Masukศุภโชคถูกสมุนของเอกภาพลากมาที่ท้ายเกาะ ห่างจากกระท่อมกลางป่าไม่มากนัก ชายหนุ่มตัวสั่นเทาเมื่อเห็นรณภพยืนกอดอกมือถือปืนสั้นเอาไว้ไม่ห่างตัว ทั้งยังจ้องมองตนอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“กูเลี้ยงมึงไม่ดีหรือไง หรือเงินเดือนที่กูให้มันไม่พอ”
“พอครับนายหัว แค่ผมอยากได้เงินเพิ่มเอาไป...” ศุภโชคเริ่มอึกอัก
“เอาไปทำอะไร กูบอกแล้วไงว่ากูไม่ชอบเลี้ยงคนไม่เชื่อง” รณภพตวาดลั่น ทำคนผิดที่กำกลัวจนตัวสั่นอยู่แล้วสะดุ้งตัวโยน
“ผมขอโทษครับนายหัว ผมจะรีบเอาของที่ขโมยไปมาคืนให้เร็วที่สุดครับ”
“กูไม่อยากได้ของ แต่กูอยากสั่งสอนมึง” ว่าจบก็จ่อปากกระบอกปืนไปที่หัวของศุภโชค
“มึงจะทำอีกไหม”
“ไม่ทำแล้วครับ จับผมส่งตำรวจเลยครับนายหัว” คนผิดแทบจะกราบนายหัวหนุ่มเพราะไม่อยากตายตอนนี้ หากเขาถึงมือตำรวจเขายังมีโอกาสรอด แต่หากตายที่นี่จะไม่มีใครรู้เลยว่าเขาได้หายสาบสูญไป
“ซ้อมมันให้มันจำ” ปึก ปัก ตุบ ตับ
“โอ้ย...”
“ผมผิดไปแล้ว โอ้ย...”
รณภพมองคนที่กำลังถูกซ้อมตาไม่กะพริบ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าศุภโชคอยากจะเอาเงินไปทำอะไร เพราะคนคนนี้มีประวัติเคยติดยา อีกทั้งท่าทางยังไม่เลิกได้ง่ายๆ ก่อนหน้านี้ที่เขารับเอาไว้ทำงานเพราะเห็นแก่คนเก่าคนแก่ที่ฝากงาน และเขาก็อยากให้โอกาสคน แต่เมื่อคนมันไม่เห็นโอกาสเขาก็ต้องสั่งสอนมันเสียบ้าง หวังว่าการเจ็บตัวครั้งนี้จะทำให้เด็กหนุ่มอย่างศุภโชคเข็ดจนคิดได้
ภาพความเลวร้ายทั้งหมดทั้งมวลอยู่ในสายตาของพิมแพรทองทั้งหมด เพราะเธอเข้ามาดูแลสวนผักพอดี ตกใจที่เห็นคนถูกซ้อมพอตัวแล้ว ยังตกใจกับสายตาที่ไร้มนุษธรรมของรณภพอีก หากเธอกับต้นน้ำทำอะไรให้รณภพไม่พอใจจะถูกจัดการเช่นนี้หรือไม่ ไม่ได้ เธอกับต้นน้ำจะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้
“อะไรเหรอครับพี่แพร”
พิมแพรทองหันขวับตามเสียงของต้นน้ำ “อย่าดูนะต้นน้ำ” เธอรีบปิดตาเด็กชายที่เพิ่งเดินตามมาเพราะไม่อยากให้เห็นภาพความรุนแรงความรุนแรง จากนั้นก็พาเด็กชายตัวกลมรีบเดินกลับไปที่บ้านของรณภพ
“พี่แพรจะทำอะไรครับ” เด็กชายแปลกใจพอสมควรที่เห็นพิมแพรทองกำลังเก็บแจกันเอาไว้ในถุงผ้า
“ไปกันเถอะต้นน้ำ”
“ไปไหนครับ”
“ตามพี่มาก่อน” พิมแพรทองไม่มีเวลาอธิบาย เวลานี้แหละที่เธอเห็นว่าเหมาะกับการหนีที่สุด พวกโจรไปรวมตัวกันในป่า เธอก็ต้องรีบไปที่เรือเป็นเวลาที่ถูกต้องแล้ว
พิมแพรทองพาต้นน้ำวิ่งหน้าตาตื่นไปที่ชายหาด ทว่ายังไม่ทันที่เท้าจะแตะน้ำทะเลเธอก็ถูกใครบางคนกระชากแขนเต็มแรง
“คิดจะหนีอีกแล้วเหรอ” รณภพไม่อยากจะเชื่อว่าพิมแพรทองจะกล้าหนีทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอดูจะกลัวคำขู่ของเขาพอสมควร
สาวเจ้าอ้าปากค้างตาเบิกโพลงตกใจทำอะไรไม่ถูก ทว่าไม่นานนักก็นึกออกว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป “นั่น” เธอพยายามหลอกล่อให้ชายหนุ่มหันไปมองทางอื่น เมื่อเขาหลงกลเธอก็เหวี่ยงถุงผ้าฟาดไปที่หน้าของรณภพเต็มแรง
“คุณอา!”
พิมแพรทองตกใจกับคำอุทานของเด็กชาย แต่ตอนนี้ก็ใช่เวลาที่จะถามเพราะต้องรีบไปที่เรือก่นที่โจรคนอื่นจะออกมาเห็น
“นายหัว!”
เสียงของใครบางคนทำลายความหวังอันน้อยนิดของเธอ เพราะเมื่อหันหลังไปตามเสียงเธอก็เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์สามสี่คนวิ่งกรูกันเข้ามาหาเธอ
พิมแพรทองถูกมัดเอาไว้ในห้องนอนของรณภพ เธอถูกเอกภาพมัดมือมัดเท้าปิดปากเอาไว้ไม่ให้โวยวาย ตอนนี้ไม่ได้ห่วงตัวเองแม้แต่นิดเดียว เพราะกลัวเหลือเกินว่าต้นน้ำจะเป็นอันตรายเพราะความอยากหนีไปจากที่นี่ของเธอ
เมื่อความเป็นห่วงเด็กชายตัวกลมผสมกับความรู้สึกผิดของตัวเองหนักอึ้งอยู่เต็มอก น้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลพรากลงมาอาบแก้ม หัวไหล่มนเริ่มสั่นเทาหนักขึ้นเรื่อยๆ ทำไมตอนนี้ถึงไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้เสียที เธออยากเจรจาว่าให้เอาโทษทุกอย่างมาลงที่เธอ แล้วก็อยากจะรู้ว่าตอนนี้ต้นน้ำยังปลอดภัยอยู่หรือไม่
แกร๊ก เสียงประตูที่กำลังเปิดเรียกสายตาของพิมแพรทองให้จับจ้องไปที่นั่น เธอพยายามกระพริบตาไล่น้ำตาแล้วมองจ้องอีกครั้งว่าใครกันที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า
ไม่ทันที่เธอจะได้เห็นชัดเจนว่าคนตรงหน้าคือใคร ชายร่างสูงคนนั้นก็เข้ามากระชากผ้าปิดปากของเธอออก แล้วเธอก็ได้รู้ว่าเขาคือหัวหน้าชุมโจรที่มีผ้าแปะแผลอยู่ที่หางคิ้ว
สายตาที่เขามองเธอตอนนี้ไม่ต่างจากสายตาที่เขามองผู้ชายคนนั้น เธอเดาไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรกับเธอกันแน่
“นายทำอะไรต้นน้ำ”
“อยากเห็นไอ้เด็กนั่นมันตายจริงๆ ใช่ไหม”
“ฉันขอโทษ อย่าทำอะไรต้นน้ำเลยนะ ฉันไหว้ล่ะ ขอโทษจริงๆ” เธอก้มลงกราบเขาทั้งที่มือยังถูกมัด แววตาของเขาที่กำลังพูดถึงเด็กชายช่างไร้ความปราณี กลัวเหลือเกินว่าความผิดครั้งนี้ของเธอจะทำให้ต้นน้ำต้องจบชีวิตอย่างทรมาน
“จะทำอะไรฉันก็ได้ฉันยอมทุกอย่าง อย่าทำร้ายต้นน้ำเลยนะ คุณจะเอาแจกันมาฟาดหัวฉันคืนก็ได้ ฉันยอม”
“หึ่ เป็นคนดีซะเหลือเกิน ได้ ผมจะไม่ทำอะไรต้นน้ำ จะให้คนไปส่งกลับบ้านด้วย”
“จริงเหรอ” พิมแพรทองเงยหน้ามองจ้องรณภพด้วยแววตาฉงน หากเขาพูดจริงมันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ทำไมล่ะ ทำไมเขาถึงยอมปล่อยต้นน้ำง่ายๆ
“จริง ถ้าคุณยอมรับข้อแลกเปลี่ยนได้” เขาเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา เห็นทีเขาจะต้องทำอะไรๆ ให้สำเร็จตามแผนเสียที ไม่อย่างนั้นก็ต้องมาหวาดระแวงกลัวว่าผู้หญิงตรงหน้าจะหนีจนเสียแผนอีก
ไม่นานนักทั้งสองหนุ่มสาวก็มาอยู่ที่ถนนคนเดิน เป็นรณภที่ทำหน้าที่แจกจ่ายตุ๊กตานับสิบตัวให้กับเด็กตัวเล็กๆ ที่เดินสวนทางมา เสียงเจี๊ยวจ๊าวขอบคุณและรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาก พิมแพรทองมองภาพนั้นด้วยความประทับใจ ลึกๆ ในใจเธอเริ่มมีความหวังว่าหัวใจที่แข็งกระด้างของรณภพอาจจะไม่ได้เยียวยายากอย่างที่คิดหลังจากแจกจ่ายตุ๊กตาเรียบร้อยแล้ว รณภพก็เดินกลับมาหาพิมแพรทองแล้วคว้ามือเล็กไปกุมไว้แน่น เขาจูงมือเธอเดินฝ่าฝูงชนแล้วเดินไปด้วยรอยยิ้มตลอดทาง“รู้ไหมแพร... พี่ไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว” เขากระซิบข้างหูเธอท่ามกลางเสียงจอแจของตลาด “นานจนพี่จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่พี่ยิ้มได้เต็มหน้าแบบนี้คือตอนไหน”พิมแพรทองหันไปสบตาคนข้างๆ เธอเห็นประกายความสุขที่ส่งออกมาจากใจจริงของเขาก็สุขใจตามไปด้วย “ถ้ามีความสุข... ก็รักษาความรู้สึกนี้ไว้นานๆ นะคะ” พิมแพรทองบีบมือเขาตอบเบาๆหัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความอิ่มเอม อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้เห็นร่องรอยของความอ่อนโยนในตัวผู้ชายคนนี้ และมันคุ้มค่
พอเรื่องของตัวเองคลี่คลาย ไหมพราวงามก็พร้อมรับฟังปัญหาของพิมแพรทอง ทว่าพิมแพรทองก็ลังเลเล็กน้อยว่าจะเริ่มต้นปรึกษากับไหมพราวงามอย่างไรดี“คือ…เค้ารู้จักคนคนนึง เขาเจ็บปวดกับชีวิตครอบครัวมาก แล้วเขาก็อยากแก้แค้นครอบครัวตัวเอง”“ใครกันอะ”“เค้าขอยังไม่บอกได้ไหม แค่อยากรู้ว่า…เราจะทำยังไงให้คนคนนั้นเลิกคิดแก้แค้น”“ได้ เค้าจะไม่ถามชื่อ ถ้าตามที่ตัวเล่า เขาน่าจะขาดความรักใช่ไหม”“ก็ประมาณนั้น”“งั้นก็ต้องทำให้เขาเห็นค่าในตัวเอง ให้เขามองเห็นคนที่รักเขาจริงๆ มากกว่าคนที่ไม่เคยสนใจเขาเลย”“ใช้ความรักแก้ปัญหาครั้งนี้เหรอ”“ก็ประมาณนั้น ถึงมันจะรักษาแผลเขาได้ไม่ทั้งหมด แต่ถ้ามันทำให้เขาเห็นว่าโลกนี้ยังมีสิ่งที่มีค่ากว่าความแค้น เค้าว่าน่าจะช่วยได้นะ”พิมแพรทองพยักหน้าน้อยๆ “โอเค ขอบคุณนะ”หลังจากไหมพราวงามออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง และแล้วเธอก็เริ่มลังเลหรือว่าฉันต้องตกลงคบกับเขา…ให้ความรัก เยียวยาหัวใจ แล้วความแค้นในใจของเขาจะได้ลดลง เพราะหากเขาหายแค้นครอบครัวตัวเองได้ ก็จะดีต่อตัวของเขา ไหนจะปฐวีและไหมพราวงามด้วยพิมแพรทองนัดรณภพมาที่ร้านอาหารกึ่งรูฟท็อปที่มองเห็นวิวเมืองเชียงใ
รณภพพาพิมแพรทองขับรถออกจากเมืองมาเกือบชั่วโมงจนมาถึงบึงบัวขนาดใหญ่ ผืนน้ำเบื้องหน้าของทั้งสองสงบนิ่งสะท้อนแสงแดดยามบ่ายดูสวยงามผิดกับอารมณ์ของทั้งสองในตอนนี้“จะคุยกับฉันต้องพามาคุยไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” สาวเจ้าเอ่ยขณะทิ้งตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำเสียงพิมแพรทองฟังดูเรียบทว่าก็แฝงไปด้วยความอยากรู้ใจจะขาดว่ารณภพจะเล่าเรื่องครอบครัวเขาว่าอย่างไร“อยากรู้ไม่ใช่เหรอ” รณภพไม่หันมามองหน้าคนคนตัวเล็ก ตอนนี้เขาไม่ลังเลแล้วที่จะบอกความจริงกับเธอ“ก็พูดมาสิคะ”“รอพี่เดี๋ยวนะ” เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วปาลงไปในบึง เสียงน้ำกระจายเป็นวงคลื่นเล็กๆ เหมือนหัวใจของเขาที่ไม่เคยได้สงบเหมือนน้ำที่หินตกกระทบตรงหน้าแววตาเศร้าที่ทอดมองผิวน้ำของชายหนุ่มทำให้พิมแพรทองไม่กล้าคะยั้นคะยอ แค่นั้นก็พอจะทำให้เธอรู้ว่าเขาคงเจ็บปวดกับเรื่องครอบครัวไม่น้อยเลย“แพรเห็นใช่ไหมว่าวีมีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ขนาดไหน”“ค่ะ” เธอตอบเสียงอ่อนด้วยกลัวจะไปกระทบความรู้สึกบางอย่างในใจเขา“พี่ไม่เคยมีภาพนั้นเลย”คำพูดสั้นๆ ของเขามันแฝงไปด้วยความปวดร้าวจนเธอรับรู้ได้เป็นอย่างดี ทว่าเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าศาสตราจะทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื
พิมแพรทองยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงานของรองประธานหนุ่ม ใบหน้าสวยเรียบเฉยไร้อารมณ์แม้ในอกจะอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องก็ตาม“สวัสดีค่ะ ท่านรอง”คำเรียกขานที่แสนเป็นทางการทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสารทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“ทำไมถึงเรียกพี่ห่างเหินแบบนั้นล่ะครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องเธอไม่วางราวกับพยายามอ่านความคิดที่อีกฝ่ายกำลังซ่อนเอาไว้“ในเวลางานตอนนี้ฉันถือว่าฉันเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ไม่ควรทำตัวสนิทสนมถูกต้องแล้วค่ะ”รณภพชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ “แพรกำลังไม่พอใจเรื่องข่าวพี่รึเปล่า”“ข่าวอะไรคะ ไม่เห็นรู้เรื่อง ช่วงสายมีคุยงานกับคุณเบนจามิน เตรียมตัวให้พร้อมด้วยนะคะท่านรอง”เธอเลือกจะหลบเลี่ยงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายอะไรทั้งนั้นก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรียกสายตาของคนทั้งสองได้เป็นอย่างดี“เข้ามาได้ครับ”ดารกาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “สวัสดีค่ะ ฉันรบกวนรึเปล่าคะ”“ไม่เลยครับ ยังไงเราก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้พิมแพรทองเผลอเหลือบมองทั้งสองคนอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบขึ้นมาในอก“พี่ลืมบอก พี่จะให้คุณดาว
ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังดวงดาวพราวระยับบนท้องฟ้า ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ แล้วสูดหายใจเข้าลึก ภาพฟาร์มหอยมุก ศาลาไม้กลางทะเล และรอยยิ้มของรณภพผุดขึ้นมาในความคิดอย่างไม่ตั้งใจการที่เธอคิดถึงเขาทั้งที่เพิ่งจากกันนี่มันคืออะไรกันนะ ไม่พ้นเธอรู้สึกดีกับเขามากไปแล้วหรือ ดึกมากแล้วแต่รณภพก็ยังคงเปิดดูคลิปวีดิโอที่ถ่ายกับพิมแพรทองซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้เอาเสียเลย คำที่พูดหยอกล้อกับเธอว่าเธอจะคิดถึงเขา กลับเป็นเขาเองที่คิดถึงเธอมากเสียอย่างนั้น ไม่ติดว่าพรุ่งนี้มีธุระสำคัญที่กรุงเทพมหานคร เขาไม่อยากจะห่างเธอแน่พิมแพรทองเดินเข้ามาหาเฟื่องฟ้าหลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย เมื่อเห็นสีหน้าแจ่มใสของหญิงสาวด้วยตัวเองก็พลอยคลายความกังวลไปได้มาก“พี่แพร นั่งก่อนค่ะ”พิมแพรทองหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ที่หญิงสาวเจ้าบ้านเป็นคนจัดหาให้ “สบายดีใช่ไหมฟ้า แล้วเรื่องสมัครเรียนว่ายังไง”“สบายดีค่ะ อีกไม่กี่วันฉันก็จะไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”“แล้วจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจริงเหรอ”“ค่ะ ถึงพี่โรมกับพี่แพรจะช่วยฉันค่าเรียน แต่ยังไงถ้าฉันได้หาเงินไปด้วยก็จะสบายใจกว่าค่ะ”“ตามใจแล้วกั
หลังจากอยู่ที่ร้านอาหารไม่นานนักไหมพราวงามก็กลับมาที่บ้านของปฐวีพร้อมกับปานทิพย์ สองชั่วโมงแล้วที่ไหมพราวงามยังคงนั่งรอปฐวีอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก มือประสานกันแน่นบนตัก สายตามองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มยาวขยับผ่านไปช้าๆ ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเท่าไร ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่สำคัญกับว่าที่สามีมากเท่านั้นไม่ได้ อย่าคิดแบบนี้อีก เธอพยายามบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะยังไงปฐวีก็คงยุ่งเพราะเรื่องงาน หากไม่มีคืนที่ผิดพลาดวันนั้นเขาก็คงไม่ต้องมารับผิดชอบแต่งงานกับเธอสายฟ้าแล่บแบบนี้ปานทิพย์ว่าจะออกมาหาน้ำดื่มก่อนนอน ทว่าก็ต้องแวะเข้าห้องรับแขกเพราะเห็นไหมพราวงามยังคงนั่งอยู่ในนั้นไม่ไปไหน “หนูพราว ยังไม่ขึ้นไปนอนอีกเหรอลูก”“พราวอยากรอพี่วีค่ะ” เธอฝืนยิ้มทั้งที่แววตาอ่อนล้าเต็มทีปานทิพย์มองว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความสงสารก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ไปพักเถอะลูก มันดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เจอตาวี วันนี้พี่เขาอาจจะยุ่งอยู่ที่บริษัทก็ได้”ไหมพราวงามลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ค่ะคุณน้า”เช้าวันรุ่งขึ้นปานทิพย์เดินลงบันไดมาด้วยความตั้งใจจะไปทำธุระแต่เช้า ทว่ากลับต้องหยุดเท้าเมื่อเห็นร่







