Mag-log in"แม่ สบายดีนะคะ "
'สบายดี' "ตังค์ที่ส่งให้ พอใช้ไหม เดี๋ยวสิ้นเดือนหนูส่งให้อีกนะ" 'ส่งมาทำไมเยอะแยะ แม่ไม่ได้ใช้อะไร ขายผักที่ตลาดนัดแม่ก็พออยู่ได้' "แม่เลิกขายผักได้ไหม หนูไม่อยากให้แม่เหนื่อย " ' แม่ไม่เหนื่อยหรอกลูก ไปขายผักก็พอได้มีเพื่อนคุย' "แล้วมีคนแปลกหน้าไปด้อม ๆ มอง ๆแถว บ้านเราไหมแม่" 'คนแปลกหน้า ไม่มีนะ ทำไมเหรอ' "ก็หนูเห็นในข่าวน่ะ มันชอบมาหลอกคนแก่ที่อยู่บ้านคนเดียว แม่ระวังด้วยนะ" 'เออ ๆ แม่จะระวัง แค่นี้นะ แม่จะดูละคร' แล้วแม่ของเมขลาก็วางสายไป เธอได้แต่ถอนหายใจโล่งอก แม่สบายดี แค่นี้เธอก็โล่งใจหวังว่าเธอยอมแล้วเขาคงรักษาสัญญา ไม่ส่งคนไปก่อกวนแม่ของเธอ พ่อของเมขลาเสียไปหลายปีแล้ว แม่อยู่กับหลานสาวลูกของน้องชายแม่ เธอจะกลับไปเยี่ยมแม่ตามเทศกาลต่าง ๆ ส่วนเงินนั้นเธอก็ส่งให้แม่ใช้ทุกเดือนไม่เคยขาด และแม่ก็ขายผักไปด้วย ก็ไม่เดือดร้อนอะไรพออยู่ได้แบบพอเพียง หลังจากวางสายจากแม่แล้ว เมขลาก็ล้มตัวลงนอน เธอหยิบเช็คใบนั้นขึ้นมาดู แล้วก็ถอนหายใจอีกหลายเฮือก พลางคิดถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น คืนที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอกับเขา คนรวยนี่ก็แปลก คงคิดว่าเงินจะซื้อได้ทุกสิ่งทุกอย่างสินะ ก็อย่างว่าแหละ เงินไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต แต่ทุกอย่างในชีวิตต้องซื้อด้วยเงิน เธอนึกถึงคำคมของใครสักคนที่แชร์กันมาในโลกโซเชียล ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันไม่จริง แต่มันก็ไม่ใช่เสมอไป เธอจะคืนมันให้เขา "พี่เม พรุ่งนี้หยุดไปเที่ยวใหนเหรอพี่" กระเจี๊ยบถามเธอในเย็นวันศุกร์ ระหว่างรอแตะบัตรบันทึกเวลาขาออกจากงาน "ก็คงนอนตีพุงอยู่บ้าน" เมขลาตอบกระเจี๊ยบไปอย่างเนือย ๆ "หนูก็เหมือนกันแหละพี่ ไปนะ วันจันทร์เจอกัน" "อื้อ วันจันทร์เจอกัน" เมื่อกระเจี๊ยบลับตาไปแล้ว เมขลาก็รีบเดินไปโบกพี่วิน ไม่นานเธอก็มาถึงหอพักของเธอ รีบอาบน้ำแต่งตัว รอคนของเขามารับ เพราะก่อนหน้านี้สิบนาที รามสูรได้โทรมากำชับกับเธอให้รีบเตรียมตัวให้พร้อมเตรียมเสื้อผ้าสำหรับค้างคืนไปด้วยสักสองคืน เดี๋ยวคนของเขาจะมารับ เมขลาหิ้วกระเป๋าเดินทางใบเล็ก แล้วก็ออกมายืนรอที่หน้าหอพัก สักพักรถหรูคันที่คุ้นตาก็มาจอดเทียบข้างหน้าเธอ ผู้ชายตัวใหญ่ที่เธอจำได้ว่าเขามาส่งเธอวันนั้นก้าวลงมา เขายื่นมือมารับกระเป๋าในมือแล้วก็เปิดประตูรถให้เธอ เมขลาก้าวเข้าไปนั่งในรถ แล้วก็ต้องแปลกใจ "คุณรามสูร" เธอพึมพำ "ทำไมเหรอ" "ก็ไหนคุณบอกว่าจะให้คนของคุณมารับ ไม่นึกว่าคุณจะมาด้วย" "ผมมาด้วย แล้วยังไง" "ก็...ไม่ยังไง แค่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว" "ไม่ต้องตั้งตัวอะไรทั้งนั้น มานี่" เขาตบตรงที่ว่างข้าง ๆ เป็นเชิงบอกให้เธอขยับไปนั่งตรงนั้น แต่เมื่อเห็นเมขลาทำท่าอิดออด รามสูรก็เลยกระชากแขนเธอ ส่งผลให้เมขลาถลาพรวดเข้าไปประชิดตัวเขา "ลีลาอยู่ได้ นั่งนิ่ง ๆ" เขาว่าพลางใช้แขนโอบไหล่เธอ "นี่คุณ เบา ๆ หน่อยได้ไหม ฉันเจ็บนะ แล้วคุณจะพาฉันไปไหนเนี่ย" "ไปหัวหิน พอดีผมต้องไปดูงานที่นั่น คุณก็จะได้เริ่มทำตามข้อตกลง เอาเป็นว่านับจากวันนี้ไปสามเดือน คุณคือผู้หญิงของผม คงรู้นะว่าต้องทำอะไรบ้าง " เมขลาหน้าแดง "รู้หรอกน่า คุณก็อย่าลืมที่รับปากไว้ก็แล้วกัน" รามสูรไม่ตอบ แต่เขาโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดริมฝีปากของเขากับของเธอ บดขยี้และบังคับกราย ๆ ให้เธอเปิดปากเพื่อที่เขาจะได้สอดลิ้นร้อน ๆ ของเขาเข้าไปดูดซับความหวาน เมขลาอ่อนหัดนักต้านทานรสจูบของเขาไม่ไหว เผยอปากขึ้น ตอบรับจูบของเขาอย่างเงอะงะ รามสูรบดขยี้จูบอยู่นานจนเขาพอใจ จึงถอนริมฝีปากออก เมขลาอ่อนระทวยในอ้อมอกแกร่ง รามสูรเป็นคนตัวใหญ่มาก เกินมาตรฐานชายไทย เขาสูงถึง 183 ซม.รูปร่างบึกบึน เนื้อตัวเต็มไปด้วยมัดกล้ามแต่ไม่ได้ใหญ่จนเป็นหุ่นหมี กำลังดีเพราะเขาออกกำลังกายและเรียนศิลปะการต่อสู้ทุกรูปแบบ เนื่องจากธุระกิจของเขานั้นมีศัตรูอยู่รอบด้าน เมื่อเทียบกับเมขลาแล้ว เธอตัวเล็กนิดเดียว ถึงเธอจะสูงถึง 160 ซม.เลยก็ตาม เมื่อเขากอดเธอแนบแน่นแบบนั้นเเมขลาก็แทบจะจมเข้าไปในอกแกร่งของเขาเลยทีเดียว "คุณ.. หน้าไม่อาย" เธอต่อว่าเขาหลังจากรามสูรถอนริมฝีปากออกแล้ว "อายใคร พวกนั้นไม่กล้ามองหรอก" "คุณคงจะทำจนชินล่ะสิ" รามสูรหัวเราะร่วน การ์ดกับคนขับรถมองหน้ากัน แต่ละคนทำหน้าอย่างกับผีหลอก เจ้านายเขาหัวเราะ แต่ก็ไม่กล้าหันมองตรง ๆ ได้แต่ชำเลืองมองผ่านกระจกส่องหลัง แอบมองเจ้านายกับผู้หญิงคนนั้น คนที่ทำให้เจ้านายหัวเราะได้ รามสูรเอื้อมมือไปถอดแว่นตาของเมขลาออกแล้วก็นำมันมาวางไว้ในช่องเก็บของในรถ "สั้นหรือยาว" "สั้นค่ะ" ปากเขาถามเธอแต่มือก็ยังไม่คลายอ้อมกอด "ทำไมไม่ทำเลสิก" "ไม่ได้มีตังค์เหลือใช้ขนาดนั้น" การทำเลสิกแพงจะตาย เธอไม่มีปัญญาหรอก "ก็มีเงินแล้วนี่" รามสูรหมายถึงเงินสามล้าน เมขลานึกได้จึงเปิดกระเป๋าสะพายแล้วก็หยิบเช็คใบนั้นออกมา ยื่นมันให้เขา "คุณเอาเงินของคุณคืนไปเถอะ ฉันบอกแล้วว่าไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว แต่ที่ยอม เพราะจำใจทำตามข้อตกลงระหว่างเราหรอก หวังว่าคุณคงทำตามสัญญา" "จำใจงั้นเหรอ เดี๋ยวจะทำให้ติดใจจนร้องขอต่อเวลาเลยหละ" "ไม่มีทาง" เขาไม่พูดอะไร ต่างคนต่างเงียบ รามสูรรู้สึกตะหงิด ๆ ในหัวใจที่เมขลาพูดมาได้เต็มปากเต็มคำว่า จำใจ คนอย่างเขา กับแค่ผู้หญิงสักคน เขากระดิกนิ้วพวกหล่อนเหล่านั้นก็แทบจะกระโจนเข้าหา ไม่จำเป็นต้องมามีข้อตกลงบ้าบออะไรนี่หรอก แต่ก็นะ เมขลาอาจจะแค่ อยากเล่นตัว ทำให้ตัวเองดูมีราคา บางทีผู้หญิงคนนี้อาจจะไม่ได้ต้องการแค่ สามล้าน ก็เป็นได้ เมื่อเห็นเขาไม่รับเช็คใบนั้นไป เธอจึงเอามันวางไว้ที่ช่องข้างประตูรถ รถเคลื่อนตัวออกมาห่างจากกรุงเทพฯมากแล้ว ฟ้าก็เริ่มมืดลง เมขลาเอาหน้าแนบกับกระจกรถ "คุณเดินทางบ่อยเหรอคะ" "หืม..ว่าไงนะ" เธอจึงหันหน้ามาและขยับมาใกล้เขาอีกหน่อย เพื่อจะคุยกันได้สะดวกขึ้น "ฉันถามว่า คุณเดินทางบ่อย ๆ ใช่ไหม" "ใช่ ทำไมเหรอ บางทีก็ไปต่างประเทศ" "ดีจัง น่าสนุกเนาะ ได้เดินทางบ่อย ๆ เหมือนได้ไปเที่ยวเลย" "คุณไม่ค่อยได้เที่ยวเหรอ" "ใช่ค่ะ ปีละครั้ง หรือ สองปีครั้ง" "เดี๋ยวช่วงนี้คุณอาจจะได้ไปใหนมาใหนกับผมบ่อยขึ้น เพราะคุณต้องทำหน้าที่ของคุณให้คุ้ม" เมขลามองหน้าเขา จะย้ำอะไรนักหนานะถ้าไม่เอาเรื่องแม่กับเรื่องคลิปมาขู่เธอ จ้างเธอก็ไม่ทำเรื่องน่าละอายแบบนี้หรอก รามสูรเงียบอีกรอบ เมขลาก็ไม่พูดต่อ เธอตั้งใจมองวิวข้างนอก ถึงจะมองไม่ค่อยชัดก็ตามเพราะแว่นตาของเธอรามสูรไม่ยอมคืนให้ สองคนเงียบไปตลอดทาง "เมขลา เมขลา ตื่นได้แล้ว ถึงแล้ว" นั่นแหละเธอถึงได้งัวเงีย ตื่นขึ้นมา "ถึงแล้วเหรอคะ" "ถึงแล้ว" เมขลาไม่อยากลุกเลย เธอรู้สึกเพลียเพราะไม่ค่อยได้นั่งรถไกล ๆ แบบนี้นานแล้ว จากกรุงเทพฯถึงหัวหินอย่างน้อยก็สามชั่วโมงเธอจึงผล็อยหลับไป "หรือจะให้อุ้ม" นั่นแหละเมขลาจึงได้ลนลานลุกขึ้น ลงจากรถและเดินตามเขาไป รามสูรเข้าพักที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในหัวหิน เมื่อเขามาถึงก็มีพนักงานมาต้อนรับ และเดินนำเขาไปขึ้นลิฟต์ส่วนตัวไปยังชั้นสูงสุดของโรงแรม เมื่อเข้ามาถึงห้องพักแล้วซึ่งเป็นห้องสวีท ลูกน้องของเขาก็แยกย้ายกันออกไป ปล่อยให้รามสูรกับเมขลาอยู่กันตามลำพัง เธอจึงเดินไปหยิบกระเป๋าของเธอที่วางอยู่บนเตียง ทำการจัดเสื้อผ้าใส่ตู้เสื้อผ้า เผื่อแผ่มาถึงกระเป๋าของรามสูรด้วย "เราจะพักกี่คืนคะ" "สองคืน แต่ก็ไม่แน่ถ้างานผมไม่เสร็จ เราก็อาจจะอยู่ต่อ" อยู่ต่อเหรอ แล้วงานเธอล่ะ ไม่นะเธอหยุดแค่เสาร์ทิตย์นะ "ถ้างานคุณยังไม่เสร็จ ฉันขอกลับก่อนนะคะ" คำพูดนี้ของเมขลาส่งผลต่ออารมณ์ของรามสูรอย่างรุนแรง เขาก้าวยาว ๆ พรวดเดียวมาถึงตัวเมขลา กระชากเธอเข้ามาในอ้อมกอดอย่างแรง "นี่คุณ เบา ๆ ก็ได้" "ผู้หญิงอย่างเธอ เบาด้วย ดีด้วยไม่ได้หรอก ต้องแบบนี้" พูดพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมา บดขยี้จูบกลีบปากเธออย่างไม่กลัวมันช้ำ จนเขาพอใจนั่นแหละ "ยังไม่เข้าใจสถานะตัวเองอีกเหรอว่า ไม่มีสิทธิ์ต่อรอง หรือเรียกร้องอะไร ถ้าผมให้คุณอยู่คุณก็ต้องอยู่ ถ้าให้ไปคุณก็ต้องไป" รามสูรให้หงุดหงิดในหัวใจนักที่เธอทำท่าอยากจะไปจากเขาเสียเต็มประดา คนที่ควรจะทำท่าทางแบบนั้นมันควรเป็นเขาต่างหาก เมขลาผลักอกเขา น้ำตาคลอเพราะความเจ็บ "คนบ้า" เมื่อรามสูรเห็นน้ำตาของเมขลาเขาจึงได้อารมณ์เย็นลง คลายอ้อมกอดออกนิดนึง มือเกลี่ยน้ำตาที่มันกลิ้งอยู่ตรงหางตาให้เธอ "หิวไหม" เมขลางง ไม่เข้าใจอารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของเขาเลย สงสัยเป็นไบโพล่า เมขลาค่อนขอดเขาในใจ แต่ก็ยังไม่ทันตอบคำถามเขาท้องเจ้ากรรมก็ดันร้องขึ้นมาซะนี่ รามสูรหัวเราะร่วน "หิวล่ะสิ จะลงไปหาอะไรกินหรือสั่งมากินบนห้อง" "ขอเป็นสั่งมาได้ไหมคะ" "ได้สิ จะกินอะไร" "มาทะเลก็ต้องกินอาหารทะเล เอากุ้ง หอย ปู ปลาค่ะ" รามสูรพอเข้าใจ เขาจึงยกหูโทรศัพท์สั่งอาหาร แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ทำไมจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ เพราะทุกครั้งเขาจะให้ลูกน้องเป็นคนจัดการสี่ปีต่อมา เมขลาวิ่งตามเด็กชายวัยสามขวบกว่าแทบไม่ทัน น้องภูมิ หรือเด็กชาย วรากรณ์ เดชณรงค์กุล เป็นเด็กที่ฉลาดและพูดเก่งมาก วันนี้น้องภูมิมาเยี่ยมคุณย่า หรือป้าน้อมที่ฉะเชิงเทรา จะได้มาเล่นกับพี่สาวคนสวยหรือหนูแดงด้วย ตอนนี้หนูแดงอายุได้ เจ็ดขวบพอดี ซึ่งเด็กสองคนก็เล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน หนูแดงก็คอยพาน้องเล่น และดูแลน้องได้เป็นอย่างดี"แม่ครับ ภูมิหิวนม"เมื่อเล่นเหนื่อยแล้วเด็กน้อยก็เกิดอาการหิวขึ้นมา เมขลาจึงหยิบนมกล่องให้หนุ่มน้อยไป"ภูมิขอสองกล่องนะครับ จะเอาไปให้พี่หนูแดงด้วย"เมขลายิ้มและปลื้มใจในความมีน้ำใจของลูก เมื่อหนุ่มน้อยได้นมสองกล่องแล้วก็รีบวิ่งไปหาหนูแดงทันทีทางด้านรามสูรก็ตั้งวงสนธนากับเอกภพ และการุณย์ "พวกแกสองคนเมื่อไหร่จะมีลูกมีเมียวะ"รามสูรเอ่ยปากถามเพื่อนรักทั้งสองคน ทั้งสองได้แต่ส่ายหน้า"ไม่เป็นไรพวกเราไม่รีบ"เอกภพตอบพร้อมกระดกเหล้าเข้าปากไปด้วย การุณย์ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตา และแอบมองกระแต สี่ปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยลืมคืนวันที่เขากับกระแตไปดื่มด้วยกันที่หัวหินเลย แต่ก็ไม่กล้าสานสายสัมพันธ์เพราะกลัวจะเป็นสมภารกินไก่วัด ได้แต่แอบตามสืบเรื่องของเธออยู่เป็นระยะ ๆ
สามวันต่อมารามสูรก็กลับกรุงเทพ ฯ เพื่อไปสะสางงานและเรียนเชิญผู้ใหญ่มาสู่ขอเมขลา ถึงแม้ว่ายายสวยจะไม่ต้องการก็ตาม แต่เขาอยากจะให้เกียรติเมขลาและครอบครัวของเธอ ส่วนเมขลานั้นไม่ได้กลับกรุงเทพ ฯ ด้วย เพราะเธอไม่สะดวกเดินทางไกล อีกอย่างใกล้จะถึงวันหมอนัดแล้วด้วย ตอนแรกรามสูรงอแงจะไม่ยอมกลับจะให้ขุนเดชกลับไปคนเดียว เมขลาต้องทั้งขู่ทั้งปลอบเขาถึงได้ยอม"พี่จะรีบไปรีบมานะ เมไม่ต้องกังวล"เมขลาพยักหน้าพร้อมกับรุนหลังเขาให้ขึ้นรถตู้ไปอย่างทุลักทุเล ไม่รู้เป็นยังไงสองสามวันที่รามสูรมาอยู่ด้วยเธอรู้สึกรำคาญและขวางหูขวางตาเขาเป็นอย่างมาก แถมยังเหม็นทุกอย่างที่เป็นรามสูร ยายสวยบอกว่าเป็นอาการของคนแพ้ท้อง คนท้องบางคนมักจะมีอาการแพ้ที่แปลก ๆ บางคนเหม็นสามี บางคนก็อยู่ห่างไม่ได้ เป็นอาการและอารมณ์ที่ยากจะคาดเดาของคนท้อง เมื่อมาถึงกรุงเทพ ฯ แล้ว รามสูรให้ขุนเดชไปบอกสามสาว เจ๊พัชร กระเจี๊ยบ และกระแต ว่าเขาคืนดีและเข้าใจกันกับเมขลาแล้ว และกำลังจะไปสู่ขอเธอ ให้ทั้งสามสาวเตรียมตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวได้เลย เจ๊พัชร กระแต และกระเจี๊ยบก็ดีใจและยินดีกับเมขลาด้วย และเตรียมแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวหนองบัวลำภูกัน โดยเฉพ
"แค่อย่ามายุ่งกับชั้นและลูกก็พอ"เมขลาบอกกับรามสูรไปอย่างไร้เยื่อใย แต่ก่อนที่รามสูรจะทันได้พูดอะไรต่อ เสียงของยายสวยที่กลับจากการไปขายของที่ตลาดก็ตะโกนเข้ามา"ใครกัน มาทำอะไรกันเยอะแยะ"แล้วก็เดินเข้ามาประคองให้เมขลาลุกขึ้น"ยัยเม ใครเหรอ"เมื่อยายสวยพูดจบ รามสูรก็ยกมือไหว้ท่านอย่างนอบน้อม"สวัสดีครับคุณแม่ ผมรามสูรเป็นสามีของเมขลาครับ"ยายสวยยกมือทาบอกและมองหน้าเมขลาสลับกับมองหน้ารามสูร ความจริงแล้วยายสวยก็พอจะเดาออกอยู่หรอกว่าระหว่างเมขลากับรามสูรคงจะเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ แต่คงจะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน เมขลาถึงได้หนีมา "ถ้ายังงั้นเราก็คงต้องมีเรื่องคุยกันหลายเรื่อง"พูดจบป้าน้อมกับหลานสาวก็เดินเข้าไปในครัว เพื่อไปเตรียมน้ำเตรียมท่ามาให้รามสูรและคนของเขา ยายสวยกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ได้ลูกเขยสมใจแล้วโว้ย ยายสวยเชื่อมั่นในตัวลูกสาวเพราะหากว่าเมขลาจะทำตัวเหลวแหลกจริง ๆ คงไม่ปล่อยให้ล่วงเลยจนกระทั่งอายุสามสิบหรอก ที่หอบท้องกลับบ้านมานั่นก็เพราะเข้าใจผิดอะไรกันแน่ ๆหลังจากดื่มน้ำดื่มท่ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนของรามสูรก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนขุนเดชก็ต้องไปสอยมะม่วงมาให้เจ้านายอีกตาม
"ผมส่งทุกอย่างไปให้ทางอีเมล์ตั้งแต่สามวันก่อนแล้วนะครับ" คำตอบจากคุณสมชายทำให้ขุนเดชรีบไปหยิบแท็บเล็ตมาเพื่อเช็คอีเมล์ทันที ไล่หาอยู่ไม่นานเขาก็เจออีเมล์ที่ส่งมาจากคุณสมชาย เขาคลิกเข้าไปและเปิดดู ภาพที่ปรากฏทำให้ขุนเดชแทบกระโดดตัวลอย ป้าน้อมเห็นอาการของลูกชายก็รีบเข้ามาถามทันที"ตาเดช เป็นอะไร"กวักมือเรียกแม่หยอย ๆ ป้าน้อมรีบเดินไปหาลูกชาย ขุนเดชจึงเปิดภาพถ่ายเมขลาให้ป้าน้อมดู ซึ่งมีหลายภาพ และหลายอริยาบถ ทั้งภาพที่เธอไปนั่งรอหมอที่โรงพยาบาล ภาพที่เธอนอนลูบท้อง ในมือถือหนังสือนิทาน และภาพที่เธอยืนรดน้ำต้นไม้ และถ้าหากสังเกตดี ๆ จะพบว่าในแต่ละภาพนั้นท้องของเมขลานูนขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็พอมองออกว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ เพราะเหตุนี้นี่เองเมขลาจึงรับเงินจากรามสูร และกลับบ้านต่างจังหวัดขุนเดชคิดไว้ไม่มีผิด เขาเชื่อมั่นว่าเมขลาย่อมมีเหตุผลถึงได้ทำแบบนั้นเมื่อดูภาพเหล่านั้นจนหมดทุกภาพแล้วขุนเดชก็ปรึกษาแม่ว่าจะทำอย่างไรให้เมขลากับรามสูรลงเอยกันด้วยดีเสียที ซึ่งป้าน้อมก็พอจะรู้เรื่องของรามสูรกับเมขลาอยู่บ้างแล้ว ท่านค่อนข้างแน่ใจว่ารามสูรรักเมขลาแน่นอนเพราะว่าเมขลาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่รามสูรเคยพาม
สามเดือนแล้วที่เมขลากลับมาอยู่ที่หนองบัวลำภู ท้องของเธอเริ่มนูนออกมาเล็กน้อย รูปร่างก็เริ่มอวบอิ่ม มีน้ำมีนวลขึ้นเรื่อย ๆ เธอท้องได้ยี่สิบสัปดาห์พอดี (ประมาณห้าเดือน) เมขลานำเงินสามล้านที่ได้จากรามสูรมาปรับปรุงบ้าน ส่วนนึงนำมาเป็นทุนในการขายของออนไลน์ และสร้างคอนเทนต์ลงในสื่อโซเชี่ยล รายได้ก็อยู่ได้สบาย ๆเธอนั่งอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟังอยู่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน ส่วนแม่กับหลานไปขายของที่ตลาด โชคดีที่เธอไม่มีอาการแพ้ท้อง หากไม่บอกว่าท้องแทบจะไม่มีใครดูออกเลย ตอนที่เมขลาบอกแม่ว่า..เธอท้องไม่มีพ่อ ท่านไม่ตำหนิเธอสักคำ และไม่ถามเธอด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น บอกแค่ว่าแม่เลี้ยงแกมาได้ เลี้ยงหลานอีกสักคนจะเป็นไรไป เมขลารู้สึกผิดมากที่ทำให้แม่อับอาย แต่แม่ก็บอกว่าอย่าคิดมาก อย่าเครียดเดี๋ยวเจ้าหนูในท้องจะไม่หล่อ ผลอัลตร้าซาวด์จากหมอนัดคราวที่แล้วบอกว่าเมขลาได้ลูกชาย ดูเหมือนยายจะเห่อหลานชายมากอะไรที่เธอบอกว่าอยากกินท่านจะหามาให้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นไข่มดแดง แกงหอยขม หรือแม้กระทั่งแมงจินูน ยายจัดมาให้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง เมขลาอยู่ที่บ้านอย่างสงบ ถึงแม้จะมีสายตาดูถูกดูแคลนแกมอยากรู้อยากเห็นจากป้าข้างบ้า
เมื่อเมขลาตัดสินใจและจัดการเรื่องเช็คเรียบร้อยแล้ว ในวันต่อมาเธอก็มาทำงานตามปกติ "พี่เม หายแล้วเหรอ"กระแตกับกระเจี๊ยบเข้ามาทักทายเสียงใส"ดีขึ้นแล้ว"ตอบสองสาวรุ่นน้องไปอย่างสดใสเช่นกัน"เรากำลังจะไปซื้อกาแฟ พี่เมเอาคาปูเย็นใช่ไหม"กระเจี๊ยบถาม เพราะรู้ว่าเมขลาชอบกินคาปูชิโน่ปั่นมาก"อือ..ไม่ล่ะพี่ขอเป็นโอวัลตินเย็นแทนละกัน หมอบอกให้พี่งดกาแฟสักพัก คาเฟอีนมีผลต่ออาการไมเกรนกำเริบ"บอกสองสาวพร้อมทั้งรีบอธิบายเพราะกระแตกับกระเจี๊ยบทำหน้าสงสัย แต่ความจริงแล้วการทานกาแฟมันไม่ดีต่อลูกน้อยในครรภ์"เอางั้นเหรอ ก็ได้โอวัลตินเย็นนะ"กระแตกับกระเจี๊ยบจึงเดินเคียงกันไปยังร้านกาแฟที่โรงอาหารเมขลาเดินมาถึงแผนกก็กล่าวทักทายเจ๊พัชร และแจ้งความจำนงกับเจ๊ว่าเธอจะลาออกสิ้นเดือนนี้ "ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม"ถามย้ำเธออีกครั้งนึง"หนูใคร่ครวญดีแล้วค่ะพี่พัชร ขอโทษด้วยนะที่กะทันหันเกินไป"ตอบเจ๊พัชรเสียงแผ่วแต่หนักแน่น"โอเค เมเขียนจดหมายลาออกมาได้เลยเดี๋ยวพี่เซ็นต์แล้วจะไปยื่น HR ให้ จะได้ทำเรื่องขอคนใหม่ไปด้วยเลย"เมขลาจึงยกมือไหว้ขอบคุณเจ๊พัชร ก็พอดีกับสองสาวกระแตกับกระเจี๊ยบกลับมาจากซื้อกาแฟ เจ๊พัชรจึ
"เจ๊ มา ๆ ทางนี้ ทางนี้"เสียงเพื่อนรุ่นน้องในที่ทำงานส่งเสียงตะโกนเรียก เมขลา หรือ เม พร้อมกับกวักมือเรียกเธอให้เดินเข้าไปหา ทุกคนยืนรอที่หน้าร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่งในย่านแหล่งท่องเที่ยว วันนี้ที่แผนกของเธอมีการนัดเลี้ยงสังสรรค์กันประจำไตรมาส ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมคราวนี้ถึงพากันมา
"สงสัยเราคงต้องคุยกันยาว"รามสูรตอบเธอไปด้วยท่าทางสบายอารมณ์"ไปที่พักของเมขลา"เขาสั่งคนขับรถ ไม่นานก็ถึงจุดหมายเพราะหอพักของเมขลาอยู่ไม่ไกลจากบริษัทสักเท่าไหร่"อ้าวคุณ ขึ้นมาสิ ต้องให้อุ้มด้วยไหม""บ้า" เธอจึงรีบก้าวเท้ายาว ๆ เพื่อให้ทันคนตัวใหญ่ที่เดินนำเธอไปก่อนแล้ว ทั้งสองมาหยุดที่หน้าห้องพั
"ยัย เม มานี่เลย นั่ง ๆ "พี่พัชรรีบเดินมาลากแขนเมขลาให้ไปนั่งที่โต๊ะทำงาน หลังจากที่เธอมาถึงออฟฟิศในเช้าวันจันทร์"วันนั้นเป็นไงบ้าง ""ก็ไม่เป็นไงหรอกพี่ ออกจากร้านแล้วหนูก็โบกแท๊กซี่กลับเลย""จริงง่ะ เสียดายจัง พี่นึกว่าเขาจะจีบแกซะอีก แล้วแลกเบอร์ แลกไลน์กันหรือเปล่า""ไม่มีหรอกพี่""เหรอ"พี่พ
"เช็คเงินสดสามล้าน พรุ่งนี้คุณไปขึ้นเงินได้เลย"พูดจบรามสูรก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก็โน้มตัวลงมาตวัดแขนอุ้มตัวของเมขลามาไว้แนบอก "ว้าย.. คุณปล่อยนะ ฉันพูดเล่น เอาของคุณคืนไป"เมขลาดิ้นรนพร้อมกับยัดเช็คใบนั้นใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทของเขา รามสูรหาได้สนใจเธอไม่ เพราะนอกจากเขาจะไม่ปล่อยเธอแล้ว ยั







