LOGIN"ยัย เม มานี่เลย นั่ง ๆ "
พี่พัชรรีบเดินมาลากแขนเมขลาให้ไปนั่งที่โต๊ะทำงาน หลังจากที่เธอมาถึงออฟฟิศในเช้าวันจันทร์ "วันนั้นเป็นไงบ้าง " "ก็ไม่เป็นไงหรอกพี่ ออกจากร้านแล้วหนูก็โบกแท๊กซี่กลับเลย" "จริงง่ะ เสียดายจัง พี่นึกว่าเขาจะจีบแกซะอีก แล้วแลกเบอร์ แลกไลน์กันหรือเปล่า" "ไม่มีหรอกพี่" "เหรอ" พี่พัชรก็ไม่ได้ซักอะไรเธอต่อ "แล้วเด็กสองคนนั้นล่ะ" "พี่ใช้ให้ไปซื้อกาแฟน่ะ เดี๋ยวก็มา" เป็นเช้าวันจันทร์ที่งานเยอะเหมือนปกติ แต่ทุกคนในแผนกบัญชีก็หาได้ย่อท้อ ต่างก้มหน้าก้มตาทำงานไป ทำไงได้ก็เกิดมาจนก็ต้องดิ้นรนกันไป "ยัย เม ยัยเม๊! " "โอ้ย พี่พัชร จะตะโกน ทำไมเนี่ย อยู่ใกล้กันแค่นี้" "เหรอ..ใกล้กันแค่นี้.. พี่เรียกแกตั้งหลายครั้งแล้วแกก็ไม่หัน" "มีอะไรคะ เมขลาเสียงอ่อย ๆ "เอาแฟ้มนี่ไปให้ฝ่ายการเงินหน่อย" เมขลาจึงรับแฟ้มมาแล้วเดินไปทางแผนกการเงิน เมื่อคล้อยหลังเธอ "เจ้คะ หนูว่าเจ้ เม แปลก ๆ ว่ะ" กระแตกระซิบกระซาบ "เป็นไรรึเปล่านะ หรือจะเมาค้าง" กระเจี๊ยบก็จีบปากจีบคอพูด "จะบ้าเหรอ.ยัยกระเจี๊ยบ เมาค้างอะไร ตั้งแต่คืนวันศุกร์ นี่มันผ่านมากี่วันแล้ว" พี่พัชรส่ายหน้าให้กับความคิดเห็นของกระเจี๊ยบ "ถ้างั้นเจ้ก็ถามพี่เมเอาละกัน" กระเจี๊ยบแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง "คงต้องอย่างนั้นแหละ" เมื่อเมขลากลับมาถึงแผนกแล้ว ก็โดนพี่ ๆ น้อง ๆ ซักฟอก "เป็นอะไร เหม่อ ๆ" พี่พัชรเปิดประเด็น "ไม่ได้เป็นไรพี่ " "จริงนะ ?" กระแตถาม "จริงสิ" เมขลาตอบ "แน่นะ?" กระเจี๊ยบเอาบ้าง "แน่สิ" เมขลาตอบกลั้วหัวเราะ "ไม่มีอะไรจริง ๆ หนูแค่...." พูดได้แค่นั้นก็พูดไม่ออก "แค่อะไร" สามเสียงประสานกัน "เอ่อ.. แพ้แอลกอฮอล์ คราวหลังไปร้านหมูกระทะกันก็พอนะ ไม่ต้องไปแล้วผ่งผับอ้ะ หนูไม่ค่อยสันทัด" นั่นแหละทั้งสามสาวถึงได้เลิกซักฟอกเธอ แล้วก็แยกย้ายไปทำงานต่อ เมขลาแอบโล่งใจ หวังว่าพวกนั้นคงจะเชื่อเธอนะ เธอสาบานว่าเธอจะไม่เล่าเรื่องน่าอายนั่นให้ใครฟังเด็ดขาด ให้มันตายไปพร้อมกับเธอนี่แหละ สองอาทิตย์ต่อมา เมขลามาทำงานตามปกติ แต่วันนี้รู้สึกว่าคงจะมีอะไรเป็นพิเศษ เพราะเธอสังเกตุว่าทุกคนจะกระตือรือล้นกันมาก ตั้งแต่พี่ ๆ รปภ.ที่หน้าบริษัทแล้ว "พี่พัชร วันนี้มีอะไรกันเหรอพี่ ดูคึกคักเป็นพิเศษ" "อ๋อ.เมื่อวานเค้าเรียกแต่ละฝ่ายเข้าประชุม แจ้งว่า จะมีคณะผู้บริหารแล้วก็มีผู้บริหารคนใหม่เข้ามาตรวจงานวันนี้ ทุกอย่างก็เลยต้องเนี้ยบหน่อยน่ะ พวกเธอก็ระวัง ๆ หน่อยละกัน 5 ส. ก็ทำอย่าให้ขาดตกบกพร่อง" เมขลาพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ แล้วก็หันไปชวนสองสาวกระแตกับกระเจี๊ยบไปซื้อกาแฟ เพราะเหลือเวลาอีกเกือบครึ่งชั่วโมงถึงจะได้เวลาเข้างาน "เอาคาปูเย็นนุ่ม ๆ สามแก้ว " กระเจี๊ยบสั่งพร้อมกับส่งตาเล็กตาน้อยให้กับบาริสต้าหนุ่มประจำร้าน "จะแถมคนขายด้วยก็ได้นะ" กระเจี๊ยบหยอดต่อ เมขลากับกระแตได้แต่ขำกับท่าทางของกระเจี๊ยบ ซึ่งทำเป็นก๋ากั่นไปอย่างนั้น แต่จริง ๆ แล้ว เธอไม่เคยมีแฟนเลย ถึงจะมีหนุ่ม ๆในบริษัท มาขายขนมจีบหลายคนก็เถอะ กระเจี๊ยบบอกว่ามันยังไม่มีใครโดนใจ พี่พัชรบอกว่าคณะผู้บริหารจะเดินมาตรวจตราและทักทายพนักงานในช่วงบ่าย ๆ "แหมพี่พัชร ไม่เห็นต้องตื่นเต้นขนาดนั้นหรอก พี่ เขาจะมาหรือไม่มาเราก็ตั้งใจทำงานกันอยู่แล้ว" เมขลาเห็นพี่พัชรลุกลี้ลุกลนจนเกินเหตุ อดไม่ได้จึงเอ่ยแซวออกไป "พี่ไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นหรอกย่ะ แต่ที่ห่วงคือเขาบอกว่า ผู้บริหารคนใหม่เนี่ย ยังโสด นอกจากจะเป็นผู้บริหารแล้วยังเป็นหุ้นส่วนของบริษัทด้วย ที่สำคัญหล่อมากกก ก.ไก่ล้านตัว" พี่พัชรลากเสียงตรงคำว่ามาก เรียกเสียงหัวเราะจากพวกเธอได้อย่างสนุกสนาน "คิดว่าเขาจะสนใจเจ้เหรอไง" กระแตเอ่ยปากพูดแทงใจดำ "ก็ไม่แน่หรอกย่ะ" พี่พัชรค้อนปะหลับปะเหลือก "เอ้อพี่ ว่าแต่เค้าชื่ออะไรเหรอ ผู้บริหารคนใหม่เนี่ย" "ยังไม่มีใครรู้ เห็นทางสำนักงานใหญ่แจ้งว่าจะแนะนำทีเดียวในวันนี้เลย" หลังจากพักกลางวันก็เป็นการเริ่มงานในช่วงบ่าย "เฮ้อ..หนังท้องตึง หนังตาหย่อน" กระแตลูบท้องแล้วก็ปิดปากหาว หลังจากที่มื้อกลางวันซัดข้าวมันไก่ไปจานเบ้อเริ่ม ส่วนเมขลากับกระเจี๊ยบก็ไม่ต่างกัน "กาแฟที่กินเข้าไปนี่คงไม่พอ สงสัยต่อไปนี้ต้องฉีดเข้าเส้น" กระเจี๊ยบบ่น ๆ "พี่พัชรไปรอต้อนรับผู้บริหารใช่ป้ะ" เมขลาเอ่ยถามสองสาว กระแตกับกระเจี๊ยบพยักหน้า หลังจากนั้นก็พากันเริ่มลงมือทำงาน ่ติ๊ง' ผู้การพัด:เตรียมตัวด้วย ผู้บริหารจะเดินเยี่ยมชมทุกแผนก เมย่า:ได้จ้า พี่พัชรไลน์มา "เด็ก ๆ คณะผู้บริหารจะเดินตรวจตราทุกแผนกนะ เรียบร้อยกันหน่อย พี่พัชรไลน์มาบอกน่ะ" ถึงแม้แผนกบัญชีจะเป็นแผนกเล็ก ๆ มีพนักงานแค่สี่คนแต่พวกเธอก็ตั้งใจทำงานกันมาก ซึ่งงานที่มีมันเยอะกว่าจำนวนคนเสียอีก สักพักคณะผู้บริหารก็เดินเข้ามา พร้อมกับผู้บริหารหรือหุ้นส่วนคนใหม่ โดยที่มีผู้จัดการแผนกของแต่ละฝ่าย คอยอธิบายในส่วนต่าง ๆ ของสาขาย่อยแห่งนี้ พี่พัชรก็รวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย แต่เอ๊ะ ทำไมผู้บริหารคนใหม่ถึงหน้าตาคุ้น ๆ นะ เมขลาขยับแว่นสายตาแล้วก็จ้องเขม็งไปยังใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามา เดินใกล้เข้ามา จนกระทั่ง "สวัสดี คุณเมขลา อนันต์ลักษณ์ " เธออ้าปากค้างมองหน้าเขา แล้วก็หันไปสบตากับสองสาวรุ่นน้อง ซึ่งสองคนนั้นก็ตกใจเหมือนกัน แต่คงน้อยกว่าเธอ เหลือบตามองพี่พัชร พี่พัชรก็ยิ้มกริ่มอยู่ในอาการเพ้อฝัน "สสสวัสดีค่ะ" เธอเอ่ยออกไปพร้อมกับยกมือไหว้เขา รามสูรจึงยกป้ายชื่อเธอที่ตั้งอยู่บนโต๊ะขึ้นมา "ชื่อเพราะดีนะ เมขลา ชื่อคล้องกันกับผมด้วย เมขลา รามสูร" เขาพูดพลางหัวเราะ หันไปฟังการรายงานต่อ แล้วก็เดินไปยังแผนกต่อไป เมขลาโล่งใจ หวังว่าเขาคงจะจำเธอไม่ได้หรอกนะ แต่เธอจำเขาได้แม่นยำเลยแหละ "เจ๊ ๆๆ เจ๊เม นั่นมันคุณรามสูร ที่เลี้ยงเหล้าพวกเราวันนั้นนี่" หลังจากคล้อยหลังคณะผู้บริหารแล้วกระแตก็หันมากระซิบกระซาบ "ใช่ ๆ พี่เม อะไรจะบังเอิญขนาดนี้" กระเจี๊ยบพูดบ้าง "ใช่ บังเอิญ จริง ๆ" เมขลาพึมพำ "เออ แต่อย่าเพิ่งวิตกไป เขาคงจะจำพวกเราไม่ได้หรอกเนาะ อีกอย่างถึงเราจะไปเที่ยวมันก็นอกเวลางาน" กระเจี๊ยบเห็นเมขลาหน้าซีด ๆ ก็เลยคิดว่าเธอคงจะกลัวกระทบกับเรื่องงาน "อือ พี่ก็หวังว่าอย่างนั้น เนอะกระแต" กระแตพยักหน้าหงึกหงักเชิงเห็นด้วย เมื่อคณะผู้บริหารเยี่ยมชมจนครบทุกแผนกในสาขาย่อยแห่งนี้แล้ว พี่พัชรก็กลับมา "เจ๊ มา ๆ มาเหลาซิ มันอะไรยังไง" กระเจี๊ยบรีบเดินไปลากแขนพี่พัชรทันทีที่เธอเห็นผู้จัดการแผนกโผล่หน้าเข้ามา แล้วหลังจากนั้นพี่พัชรก็ถ่ายทอดให้สามสาวฟังว่า จะมีการขยายสำนักงานแห่งนี้ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับกับผลประกอบการที่มันไปได้สวย คณะผู้บริหารท่านก็เลยมาดูสถานที่ ว่าจะขยายอะไรขยายยังไงขยายตรงใหนบ้าง เลยถือโอกาสเชิญหุ้นส่วนคนใหม่มาดูงานด้วย ซึ่งคุณรามสูรนั้น เป็นเพื่อนกับเจ้าของบริษัทนี้ พอดีอยากเพิ่มทุน จึงได้คุณรามสูรมาร่วมลงทุนด้วย "ตอนแรกคุณรามสูรเขามีธุรกิจพวกสถานบันเทิง ร้านที่เราไปกันวันนั้นก็ของเขานะ สงสัยเงินเหลือ ๆ จึงหันมาจับธุรกิจอย่างอื่นบ้างน่ะ" "อ้อ.. ว่าแต่เจ๊รู้ละเอียดจัง " กระแตค่อนขอด "โอ๊ยทำไมจะไม่รู้ล่ะยะ เขาก็ลือกันให้แซ่ด" "เอ่อว่าแต่พี่พัชร คุณรามสูรอะไรนั่นจะจำเราได้ไหมอ้ะพี่ เราไปกินเหล้าร้านเขาแบบนั้นน่ะ กลัวจะกระทบกับงาน" เมขลาเรียบ ๆ เคียง ๆ ถาม "กลัวทำไมยะ พี่อยากให้เขาจำได้จะตาย แต่เขาคงไม่มานั่งจำพวกเราหรอก เขาคงจะเลี้ยงเหล้าใคร ๆ เยอะแยะไปหมดแหละ" เมขลาได้ฟังอย่างนั้นก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย ๆ หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มลงมือทำงานกันต่อ "โอ้ย.. เจ้ฝนตก แรงด้วย" "ทุกทีสิน่า ทำไมต้องมาตกตอนเลิกงานทุกที" เสียงบ่นระงมของใครหลาย ๆ คนในบริษัท ขณะที่พากันเดินออกมาแตะบัตรเพื่อบันทึกเวลาขาออกงาน เมขลาเองก็เซ็งเหมือนกัน สงสัยคงต้องรอให้ฝนหยุดก่อน ตอนแรกพี่พัชรจะไปส่งแต่เธอเกรงใจเพราะบ้านคนละทางกัน ส่วนสองสาวกระแตกับกระเจี๊ยบนั้น คนที่บ้านมารับ เธอยืนหลบฝนที่ป้ายรถเมล์หน้าบริษัทนั่นเอง กะว่าพอให้ฝนซาสักหน่อยถึงจะเรียกพี่วิน "คุณเมขลาครับ" เมขลาสะดุ้งเพราะกำลังเพลิน ๆกับการท่องโลกโซเชี่ยลอยู่ เงยหน้าขึ้นมองคนมาเรียก "คะ" "คุณรามสูร ให้มาเชิญคุณไปขึ้นรถครับ" เธอเตรียมท่าจะโวยวาย "เจ้านายบอกว่าถ้าคุณปฏิเสธ เรื่องวันนั้น.." "ใครบอกว่าจะปฏิเสธเล่า" เมขลาหน้าหงิก ผู้ชายคนนั้นจึงส่งร่มให้เธอ เธอจึงเดินไปยังรถหรูคันนั้น เขารีบตามมาและก็เปิดประตูให้เมขลาแล้วก็ยื่นมือมารับร่มจากเธอ เมขลาก้าวเข้าไปนั่งในรถแล้ว รถก็เคลื่อนตัวออกทันที "ไง" รามสูรส่งเสียงทักทายเธออย่างอารมณ์ดี "โลกกลมจังเลยเนาะ" เมขลามองหน้าเขา เอ่ยถามออกไป "คุณต้องการอะไรคะ คุณรามสูร" "ก็ ไม่ต้องการอะไร แค่เอาของที่คุณลืมมาให้" พูดจบเขาก็ยื่นเช็คใบนั้นมาตรงหน้าเธอ "ฉันไม่เอา ฉันคืนคุณไปแล้ว แล้วก็ช่วยจอดรถด้วยค่ะ ฉันจะลง" เธอบอกเขา "รับไป ถ้าไม่อยากให้คลิปของคุณว่อนอินเทอร์เน็ต" "นี่..คุณ" เมขลาแทบอยากกระโจนเข้าไปขย้ำคอเขาให้แหลกคามือ "คุณจะเอายังไง" "สงสัยเราคงต้องคุยกันยาว" รามสูรตอบเธอไปด้วยท่าทางสบายอารมณ์สี่ปีต่อมา เมขลาวิ่งตามเด็กชายวัยสามขวบกว่าแทบไม่ทัน น้องภูมิ หรือเด็กชาย วรากรณ์ เดชณรงค์กุล เป็นเด็กที่ฉลาดและพูดเก่งมาก วันนี้น้องภูมิมาเยี่ยมคุณย่า หรือป้าน้อมที่ฉะเชิงเทรา จะได้มาเล่นกับพี่สาวคนสวยหรือหนูแดงด้วย ตอนนี้หนูแดงอายุได้ เจ็ดขวบพอดี ซึ่งเด็กสองคนก็เล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน หนูแดงก็คอยพาน้องเล่น และดูแลน้องได้เป็นอย่างดี"แม่ครับ ภูมิหิวนม"เมื่อเล่นเหนื่อยแล้วเด็กน้อยก็เกิดอาการหิวขึ้นมา เมขลาจึงหยิบนมกล่องให้หนุ่มน้อยไป"ภูมิขอสองกล่องนะครับ จะเอาไปให้พี่หนูแดงด้วย"เมขลายิ้มและปลื้มใจในความมีน้ำใจของลูก เมื่อหนุ่มน้อยได้นมสองกล่องแล้วก็รีบวิ่งไปหาหนูแดงทันทีทางด้านรามสูรก็ตั้งวงสนธนากับเอกภพ และการุณย์ "พวกแกสองคนเมื่อไหร่จะมีลูกมีเมียวะ"รามสูรเอ่ยปากถามเพื่อนรักทั้งสองคน ทั้งสองได้แต่ส่ายหน้า"ไม่เป็นไรพวกเราไม่รีบ"เอกภพตอบพร้อมกระดกเหล้าเข้าปากไปด้วย การุณย์ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตา และแอบมองกระแต สี่ปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยลืมคืนวันที่เขากับกระแตไปดื่มด้วยกันที่หัวหินเลย แต่ก็ไม่กล้าสานสายสัมพันธ์เพราะกลัวจะเป็นสมภารกินไก่วัด ได้แต่แอบตามสืบเรื่องของเธออยู่เป็นระยะ ๆ
สามวันต่อมารามสูรก็กลับกรุงเทพ ฯ เพื่อไปสะสางงานและเรียนเชิญผู้ใหญ่มาสู่ขอเมขลา ถึงแม้ว่ายายสวยจะไม่ต้องการก็ตาม แต่เขาอยากจะให้เกียรติเมขลาและครอบครัวของเธอ ส่วนเมขลานั้นไม่ได้กลับกรุงเทพ ฯ ด้วย เพราะเธอไม่สะดวกเดินทางไกล อีกอย่างใกล้จะถึงวันหมอนัดแล้วด้วย ตอนแรกรามสูรงอแงจะไม่ยอมกลับจะให้ขุนเดชกลับไปคนเดียว เมขลาต้องทั้งขู่ทั้งปลอบเขาถึงได้ยอม"พี่จะรีบไปรีบมานะ เมไม่ต้องกังวล"เมขลาพยักหน้าพร้อมกับรุนหลังเขาให้ขึ้นรถตู้ไปอย่างทุลักทุเล ไม่รู้เป็นยังไงสองสามวันที่รามสูรมาอยู่ด้วยเธอรู้สึกรำคาญและขวางหูขวางตาเขาเป็นอย่างมาก แถมยังเหม็นทุกอย่างที่เป็นรามสูร ยายสวยบอกว่าเป็นอาการของคนแพ้ท้อง คนท้องบางคนมักจะมีอาการแพ้ที่แปลก ๆ บางคนเหม็นสามี บางคนก็อยู่ห่างไม่ได้ เป็นอาการและอารมณ์ที่ยากจะคาดเดาของคนท้อง เมื่อมาถึงกรุงเทพ ฯ แล้ว รามสูรให้ขุนเดชไปบอกสามสาว เจ๊พัชร กระเจี๊ยบ และกระแต ว่าเขาคืนดีและเข้าใจกันกับเมขลาแล้ว และกำลังจะไปสู่ขอเธอ ให้ทั้งสามสาวเตรียมตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวได้เลย เจ๊พัชร กระแต และกระเจี๊ยบก็ดีใจและยินดีกับเมขลาด้วย และเตรียมแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวหนองบัวลำภูกัน โดยเฉพ
"แค่อย่ามายุ่งกับชั้นและลูกก็พอ"เมขลาบอกกับรามสูรไปอย่างไร้เยื่อใย แต่ก่อนที่รามสูรจะทันได้พูดอะไรต่อ เสียงของยายสวยที่กลับจากการไปขายของที่ตลาดก็ตะโกนเข้ามา"ใครกัน มาทำอะไรกันเยอะแยะ"แล้วก็เดินเข้ามาประคองให้เมขลาลุกขึ้น"ยัยเม ใครเหรอ"เมื่อยายสวยพูดจบ รามสูรก็ยกมือไหว้ท่านอย่างนอบน้อม"สวัสดีครับคุณแม่ ผมรามสูรเป็นสามีของเมขลาครับ"ยายสวยยกมือทาบอกและมองหน้าเมขลาสลับกับมองหน้ารามสูร ความจริงแล้วยายสวยก็พอจะเดาออกอยู่หรอกว่าระหว่างเมขลากับรามสูรคงจะเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ แต่คงจะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน เมขลาถึงได้หนีมา "ถ้ายังงั้นเราก็คงต้องมีเรื่องคุยกันหลายเรื่อง"พูดจบป้าน้อมกับหลานสาวก็เดินเข้าไปในครัว เพื่อไปเตรียมน้ำเตรียมท่ามาให้รามสูรและคนของเขา ยายสวยกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ได้ลูกเขยสมใจแล้วโว้ย ยายสวยเชื่อมั่นในตัวลูกสาวเพราะหากว่าเมขลาจะทำตัวเหลวแหลกจริง ๆ คงไม่ปล่อยให้ล่วงเลยจนกระทั่งอายุสามสิบหรอก ที่หอบท้องกลับบ้านมานั่นก็เพราะเข้าใจผิดอะไรกันแน่ ๆหลังจากดื่มน้ำดื่มท่ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนของรามสูรก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนขุนเดชก็ต้องไปสอยมะม่วงมาให้เจ้านายอีกตาม
"ผมส่งทุกอย่างไปให้ทางอีเมล์ตั้งแต่สามวันก่อนแล้วนะครับ" คำตอบจากคุณสมชายทำให้ขุนเดชรีบไปหยิบแท็บเล็ตมาเพื่อเช็คอีเมล์ทันที ไล่หาอยู่ไม่นานเขาก็เจออีเมล์ที่ส่งมาจากคุณสมชาย เขาคลิกเข้าไปและเปิดดู ภาพที่ปรากฏทำให้ขุนเดชแทบกระโดดตัวลอย ป้าน้อมเห็นอาการของลูกชายก็รีบเข้ามาถามทันที"ตาเดช เป็นอะไร"กวักมือเรียกแม่หยอย ๆ ป้าน้อมรีบเดินไปหาลูกชาย ขุนเดชจึงเปิดภาพถ่ายเมขลาให้ป้าน้อมดู ซึ่งมีหลายภาพ และหลายอริยาบถ ทั้งภาพที่เธอไปนั่งรอหมอที่โรงพยาบาล ภาพที่เธอนอนลูบท้อง ในมือถือหนังสือนิทาน และภาพที่เธอยืนรดน้ำต้นไม้ และถ้าหากสังเกตดี ๆ จะพบว่าในแต่ละภาพนั้นท้องของเมขลานูนขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็พอมองออกว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ เพราะเหตุนี้นี่เองเมขลาจึงรับเงินจากรามสูร และกลับบ้านต่างจังหวัดขุนเดชคิดไว้ไม่มีผิด เขาเชื่อมั่นว่าเมขลาย่อมมีเหตุผลถึงได้ทำแบบนั้นเมื่อดูภาพเหล่านั้นจนหมดทุกภาพแล้วขุนเดชก็ปรึกษาแม่ว่าจะทำอย่างไรให้เมขลากับรามสูรลงเอยกันด้วยดีเสียที ซึ่งป้าน้อมก็พอจะรู้เรื่องของรามสูรกับเมขลาอยู่บ้างแล้ว ท่านค่อนข้างแน่ใจว่ารามสูรรักเมขลาแน่นอนเพราะว่าเมขลาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่รามสูรเคยพาม
สามเดือนแล้วที่เมขลากลับมาอยู่ที่หนองบัวลำภู ท้องของเธอเริ่มนูนออกมาเล็กน้อย รูปร่างก็เริ่มอวบอิ่ม มีน้ำมีนวลขึ้นเรื่อย ๆ เธอท้องได้ยี่สิบสัปดาห์พอดี (ประมาณห้าเดือน) เมขลานำเงินสามล้านที่ได้จากรามสูรมาปรับปรุงบ้าน ส่วนนึงนำมาเป็นทุนในการขายของออนไลน์ และสร้างคอนเทนต์ลงในสื่อโซเชี่ยล รายได้ก็อยู่ได้สบาย ๆเธอนั่งอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟังอยู่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน ส่วนแม่กับหลานไปขายของที่ตลาด โชคดีที่เธอไม่มีอาการแพ้ท้อง หากไม่บอกว่าท้องแทบจะไม่มีใครดูออกเลย ตอนที่เมขลาบอกแม่ว่า..เธอท้องไม่มีพ่อ ท่านไม่ตำหนิเธอสักคำ และไม่ถามเธอด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น บอกแค่ว่าแม่เลี้ยงแกมาได้ เลี้ยงหลานอีกสักคนจะเป็นไรไป เมขลารู้สึกผิดมากที่ทำให้แม่อับอาย แต่แม่ก็บอกว่าอย่าคิดมาก อย่าเครียดเดี๋ยวเจ้าหนูในท้องจะไม่หล่อ ผลอัลตร้าซาวด์จากหมอนัดคราวที่แล้วบอกว่าเมขลาได้ลูกชาย ดูเหมือนยายจะเห่อหลานชายมากอะไรที่เธอบอกว่าอยากกินท่านจะหามาให้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นไข่มดแดง แกงหอยขม หรือแม้กระทั่งแมงจินูน ยายจัดมาให้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง เมขลาอยู่ที่บ้านอย่างสงบ ถึงแม้จะมีสายตาดูถูกดูแคลนแกมอยากรู้อยากเห็นจากป้าข้างบ้า
เมื่อเมขลาตัดสินใจและจัดการเรื่องเช็คเรียบร้อยแล้ว ในวันต่อมาเธอก็มาทำงานตามปกติ "พี่เม หายแล้วเหรอ"กระแตกับกระเจี๊ยบเข้ามาทักทายเสียงใส"ดีขึ้นแล้ว"ตอบสองสาวรุ่นน้องไปอย่างสดใสเช่นกัน"เรากำลังจะไปซื้อกาแฟ พี่เมเอาคาปูเย็นใช่ไหม"กระเจี๊ยบถาม เพราะรู้ว่าเมขลาชอบกินคาปูชิโน่ปั่นมาก"อือ..ไม่ล่ะพี่ขอเป็นโอวัลตินเย็นแทนละกัน หมอบอกให้พี่งดกาแฟสักพัก คาเฟอีนมีผลต่ออาการไมเกรนกำเริบ"บอกสองสาวพร้อมทั้งรีบอธิบายเพราะกระแตกับกระเจี๊ยบทำหน้าสงสัย แต่ความจริงแล้วการทานกาแฟมันไม่ดีต่อลูกน้อยในครรภ์"เอางั้นเหรอ ก็ได้โอวัลตินเย็นนะ"กระแตกับกระเจี๊ยบจึงเดินเคียงกันไปยังร้านกาแฟที่โรงอาหารเมขลาเดินมาถึงแผนกก็กล่าวทักทายเจ๊พัชร และแจ้งความจำนงกับเจ๊ว่าเธอจะลาออกสิ้นเดือนนี้ "ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม"ถามย้ำเธออีกครั้งนึง"หนูใคร่ครวญดีแล้วค่ะพี่พัชร ขอโทษด้วยนะที่กะทันหันเกินไป"ตอบเจ๊พัชรเสียงแผ่วแต่หนักแน่น"โอเค เมเขียนจดหมายลาออกมาได้เลยเดี๋ยวพี่เซ็นต์แล้วจะไปยื่น HR ให้ จะได้ทำเรื่องขอคนใหม่ไปด้วยเลย"เมขลาจึงยกมือไหว้ขอบคุณเจ๊พัชร ก็พอดีกับสองสาวกระแตกับกระเจี๊ยบกลับมาจากซื้อกาแฟ เจ๊พัชรจึ
"แม่ สบายดีนะคะ "'สบายดี'"ตังค์ที่ส่งให้ พอใช้ไหม เดี๋ยวสิ้นเดือนหนูส่งให้อีกนะ"'ส่งมาทำไมเยอะแยะ แม่ไม่ได้ใช้อะไร ขายผักที่ตลาดนัดแม่ก็พออยู่ได้'"แม่เลิกขายผักได้ไหม หนูไม่อยากให้แม่เหนื่อย "' แม่ไม่เหนื่อยหรอกลูก ไปขายผักก็พอได้มีเพื่อนคุย'"แล้วมีคนแปลกหน้าไปด้อม ๆ มอง ๆแถว บ้านเราไหมแม่"'
"สงสัยเราคงต้องคุยกันยาว"รามสูรตอบเธอไปด้วยท่าทางสบายอารมณ์"ไปที่พักของเมขลา"เขาสั่งคนขับรถ ไม่นานก็ถึงจุดหมายเพราะหอพักของเมขลาอยู่ไม่ไกลจากบริษัทสักเท่าไหร่"อ้าวคุณ ขึ้นมาสิ ต้องให้อุ้มด้วยไหม""บ้า" เธอจึงรีบก้าวเท้ายาว ๆ เพื่อให้ทันคนตัวใหญ่ที่เดินนำเธอไปก่อนแล้ว ทั้งสองมาหยุดที่หน้าห้องพั
"เช็คเงินสดสามล้าน พรุ่งนี้คุณไปขึ้นเงินได้เลย"พูดจบรามสูรก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก็โน้มตัวลงมาตวัดแขนอุ้มตัวของเมขลามาไว้แนบอก "ว้าย.. คุณปล่อยนะ ฉันพูดเล่น เอาของคุณคืนไป"เมขลาดิ้นรนพร้อมกับยัดเช็คใบนั้นใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทของเขา รามสูรหาได้สนใจเธอไม่ เพราะนอกจากเขาจะไม่ปล่อยเธอแล้ว ยั
รามสูรนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาวางแขนพาดไปตามความยาวของมัน หลับตานิ่งฟังเสียงสรรพสิ่งรอบข้าง ในมือคลึงแก้วเหล้าไปมา ความเย็นของน้ำแข็งช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้นิดหน่อย วันนี้เขารู้สึกเบื่อ ๆ ก็เลยอยากออกมาผ่อนคลายบ้าง จึงเลือกมาที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการของเขาเองเขาหลับตาเพื







