LOGINเธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง ที่ถูกฉุดกระชากเข้าไปในวังวนมืดของมาเฟียร้ายผู้ไร้หัวใจ ที่มองเธอเป็นของเล่นชั่วคราวเพียงเท่านั้น
View Moreบทนำ
อิตาลีนั้นแสนจะกว้างใหญ่ ทว่า ทำไมพวกเขาถึงหอบหิ้วกันมาจัดงานแต่งงานที่นี่...
คำถามนั้นดังอยู่ในใจกระทั่งถึงทางแยกหนึ่ง เธอหยุดปั่นจักรยาน เพราะมีอีกคำถามที่ผุดขึ้นมา แล้วทำไมเธอจะต้องหนีด้วยเล่า เธอควรจะยอมรับความจริงไม่ใช่เหรอ ความจริงที่อาจทำร้ายเธออย่างสาหัสสากรรจ์ แต่ความจริงนี้ ทำให้คนที่เธอรักทั้งสองคนมีความสุข เธอควรไปดูให้เห็นกับตาว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจริง ไม่ได้เป็นเพียงความฝัน ไม่ใช่แค่ข่าวลือ
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาว เพื่อให้กำลังใจตัวเอง เธอหันกลับไปยังเส้นทางที่เคยเดินผ่านมา เธอปั่นจักรยานกลับมาจนถึงบริเวณปากทางเข้าโบสถ์ ที่ซึ่งเวลานี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่แต่งกายสวยงาม รวมทั้งแขกเหรื่อผู้มีชื่อเสียงมากมาย ตลอดจนกองทัพนักข่าวที่เริ่มทยอยกันเข้ามาจนเต็มพื้นที่บริเวณรอบนอกของโบสถ์
เธอพิงจักรยานไว้กับต้นไม้ใหญ่หน้ารั้วนั้น แล้วเดินเรียบๆ เคียงๆ ไปตามรั้วไม้ เธอพยายามมองหาคู่แต่งงาน แต่ก็ไม่เห็นพวกเขาเลย
เธอคงเข้าไปร่วมพิธีในโบสถ์ไม่ได้แน่ เธอไม่ได้รับเชิญ อย่างดีที่สุดก็คงผสมอยู่กับพวกนักข่าวและแฟนคลับของเรเชลที่ต่างมารอดูชุดเจ้าสาวของเธอกัน
ครั้นรถของเจ้าบ่าวเดินทางมาถึงโบสถ์ ผู้คนแหวกวงล้อมออกกลายเป็นเส้นทาง เพื่อต้อนรับเขา เจ้าบ่าวที่ขับรถสปอร์ตเปิดประทุนเข้ามาอย่างเท่ นักข่าวรุมล้อมพากันถ่ายรูปเขาไม่หยุด
หญิงสาวพยายามเขย่งเท้ามองดูเขา แต่ถูกคลื่นคนซัดออกมาด้านนอก กระทั่งล้มลงไปนั่งแช่อยู่บนพื้นหญ้า
“เฮ้อ...” เธอนั่งอยู่อย่างนั้น นึกสมเพชตัวเองที่ยังอุตส่าห์พาตัวเองมาให้เจ็บได้ “ไปเถอะ” เธอสั่งตัวเองให้ลุกขึ้น ลุกจากความเจ็บปวด และยืนหยัดอย่างเข้มแข็งเสียที หากแล้วก็มีมือของใครคนหนึ่งยื่นมาต่อหน้า เธอมองฝ่ามือนั้นเรื่อยไปจนถึงใบหน้าของเขา “ร็อกกี้!”
ชายหนุ่มในสภาพเคราครึ้ม สวมชุดสูท รองเท้าหนังวาวแวว แต่งกายดีตามสไตล์ของเขาที่เคยเป็นมา เธอไม่ยักรู้ว่าเขาได้รับเชิญมางานนี้ด้วย
หญิงสาววางมือลงบนฝ่ามือที่เย็นเยือบของเขา ดูเหมือนเขาจะตื่นเต้นไม่น้อย แต่ไม่ใช่เพราะเจอเธออีกครั้ง หากเป็นเพราะเขามีบางสิ่งอยู่ในใจ และสิ่งนั้นทำให้เขาเครียด
“คุณหายมาอยู่ที่นี่เองเหรอ”
“แล้วคุณล่ะ หายไปอยู่ไหนมา”
เขายิ้มนิดๆ “ผมอยู่ที่นี่มาตลอด”
เธอถึงกับแปลกใจ “คุณอยู่ที่นี่เหรอ เราไม่เคยได้เจอกันเลย”
“แต่ในที่สุดก็ได้เจอกันอยู่ดี แสดงว่าเราสองคนยังมีวาสนาต่อกันอยู่”
“เอ่อ....ไม่รู้ว่าเพราะโลกมันกลม...หรือโลกมันโหดร้ายกันแน่นะคะ” หญิงสาวหันกลับไปมองบรรยากาศงานแต่งของหนุ่มสาวผู้มีชื่อเสียงอีกครั้ง เธอมองด้วยสายตาโหยหา เศร้าระทม หากแล้วก็พยายามจะยิ้มยินดีอย่างจริงใจ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศที่แสนชื่นมื่นและเต็มไปด้วยความหมาย
“ผมเคยสงสัยว่า...” เขาขยับตัวมายืนข้างเธอ แล้วมองเข้าไปด้านใน เช่นเดียวกับเธอ แต่สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิงชัง “ระหว่างคุณกับเรเชล ผู้หญิงคนไหนที่สำคัญกับเขาจริงๆ”
“อืม...ตอนนี้คุณคงได้คำตอบแล้วใช่ไหมคะ” เธอยิ้มเศร้า “แทบไม่ต้องเดาเลย”
ชายหนุ่มเหลือบมองหญิงสาวข้างๆ ด้วยสายตาอ่อนโยน เหมือนเดิม “ผมบอกตรงๆ นะ ผมอยากแก้แค้นหมอนั่น ที่ผมมานี่ เพราะผมมีแผนจะลักพาตัวเจ้าสาวออกจากพิธีในวันนี้”
หญิงสาวหันขวับมองคนพูด ด้วยความอึ้ง “คุณล้อเล่นใช่ไหม”
“ผมพูดจริง ผมส่งคนเข้าไปแทรกซึมในงานแล้ว ทุกคนเข้าประจำที่ แค่รอรับคำสั่งจากผมเท่านั้น”
“นี่ไม่ใช่คุณเลยร็อกกี้ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะทำแบบนั้นจริงๆ”
ร็อกกี้นิ่งไปครู่ เพราะไตร่ตรองบางอย่าง “คุณอยากเข้าไปข้างในไหม”
“ไม่ค่ะ” เธอตอบก่อนจะถอนใจหนักๆ “ฉันแค่ปั่นจักรยานผ่านมาเท่านั้น และกำลังจะกลับ” เธอหมุนตัวหันหลัง เดินไปจับจักรยานขึ้นตั้งตรง เตรียมออกวิ่งอีกครั้ง “คุณเองก็เหมือนกัน กลับบ้านเถอะค่ะ”
แต่ยังไม่ทันได้ไปไหน ชายหนุ่มเข้าขวางหน้า จับแขนเธอไว้แน่น สายตาดุกร้าว ไม่เหมือนร็อกกี้คนเดิม
“ไม่กล้าเหรอ”
“ฉันไม่มีอะไรต้องกลัว”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกับผม”
เธอยังไม่ทันตอบตกลง เขากอดเอวเธอไว้แล้วพาเข้าไปภายในรั้วโบสถ์ ฝ่าฝูงชนนับร้อย และเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจน่ารำคาญหู
เขายื่นการ์ดเชิญให้แก่บอดี้การ์ดในชั้นแรก ก่อนจะถึงบอดี้การ์ดหน้าประตูทางเข้าตัวโบสถ์ เดฟและโรเบอร์โต้ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย พวกเขาทั้งสองต่างตกใจและแปลกใจที่เห็นหญิงสาวอีกครั้ง
เมริสามาพร้อมกับร็อกกี้ สีหน้าของหญิงสาวเรียบเฉย ไร้ความสดใสเหมือนแต่ก่อน
ร็อกกี้พยายามยิ้มแย้ม กอดประคองหญิงสาวเข้าไปภายในโบสถ์ เขาเลือกยืนตรงหัวแถวที่เก้าอี้แถวสุดท้ายของโบสถ์ ใกล้กับที่ทั้งคู่เลือกยืนนั้น เป็นจูเลียร์ในชุดสวยงามเพริดแพร้ว เมื่อเธอหันมาเห็นเมริสาก็ตื่นเต้นดีใจ
“เธอก็มาเหรอคนสวย”
หญิงสาวหันไปแค่นยิ้ม “ฉันกำลังจะกลับค่ะ” เธอพูดจบก็ขยับตัวจะออกจากแถว ร็อกกี้ดึงมือเธอไว้แน่น
ขณะเจ้าบ่าวที่ยืนอยู่หน้าแท่นพิธีหันมามองประตูโบสถ์ที่กำลังจะเปิดออก หากแล้วสายตาของเขากลับมองเห็นหญิงสาวเสียก่อน เธอยืนอยู่ตรงนั้น!!! และกำลังจ้องมองมาทางเขา!!!
ไคล์ใจเต้นรัว ขมวดคิ้วมุ่น เลือดสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง เขารู้สึกวูบวาบไปทั้งตัวเหมือนถูกไฟช็อต เขากระพริบตาหลายครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าสายตาของเขายังใช้การได้ดีอยู่...นั่นเป็นเธอจริงๆ ใช่ไหม...ไม่ใช่ความฝัน เขาไม่ได้นอนหลับอยู่แน่นอน และอาการไม่สบายนิดๆ ไม่ได้ทำให้ตาเขาเบลอจนฟั่นเฟือนเห็นเรเชลเป็นเธอ...เมย์!
“เราไม่รู้จักกัน...ใช่ เราไม่รู้จักกัน”
เมริสาจ้องมองไคล์ด้วยสายตาเศร้า นี่แหละเหตุผล เธอจึงไม่อยากเข้ามาในโบสถ์ ไม่อยากแสดงอาการอันใดทั้งสิ้นที่จะทำให้งานที่แสนหวานนี้ข่มปร่า
เธอละสายตาจากเขา แล้วเอาดวงตาแดงก่ำของเธอหันกลับไปยังประตู เป็นวินาทีเดียวกับที่ประตูบานใหญ่เปิดออก เจ้าสาวปรากฏตัวขึ้นพร้อมคุณพ่อของเธอ
สวยและสง่างามตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ราเชลในใบหน้าอิ่มสุข ดวงตาพราวระยิบ ขณะจ้องมองไปยังเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่ตรงหน้าแท่นพิธี หากเมื่อเจ้าหล่อนเดินผ่านหน้าเมริสา เธอหันมามองแล้วขยิบตาให้ เธอส่งสัญญาณบอกว่าหัวใจของเธออยู่กับไคล์ ลิมเบอร์สกี้เรียบร้อยแล้ว
เมริสายิ้ม แม้นัยน์ตาเหือดแห้ง เธอรอให้เจ้าสาวเดินผ่านไปตามพรมแดงที่ปูลาดไปจนจบแท่นพิธี ส่วนเธอเดินออกจากแถวนั้น แล้วลุผ่านประตูโบสถ์ออกไปโดยไม่หันกลับมามองด้านหลังอีกเลย
เธอหูอื้อตาลายไปหมด ไม่ได้ยินแม้เสียงเรียกของเดฟและโรเบอร์โต้ที่ช่วยกันเรียกเธอระงม
หญิงสาวเดินฝ่ากองทัพนักข่าวและบรรดาแฟนคลับที่ออแน่นอยู่บริเวณด้านนอก จนพ้นรั้วของโบสถ์ เมืองฟลอเรนซ์ที่สวยงามของเธอ บัดนี้ได้กลายเป็นเมืองที่มืดมิด ไร้แสงสว่าง
วันต่อมา...หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ สองสามีภรรยาพากันขับรถมาที่บ้านใหญ่เพื่อมารับลูกชายเพื่อกลับบ้าน โดยทันทีที่ก้าวลงจากรถ ทั้งสองก็เดินจูงมือเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ ก่อนจะพบพ่อแม่ของมาโครที่กำลังนั่งเล่นกับหลานอยู่ที่ห้องโถงกลางบ้านหญิงสาวก็ยกมือไหว้พ่อแม่สามีตามมารยาท คุณแม่ก็ส่งยิ้มกลับมาให้ ส่วนคุณพ่อแม้สีหน้ายังคงเรียบนิ่ง แต่ก็ดูผ่อนคลายกว่าเดิมที่ผ่านมามาก“ผมมารับลูกกลับบ้านครับ” มาเฟียหนุ่มเอ่ยขึ้น“กลับเร็วจัง ให้หลานมาแค่วันเดียวเองเนี่ยนะ” เสียงทุ้มของพ่อสามีแทรกขึ้น "ครับ" มาโครเดินจูงมือภรรยาสาวมานั่งโซฟาที่ว่าง“ทําไมมารับเร็วจัง แม่คิดว่าจะมารับตอนเย็นเสียอีก” “คือตอนเที่ยงหนูมีนัดทานข้าวกับพี่สาวค่ะ เลยจะพาตัวเล็กไปด้วย” หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้ม“ไปกินเสร็จแล้วค่อยมารับไม่ได้เหรอ” เสียงพ่อสามีดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวก็เงยหน้ามองสามีอย่างขอความเห็น“ผมอยากให้ลูกผมไปด้วยครับ ทำไมครับ ยังอยากเล่นกับหลานอยู่เหรอ” ชายหนุ่มจึงเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น“ใช่” พ่อสามีตอบรับสั้น ๆ“งั้นไว้วันหลังแล้วกัน วันนี้ผมอยากให้ลูกไปด้วย”บรรยากาศรอบตัวเงี
และการเสร็จสมครั้งนี้ มาโครก็ปลดปล่อยออกมามากกว่าปกติพอสมควร เนื่องจากตัวเขาเองก็ไม่ได้ปลดปล่อยออกมานานแล้วเหมือนกัน อีกทั้งการเล้าโลมของภรรยาสาวก็เร่าร้อนจนเขาแทบจะสำลักความสุขเลยด้วย ลีอาห์บรรจงกลืนหยาดน้ำรักของสามีลงคอให้มากที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ ก่อนจะค่อย ๆ โลมเลียทำความสะอาดท่อนเอ็นใหญ่ของเขาจนเสร็จสรรพ “ซี้ดดด รู้สึกดีเป็นบ้าเลย” มาโครสูดปากพลางส่งเสียงครางแผ่วเบา เนื่องด้วยหญิงสาวยังคงกลืนกินเขาที่เพิ่งเสร็จสมไป ทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกเสียวซ่านด้วยหัวสมองแทบขาวโพลน “อ่า... แล้วพี่ชอบแบบนี้หรือเปล่าคะ” เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยถามอย่างเย้าแหย่ มาโครที่เสียววูบวาบจนตัวเบาเองก็ผงกหัวขึ้นสบตา แล้วคลี่ยิ้มบาง “ชอบสิ ชอบมากเลยด้วย เสียวแทบบ้า” เขาพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ สติที่แทบจะหลุดลอยไปก็ค่อย ๆ กลับคืนมา มาเฟียหนุ่มจึงขยับตัวลุกขึ้นนั่ง พลางจ้องมองหญิงสาวซึ่งยังคลอเคลียตรงหว่างขาของตัวเอง แล้วเอื้อมมือไปลูบแก้มเนียนใสของเขาแผ่วเบา “แต่พี่ต้องการมากกว่านี้” เมื่อพูดจบ ร่างหนาก็พลันรั้งกายบางลงมานอนราบบนเตียงกว้าง ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายพลิกตัวขึ้นไปคร่อมร่างของเธอไว้ พร้อมกั
พออาบน้ำเสร็จ ร่างเล็กก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสามส่วนสบาย ๆ พร้อมกับผ้าเช็ดหัวผืนเล็กที่คล้องคออยู่ พลันสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงของสามีกำลังนั่งอยู่ที่ปลายเตียงด้วยใบหน้าอิดโรย ราวกับคนที่เพิ่งผ่านสงครามมา เธอเดินตรงมาหาเขาพลางสบตาแล้วคลี่ยิ้มอ่อนโยน "ไปอาบน้ำ จะได้สดชื่นขึ้นค่ะ" แม้ว่าจะรู้สึกเอ็นดู แต่ลีอาห์ก็อดหัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่ได้ เพราะเธอรู้ดีว่าที่สามีมีสภาพแบบนี้ ก็เนื่องมาจากการที่เขาอาสาเลี้ยงลูกแทนเธอหนึ่งวัน โดยมาโครก็เงยหน้าขึ้นสบตากับภรรยาสาวคนสวย พลางยิ้มเนือย ๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเขาเองก็เพิ่งรู้ว่าการเลี้ยงลูกอยู่บ้านแบบนี้มันเหนื่อยจริง ๆ "เหนื่อย" "รู้ค่ะว่าเหนื่อย ไปอาบน้ำ" "ไม่มีแรงลุกเลย" "เวอร์มาก ปล่อยเลี้ยงลูกวันเดียวเอง แต่จะว่าไปแล้ว แบบนี้แพลนเรื่องลูกคนที่สองล่ะ ยังอยากมีอยู่หรือเปล่าคะ” “ไม่เอา ไม่มีแล้ว แค่คนเดียวก็พอแล้ว” มาโครรีบส่ายหน้าทันควัน ท่าทางแสดงออกว่าเข็ดหลาบ ภรรยาสาวเมื่อได้เห็นดังนั้นก็พลันหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแก้มคนเป็นสามี พลางเอ่ยปลอบโยนเบา ๆ “ขอบคุณพี่นะคะที่ช่วยดูแลลูก
สามปีต่อมา…“แดดดี้เป็นอารายคับ” (แดดดี้เป็นอะไรครับ) “ไม่มีอะไร เล่นต่อเถอะ” มาโครเอ่ยตอบ ไมเคิล ลูกชายวัยสองขวบสี่เดือน โดยวันนี้เป็นวันหยุด เขาไม่ได้ออกไปทำงาน มาเฟียหนุ่มเลยอาสาภรรยาว่าจะเป็นคนดูแลลูกอยู่ที่บ้านเอง และให้เธอออกไปช็อปปิง เพราะคิดว่าการเลี้ยงลูกแค่วันเดียวคงไม่เหนื่อยเท่าไหร่แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิด เพราะผ่านไปแค่ครึ่งวันก็ทำเอาเสียพลังไปเกือบหมด ลูกชายเขาทั้งดื้อ ทั้งซนแบบสุด ๆ แถมช่วงนี้พี่เลี้ยงก็ดันลากลับบ้านอีก กว่าจะกลับมาก็สัปดาห์หน้า ภรรยาสุดสวยของเขาต้องเลี้ยงลูกแบบนี้ทุกวัน เธอทำได้ยังไงกันนะ“เล่นอยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวแด๊ดดี้ขอไปกินน้ำก่อน”“ได้เยย” (ได้เลย) เมื่อเห็นลูกชายพยักหน้าแล้วยิ้มหวานให้ มาโครก็ลุกขึ้น ก้าวปีนออกจากคอกกั้นแล้วเดินออกมานอกห้อง ก่อนจะพบกับเดวิด ลูกน้องคนสนิทที่กำลังยืนมองอยู่“ไปเอาน้ำมา” เขาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาด้วยความเมื่อยล้า โดยเดวิดก็เดินออกไป ไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมแก้วน้ำ ก่อนจะวางลงตรงหน้า มาโครยื่นมือไปรับแล้วดื่มรวดเดียวเกือบหมดแก้ว“นายไหวแน่นะครับ”“หน้ากูตอนนี้ดูเหมือนไหวไหม”“แต่นายอาสาเองนะครับ นายหญิงคัดค้าน นายก็
ครืด! ครืด!มาโครลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองเล็กน้อย หลังจากถูกเสียงของโทรศัพท์รบกวนความสงบยามเช้า และเสียงนั้นก็ไม่ได้มาจากเครื่องของเขา หากแต่เป็นของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ข้างกายต่างหากครืด! ครืด!เสียงยังคงดังไม่หยุด รบเร้าอยู่อย่างนั้นจนชายหนุ่มจำต้องค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นจาก
⚠️ คำเตือน ⚠️ เนื้อหาในนิยายตอนนี้ มีการบีบบังคับ ใช้ความรุนแรง และทำร้ายจิตใจ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ..... “กระทืบมัน!” “โอ๊ยยย!” “อื้ออ...” ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังนอนหลับอยู่นั้น เธอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังลอดออกมาจากด้านนอกห้อง เธอจึงประคองร่างกายที่ยังอ่อนล้าขึ้นนั่ง “เสียงอะไร” ลีอ
หลายวันต่อมา...“ตรงนี้ถูกไหม”“ถูก”“แล้วตรงนี้ล่ะ”“ตรงนี้ก็ถูกเหมือนกัน”“โอเค ส่วนนั้นจบแล้ว งั้นไปดูของลีอาห์ต่อ... ยัยลี แกทำเสร็จยัง”“.....”“ลีอาห์”“ฮะ!” ลีอาห์สะดุ้งสุดตัว หลังจากที่เผลอใจลอยคิดเรื่องลูกอยู่เงียบ ๆ เธอรีบเงยหน้ามองเพื่อนทั้งสองที่กำลังนั่งทำงานอยู่ ก่อนจะรีบเอ่ยขอโทษเสีย
“กว่าจะเสร็จ” เสียงพึมพำเบา ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของลีอาห์ หลังจากที่เธอนั่งเก็บของและจัดห้องมาเกือบชั่วโมงเต็ม พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มอย่างหมดแรง มือเรียวยกขึ้นปัดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนจะหลับตาพักสายตาชั่วครู่ที่พักใหม่แห่งนี้เป็นอะพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ แถวมหาวิทยาลัยที่เธอเร