกอย่างไปให้ทางอีเมล์ตั้งแต่สามวันก่อนแล้วนะครับ" คำตอบจากคุณสมชายทำให้ขุนเดชรีบไปหยิบแท็บเล็ตมาเพื่อเช็คอีเมล์ทันที ไล่หาอยู่ไม่นานเขาก็เจออีเมล์ที่ส่งมาจากคุณสมชาย เขาคลิกเข้าไปและเปิดดู ภาพที่ปรากฏทำให้ขุนเดชแทบกระโดดตัวลอย ป้าน้อมเห็นอาการของลูกชายก็รีบเข้ามาถามทันที"ตาเดช เป็นอะไร"กวักมือเรียกแม่หยอย ๆ ป้าน้อมรีบเดินไปหาลูกชาย ขุนเดชจึงเปิดภาพถ่ายเมขลาให้ป้าน้อมดู ซึ่งมีหลายภาพ และหลายอริยาบถ ทั้งภาพที่เธอไปนั่งรอหมอที่โรงพยาบาล ภาพที่เธอนอนลูบท้อง ในมือถือหนังสือนิทาน และภาพที่เธอยืนรดน้ำต้นไม้ และถ้าหากสังเกตดี ๆ จะพบว่าในแต่ละภาพนั้นท้องของเมขลานูนขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็พอมองออกว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ เพราะเหตุนี้นี่เองเมขลาจึงรับเงินจากรามสูร และกลับบ้านต่างจังหวัดขุนเดชคิดไว้ไม่มีผิด เขาเชื่อมั่นว่าเมขลาย่อมมีเหตุผลถึงได้ทำแบบนั้นเมื่อดูภาพเหล่านั้นจนหมดทุกภาพแล้วขุนเดชก็ปรึกษาแม่ว่าจะทำอย่างไรให้เมขลากับรามสูรลงเอยกันด้วยดีเสียที ซึ่งป้าน้อมก็พอจะรู้เรื่องของรามสูรกับเมขลาอยู่บ้างแล้ว ท่านค่อนข้างแน่ใจว่ารามสูรรักเมขลาแน่นอนเพราะว่าเมขลาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่รามสูรเคยพาม
สามเดือนแล้วที่เมขลากลับมาอยู่ที่หนองบัวลำภู ท้องของเธอเริ่มนูนออกมาเล็กน้อย รูปร่างก็เริ่มอวบอิ่ม มีน้ำมีนวลขึ้นเรื่อย ๆ เธอท้องได้ยี่สิบสัปดาห์พอดี (ประมาณห้าเดือน) เมขลานำเงินสามล้านที่ได้จากรามสูรมาปรับปรุงบ้าน ส่วนนึงนำมาเป็นทุนในการขายของออนไลน์ และสร้างคอนเทนต์ลงในสื่อโซเชี่ยล รายได้ก็อยู่ได้สบาย ๆเธอนั่งอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟังอยู่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน ส่วนแม่กับหลานไปขายของที่ตลาด โชคดีที่เธอไม่มีอาการแพ้ท้อง หากไม่บอกว่าท้องแทบจะไม่มีใครดูออกเลย ตอนที่เมขลาบอกแม่ว่า..เธอท้องไม่มีพ่อ ท่านไม่ตำหนิเธอสักคำ และไม่ถามเธอด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น บอกแค่ว่าแม่เลี้ยงแกมาได้ เลี้ยงหลานอีกสักคนจะเป็นไรไป เมขลารู้สึกผิดมากที่ทำให้แม่อับอาย แต่แม่ก็บอกว่าอย่าคิดมาก อย่าเครียดเดี๋ยวเจ้าหนูในท้องจะไม่หล่อ ผลอัลตร้าซาวด์จากหมอนัดคราวที่แล้วบอกว่าเมขลาได้ลูกชาย ดูเหมือนยายจะเห่อหลานชายมากอะไรที่เธอบอกว่าอยากกินท่านจะหามาให้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นไข่มดแดง แกงหอยขม หรือแม้กระทั่งแมงจินูน ยายจัดมาให้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง เมขลาอยู่ที่บ้านอย่างสงบ ถึงแม้จะมีสายตาดูถูกดูแคลนแกมอยากรู้อยากเห็นจากป้าข้างบ้า
เมื่อเมขลาตัดสินใจและจัดการเรื่องเช็คเรียบร้อยแล้ว ในวันต่อมาเธอก็มาทำงานตามปกติ "พี่เม หายแล้วเหรอ"กระแตกับกระเจี๊ยบเข้ามาทักทายเสียงใส"ดีขึ้นแล้ว"ตอบสองสาวรุ่นน้องไปอย่างสดใสเช่นกัน"เรากำลังจะไปซื้อกาแฟ พี่เมเอาคาปูเย็นใช่ไหม"กระเจี๊ยบถาม เพราะรู้ว่าเมขลาชอบกินคาปูชิโน่ปั่นมาก"อือ..ไม่ล่ะพี่ขอเป็นโอวัลตินเย็นแทนละกัน หมอบอกให้พี่งดกาแฟสักพัก คาเฟอีนมีผลต่ออาการไมเกรนกำเริบ"บอกสองสาวพร้อมทั้งรีบอธิบายเพราะกระแตกับกระเจี๊ยบทำหน้าสงสัย แต่ความจริงแล้วการทานกาแฟมันไม่ดีต่อลูกน้อยในครรภ์"เอางั้นเหรอ ก็ได้โอวัลตินเย็นนะ"กระแตกับกระเจี๊ยบจึงเดินเคียงกันไปยังร้านกาแฟที่โรงอาหารเมขลาเดินมาถึงแผนกก็กล่าวทักทายเจ๊พัชร และแจ้งความจำนงกับเจ๊ว่าเธอจะลาออกสิ้นเดือนนี้ "ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม"ถามย้ำเธออีกครั้งนึง"หนูใคร่ครวญดีแล้วค่ะพี่พัชร ขอโทษด้วยนะที่กะทันหันเกินไป"ตอบเจ๊พัชรเสียงแผ่วแต่หนักแน่น"โอเค เมเขียนจดหมายลาออกมาได้เลยเดี๋ยวพี่เซ็นต์แล้วจะไปยื่น HR ให้ จะได้ทำเรื่องขอคนใหม่ไปด้วยเลย"เมขลาจึงยกมือไหว้ขอบคุณเจ๊พัชร ก็พอดีกับสองสาวกระแตกับกระเจี๊ยบกลับมาจากซื้อกาแฟ เจ๊พัชรจึ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เมขลาก็ไปทำงานตามปกติ และรามสูรก็ไม่ติดต่อมาเลย เธอนอนร้องไห้ทุกคืน นอนไม่หลับ มันช่างทรมานเหลือเกินกับความรู้สึกนี้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องฟูมฟาย และเสียใจมากขนาดนี้ด้วย เมขลาบอกเรื่องที่เธอจบกันกับรามสูรให้เจ๊พัชรกระเจี๊ยบและกระแตฟัง ทั้งสามสาวก็ได้แต่ปลอบใจเธอ และบอกว่าคิดเสียว่าฝันไป ต่อไปนี้ต้องมีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตเธอแน่ ๆ "พี่พัชรคะทำไมหนูเจ็บแบบนี้ เจ็บตรงหัวใจ"จำได้ว่าเธอถามเจ๊พัชรไปแบบนั้น"ที่เจ็บตรงหัวใจ ก็เพราะใจมันไม่รักดี มันดันไปรักเขาซะแล้วน่ะสิ"เจ๊พัชรตอบเธอมาแบบนั้น ซึ่งเมขลาก็ไม่ได้ปฏิเสธ เธอรู้ว่าความจริงแล้วเธอรักรามสูร เธอรักคนใจร้ายคนนั้น ซึ่งเธอก็ไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นมาตอนใหนหรือเมื่อไหร่ รู้แค่ว่า มีความสุขทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดเขา และก็เจ็บแทบปางตายที่เขาปล่อยเธอไปเหมือนตอนนี้"เด็ก ๆ วันนี้คณะผู้บริหารและผู้ถือหุ้นจะเข้ามาตรวจงานในช่วงบ่ายนะ เรียบร้อยกันหน่อยล่ะ"เจ๊พัชรแจ้งแก่สามสาว และทุกคนก็มองมาที่เมขลา เป็นตาเดียว เพราะหนึ่งในผู้ถือหุ้นก็คือรามสูรนั่นเอง"มีไร ไม่ต
เมขลาทำกับข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเดินไปดูรามสูร เขานอนหลับตาพริ้ม หน้าดูมีสีเลือดขึ้นมานิดหนึ่ง เธอจึงเอามืออังหน้าผากเขาดูว่าตัวร้อนหรือเปล่า รามสูรจึงลืมตาขึ้นมา"หิวจัง""กับข้าวเสร็จแล้วค่ะ ลุกเถอะมากินข้าวจะได้มีแรง ถ้ายังไม่ดีขึ้นเดี๋ยวเมพาไปหาหมอ"รามสูรไม่ปฏิเสธ เมขลาจึงไปยกกับข้าวมา ซึ่งมีส้มตำและหมูทอด รามสูรลองชิมส้มตำคำหนึ่งก็ติดใจ กัดหมูทอดแกล้มเข้าไป จิ้มข้าวเหนียวตาม เขาไม่เคยกินส้มตำที่อร่อยแบบนี้มาก่อน"อร่อยอ้ะ ซื้อจากร้านใหน"ถามเธออย่างตื่นเต้นเหมือนเด็กได้กินของอร่อย"เมตำเอง ใส่ปลาร้าด้วยนะ""ตำเองเหรอ อร่อยจังตำให้กินอีกได้มั้ย""ได้อยู่แล้ว คุณทานให้หมดก่อนเถอะ ถ้ายังไม่อิ่มเดี๋ยวทำให้ใหม่"เมื่อเห็นเขาทานอย่างเอร็ดอร่อยเมขลาก็พลอยทานอร่อยไปด้วย เธอกินข้าวได้เยอะมากเลยวันนี้ "ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ แต่เดี๋ยวกินเสร็จก่อน"เมขลามองหน้าเขาอย่างแปลกใจ เขามีเรื่องอะไรจะคุยกับเธอกันหนอ หรือจะเป็นเรื่องที่เขาเบื่อเธอและจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระแล้ว เมขลาว้าวุ่นใจจนแสดงออกมาทางสีหน้าแต่รามสูรกำลังสนใจส้มตำที่อยู่ตรงหน้าจึงไม่ได้สังเกตสีหน้าท่าทางของเธอ เวลาผ่านไปไม่




![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


