FAZER LOGIN"สงสัยเราคงต้องคุยกันยาว"
รามสูรตอบเธอไปด้วยท่าทางสบายอารมณ์ "ไปที่พักของเมขลา" เขาสั่งคนขับรถ ไม่นานก็ถึงจุดหมายเพราะหอพักของเมขลาอยู่ไม่ไกลจากบริษัทสักเท่าไหร่ "อ้าวคุณ ขึ้นมาสิ ต้องให้อุ้มด้วยไหม" "บ้า" เธอจึงรีบก้าวเท้ายาว ๆ เพื่อให้ทันคนตัวใหญ่ที่เดินนำเธอไปก่อนแล้ว ทั้งสองมาหยุดที่หน้าห้องพักของเมขลา "เปิดสิคุณ" เมขลาจึงไขกุญแจห้องเข้าไปก่อนจะถอดรองเท้าวางไว้ที่ชั้นวางหน้าห้อง รามสูรจึงทำตามแล้วก็ก้าวตามเธอเข้ามา เขาทรุดนั่งลงที่พื้นในมุมหนึ่งของห้อง "มีอะไรก็ว่ามาค่ะ" เธอบอกเขาพร้อมกับยื่นแก้วน้ำให้ แล้วเดินไปเปิดพัดลม "ห้องฉันอาจจะทำคุณอึดอัด เพราะฉนั้น คุณรีบพูด แล้วรีบกลับดีกว่าค่ะ ตกลงคุณจะเอายังไง" รามสูรยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม สำรวจห้องของเธอไปด้วย เมขลาทรุดนั่งลงตรงข้ามเขา พร้อมที่จะเจรจาเต็มที่ "ก็ เรื่องคืนนั้น คุณไม่ได้เอาค่าตัวคุณมาด้วย" พูดพร้อมกับชูเช็คใบนั้นขึ้นมาประกอบอีกครั้ง เมขลาหน้าตึง เธอจะพูดยังไงนะเขาถึงจะยอมเข้าใจ เอาเถอะ ลองพยายามดูอีกสักครั้ง "คุณรามสูรคะ เก็บเงินของคุณเอาไว้เถอะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว เรื่องคืนนั้นถือว่าฉันโง่เอง" "แสดงว่า..ไม่กลัวผมปล่อยคลิป ?" "ฉันขอร้อง คุณอย่าทำแบบนั้นเลยนะ " "จะขอกันได้ง่าย ๆ ได้ยังไงล่ะเมขลา คุณต้องมีของมาแลกเปลี่ยน" "ฉันจะแจ้งตำรวจ" รามสูรอยากจะหัวเราะให้ได้สักสามภาษา เธอเอาตำรวจมาขู่เขา "คุณแน่ใจ" เมขลาเงียบไปนาน เหมือนจะชั่งใจ ก่อนเอ่ยถามออกมา "แล้วคุณจะเอายังไง คุณต้องการอะไร" "ตัว..คุณไงล่ะ มาเป็นผู้หญิงของผม รับเงินสามล้านนี่ไป แล้วผมจะลบคลิปทั้งหมด" "คุณ..นี่มันเลว" "ผมเลวได้กว่านี้อีกเยอะ" เขาตอบกลับเธออย่างไม่ลดละ "ตามใจ คุณจะทำอะไรก็ทำเลย แล้วก็.. กลับไปได้แล้ว เชิญ." เมขลาออกปากไล่เขา รามสูรมองหน้าเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "ได้ " เขาวางเช็คใบนั้นไว้แล้วจึงลุกขึ้น และก็เดินออกจากห้องไป พอคล้อยหลังรามสูร "จะทำไงดีวะเนี่ย" เมขลาตบหน้าผากตัวเอง ที่จริงแล้วเธอกลัวเขามาก กลัวเขาจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ ก่อนนอนเธอเข้าหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต โดยเสิร์ชคำว่า "ถ้าคลิปหลุด" คำแนะนำส่วนใหญ่ก็บอกว่า "ให้ทำใจ" อ๊ากส์ ! เมขลาอยากจะกรี๊ดให้หายแค้น แต่ติดที่เกรงใจห้องข้าง ๆ จึงได้แต่นอนมือก่ายหน้าผาก หากเอาเท้าขึ้นมาได้เธอก็คงจะทำ หลังจากรามสูรลงมาจากห้องของเมขลาแล้วเขาก็มาฟาดงวงฟาดงาใส่ลูกน้อง "ไปใหนต่อไหมครับนาย" "กลับบ้าน แล้วก็หุบปากให้สนิท ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ ถ้าได้ยินแม้แต่เสียงหายใจใครนะ กูจะยิงแม่ง" ลูกน้องก็ได้แต่มองหน้ากันด้วยความงงงวย ปกติแล้วเจ้านายของพวกเขาไม่ใช่คนขี้หงุดหงิด ถึงจะโมโหร้ายแต่ก็มีเหตุผล ไม่เคยใส่อารมณ์กับลูกน้องพร่ำเพรื่อ เมขลา เธอคิดว่าเธอเป็นใครกัน ไม่มีผู้หญิงคนใหนกล้าปฏิเสธเขา ได้.. เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน รามสูรคิดพลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เออ.แต่ว่าเขาจะเอาคลิปที่ใหนมาปล่อยล่ะ มันมีที่ใหนกันล่ะ ไอ้ของแบบนั้น เขาไม่ได้มีรสนิยมชอบถ่ายคลิปเก็บไว้ดูภายหลังสักหน่อย ที่เขาบอกเธอแบบนั้นแค่ต้องการจะขู่เพื่อให้เธอยอมเท่านั้นเอง หลังจากที่ให้คนไปสืบเรื่องราวของเธอแล้ว รามสูรก็รู้สึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาจะต้องสนใจผู้หญิงธรรมดา ๆ คนนี้ด้วย เธออายุ 29 ไม่เคยมีแฟน เป็นคนจังหวัดหนองบัวลำภู พ่อเสียแล้ว ส่วนแม่ก็อยู่ต่างจังหวัดกับหลาน เป็นลูกสาวคนเดียว และทำงานที่บริษัทนี้ได้หลายปีแล้ว ซึ่งบังเอิญมากที่เขาเพิ่งจะมาลงทุนกับบริษัทนี้เมื่อครึ่งปีก่อนนี่เอง หน้าตาก็ธรรมดา ฐานะทางครอบครัวก็ธรรมดา ไม่มีอะไรน่าสนใจสักนิด แต่ทำไมเขาถึงปล่อยผ่านเธอไปไม่ได้กันนะ รามสูรพยายามหาคำตอบให้ตัวเอง ก็คงจะแค่แปลก และแตกต่างจากคนอื่น ๆเท่านั้นเองล่ะมั้ง ก็แค่ของแปลก อีกไม่นานเขาก็คงเบื่อ เหมือนทุกครั้ง ทุกคนที่ผ่านมา สมองให้คำตอบแบบนั้น แต่จิตใจส่วนลึกมันกลับสวนทางกับสมอง "พี่พัชร สวัสดีค่ะ" เมขลากล่าวทักทายพี่พัชร "ยัยเม ทำไมตาแกมันคล้ำเป็นหมีแพนด้ายังงั้นละ" "ก็...เมื่อคืนหนูนอนไม่ค่อยหลับ มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย" "เจ้พัชร พี่เม หวัดดี" กระเจี๊ยบกล่าวทักทาย "หวัดดีค่ะ,หวัดดีจ้า" "เจ๊พัชร,เจ๊เม หวัดดีค่ะ" กระแตมาถึงอีกคน เอ่ยทักสองสาวรุ่นพี่ "อื้อหวัดดี" "ดี" พี่พัชรกับเมขลาทักทายกระแตกลับ "พี่เมทำไมตาลอย ๆ อย่างนั้นล่ะพี่" กระเจี๊ยบถามเมขลาเมื่อเห็นท่าทางของเธอ "อื้อ พี่นอนไม่หลับน่ะ" "กินกาแฟเยอะไปเปล่าพี่" กระเจี๊ยบให้ความเห็น กระแตพยักหน้าเชิงเห็นด้วย "ถ้างั้นวันนี้งดกินวันหนึ่งเนาะ" เป็นอีกวันที่งานยุ่งมาก ทั้งสี่สาวก็ปั่นงานกันด้วยความขยันขันแข็ง 'ประกาศค่ะ ขอให้นางสาวเมขลา อนันต์ลักษณ์ เจ้าหน้าที่แผนกบัญชี มาพบผู้บริหารที่ห้องประชุม ในตอนนี้ด้วยค่ะ' 'ประกาศ...' เสียงประชาสัมพันธ์สาวสวยประจำบริษัทประกาศเสียงตามสายขึ้นมาในช่วงบ่ายวันนั้น พี่พัชรมองหน้าเมขลา กระแตกับกระเจี๊ยบก็เช่นกัน ทุกคนต่างหันมามองหน้าเธอพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย "เรื่องอะไรกันเนี่ย พี่พัชรไปเป็นเพื่อนหนูหน่อย" เมขลาหน้าซีด พลางละล่ำละลักให้พี่พัชรไปเป็นเพื่อนเธอ "ได้ ๆ สองคนอยู่นี่นะ " พี่พัชรหันมาสั่งการสองสาวแล้วก็เดินไปยังห้องประชุมเป็นเพื่อนเมขลา ระหว่างทางที่เดินผ่านมา คนในบริษัทต่างก็มองมาทางเธอเป็นตาเดียวพร้อมด้วยเสียงซุบซิบต่าง ๆ นานา "เกิดอะไรขึ้น" "สงสัย ทำบัญชีพลาด" "โดนไล่ออกแน่" เพราะส่วนมาก หากมีการประกาศเสียงตามสายเรียกพนักงานพบผู้บริหารแบบนี้แล้ว จบไม่สวยทุกราย ไม่โดนพักงาน ก็โดนไล่ออก ความผิดน่าจะร้ายแรงเข้าขั้นข้อหาอุกฉกรรจ์เลยทีเดียว 'ก๊อก ๆ' พี่พัชรเป็นคนเคาะประตูก่อนจะถอยออกมา เพื่อที่จะให้เมขลาเข้าไปข้างใน เพราะเลขาของผู้จัดการทั่วไป(GM) แจ้งว่าให้เมขลาเข้าไปแค่คนเดียว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกให้เต็มปอด ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องนั้น ความรู้สึกเหมือนก้าวขึ้นลานประหารยังไงยังงั้น อีกอย่างก็ยังไม่รู้ด้วยว่าตัวเองทำผิดอะไรกัน เมขลาก้มหน้าก้มตารีบก้าวเดินไปหยุดอยู่ตรงริมโต๊ะตัวยาวภายในห้อง เธอยืนอยู่อย่างนั้นโดยที่ยังไม่ยอมนั่ง และไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะด้วย "นั่งสิ" เธอจึงขยับเก้าอี้ออกและก็นั่งลงแต่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา "สวัสดีครับคุณเมขลา" เมขลาเงยหน้าขึ้นทันควันเพราะจำเสียงเขาได้ เธอพบว่าตรงตำแหน่งหัวโต๊ะนั้นมีเขาผู้ชายที่ชื่อรามสูร แล้วก็คุณผู้จัดการทั่วไป นั่งอยู่สองคน "คุณวุฒิชัย ไปได้แล้วครับ ผมขอคุยกับเธอตามลำพัง ขอบคุณมากครับ" เขาหันไปบอกผู้จัดการทั่วไป คุณวุฒิชัยขยับตัวลุกขึ้นแล้วก็เดินออกไปจากห้องนั้น จึงเหลือเธอกับเขาอยู่กันตามลำพัง "คุณเรียกฉันมา เรื่องงานแผนกบัญชีมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ" เธอเอ่ยถามออกไป เพราะอย่างน้อยเขาก็คือเจ้านาย เรียกเธอมาในเวลานี้ก็คงจะเป็นเรื่องงาน เขาไม่ตอบ แต่กลับเลื่อนแฟ้มอันหนึ่งให้เธอแทน เมขลาหยิบแฟ้มอันนั้นขึ้นมาแล้วก็เปิดดู เมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ในแฟ้มนั้นเธอก็ชะงักไปในทันที "นี่..คุณ คนเลว" "หืม.." รามสูรเลิกคิ้ว ท่าทางยียวนกวนประสาท "อะไรกันคุณ ก็แค่รูปใบหนึ่งเอง" "คุณเอารูปนี้มาจากใหน" "เฮอะ คนอย่างผมมากกว่ารูปนี้ก็ยังเอามาได้" "อร๊ายยย อีตาบ้า คุณต้องการอะไร" "ก็อย่างที่เคยบอกไปแล้ว สิ่งที่ผมต้องการก็คือตัวคุณ มาเป็นผู้หญิงของผม นอกจากคลิปคุณจะไม่หลุดแล้ว แม่กับหลานของคุณก็จะปลอดภัยด้วย" ใช่แล้ว รามสูรเอารูปถ่ายแม่ของเธอขณะที่ท่านกำลังนั่งขายผักที่ตลาดนัดในหมู่บ้านมาให้เธอดู ซึ่งเมขลาก็เข้าใจทันทีว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร รามสูรสืบทราบมาว่า เมขลาเป็นห่วงแม่ของเธอที่สุด ในเมื่อเธอไม่กลัวว่าเขาจะปล่อยคลิป ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่มีให้ปล่อย (555)เขาก็ขอยืมแม่ของเธอมาต่อรองละกัน "นานแค่ใหน ฉันต้องเป็นผู้หญิงของคุณนานแค่ใหน กี่ปี กี่เดือน" เธอกัดฟันถามเขาออกไปน้ำตารื้นขึ้นมาทันที "สามเดือนก็พอ แต่เผลอ ๆ อาจจะไม่ถึง" "ก็ได้ ฉันยอมแต่มีข้อแม้ 1.คุณต้องลบคลิปบ้าบอนั่น 2.ห้ามทำอะไรแม่ของฉัน 3.ห้ามให้ทุกคนในบริษัทรู้" "ย่อมได้อยู่แล้วไม่มีปัญหา แต่ข้อสามน่ะ ถึงคุณไม่ขอ ผมก็จะบอกคุณอยู่แล้วว่าห้ามให้ใครรู้ เพราะคุณเป็นแค่ผู้หญิงของผม ไม่ใช่แฟน" เมขลาสะอึกขึ้นมาอีกรอบ มองเขาตาเขียว "ต้องเริ่มเมื่อไหร่ ไอ้หน้าที่ผู้หญิงของคุณน่ะ" "ใจเย็นสิ คงจะเริ่มตอนนี้ไม่ได้หรอก เพราะมันคงไม่เหมาะ" พูดพลางหันไปมองรอบ ๆ ห้องประชุม เมขลาหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเขาหมายความว่ายังไง เธอไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้น "เสาร์อาทิตย์นี้ละกัน เดี๋ยวเย็นวันศุกร์ ผมจะให้คนไปรับคุณที่หอพักของคุณ เตรียมตัวไว้ให้ดี ๆ ล่ะ" เมขลาเดินออกมาจากห้องประชุมด้วยอาการเหม่อลอย เธอเป็นห่วงแม่ เดี๋ยวเลิกงานแล้วคงต้องโทรหา "มาแล้ว ๆ " พี่พัชรจึงรีบวิ่งมาลากแขนเมขลาให้ไปนั่งที่โต๊ะแล้วก็ลงมือซักฟอกเธอทันที "เป็นไง โดนเรียกไปเรื่องอะไร" "เรื่อง..ที่เราไปกินเหล้าที่ร้านของคุณรามสูร" เมขลาจำเป็นต้องโกหกเพื่อน ๆ "ทำไมเหรอพี่,เจ๊" กระเจี๊ยบกับกระแตถามขึ้นมาพร้อมกัน "มันไม่เหมาะ เขาไม่อยากให้ไปอีก เสียภาพลักษณ์บริษัท" "อะไรวะเนี่ย เรื่องแค่นี้ ไม่ได้กินในเวลางานสักหน่อย" แล้วหลังจากนั้นทั้งสามสาวสามวัยก็บ่นกันระงม เมขลาแอบโล่งใจที่เพื่อน ๆ ไม่สงสัยอะไรอีก"แค่อย่ามายุ่งกับชั้นและลูกก็พอ"เมขลาบอกกับรามสูรไปอย่างไร้เยื่อใย แต่ก่อนที่รามสูรจะทันได้พูดอะไรต่อ เสียงของยายสวยที่กลับจากการไปขายของที่ตลาดก็ตะโกนเข้ามา"ใครกัน มาทำอะไรกันเยอะแยะ"แล้วก็เดินเข้ามาประคองให้เมขลาลุกขึ้น"ยัยเม ใครเหรอ"เมื่อยายสวยพูดจบ รามสูรก็ยกมือไหว้ท่านอย่างนอบน้อม"สวัสดีครับคุณแม่ ผมรามสูรเป็นสามีของเมขลาครับ"ยายสวยยกมือทาบอกและมองหน้าเมขลาสลับกับมองหน้ารามสูร ความจริงแล้วยายสวยก็พอจะเดาออกอยู่หรอกว่าระหว่างเมขลากับรามสูรคงจะเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ แต่คงจะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน เมขลาถึงได้หนีมา "ถ้ายังงั้นเราก็คงต้องมีเรื่องคุยกันหลายเรื่อง"พูดจบป้าน้อมกับหลานสาวก็เดินเข้าไปในครัว เพื่อไปเตรียมน้ำเตรียมท่ามาให้รามสูรและคนของเขา ยายสวยกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ได้ลูกเขยสมใจแล้วโว้ย ยายสวยเชื่อมั่นในตัวลูกสาวเพราะหากว่าเมขลาจะทำตัวเหลวแหลกจริง ๆ คงไม่ปล่อยให้ล่วงเลยจนกระทั่งอายุสามสิบหรอก ที่หอบท้องกลับบ้านมานั่นก็เพราะเข้าใจผิดอะไรกันแน่ ๆหลังจากดื่มน้ำดื่มท่ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนของรามสูรก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนขุนเดชก็ต้องไปสอยมะม่วงมาให้เจ้านายอีกตาม
"ผมส่งทุกอย่างไปให้ทางอีเมล์ตั้งแต่สามวันก่อนแล้วนะครับ" คำตอบจากคุณสมชายทำให้ขุนเดชรีบไปหยิบแท็บเล็ตมาเพื่อเช็คอีเมล์ทันที ไล่หาอยู่ไม่นานเขาก็เจออีเมล์ที่ส่งมาจากคุณสมชาย เขาคลิกเข้าไปและเปิดดู ภาพที่ปรากฏทำให้ขุนเดชแทบกระโดดตัวลอย ป้าน้อมเห็นอาการของลูกชายก็รีบเข้ามาถามทันที"ตาเดช เป็นอะไร"กวักมือเรียกแม่หยอย ๆ ป้าน้อมรีบเดินไปหาลูกชาย ขุนเดชจึงเปิดภาพถ่ายเมขลาให้ป้าน้อมดู ซึ่งมีหลายภาพ และหลายอริยาบถ ทั้งภาพที่เธอไปนั่งรอหมอที่โรงพยาบาล ภาพที่เธอนอนลูบท้อง ในมือถือหนังสือนิทาน และภาพที่เธอยืนรดน้ำต้นไม้ และถ้าหากสังเกตดี ๆ จะพบว่าในแต่ละภาพนั้นท้องของเมขลานูนขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็พอมองออกว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ เพราะเหตุนี้นี่เองเมขลาจึงรับเงินจากรามสูร และกลับบ้านต่างจังหวัดขุนเดชคิดไว้ไม่มีผิด เขาเชื่อมั่นว่าเมขลาย่อมมีเหตุผลถึงได้ทำแบบนั้นเมื่อดูภาพเหล่านั้นจนหมดทุกภาพแล้วขุนเดชก็ปรึกษาแม่ว่าจะทำอย่างไรให้เมขลากับรามสูรลงเอยกันด้วยดีเสียที ซึ่งป้าน้อมก็พอจะรู้เรื่องของรามสูรกับเมขลาอยู่บ้างแล้ว ท่านค่อนข้างแน่ใจว่ารามสูรรักเมขลาแน่นอนเพราะว่าเมขลาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่รามสูรเคยพาม
สามเดือนแล้วที่เมขลากลับมาอยู่ที่หนองบัวลำภู ท้องของเธอเริ่มนูนออกมาเล็กน้อย รูปร่างก็เริ่มอวบอิ่ม มีน้ำมีนวลขึ้นเรื่อย ๆ เธอท้องได้ยี่สิบสัปดาห์พอดี (ประมาณห้าเดือน) เมขลานำเงินสามล้านที่ได้จากรามสูรมาปรับปรุงบ้าน ส่วนนึงนำมาเป็นทุนในการขายของออนไลน์ และสร้างคอนเทนต์ลงในสื่อโซเชี่ยล รายได้ก็อยู่ได้สบาย ๆเธอนั่งอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟังอยู่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน ส่วนแม่กับหลานไปขายของที่ตลาด โชคดีที่เธอไม่มีอาการแพ้ท้อง หากไม่บอกว่าท้องแทบจะไม่มีใครดูออกเลย ตอนที่เมขลาบอกแม่ว่า..เธอท้องไม่มีพ่อ ท่านไม่ตำหนิเธอสักคำ และไม่ถามเธอด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น บอกแค่ว่าแม่เลี้ยงแกมาได้ เลี้ยงหลานอีกสักคนจะเป็นไรไป เมขลารู้สึกผิดมากที่ทำให้แม่อับอาย แต่แม่ก็บอกว่าอย่าคิดมาก อย่าเครียดเดี๋ยวเจ้าหนูในท้องจะไม่หล่อ ผลอัลตร้าซาวด์จากหมอนัดคราวที่แล้วบอกว่าเมขลาได้ลูกชาย ดูเหมือนยายจะเห่อหลานชายมากอะไรที่เธอบอกว่าอยากกินท่านจะหามาให้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นไข่มดแดง แกงหอยขม หรือแม้กระทั่งแมงจินูน ยายจัดมาให้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง เมขลาอยู่ที่บ้านอย่างสงบ ถึงแม้จะมีสายตาดูถูกดูแคลนแกมอยากรู้อยากเห็นจากป้าข้างบ้า
เมื่อเมขลาตัดสินใจและจัดการเรื่องเช็คเรียบร้อยแล้ว ในวันต่อมาเธอก็มาทำงานตามปกติ "พี่เม หายแล้วเหรอ"กระแตกับกระเจี๊ยบเข้ามาทักทายเสียงใส"ดีขึ้นแล้ว"ตอบสองสาวรุ่นน้องไปอย่างสดใสเช่นกัน"เรากำลังจะไปซื้อกาแฟ พี่เมเอาคาปูเย็นใช่ไหม"กระเจี๊ยบถาม เพราะรู้ว่าเมขลาชอบกินคาปูชิโน่ปั่นมาก"อือ..ไม่ล่ะพี่ขอเป็นโอวัลตินเย็นแทนละกัน หมอบอกให้พี่งดกาแฟสักพัก คาเฟอีนมีผลต่ออาการไมเกรนกำเริบ"บอกสองสาวพร้อมทั้งรีบอธิบายเพราะกระแตกับกระเจี๊ยบทำหน้าสงสัย แต่ความจริงแล้วการทานกาแฟมันไม่ดีต่อลูกน้อยในครรภ์"เอางั้นเหรอ ก็ได้โอวัลตินเย็นนะ"กระแตกับกระเจี๊ยบจึงเดินเคียงกันไปยังร้านกาแฟที่โรงอาหารเมขลาเดินมาถึงแผนกก็กล่าวทักทายเจ๊พัชร และแจ้งความจำนงกับเจ๊ว่าเธอจะลาออกสิ้นเดือนนี้ "ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม"ถามย้ำเธออีกครั้งนึง"หนูใคร่ครวญดีแล้วค่ะพี่พัชร ขอโทษด้วยนะที่กะทันหันเกินไป"ตอบเจ๊พัชรเสียงแผ่วแต่หนักแน่น"โอเค เมเขียนจดหมายลาออกมาได้เลยเดี๋ยวพี่เซ็นต์แล้วจะไปยื่น HR ให้ จะได้ทำเรื่องขอคนใหม่ไปด้วยเลย"เมขลาจึงยกมือไหว้ขอบคุณเจ๊พัชร ก็พอดีกับสองสาวกระแตกับกระเจี๊ยบกลับมาจากซื้อกาแฟ เจ๊พัชรจึ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เมขลาก็ไปทำงานตามปกติ และรามสูรก็ไม่ติดต่อมาเลย เธอนอนร้องไห้ทุกคืน นอนไม่หลับ มันช่างทรมานเหลือเกินกับความรู้สึกนี้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องฟูมฟาย และเสียใจมากขนาดนี้ด้วย เมขลาบอกเรื่องที่เธอจบกันกับรามสูรให้เจ๊พัชรกระเจี๊ยบและกระแตฟัง ทั้งสามสาวก็ได้แต่ปลอบใจเธอ และบอกว่าคิดเสียว่าฝันไป ต่อไปนี้ต้องมีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตเธอแน่ ๆ "พี่พัชรคะทำไมหนูเจ็บแบบนี้ เจ็บตรงหัวใจ"จำได้ว่าเธอถามเจ๊พัชรไปแบบนั้น"ที่เจ็บตรงหัวใจ ก็เพราะใจมันไม่รักดี มันดันไปรักเขาซะแล้วน่ะสิ"เจ๊พัชรตอบเธอมาแบบนั้น ซึ่งเมขลาก็ไม่ได้ปฏิเสธ เธอรู้ว่าความจริงแล้วเธอรักรามสูร เธอรักคนใจร้ายคนนั้น ซึ่งเธอก็ไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นมาตอนใหนหรือเมื่อไหร่ รู้แค่ว่า มีความสุขทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดเขา และก็เจ็บแทบปางตายที่เขาปล่อยเธอไปเหมือนตอนนี้"เด็ก ๆ วันนี้คณะผู้บริหารและผู้ถือหุ้นจะเข้ามาตรวจงานในช่วงบ่ายนะ เรียบร้อยกันหน่อยล่ะ"เจ๊พัชรแจ้งแก่สามสาว และทุกคนก็มองมาที่เมขลา เป็นตาเดียว เพราะหนึ่งในผู้ถือหุ้นก็คือรามสูรนั่นเอง"มีไร ไม่ต
เมขลาทำกับข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเดินไปดูรามสูร เขานอนหลับตาพริ้ม หน้าดูมีสีเลือดขึ้นมานิดหนึ่ง เธอจึงเอามืออังหน้าผากเขาดูว่าตัวร้อนหรือเปล่า รามสูรจึงลืมตาขึ้นมา"หิวจัง""กับข้าวเสร็จแล้วค่ะ ลุกเถอะมากินข้าวจะได้มีแรง ถ้ายังไม่ดีขึ้นเดี๋ยวเมพาไปหาหมอ"รามสูรไม่ปฏิเสธ เมขลาจึงไปยกกับข้าวมา ซึ่งมีส้มตำและหมูทอด รามสูรลองชิมส้มตำคำหนึ่งก็ติดใจ กัดหมูทอดแกล้มเข้าไป จิ้มข้าวเหนียวตาม เขาไม่เคยกินส้มตำที่อร่อยแบบนี้มาก่อน"อร่อยอ้ะ ซื้อจากร้านใหน"ถามเธออย่างตื่นเต้นเหมือนเด็กได้กินของอร่อย"เมตำเอง ใส่ปลาร้าด้วยนะ""ตำเองเหรอ อร่อยจังตำให้กินอีกได้มั้ย""ได้อยู่แล้ว คุณทานให้หมดก่อนเถอะ ถ้ายังไม่อิ่มเดี๋ยวทำให้ใหม่"เมื่อเห็นเขาทานอย่างเอร็ดอร่อยเมขลาก็พลอยทานอร่อยไปด้วย เธอกินข้าวได้เยอะมากเลยวันนี้ "ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ แต่เดี๋ยวกินเสร็จก่อน"เมขลามองหน้าเขาอย่างแปลกใจ เขามีเรื่องอะไรจะคุยกับเธอกันหนอ หรือจะเป็นเรื่องที่เขาเบื่อเธอและจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระแล้ว เมขลาว้าวุ่นใจจนแสดงออกมาทางสีหน้าแต่รามสูรกำลังสนใจส้มตำที่อยู่ตรงหน้าจึงไม่ได้สังเกตสีหน้าท่าทางของเธอ เวลาผ่านไปไม่







