Mag-log inทัดดาวมองเห็นแววตาเป็นประกายของเด็กน้อย ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข อิ่มเอมหัวใจ เพราะเธอเข้าใจดีว่า ชีวิตผู้ปกครองที่หาเช้ากินค่ำนั้นเป็นอย่างไร ตัวเธอเองก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกเขาหาเช้ากินค่ำเหมือนกัน วันไหนขายหมดวันนั้นได้เงิน ถ้าวันไหนป่วยหรือฝนตกออกไปขายไม่ได้ วันนั้นก็จะไม่มีเงิน ทำให้ต้องดึงเงินออมที่มีอยู่น้อยนิดออกมาใช้
“สวัสดีครับแม่ทัด”
เสียงเด็กผู้ชายตัวเล็ก ถือกระเป๋านักเรียนใบโตวิ่งเข้ามาหา พุ่งตรงไปกอดผู้หญิงร่างบางที่กำลังยืนปิ้งลูกชิ้นอยู่
“สวัสดีครับ ว่าไงคะคนเก่งของแม่ หิวมั้ย”
“ไม่หิวเลยจ้ะ ทิชาพึ่งกินนมโรงเรียนมาจ้ะแม่”
“อ้าวมาแล้วรึเจ้าทิชา มานี่มา มาเอาขนมถ้วยเอาไปกิน กินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ”
ป้าอ้วนแม่ค้าขายขนมหวานยื่นกล่องขนมถ้วยส่งให้เด็กผู้ชายตัวน้อย เด็กน้อยรับไว้ แล้วยกมือไว้อย่างสวยงาม
“ขอบคุณครับป้าอ้วน ทิชาชอบกินขนมถ้วยของป้าอ้วนมากที่สุดเลยครับ ขนมถ้วยของป้าอ้วนเป็นขนมถ้วยที่อร่อยที่สุดในโลกเลย”
“เออ.. เออ .. ทิชาเอ็งนี่ปากหวานเข้าใจพูดนะ โตขึ้นไปเนี่ยหัวกะไดบ้านท่าจะไม่แห้ง สาวสาวผุดเข้าผุดออกเป็นแน่”
ทิชามองหน้าป้าอ้วนตาแป๋ว
“หัวกะไดบ้านแปลว่าอะไรหรือจ๊ะ แล้วทำไมมันต้องไม่แห้งด้วยละครับ”
ทัดดาวยกมือลูบหัวลูกชายแล้วยิ้ม“เป็นคำเปรียบเปรยค่ะลูก หัวกะไดบ้านเป็นคำเพี้ยนมาจากคำว่าหัวบันไดบ้าน ในสมัยก่อนเขาจะปลูกบ้านแบบยกพื้นสูงมีใต้ถุนบ้าน เวลาที่เราจะขึ้นบ้านจะต้องล้างเท้าก่อน ดังนั้นถ้ามีคนมาหาทิชาเยอะๆ เขาเหล่านั้นก็ต้องล้างเท้าก่อนขึ้นบ้าน ทำให้บันไดบ้านเปียกอยู่ตลอดเวลาไม่แห้งไงจ๊ะ”
“อ๋อทิชาเข้าใจแล้ว แปลว่าทิชามีเพื่อนมาหาเยอะๆ ใช่มั้ยจ๊ะแม่”
“เข้าใจแบบนั้นก่อนก็ได้จ้ะ เพราะหนูยังเด็กอยู่”
ป้าอ้วนหันมามองสองแม่ลูกแล้วยิ้ม
“แหม่ เจ้าทิชานี่มันช่างขี้สงสัยจริงๆ .. แล้วนี่ของใกล้หมดหรือยังล่ะทัดดาว”
“มีแค่บนถาดนี่แหละพี่ เดี๋ยวก็จะกลับแล้วเหมือนกัน ขอบคุณนะคะ”
ทัดดาวยกมือไหว้ป้าอ้วน นี่แหละน้ำใจของคนทำมาหากิน พอใกล้จะเก็บร้านกัน ร้านไหนที่ขายขนม กับข้าวที่เก็บไว้ไม่ได้ ก็จะเอามาแจกจ่ายแบ่งปันกันกิน ซึ่งมันก็ทำให้ทัดดาวพอจะประหยัดค่ากับข้าวไปได้บ้าง
ทัดดาวเก็บของเสร็จก็เข็นรถเข็นเลาะริมถนนไป โดยมีเด็กน้อยวิ่งไปวิ่งมาข้างๆ ระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังพูดคุยหยอกล้อหัวเราะกันอย่างมีความสุข ก็มีรถเก๋งสีดำหรูเสียหลักจากหักหลบอะไรบางอย่างพุ่งมาชนที่สองแม่ลูกอย่างแรง เสียงดังโครมใหญ่ ท่ามกลางเสียงร้องด้วยความตกใจของคนที่อยู่ใกล้ๆ นั้น
“โครมมม”
“ว้าย... คนถูกรถชน”
รถเข็นและข้าวของที่ถูกชนกระจัดกระจายพังเสียหายยับเยิน ข้างๆ กันนั้นเป็นร่างของทัดดาวที่นอนไร้สติจมกลางกองเลือด และเด็กผู้ชายที่อยู่ในอาการตกใจเสียขวัญนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ
ชายหนุ่มแต่งกายภูมิฐานผู้เป็นคนขับรถเก๋งคันหรูที่ก่อเหตุรีบเปิดประตูรถออกมาด้วยอาการตกใจ แล้วพุ่งไปหาร่างที่นอนไร้สติอยู่ริมถนน
“คุณ คุณ
“ฉัตรก็จะเสร็จแล้ว ฉัตรรักทิชานะคะ” “ครับทิชาก็รักคุณฉัตร” จบเสียงตอบรักของทิชา สายน้ำที่อัดอั้นไว้ของทั้งคู่ก็ถูกปล่อยออกมาพร้อมกัน ของทิชาออกมาไม่มาก เพราะได้ปลดปล่อยมาก่อนหน้านี้แล้วสองครั้ง แต่ฉัตรนั้นปลดปล่อยน้ำรักเข้าไปในช่องทางรักอย่างมากมาย ทิชารู้สึกอุ่นวาบในช่องทางหลัง เขาเข้ามาโอบกอดเอาซบกับอกของฉัตร ฉัตรก้มจูบที่หน้าผาก “ขอบคุณที่กลับมาหาฉัตรนะคะ” “คุณฉัตรก็จะไม่ทิ้งทิชาไปไหนอีกใช่ไหมครับ” “มีเมียน่ารักแบบนี้ ผัวคนนี้จะไปไหนรอดละคะ” “คุณฉัตรพูดอะไร น่าอาย” ทิชาทุบไปที่หลังเบาๆ “โอ๊ย.. มาทุบหลังผัวแบบนี้ ถ้าผัวหลังพิการไปเดี๋ยวส่วนล่างใช้การไม่ได้นะ” “คนลามก เอาออกไปได้แล้วมันอึดอัด” “ฮือ... ได้ผัวแล้วก็เขี่ยทิ้งผัวงั้นหรือจ๊ะเมียจ๋า เมื่อกี้ยังเรียกให้เข้ามา ให้เร็วๆ อยู่เลย ตอนนี้มาไล่ให้เอาออก” “คุณฉัตรหยุดพูดได้แล้ว ทิชาจะล้างตัว” “ใครบอกว่าจะให้ล้างตัวตอนนี้ ยังกินไม่อิ่มเลย”
“ทำไมวันนี้คุณฉัตรน่ารักจัง”“กลัวไม่มีเมีย”“...”“อยากมีเมียใจจะขาดแล้ว”ฉัตรยืดตัวยืนขึ้น ดันจมูกไปแตะทักทายจมูกเล็ก ทิชาหลับตาลง ฉัตรบรรจงพรมจูบไปทั่วใบหน้าสวย ตามลำคอขาวแล้วจูบค้างไปตรงที่เขาเคยฝังรอยฟันเอาไว้แล้วรำพึงเสียงสั่น“ฉัตรขอโทษ ที่ฉัตรทำไม่ดีกับทิชา ทำให้ทิชาเจ็บ”ทิชาสัมผัสได้ถึงหยดน้ำที่แตะบนไหล่ เขาดันตัวเองออก ภาพที่เขาเห็นคือหยดน้ำที่ไหลรินจากดวงตาคมอาบแก้ม ทิชายิ้มแล้วใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตา ยื่นหน้าไปจูบซับคราบน้ำตาแฟนหนุ่ม“ทิชายกโทษให้คุณฉัตรตั้งนานแล้ว แต่ทิชาจะโกรธอีกครั้งถ้าคุณฉัตรไม่ยอมทำต่อ ปล่อยทิชาอารมณ์ค้างแบบนี้” ฉัตรไม่รอช้า เขาประกบริมฝีปากสวยทั้งคู่แลกสัมผัสหอมหวานซึ่งกันและกัน ฉัตรดันตัวทิชาให้ติดผนังห้องน้ำ ทันทีที่ร่างบางสัมผัสความเย็นจากพื้นผนังห้องน้ำ ความวูบวาบก็กระจายทั่วร่างกาย แล้วทิชาก็สะดุ้งอีกครั้งเมื่อฉัตรลงลิ้นเลียดูดดึงที่ยอดอกข้างหนึ่งของตน ส่วนอีกข้างก็โดนบดบี้ด้วยปลายนิ้วมือของฉัตร ทิชาเสียววาบไปหมด เขาแอ่นอกรับสัมผัสอย่างไม่อาย ฉัตรทั้งดูดทั้งดุนทั้งรัวลิ้น “อ้า.. คุณฉัตร ...” “ที่รักชอบไหมคะ
ฉัตรใจเต้นมองหน้าคนรักตรงหน้าที่ตอนนี้สติอาจจะมาไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจให้เป็น ความจริงถ้าเขาจะทำอะไรตอนนี้คนเมาตรงหน้าก็คงไม่มีแรงขัดขืน แต่เขาตั้งใจไว้แล้วว่าเขาจะไม่หักหาญน้ำใจคนรัก เขาจะแตะต้องเธอก็ต่อเมื่อเธอเต็มใจเท่านั้น และอาการของทิชาตอนนี้ดูเหมือนเขาจะเริ่มมีหวังแล้วสิ“ให้ทิชาเป็นคนทำได้ไหม”ฉัตรได้ยินก็ยิ้มกว้าง“ทิชาอยากทำเอง”ทิชาเดินเข้าหาแล้วเอามือคล้องคอฉัตรโน้มเข้ามาใกล้ แล้วยื่นหน้าเข้าไปประกบจูบ ซึ่งฉัตรก็ไม่ทิ้งโอกาสเขารีบคว้าเอวบางเข้ามาโอบ แล้วดึงเข้ามาประชิดกับตัว รับสัมผัสนุ่มนวลจากคนเมา เขาปล่อยให้คนเมาสัมผัสจนพอใจ จึงหาโอกาสเข้าไปชิมความหอมหวานภายใน ฉัตรมอบสัมผัสที่อ่อนโยนให้ทิชาอย่างเอาใจ ระหว่างที่เรียวลิ้นทั้งคู่แลกสัมผัสกัน ผ่ามือของเขาก็ลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง เอวคอดบาง และสะโพกที่กลมกลึง ทิชาเริ่มมีอารมณ์โอนอ่อนไปตามรสสัมผัสของคนเจ้าเล่ห์ ฉัตรถอนจูบออกแล้วใช้ปลายจมูกไล้ไปตามแก้มใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ เขาใช้ริมฝีปากและปลายลิ้นแตะที่ใบหูบาง สัมผัสนี้ทำให้ทิชาขนลุกเกรียวและเสียววาบที่ท้องน้อย ฉัตรกระซิบเบาๆ“คิดถึง ฉัตรคิดถึงทิชาเห
ตั้งแต่ทิชายอมเปิดใจให้ฉัตรอีกครั้ง ชีวิตของทิชาก็เปลี่ยนไป เพราะฉัตรจะหาเรื่องเอาตัวมาติดใกล้ชิดกับทิชาตลอดเวลาราวกับกลัวว่าทิชาจะหายไปไหนอีก จนทิชาต้องตั้งกฎไว้หนึ่งข้อ คือ ทั้งสองจะไม่มีอะไรกันจนกว่าทิชาจะมั่นใจในตัวของฉัตร นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทิชาไม่อนุญาตให้ฉัตรขึ้นคอนโด แต่ก็ยอมฉัตรทำหน้าที่มารับส่งแทนพี่เมฆได้วันนี้ฉัตรก็มารอรับทิชาที่หน้าคอนโดเหมือนเคย เขายืนรอคอยเปิดประตูให้ จากนั้นเขาก็เข้าไปนั่งประจำที่ในตำแหน่งคนขับแล้วขยับตัวมาจัดการคาดเข็มขัดนิรภัยให้กับตุ๊กตาหน้ารถคนหน้าหวาน คาดเสร็จก็ไม่ยอมขยับตัวไปไหน“อะไรครับ”“ขอมอร์นิ่งคิสหน่อยสิ”“ไม่เอาเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าอายเขา”“ใครจะมาเห็นล่ะ รถผู้บริหารติดฟิล์มดำมืดรอบคันแบบนี้ นะ นะ นะจุ๊บหน่อย”ฉัตรยังคงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ทำตาละห้อยชวนให้น่าสงสาร ทิชาชั่งใจอยู่พักก็ยื่นหน้าเอาริมฝีปากไปแตะริมฝีปากอีกคนแล้วรีบถอนใบหน้าออกมาโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกคนได้ทำในสิ่งที่อยากทำต่อ“ออกรถได้แล้ว เดี๋ยวก็สายหรอกครับ”เสียงออกคำสั่งที่หวานหูให้ออกรถ เพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินของตนเอง ฉัตรมองแล้วอดที่จะยิ้มกับการเสียอาการของคนข้างๆ ไม่ได้ พ
ฉัตรพาทิชาไปกินที่ร้านอาหารหรู เขาจองโต๊ะแบบไพรเวทไว้ และสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ“ทำไมสั่งมาเยอะแบบนี้ละครับ”“ก็ฉันไม่รู้ว่านายชอบกินอะไรก็เลยให้ทางร้านเขาจัดมาให้”ฉัตรจัดการตักอาหารให้ทิชา ดูแลและเอาใจทุกอย่าง จนทิชาเริ่มทำตัวไม่ถูกเพราะเขาไม่คุ้นชินกับฉัตรเวอร์ชั่นนี้“เอ่อ.. ผมตักเองได้ครับคุณฉัตร”“ก็ฉันอยากทำให้นายนี่ทิชา”“สิ้นเปลืองมากเลย จะกินยังไงให้หมดล่ะ สั่งมาเยอะแยะ”“ฉันเป็นคนแบบนี้ไง เลยต้องให้นายมาคอยดูแล ฉันสั่งทำบัตรให้นายแล้ว พรุ่งนี้เซลล์เขาจะเอามาให้ วันนี้อยากได้อะไรฉันจะพาไปซื้อ”“ดีผมจะได้เอาไปรูดซื้อของแพงๆ ให้หมดเลย”ทิชาพูดไปย่นปากไป ฉัตรมองด้วยความเอ็นดู“ได้เลย บัตรของฉันอันลิมิเตตอยู่แล้ว”ทั้งคู่กินข้าวพูดคุยกันไป ฉัตรก็หยอดมุกใส่ทิชาเป็นระยะ ทำให้ทิชาที่ยังไม่ชินกับฉัตรเวอร์ชั่นนี้ถึงกับนั่งเขินไปบิดไป พอนาฬิกาบอกเวลาบ่ายโมงสิบห้านาที ทิชาก็เตือนฉัตรว่า“คุณฉัตรครับบ่ายโมงกว่าแล้ว คุณฉัตรมีนัดกับลูกค้าที่ไหนหรือครับ แล้วผมต้องทำอะไรบ้างครับ”“จริงด้วย ไม่มีอะไรนายทำตัวสบายสบายได้เลย แต่เดี๋ยวฉันขอไปซื้อของก่อน”ทั้งคู่จ่ายค่าอาหารเสร็จก็เดินออกจากร้านอาหา
เช้าวันต่อมาทิชามาถึงที่ทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า เขานั่งจิบกาแฟกับกินแซนวิทที่ทำไว้พร้อมกับท่องโลกโซเชียลเข้าไปคุยกับเพื่อนๆ จนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเพราะโซนที่เขานั่งมีเพียงโต๊ะทำงานของทิชากับคุณนุจรีย์ที่ตั้งไว้หน้าห้องท่านประธานกับคุณฉัตร กว่าคุณนุชจะมาก็เกือบแปดโมง ท่านประธานก็แปดโมงกว่าๆ ส่วนอีกคนเขายังไม่เคยเจอตอนเช้าก็น่าจะมาพร้อมกับท่านประธานมั้ง“ตอนนี้มีนาเขาทำอะไรอยู่ที่ไหนล่ะ”“มีนาเขาทำงานอยู่แถวสีลมนะครับ”ทิชาที่กำลังจดจ่อกับโลกโซเชียลเมื่อได้ยินคำถามที่ถามถึงเพื่อนตนก็ตอบออกไปโดยไม่ทันได้คิดอะไร แล้วเขาก็เริ่มรู้สึกตัว เขาจึงเงยขึ้นไปมองด้านข้างตามแหล่งที่มาของเสียง นั่นก็ทำให้แก้มเนียนนุ่มสัมผัสกับจมูกโด่งของอีกคนอย่างไม่รู้ตัว“อุ๊ย.. คุณฉัตร”ทิชาเบี่ยงตัวหนีแต่ฉัตรก็เท้ามือกับโต๊ะคร่อมล็อคไว้ไม่ให้ขยับไปไหน“ดูเหมือนเพื่อนเราจะเป็นกลุ่มเดียวกันนะเนี่ย”“นี่คุณฉัตรมาแอบดูข้อมูลพนักงานแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ”“ไม่น่ารักงั้นหรือ แล้วถ้าอยากให้รักต้องทำไง ทำแบบนี้ได้ไหม”พูดจบฉัตรก็ใช้ทีเผลอเข้าไปหอมแก้มทิชาอีกรอบ ทิชาพยายามจะถอยหลบก็ไปชนกับแผ่นอกหน้าของฉัตรฉัตรมองไปท







