ทุกหนี้แค้นล้วนแล้วมีเจ้าของ เล่ม 2 -สำนักเจี๋ยเอิน(ภาคต้น)-

ทุกหนี้แค้นล้วนแล้วมีเจ้าของ เล่ม 2 -สำนักเจี๋ยเอิน(ภาคต้น)-

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-09-25
Oleh:  TheXang789Ongoing
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
15Bab
567Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หลังจากที่จ้าวเซินฝูได้ตัดขาดจากตระกูลเดิม กลายเป็นคนไม่มีแซ่ เซินฝูได้ผ่านบททดสอบเข้าสำนักเจี๋ยเอินได้สำเร็จอย่างที่เคยทำในชีวิตก่อน การกลับมาครั้งนี้ทำให้เซินฝูได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว ตนได้ย้อนเวลากลับมาเป็นเพราะอะไร

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1

浴室からシャワーの音が聞こえてくる。

森川拓海(もりかわ たくみ)がシャワーを浴びているのだ。

午前3時。

さっき帰宅したばかりだった。

森川知佳(もりかわ ちか)は浴室の扉の前に立っていた。話したいことがあったのだ。

これから相談しようとしていることを、彼が聞いてくれるだろうか。少し不安になった。

どう話しかけようかと迷っていると、中から妙な音が聞こえてきた。

耳を澄ませて、やっと理解した。拓海が一人でしていることの音だった……

荒い息づかいと押し殺したうめき声。胸を重いハンマーで叩かれたような衝撃が走った。苦しみが波のように押し寄せてくる。その痛みに息が詰まった。

今日は二人の結婚記念日で、結婚して5年が経つ。それなのに夫婦として一度も……

結局、自分で済ませることを選んでも、私には触れたくないということなのか?

彼の息づかいがさらに荒くなる中、限界まで我慢したような低い声で果てた。「結衣……」

この一言が、心を完全に砕いた。

頭の中で何かが音を立てて崩れ、すべてが粉々になった。

必死に口を押さえ、声を漏らさないよう振り返った瞬間、よろめいた。洗面台にぶつかって床に倒れてしまった。

「知佳?」中から拓海の声がした。まだ息が整わず、必死に抑えようとしているのが分かったが、呼吸は荒いままだった。

「あ……お手洗いに行こうと思って、シャワー中だなんて知らなくて……」苦しい言い訳をしながら、慌てて洗面台につかまって立ち上がろうとした。

でも焦れば焦るほど、みじめになっていく。床も洗面台も水で濡れていた。やっとの思いで立ち上がったとき、拓海が出てきた。白いバスローブを慌てて羽織って乱れていたが、腰の紐だけはしっかりと結ばれていた。

「転んだのか?俺が手伝うよ」彼女を抱き上げようとした。

痛みで涙が溢れそうになったが、それでも彼の手を振り払った。そして意地を張って、「大丈夫、一人でできるから」と言った。

そして再び滑りそうになりながら、足を引きずって寝室へと逃げ帰った。

「逃げる」という表現は決して大げさではない。

拓海と結婚したこの5年間、知佳はずっと逃げ続けていた。

外の世界から逃げ、周囲の視線から逃げ、そして拓海の憐憫の視線からも逃げていた――拓海の妻が足の不自由な人だなんて。

足の不自由な人が、端正で事業も成功している拓海と釣り合うはずがない。

でも彼女にも以前は健康で美しい脚があったのに……

拓海もすぐに出てきて、やさしい口調で心配そうに尋ねた。「痛くないか?見せてくれ」

「大丈夫」知佳は布団を引き寄せ、自分のみじめさと一緒に布団の中に身を隠した。

「本当に大丈夫か?」彼は本当に心配していた。

「うん」彼女は背中を向けて、強くうなずいた。

「じゃあもう寝るか?お手洗いに行きたかったんじゃなかったのか?」

「もう行きたくない。寝ましょうか?」知佳は小さく言った。

「わかった。そうそう、今日は俺たちの記念日だから、君にプレゼントを買ったんだ。明日開けて、気に入るかどうか見てくれ」

「うん」知佳は答えた。プレゼントはベッドサイドに置かれており、もう見ていた。ただ、開けなくても中身がわかる。

毎年同じ大きさの箱で、中には全く同じ時計が入っている。

知佳の引き出しには、誕生日プレゼントと合わせて、すでに9個の同じ時計が眠っており、これが10個目だった。

会話はそこで途切れ、彼は電気を消して横になった。空気中にボディソープの湿った香りが漂っていた。でもベッドの沈み込みをほとんど感じなかった。2メートルの大きなベッドで、彼女がこちら側に寝て、彼は向こう側の端に横になっている。二人の間にはまだ3人が寝られるほどの距離があった。

二人とも結衣という名前を口にすることはなく、ましてや彼が浴室でしていたことについても触れなかった。まるで、何も起こらなかったかのように。

知佳は固まったまま仰向けに横たわり、ただ目の奥がヒリヒリと痛むのを感じていた。

結衣、立花結衣(たちばな ゆい)は彼の大学の同級生で、初恋であり、憧れの人だった。

大学卒業のとき、結衣は海外に行き、二人は別れた。拓海は一時期立ち直れず、毎日酒に溺れていた。

知佳と拓海は中学の同級生だった。

中学時代からひそかに彼を好きだった。

その頃、拓海は学校一のイケメンで、クールな優等生だった。一方知佳は芸術系の生徒だった。美しくはあったが、美しい女の子は大勢いた。成績がすべてだった学生生活において、芸術系の生徒はそれほど目立たず、偏見を持たれることさえあった。

だから、それは彼女だけの片思いで、いつか彼の前に立てる日が来るなんて思ったこともなかった。

芸術大学のダンス学科を卒業して夏休みに実家に帰っていた時、落ち込んでいる拓海と再会するまでは。

その夜も拓海は酔っぱらっており、ふらふらと歩いていた。横断歩道を渡るとき信号を見ておらず、一台の車がブレーキも間に合わず突っ込んできた。彼を突き飛ばしたのは彼女だった。心配で彼の後をついていた知佳が、彼を押しのけて自分が車にはねられたのだった。

知佳はダンス専攻で、大学院への推薦も決まっていた。

しかし、この交通事故で、足は不自由になった。

もう二度と踊ることができなくなった。

その後、拓海は酒をやめ、知佳と結婚した。

知佳に対して罪悪感を抱き続け、感謝し続け、優しい言葉をかけ続けた。でも同時に冷淡で水のように冷たく、そしてたくさんのプレゼントをくれ、たくさんのお金をくれた。

ただ一つだけ、愛してはくれなかった。

知佳は、時間がすべてを癒してくれると思っていたし、時間がすべてを薄れさせてくれるとも思っていた。

しかし想像もしなかったのは、5年が過ぎても、彼は「結衣」という名前をこれほど深く心に刻んでいるということだった。さらには、自分で処理するときでさえ、呟いているのはその名前だということだった。

結局は私があまりにも愚かで世間知らずだったのだ……

一睡もできず、スマホの中のそのメールを、この夜100回は見返した。

海外のある大学からの大学院入学許可通知で、今夜彼と相談するつもりだったこと――私が海外の大学院に行くことは可能かどうか?

しかし今となっては、拓海と相談する必要はなさそうだった。

5年間の結婚生活、数え切れない眠れぬ夜。それがついにこの瞬間から終わりに向かって歩み始めるのだ。

拓海が起きたとき、知佳はまだ寝たふりをしていた。外で家政婦の中村さんと話している声が聞こえた。「今夜は接待があるから、彼女には待たずに休むよう伝えて」

言い終えると、彼はまた部屋に戻ってきて様子を見た。知佳は布団をかぶっており、涙で枕が濡れていた。

普段拓海が会社に行くときは、知佳が彼の着る服をコーディネートして脇に置いておき、彼はそれを着るだけだった。

しかし今日はそれをしなかった。

拓海は自分でクローゼットに行って着替え、会社に向かった。

知佳はそのとき目を開け、ただ目がひどく腫れぼったいのを感じた。

スマホのアラームが鳴った。

それは自分で設定した時間で、起きて英語を読む時間だった。

結婚後の知佳は、足のことで9割の時間を家に閉じこもっていた。もう外出することはない。一日の時間を区切って、それぞれに何かすることを見つけて時間を潰すしかなかった。

スマホを手に取ってアラームを止め、それからさまざまなアプリを目的もなく見始めた。

頭の中はぼんやりと混乱していて、何も頭に入らなかった。

それが、ある動画アプリで突然一つの動画を見つけるまでは。

画面の中の人があまりにも見覚えがある……

もう一度アカウント名を見ると――結衣CC。

このおすすめ機能は……

投稿時間は、昨夜だった。

知佳が動画をタップすると、すぐに賑やかな音楽が響き、それから誰かが叫んでいる声が聞こえた。「いち、に、さん、結衣おかえり!乾杯!」

この声は、なんと拓海だった。

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
15 Bab
ตอนที่ 1
การเดินทางข้ามแคว้นของเซินฝูและพรรคพวกเป็นไปอย่างราบรื่น ตอนนี้ก็เดินทางมาจนถึงตีนเขาที่เป็นที่ตั้งของสำนักเจี๋ยเอินแล้ว เส้นทางที่จะต้องไปต่อเป็นการเดินขึ้นเขาด้วยเท้า ไม่สามารถให้รถม้าพาขึ้นไปส่งได้ เพราะหนทางรกชัฏและไม่มีเส้นทางสำหรับรถม้า หรือให้พูดคือนอกจากสำนักเจี๋ยเอินที่ตั้งอยู่บนยอดเขาแล้ว ไม่มีที่ใดสามารถเดินเหินได้อย่างสะดวกแม้แต่คืบเดียว เซินฝูทำหน้าปลาตายเมื่อเห็นทางขึ้นสำนักที่ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ดูคล้ายกับครั้งสุดท้ายที่ลงเขาด้วยเส้นทางนี้เมื่อชาติก่อนไม่มีผิดเพี้ยน แต่ก็ไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าไม่พัฒนา เพราะครั้งนี้เป็นเซินฝูที่ย้อนกลับมา ส่วนค่ายกลที่ใช้เดินทางไปยังสำนักนั้น ถูกติดตั้งไว้ที่เขตป่าชั้นกลาง และทุกครั้งที่มีการเปิดใช้ค่ายกลโดยคนนอก จะต้องเปลี่ยนที่ติดตั้งค่ายกล เพื่อปกป้องเหตุไม่คาดฝันต่างๆที่จะตามมา ดังนั้นสถานที่ติดตั้งค่ายกลนั้นย่อมไม่แน่นอน และยังมีค่ายกลสำหรับหลอกล่อให้คนนอก หรือผู้ไม่ประสงค์ดีหลงทิศหลงทางอีกด้วย "ต้องเดินอีกไกลหรือไม
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2
"เสียใจด้วย เจ้าเด็กนั่นบิดาหวงน่าดู" ทันทีที่เสี่ยวซื่อเข้าใจถึงเจตนาของมือสังหารที่ประจัญหน้ากันอยู่ก็เริ่มโจมตีทันที เสี่ยวซื่อพ่นลูกไฟยักษ์ใส่กลุ่มมือสังหารที่ยืนอยู่ตรงหน้าในเวลาเพี้ยงเสี้ยวอึดใจ ในจังหวะที่ทุกคนกำลังชุลมุน เสี่ยวซื่อคาบเสี่ยวเล่อและแสี่ยวเมิ่งวิ่งไปอีกทาง เพื่อเปิดทางให้หวังซิ่นเจียและเซินฝูได้ต่อสู้อย่างเต็มที่ ส่วนเสี่ยวซื่อเอง แม้ว่าจะเก่งกาจมากเพียงใด แต่การปกป้องลูกน้อยของมันนั้นสำคัญกว่าเป็นไหนๆ อย่างไรตรงนั้นก็มีผู้เก่งกาจอยู่มากมาย อบ่างไรแล้วก็คงไม่คณามือหรอก กลุ่มมือสังหารแบ่งออกเป็นสองกลุ่มเช่นเดียวกันเมื่อเห็นว่าหมาป่าดำตัวเมื่อครู่คาบบ่าวเด็กหนีไปคนละทาง อย่างน้อยฝั่งใดฝั่งหนึ่งอาจทำภารกิจครั้งนี้สำเร็จได้ หวังซิ่นเจียจิ๊ปากอย่างขัดใจ ไอ้หมารู้มากนั่น มันไม่คิดจะให้เสี่ยวเมิ่งกับเสี่ยวเล่อได้ลองสู้ในสถานการณ์จริงแม้แต่น้อย แทนที่จะได้สั่งสอนจากเหตุการณ์นี้เสียหน่อย มือสังหารที่ยังอยู่ประจัญหน้ากันตรงนี้มากกว่าสิบคน ดังนั้นในต
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3
ในคราแรกนั้นคาดการณ์เอาไว้ว่าคงจะเดินทางถึงสำนักก่อนตะวันคล้อย แต่เป็นเพราะว่าหยางฉีมือหนักไปหน่อยทำให้มือสังหารนั่นฟื้นขึ้นมาช้ากว่าปกติ เมื่อมือสังหารคนนั้นลืมตาขึ้นมาเห็นว่าคนที่นั่งล้อมตนเองอยู่เป็นใครก็สะดุ้งตัวโยน แต่เมื่อหาทางรอดก็พบว่าไม่มี ในตอนนี้ตนกำลังถูกเชือกมัดเซียนรัดอยู่ อีกทั้งยังมัดคนติดกับต้นไม้ไม่ให้มีทางหนี ยาพิษที่ซ่อนเอาไว้สามจุด ก็ถูกเอาออกไปหมด "พวกเจ้าต้องการอะไร?" หยางฉีทำหน้าปลาตายเป็นคำตอบ ตนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม่จึงไม่ลงมือสังหารแล้วรีบเดินทางเข้าสำนักเสียที และในตอนที่มีโอกาสสังหารก่อนหน้าหนีหยางฉีก็เพียงรู้สึกว่าเซินฝูยังไม่ต้องการสังหารคนในตอนนี้เท่านั้น จึงได้ลงมือจัดการทำให้สลบไปก่อนที่จะประมวลผลได้ แต่หากหยางฉีตัดสินใจลงดาบแทนสันมือในตอนนั้น เซินฝูอาจจะส่งสายตาน่ากลัวมาให้ก็ได้ "ใครส่งพวกท่านมา?" "คิดว่าข้าจะปริปากง่ายๆหรืออย่างไร" จุดจบของการที่ทำภารกิจไม่สำเร็จ อย่างไรแล้วโทษก็คือตา
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4
"ยินดีต้อนรับกลับ" สถานที่ที่คุ้นเคยปรากฏสู่ครรลองสายตา เซินฝูแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความปลื้มปิติ เหมือนเวลาช่างเนิ่นนานเหลือเกิน ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้กลับมายังที่แห่งนี้อีกครั้ง... สำนักเจี๋ยเอิน เป็นสำนักฝึกตนที่มีชื่อเสียง อีกทั้งยังติดอันดับหนึ่งในเจ็ดสำนักที่แข็งแกร่ง หรือหากจัดอันดับกันจริงๆแล้ว สำนักเจี๋ยเอินอยู่ในลำดับที่สอง ตั้งอยู่แคว้นสวี เขาหลันอวิ๋น โดยตัวสำนักนั้นตั้งอยู่บนยอดเขาทอดเป็นทางยาวขึ้นไป ยอดเขาย่อยต่างๆก็มีบรรดาผู้อาวุโสได้ครอบครอง ผู้อาวุโส หรืออาจารย์ในสำนักเก่งกาจไม่เป็นรองสำนักอื่นๆ และมีหลายแขนงวิชาให้ได้เลือกเรียน โดยส่วนมากแล้วศิษย์นอกที่เพิ่งเข้ามาจะได้เรียนรวมกับผู้อื่น และหากแสดงผลงานได้ดี ในตอนที่ได้เข้าไปเป็นศิษย์ใน จะมีการยื่นป้ายเชิญโดยอาจารย์ที่ชื่นชอบเด็กคนนั้น หรือเล็งเห็นความสามารถ หากทำได้ดี อาจารย์ท่านนั้นจะรับเข้าเป็นศิษย์หลัก และจะได้ขึ้นไปอยู่อาศัยกับอาจารย์ของตนเองที่ยอดเขา และยิ่งไปกว่านั้น หา
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5
เส้นทางเบื้องหน้าช่างคุ้นตา ราวกับว่าใช้ชีวิตอยู่จนเคยชิน การเดินที่เส้นทางนี้เป็นดั่งการเดินกลับจวนตามปกติ ไม่ใช่การมาเยือนครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น ทัศนียภาพรอบด้านคุ้นตา เหมือนกับเห็นมานับครั้งไม่ถ้วน แม้ว่าอากาศจะเริ่มเย็นลงตามเวลา แต่ก็ยังรู้สึกอบอุ่นราวกับได้กลับมาหาครอบครัว โง่เขลาเหลือเกินเซินฝูที่ทรยศต่อคนที่เป็นดั่งครอบครัวจริงๆเพียงคนเดียวของตนเอง ศาลาไม้แกะสลักปรากฏในครรลองสายตา ในศาลามีร่างของคนๆหนึ่งกำลังนั่งจิบชาชมบรรยากาศอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ ทุกสิ่งอย่างล้วนคุ้นตา ทุกสิ่งอย่างช่างคุ้นเคยจนเซินฝูไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ ในตอนที่เซินฝูกลับเข้าร่างของตนเอง เซินฝูจำได้ว่าไม่มีน้ำตาจะเสียให้กับความทรงจำใดๆของตระกูลจ้าวแม้แต่น้อย กลับกันเพียงแค่มองเห็นทางเดินที่คุ้นตาก็พาลน้ำตาไหลออกมาแล้ว จวนตระกูลจ้าว ไม่มีสิ่งใดให้อาลัยอาวรณ์ ต่างจากยอดเขาที่สองของสำนักเจี๋ยเอิน... ที่แห่งนี้จึงจะเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเดียว
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6
ในตอนนี้เซินฝูนั่งทำหน้าหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่โถงเรือน มือทั้งสองข้างถูกมัดด้วยเชือกเซียน และขาข้างหนึ่งถูกล่ามเอาไว้กับเสาเรือนโดยเชือกเซียนเช่นกัน ส่วนตัวต้นเรื่องอย่างโจวหมิงนั้นกล่าวว่าจะไปหาสำรับเย็นมาให้ ในขณะที่โจวหมิงเดินไปจัดการเรื่องตามที่บอก เซินฝูก็ได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากหน้าเรือน "เจ้าว่าอย่างไรนะ?" "ข้ามัดเอาไว้" "เจ้าบ้านี่!" ก่อนที่โจวหมิงจะเดินเข้ามาก็เป็นหวังซิ่นเจียที่พุ่งเข้ามาก่อน เมื่อเห็นสภาพของเซินฝูที่โดนล่ามเอาไว้แล้วก็แทบจะออกไปตบตีโจวหมิงสักหลายๆที "เจ้าบ้าไปแล้วจริงๆสินะ" โจวหมิงที่เดินตามเข้ามาทำหน้าไม่รู้สึกรู้สา ในขณะที่เซินฝูส่งสายตาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือกจากหวังซิ่นเจียสุดฤทธิ์ ในตอนนี้คงมีแค่ขาทองคำผู้นี้เท่านั้นที่จะช่วยได้ "ปลดพันธนาการเสีย โจวหมิง" "ไม่" โจวหมิงไม่สะทกสะท้านกับสายตาของสหายสนิทที่ส่งมาอย่างข่มขู่ วางสำรับเย็นของลูกศิษย์ตัวน้อยลงตรงหน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7
หลังจากที่โจวหมิงกล่าวว่าจะออกไปส่งหวังซิ่นเจียก็ไม่ได้กลับเข้ามาหาเซินฝูอีก มีเพียงบ่าวของโจวหมิงเท่านั้นที่เข้ามาจัดการเรื่องที่นอนให้กับเซินฝู ในคืนแรกที่ได้กลับมายังสำนักเจี๋ยเอิน เซินฝูแทบไม่อยากจะหลับไปด้วยซ้ำ เพราะเกรงว่านี่จะเป็นเพียงแค่ฝันหนึ่งตื่น อีกทั้งยังคิดเรื่องที่ตนเองได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง โจวหมิงและหวังซิ่นเจียต้องรู้เงื่อนไขของมันอย่างแน่นอน แต่ในตอนนี้ถามหวังซิ่นเจียนั้นหวังซิ่นเจียไม่คิดจะตอบ ได้แต่บอกปัด หากเป็นอย่างที่เซินฝูคิดเอาไว้ อาจจะเป็นโจวหมิงที่ทำเรื่องนี้ขึ้นมา... แต่ด้วยวิธีใดกัน... ในความเป็นจริงแล้ว การชุบชีวิตคนๆนหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ในทางปฏิบัติแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากนั่นไม่ใช่การเรียกวิญญาณกลับมาเพื่อเอาไว้ใช้งาน การกลับมาของเซินฝูนั้นเป็นการย้อนเวลา และกายเนื้อที่ได้รับก็ไม่ผิดเพี้ยนไปจากเซินฝูในตอนอายุสิบสองหนาว อีกทั้งยังเติบโตได้ตามวัย รวมถึงความทรงจำจากชาติก่อนด้วย วิธีการใดกันที่โจวหมิงใช้เพื่อ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8
'อ๊ากกกก!!' โจวหมิงทรุดตัวหมอบกับพื้นกอดร่างไร้วิญญาณนั้นเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ไม่อาจทำใจยอมรับได้ว่าจ้าวเซินฝูนั้จากไปแล้วจริงๆ ความวุ่นวายเกิดขึ้นหน้าจวนตระกูลจ้าว จนบ่าวตระกูลจ้าวต้องออกมาดู เมื่อบ่าวคนหนึ่งเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหน้าจวนแล้ว จึงรีบวิ่งเข้าไปตามจ้าวจวิ้นซาน โจวหมิงได้ยินเสียงวุ่นวายตรงหน้าจึงได้เงยหน้ามอง ประตูจวนตระกูลจ้าวเปิดออกแล้วและมีบ่าวคนหนึ่งยืนมองเหตุการณ์ด้วยความตกตะลึง ในขณะที่อีกคนวิ่งเข้าไปตามผู้เป็นใหญ่ของจวน โจวหมิงค่อยๆหยัดตัวขึ้นยืน อุ้มเอาร่างไร้วิญญาณของจ้าวเซินฝูเดินเข้าไปในจวนตระกูลจ้าวโดยไม่ต้องรอคำเชิญ ในใจร้อนรุ่มเสียยิ่งกว่าโดนไฟสุม หากเป็นไปได้ โจวหมิงอยากจะฆ่าคนตระกูลจ้าวทิ้งเสียให้เหี้ยน หวังซิ่นเจียและเหล่าผู้อาวุโสรีบเดินตามเข้าไป ลูกศิษย์จำนวนหนึ่งยืนปิดทางไม่ให้ชาวบ้านเข้ามามุงดู เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นจากทิศทางหนึ่งของบ้าน หวังซิ่นเจียคิดว่าโจวหมิงจะต้องอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอนจึงเร่งตามไป
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9
'จ้าวเซินฝูควรจะยินดีมากกว่าที่ข้าทำเพื่อเขาขนาดนี้!!' 'ผู้อาวุโสโจว!!' ฉัวะ! 'หยางจิน!' ในขณะที่โจวหมิงใช้กระบี่ฟันฉับลงมาอย่างไร้ความปราณี พ่อบ้านหยางที่มาจากไหนก็ไม่รู้พุ่งพรวดเข้ามาขวางคมกระบี่ไว้ โจวหมิงเองก็นึกไม่ถึงจึงได้ยั้งมือไว้เพราะเห็นเป็นคนคุ้นเคย และพ่อบ้านหยางก็ไม่ใช่หนึ่งในบุคคลที่โจวหมิงคิดจะฆ่าทิ้ง 'อึก..พะ พอเถอะขอรับผู้อาวุโสโจว...' 'เจ้าไม่คิดจะแก่ตายหรืออย่างไร ถอยไป' พ่อบ้านหยางเข้ามาขวางไม่ให้โจวหมิงจัดการจ้าวจวิ้นซาน แลกกับการที่ใบหน้าของตนเองถูกฟันเป็นทางยาว 'ผู้อาวุโสโจว ได้โปรด...' 'หยางจิน เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!? อาหมิง พอได้แล้ว!!' แม้จะมีคนฝ่ายของตนเองบาดเจ็บอยู่ต่อหน้า โจวหมิงก็ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างไร จะให้ทำเช่นไรเล่า ในเมื่ออีกฝ่ายวิ่งเข้ามาขวางวิถีกระบี่เอง ยั้งมือได้ขนาดนี้ก็ดีเท่าไหร่ หากเมื่อครู่ไม่ทันยั้งมือล่ะก็ พ่อบ้านหยางได้เห
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10
โจวหมิงหนีกลับสำนักไปพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของจ้าวเซินฝูหลังจากที่อาละวาดจนพอใจ ทิ้งปัญหามากมายเอาไว้ให้ผู้อาวุโสที่เหลือ โดยเฉพาะหลิ่วป๋ายซื่อผู้เป็นเจ้าสำนัก ความเสียหายที่โจวหมิงทิ้งเอาไว้นั้นมากมายเสียจนไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องใดก่อน ทั้งความเสียหายของราชวงศ์เจิ้ง ที่ต้องสูญเสียทั้งฮ่องเต้ ฮองเฮาคู่บัลลังก์ รวมถึงองค์รัชทายาท เรียกได้ว่าภายในวุ่นวายไม่แพ้ภายนอก หรือจะเป็นความเสียหายของตระกูลจ้าว ประมุขตระกูลคนปัจจุบันกลายเป็นคนพิการ อีกทั้งยังต้องสูญเสียฮูหยินรอง และบุตรสาวคนโตไปด้วย แน่นอนว่าในส่วนของสำนักเจี๋ยเอินก็เสียหายไม่แพ้กัน และเรื่องทั้งหมดนั้นเกิดจากการตายของคนเพียงคนเดียว เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่สามารถยอมความกันได้โดยง่าย ดังนั้นจึงได้มีตัวแทนของราชวงศ์มาเจรจาให้ส่งมอบตัวโจวหมิงเพื่อรับการลงโทษ ซึ่งหลิ่วป๋ายซื่อเองก็ไม่ได้ตอบปฏิเสธแต่อย่างใด สิ่งที่ตอบกลับไปมีเพียง... 'เอาสิ แต่พวกท่านต้องไปพาคนมาเอ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status