LOGIN‘แค่คุณยอมนอนกับผมง่ายๆ แค่นั้นต้นน้ำก็ได้กลับบ้าน’ พิมแพรทองยังได้ยินเสียงรณภพกึกก้องอยู่ในโสตประสาทในขณะที่กำลังเข้ามาอาบน้ำในห้องน้ำ จำได้ว่าหลังสิ้นเสียงของโจรชั่วคนนั้นเธอชาวาบไปทั้งตัว
View Moreซ่า ซ่า เกลียวคลื่นทะเลยามค่ำคืนซัดสาดเข้าสู่ชายฝั่งของเกาะส่วนตัวแห่งหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย ชายหนุ่มรูปหล่อคมเข้มในชุดเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวผ้าลินินตัวโคร่งสีขาวงาช้างได้เดินเท้าเปล่าระไปกับเกลียวคลื่น เขาเดินล้วงกระเป๋าเหม่อมองไปยังดวงจันทร์กลมโตที่กำลังส่องสว่างสะท้อนกับน้ำทะเลด้วยสายตาที่เรียบเฉย แม้นภาพตรงหน้าจะสวยงามสำหรับใครหลายๆ คน แต่กับนายหัวหนุ่มวัยสามสิบกว่าอย่างเขา ไม่ได้รู้สึกว่ามันสวยงามเลยสักนิด
คนอย่างนายหัวรณภพ ศุภกาลโกศลใครก็ว่าเป็นคนไร้หัวใจ ทว่าที่ต้องเป็นเช่นนี้ก็เพราะเขาไม่เคยได้รับความรักจากคนที่ควรจะให้ความรักแม้แต่ครั้งเดียว แม่ของเขาเสียตั้งแต่เขาเริ่มจำความได้ ส่วนพ่อนั้นก็ไม่เคยเหลียวแลเพราะสนใจแต่ครอบครัวใหม่ที่มีหน้าตาทางสังคมมากกว่า เขามันก็แค่ลูกที่ถูกลืม ยังดีที่ชีวิตยังมีน้าสาวเป็นญาติผู้ใหญ่คอยเป็นหลักให้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้เลยว่าจะโตมาได้อย่างดีหรือเปล่า
“ทราบแล้วครับนายหัว”
รณภพหลุดจากภวังค์หันหลังขวับไปตามเสียงของเอกภาพ คนสนิทที่เขาไว้ใจที่สุดในตอนนี้
“นี่เป็นข้อมูลครับ” เอกภาพยื่นซองเอกสารให้กับเจ้านาย หลังจากที่ได้ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนของคนที่รณภพนั้นให้เขาไปจ้างนักสืบตามสืบ
รณภพรีบเปิดซองหยิบรูปถ่ายของผู้หญิงคนหนึ่งออกมาดู แววตาของเขาจับจ้องไปยังคนในรูปตาไม่กระพริบ หญิงสาวหน้าหวานคนนี้เองน่ะหรือที่กำลังจะกลายเป็นสะใภ้ลูกชายคนโปรดของพ่อเขา
“คนนี้น่ะเหรอ”
“ครับ ผมรู้มาว่าแม่ของทั้งสองคนรู้จักกันมานาน แล้วคนในก็พูดกันว่าไม่นานคุณวีกับคุณแพรจะได้หมั้นกันครับ”
รู้ดังนั้นนายหัวหนุ่มก็หยิบเอกสารประวัติของหญิงสาวมาอ่านต่อ “พิมแพรทอง ตั้งระวีกานต์ ผู้หญิงเรียนจบก็จะจับหมั้นเลยเหรอ ท่าทางบ้านนั้นจะอยากได้ผู้หญิงคนนี้เป็นสะใภ้จนตัวสั่น”
“รู้มาว่าคุณแพรเป็นทายาทผู้ดีเก่าที่อยู่ทางเหนือครับ แล้วธุรกิจสิ่งทอของบ้านคุณแพรก็กำลังไปได้สวย”
“ครอบครัวนั้นอยากจะได้คนเป็นผู้ดีเข้าตระกูลมาไม่เคยเปลี่ยนสินะ” รณภพกัดฟันพูดเสียงห้วน
“นายหัวจะให้ผมจัดการยังไงต่อ”
“เห็นทีเราต้องเล่นละครกันบ้างแล้วล่ะ” มือหนากำประวัติของหญิงสาวเอาไว้แน่น เป็นอย่างที่น้าของเขาพูดจริงๆ แม่ของเขาถึงจะเป็นคนมีอันจะกิน ทว่าก็ไม่ได้เป็นผู้ดีอย่างภรรยาใหม่พ่อของเขา เมื่อพ่อของเขาจะเลือกลูกสะใภ้ก็คงอยากได้พิมแพรทองมาเป็นหน้าตากับวงศ์ตระกูล เขาจะทำให้คนบ้านนั้นได้รู้ซึ้งถึงการเสียใจจากการถูกแย่งของรัก พ่อของเขากับครอบครัวจะจำวีรกรรมที่เขากำลังจะสร้างไม่ลืมไปทั้งชีวิตแน่นอน
ช่วงบ่ายแก่ๆ ที่ท้ายเกาะตอนนี้เต็มไปด้วยคนงานชายฉกรรจ์ที่กำลังง่วนอยู่กับการสร้างกระท่อมตามคำสั่งของเจ้าของเกาะ
“ตกลงนายหัวกำลังจะทำอะไรกันแน่พี่หลวง ให้สร้างที่นี่อย่างกับชุมโจรในหนังอย่างนั้นแหละ” อาลีละมือจากการตอกตะปูหันมาถามคนงานรุ่นพี่ที่กำลังตอกตะปูอยู่ข้างๆ
“ตอนนี้นายหัวซื้อหุ้นบริษัทสื่อจนกลายเป็นท่านประธานใหญ่ที่นั่นแล้ว นายหัวอาจจะใช้ที่นี่เป็นที่ถ่ายละครก็ได้” หลวงซินเพิ่งรู้ข่าวนี้จากน้องสาวที่เพิ่งเอาข้าวมาส่งเมื่อช่วงกลางวัน
“จริงเหรอพี่หลวง”
“ข้ารู้ว่านายหัวซื้อหุ้นแต่ไม่รู้ว่าจะใช้ที่นี่ถ่ายละครไหม เอ็งอยากรู้ก็ไปถามนายหัวเองสิวะ”
“ฉันว่าจะเข้าไปถามแล้ว แต่พอเห็นนายหัวเอาแต่นั่งมองรูปสาวตาเยิ้มฉันก็เลยไม่กล้าเข้าไปขัดจังหวะ”
“สาวที่ไหนวะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าสวยน่ารักอย่างกับตุ๊กตาเลย”
“เหมือนว่าผมจะมีเรื่องฟ้องนายหัวแล้วนะ” เอกภาพเข้ามายืนด้านหลังทั้งสองได้สักพักแล้ว ทว่าไอ้เรื่องที่อาลีและหลวงซินกำลังพูดถึงเจ้านายก็ทำให้พวกเขาไม่ได้สังเกตสิ่งรอบข้าง เช่นนี้เขาจึงต้องส่งเสียงเพื่อปรามให้คนทั้งสองไม่จาบจ้วงเรื่องของเจ้านายไปมากกว่านี้
“โถ่พี่เอก” อาลีสะดุ้งเฮือก “พวกเราก็แค่อยากรู้ว่านายหัวให้สร้างกระท่อมพวกนี้เอาไว้ทำไมเท่านั้นเอง”
“นายหัวให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ได้ยินว่าถ้าพวกเราทำงานเสร็จไวจะมีค่าเหนื่อยเยอะเป็นพิเศษด้วยนะ”
“ถ้าอย่างงั้นพวกผมจะปิดปากเงียบแล้วรีบทำงานให้เร็วที่สุดครับ”
เอกภาพพยักหน้าน้อยๆ ให้กับหลวงซินและอาลีที่เริ่มหยิบค้อนเตรียมตอกตะปู เขาเดินออกจากทั้งสองเพื่อดูความเรียบร้อยในพื้นที่อื่นต่อ ทว่าในใจตอนนี้ก็อดคิดถึงเรื่องราวที่อาลีคุยกับหลวงซินเมื่อครู่ไม่ได้ นายหัวเอาแต่นั่งมองรูปตาเยิ้มคำนั้นยิ่งทำให้เขาเริ่มมองเห็นปัญหาของเจ้านายตนในวันข้างหน้า หวังว่าอะไรๆ มันจะไม่เป็นอย่างที่เขาคิด
ยามค่ำคืนของบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ในอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ เรือนไทยแฝดหลังนี้ประดับประดาไปด้วยโคมไฟสวยงามล้อมรอบตัวบ้าน และมีไฟส่องสว่างตามจุดต่างๆ ของบริเวณหน้าบ้าน ด้วยวันนี้เป็นวันเกิดของผู้อาวุโสที่สุดของบ้านอย่างแสงโสม หญิงชราวัยเก้าสิบปีที่ยังคงแข็งแรงจนใครต่อใครคิดว่ายังอายุไม่เกินแปดสิบ
แขกเหรื่อที่มางานก็ล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานของตัวเองและลูกหลานของเพื่อนฝูงที่จากไป บรรยากาศภายในงานวันเกิดเล็กๆ เต็มไปด้วยความอบอุ่นและทำให้หญิงชราได้มีรอยยิ้มมีความสุขได้ดีกว่าวันอื่นเป็นไหนๆ
“คุณทวดสวยที่สุดเลยค่ะ” ระหว่างที่เห็นว่าทวดตนนั้นกำลังนั่งมองแขกเหรื่อร่วมรับประทานอาหารคลอไปกับเสียงเพลงของวงดนตรีพื้นเมืองของทางเหนืออยู่ที่ใต้ถุนบ้าน พิมแพรทองก็อดที่จะเอ่ยชื่นชมทวดตนไม่ได้ วันนี้หญิงชรามวยผมต่ำปักด้วยปิ่นสีน้ำตาล สวมพันคอด้วยผ้าแพรผืนสีชมพูกลีบบัว สวมเสื้อคอกลมแขนยาวสีขาวงาช้างและนุ่งซิ่นตีนทอสีน้ำเงินเข้ม เธอจะเห็นทวดนั้นแต่งตัวสวยปีละครั้งเพราะปกติแล้วจะสวมแต่เสื้อคอกระเช้าและผ้าถุงธรรมดา ถึงแม้นท่านจะมีเงินมากมายเพียงใดก็ชอบที่จะใช้ชีวิตสมถะ ผิดกับยายของเธอที่ต้องตัวสวยอยู่ทุกวัน เพราะไม่ชอบให้ตัวเองนั้นดูไม่ดีในสายตาของใคร
“พูดแบบนี้แสดงว่าวันอื่นๆ ทวดไม่สวยใช่ไหม” แสงโสมเอ่ยด้วยน้ำเสียงปนขบขัน
เช้าของวันต่อมา เดือนประดับนั่งจิบกาแฟรอหลานทั้งสองด้วยสีหน้าที่มีความสุข ทว่าในใจของคนเป็นผู้ใหญ่ย่อมมีร่องรอยของความสงสัยตกค้างอยู่เมื่อปฐวีและไหมพราวงามเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร เดือนประดับที่สังเกตหลานชายมาตั้งแต่เมื่อวานก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม“ตาวี... ย่าถามจริงๆ เถอะ เมื่อวานเราเป็นอะไร ทำไมทำหน้าบึ้งตึงไม่รับแขกขนาดนั้น พูดตามตรงย่าไม่ค่อยชอบอาการของเราเลย แต่เมื่อวานก็ไม่ได้อยากพูดอะไรให้มันเสียบรรยากาศ”ปฐวีเริ่มกระอักกระอ่วน แต่ก่อนที่เขาจะทันได้หาข้ออ้าง ไหมพราวงามที่สังเกตอาการของสามีอยู่ตลอดก็รีบเอ่ยขัดขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวานเพื่อช่วยกู้สถานการณ์“พี่วีเขาเหนื่อยน่ะค่ะคุณย่า ช่วงก่อนวันงานมีประชุมด่วนที่บริษัทลากยาวจนถึงเช้ามืดแล้วต้องรีบบินมาเชียงใหม่เลย พี่วีเขาเกรงใจแขกก็เลยพยายามฝืนไว้ หน้าเลยดูเครียดๆ ไปหน่อยค่ะ”มณีพรรณผู้เป็นยายมองหลานสาวด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหันไปทางหลานเขย “ถ้าเหนื่อยก็พักผ่อนเยอะๆ หลังแต่งงานก็จะพักยาวใช่ไหม”“ผมก็แพลนไว้อย่างนั้นครับคุณยาย” ปฐวีเห็นสบ
“พี่วี... นั่งเฉยๆ นะคะ พราวจะนวดขาให้” เธอค่อยๆ นวดไปที่หน้าแข้งและเท้าของสามีหมาดๆ อย่างเบามือ หวังจะช่วยบรรเทาความเมื่อยล้าที่เขาต้องยืนมาทั้งวันปฐวีมองลงมาที่หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยสายตาที่เอ็นดู แต่แล้ว ภาพของดารกาในชุดเจ้าสาวก็ฉายเข้ามาในหัวความขัดแย้งในใจของเขาเริ่มทวีคูณ เขากำลังถลำลึกเกินไปหรือเปล่า ทว่าความคิดนั้นก็พลันหายไป เพราะยังไงครั้งนี้เขาก็จะไม่ยอมเป็นฝ่ายตามเกมของดารกาอย่างที่ผ่านมาเด็ดขาดหลังจากจัดการภารกิจส่วนตัวและอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้าจนอยู่ในชุดนอนกันทั้งคู่ บรรยากาศในห้องหอก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง ปฐวีนั่งนิ่งอยู่บนปลายเตียง สายตาเหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากพูดสิ่งที่เขาเตรียมใจไว้ตั้งแต่อยู่ในห้องน้ำ“พราว... พี่มีเรื่องสำคัญจะบอก”ไหมพราวงามที่กำลังจัดหมอนอยู่เงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยความสงสัย “คะพี่วี”“เรื่องคืนนั้น คืนที่เป็นต้นเหตุให้เราต้องแต่งงานกัน” ปฐวีสูดลมหายใจเข้าลึกที่สุดก่อนจะเริ่มพ่นออกมาทางปากช้าๆ“ความจริงแล้ว พี่ไม่ได้ล่วงเกินพราวเลยแม้แต่นิดเดียว พี่ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าตอนนั้นทำไมถึง
“เพราะตัวรักพี่วีมากใช่ไหมล่ะ” พิมแพรทองกระซิบกระซาบ ทำเอาเจ้าสาวหน้าแดงเป็นลูกตำลึง“อืม...”“หลังแต่งงานตัวก็ไม่ต้องห่วงงานนะ ไปเที่ยวฮันนีมูนกับพี่วีให้เต็มที่เลย เค้าอยากอุ้มหลานน้อยแล้ว”เพียะ “บ้า พูดอะไรก็ไม่รู้” ไหมพราวงามเขินจนปั้นหน้าไม่ถูก จึงต้องแก้เขินด้วยการฟาดแขนพิมแพรทองไปหนึ่งที“อ้าว ก็พูดเรื่องจริงนี่นา” พิมแพรทองยังไม่หยุดเอ่ยหยอกไหมพราวงาม เพราะชอบใจที่เห็นเจ้าสาวกำลังเขินจนปั้นหน้าไม่ถูกเมื่อพิธีสงฆ์เริ่มขึ้น ปฐวีเข้ามาในงานด้วยชุดแต่งงานไทยล้านนาแบบบุรุษ ที่สง่างามไม่แพ้เจ้าสาว เสื้อปัดสีครีมปักลวดลายละเอียดอ่อนคู่กับผ้าต้อยสีเขียวเข้ม ทับด้วยสังเวียนผ้าไหมสีทองอร่าม เครื่องประดับเงินสลักลายงดงามประดับอยู่บนอกและข้อมือ ทำให้เขาดูหล่อเหลาและภูมิฐานราวกับเจ้านายเมืองเหนือในอดีตเขาดูดีอย่างไร้ที่ติ ทว่าใบหน้าคมเข้มนั้นกลับดูเรียบเฉยผิดปกติ แววตาของเขาดูว่างเปล่าเหมือนคนที่มีเรื่องให้ต้องคิดอยู่ตลอดเวลา เมื่อเจอกับแขกเหรื่อเขาก็ทำเพียงคลี่
ทางด้านไหมพราวงามที่ช่วงนี้จำต้องละจากงานบริหารเพื่อมาเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวอย่างเต็มที่ หัวใจของพองโตทุกครั้งที่มองไปยังหุ่นลองชุดกลางห้องนอน ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกออกแบบมาให้ดูราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายเสร็จสมบูรณ์แล้ว งานปักที่ละเอียดละออสะท้อนล้อแสงไฟอย่างงดงาม และที่พิเศษที่สุดคือชุดอีกหนึ่งชุดที่เฟื่องฟ้าตั้งใจตัดเย็บให้เป็นของขวัญก็เสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกันเธอยืนลูบเนื้อผ้าของชุดแต่งงานด้วยความตื้นตันจนน้ำตาเอ่อคลอในที่สุด... วันที่พราวรอคอยก็มาถึงเสียทีไหมพราวงามหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปชุดแต่งงานที่สวยที่สุดในชีวิตของเธอ แล้วกดส่งข้อความไปหาปฐวีชายผู้เป็นเจ้าของหัวใจของเธอ พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า “ชุดเสร็จแล้วนะคะพี่วี พราวอยากให้พี่วีเห็นตอนพราวใส่จริงเร็วๆ จังค่ะ”ทว่า... เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า หน้าจอโทรศัพท์ยังคงนิ่งสนิท ปฐวีไม่คิดจะตอบกลับข้อความของเธอเหมือนเช่นเคย เป็นแบบนี้มาพักใหญ่แล้วที่เขาดูห่างเหินและเย็นชาใส่เธอไหมพราวงามเม้มปากแน่น พยายามสลัดความน้อยเนื้อต่ำใจทิ้งไป แล้วบอกตัวเองด้วยเสียงที่สั่นเครือ “พี่วีคงยุ่ง... ใช่ งานที่บริษัทคงรัดตัวมาก พี่ว
รณภพออกมาจากโรงเรือนได้เขาก็ตรงมาหาพิมแพรทองที่กำลังยืนถ่ายรูปแปลงต้นหม่อนอยู่ไม่ไกล“เมื่อกี้คุณคุยอะไรกับเอ็ม”พิมแพรทองรีบส่ายหัว “เปล่าค่ะ ก็ถามเรื่องการเลี้ยงไหมนั่นแหละ”“เหรอ”“อืม แล้วฟ้าไปไหนล่ะคะ”“บอกว่าจะไปทำกับข้าวให้เรากินน่ะ”“เดี๋ยวฉันไปช่วยเธอดีกว่า” เอ่ยจบก็หันหลังหนีชายหนุ่ม โอกาส
พิมแพรทองเดินตามหลังอัศนัยและรณภพตรงมายังบ้านของเฟื่องฟ้า เธอกวาดสายตามองรอบๆ จนกระทั่งได้จับจ้องไปยังหูกทอผ้า อุปกรณ์นั้นดูขลังจนทำเอาเธอนั้นขนลุกซู่ขึ้นมาดื้อๆ“พี่ฟ้า อยู่ไหมครับ” อัศนัยส่งเสียงเรียกเฟื่องฟ้าหลังจากพารณภพและพิมแพรทองมาถึงหน้าบ้านของหญิงสาว“อยู่จ้า” สาวเจ้าส่งเสียงจากบนบ้านมาก่อ
“เมื่อกี้เปล่าค่ะ แต่ตอนนี้คิดว่าพี่จะแย่งฉันกินหมด”“คิดว่าจะไปรบกวนขอนอนบ้านคนอื่น”พิมแพรทองแทบสำลักข้าวที่เพิ่งกลืนลงคอ เขารู้ได้ยังไงกันว่าเธอคิดอะไร“จะคิดหรือไม่คิด แต่ผมก็อยากจะบอกเอาไว้ว่าคนที่นี่เข้าใจว่าเราเป็นผัวเมียกัน ถ้าคุณขอไปนอนบ้านคนอื่นมีหวังพวกเขาได้คิดว่าผมกับคุณทะเลาะกันแน่ คุ
“อะไรนะ แล้วไปบอกกับเขาแบบนั้นได้ยังไง!”“มันไม่ใช่เรื่องจริงเหรอ?”พิมแพรทองกัดฟันกรอด จะต่อว่าก็ไม่ดี จะโวยวายก็ไม่ได้ ตอนนี้ทำได้แค่เพียงต้องยอมรับในสิ่งที่เขาพูดไปก่อนสินะ“เฮ้อ จะทำอะไรก็ปรึกษากันหน่อยสิคะ เรื่องที่ติดต่อพ่อหลวงมาก่อนก็ไม่เห็นบอก”“คุณก็รู้แล้วนี่ไง”“อีกเรื่อง ฉันขอพูดตามตรงเ
reviews