LOGIN“นี่นายจะรัดฉันให้หายใจไม่ออกเลยหรือไง” พิมแพรทองหน้าเหยเก ด้วยลงนอนบนเตียงนุ่มไม่ทันได้ที่เธอก็ถูกคนตัวโตรวบกอดเสียแน่นจนเธอขยับตัวได้ยาก
“จะไม่ตามใจผมเหรอ”
“ไม่ใช่ แค่กอดให้มันหลวมน้อยกว่านี้ไม่ได้เหรอ”
เขาคลายกอดให้หลวมพอให้คนตัวเล็กได้พลิกตัวได้ “อืม แต่ผมขอกอดแบบนี้ทั้งคืนนะ พรุ่งนี้เราก็ต้องจากกันแล้ว คุณมาอยู่ที่นี่เกือบเดือนแล้วชอบที่นี่บ้างไหม”
“เป็นนายถ้าถูกจับตัวมานายจะชอบไหมล่ะ ถามแปลกๆ”
“กลับไปแล้วก็อย่าลืมคิดถึงผมบ้างล่ะ”
“เฮ้อ...ฉันจะนอนแล้ว”
“ฝันดีนะครับ”
พิมแพรทองถอนหายใจก่อนจะหลับตาลง คำถามที่เขาถามว่าจะคิดถึงที่นี่บ้างไหมมันเป็นคำถามที่ไม่น่าถามเอาเสียเลย จะว่าไปความจริงแล้วในใจลึกๆ ของเธอกลับรู้สึกใจหายแปลกๆ เหมือนกันที่จะต้องไปจากที่นี่ ทั้งที่ไม่ควรจะมีความรู้สึกนี้แม้แต่น้อย เธอต้องสลัดความรู้สึกนี้ออกไปจากหัวให้ได้ เพราะหลังจากกลับไปแล้วเธอจะตั้งใจลืมเรื่องราวที่นี่ให้หมดสิ้น
ช่วงสายของวันเท้าของพิมแพรทองก็เหยียบขึ้นฝั่งอีกครั้ง ที่ท่าเรือตอนนี้ครึกครื้นไปด้วยผู้คน เธอยิ้มออกมาด้วยความใจชื้น หลังจากนี้เธอจะได้กลับบ้านเสียที หวังว่าคงไม่มีเรื่องบ้าๆ อะไรแบบนี้เกิดขึ้นกับเธอหรือใครอื่นอีกนะ
“แพร”
“หืม...”
“ระวังตัวดีๆ ล่ะ อย่าให้ใครจับตัวคุณได้อีก”
“หึ่...” เธอค้อนคนตัวโตไปหนึ่งขวับ หากไม่ใช่เขาจะมีใครมากล้าจับตัวของเธอ
“แล้วจะแจ้งตำรวจมาจับผมไหม”
“รับปากฉันได้ไหม”
“อะไร”
“จะทำมาหากินสุจริต ถ้านายรับปากฉันก็จะรับปากว่าจะไม่แจ้งความ” เธอครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่ทั้งคืน แม้นเขาจะได้ชื่อว่าเป็นโจร และคำว่าโจรคงหาคำว่าสัจจะได้ยาก ทว่าระยะเวลาที่เธอได้อยู่กับเขาก็พอจะรู้ว่าคนอย่างรณภพเมื่อพูดอะไรแล้วไม่เคยผิดคำพูด หากเขารับปากเธอได้ เธอก็จะเชื่อใจเขาได้เช่นกัน
รณภพเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ครับ ผมจะทำมาหากินสุจริตครับคุณเมีย”
“นี่...” จะจากกันอยู่แล้วเขาก็ยังกวนประสาทให้เธออารมณ์เสียอยู่ได้
“ผมไปแล้วนะ” เอ่ยจบรณภพก็หันหลังลงเรือของเขาไป
“จากกันแล้วก็อย่าได้เจอกันอีกเลยนะ” เธอพึมพำพร้อมสาวเท้ายาวเดินหน้าต่อโดยที่ไม่คิดจะกลับไปมองข้างหลังเหมือนกัน
พิมแพรทองกลับมาถึงบ้านก็หน้าระรื่นเพราะรู้จากคนเป็นแม่ว่าตอนนี้เธอไม่ต้องหมั้นกับปฐวีแล้ว เพราะอีกไม่นานปฐวีก็ต้องแต่งงานกับไหมพราวงาม เหมือนตอนนี้ได้ยกภูเขาออกจากอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่คนที่บ้านไม่สงสัยกับการหายไปของเธอ อีกทั้งยังไม่ต้องลำบากใจพูดกับผู้ใหญ่เรื่องปฏิเสธการหมั้นอีก
“เค้าคิดถึงตัวจังเลย ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างเหรอ” ไหมพราวงามเข้ามาสวมกอดเธอแน่นหลังจากลงจากรถมาได้ไม่กี่ก้าว
“ไปพักผ่อนที่ทะเลน่ะ อ่อ คุณแม่โทรมาบอกเค้าแล้วล่ะว่าตัวจะต้องแต่งงานกับพี่วี”
“รู้เรื่องหมดแล้วเหรอ”
“อืม โคตรดีใจอะบอกตรงๆ ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ยว่าพี่วีแอบรักตัวอะ แล้วตัวล่ะคิดยังไงกับพี่วี”
ไหมพราวงามรีบลากพิมแพรทองเข้าไปคุยกันในห้อง เพราะเธอไม่อยากพูดเรื่องนี้นอกบ้าน
นั่งลงที่โซฟากันได้ไหมพรางงามก็ไม่คิดจะปิดบังความในใจของตัวเอง ทว่าก็เอ่ยออกมาด้วยอาการเขินอายเล็กน้อย “เค้าก็รักพี่วีมานานเหมือนกัน”
“แล้วทำไมไม่เคยพูด” พิมแพรทองตกใจกับเรื่องที่รับฟังพอสมควร เพราะแม่ของเธอเองก็ไม่รู้เรื่องนี้
“ก็เค้ารู้อยู่แก่ใจว่าพี่วีจะเป็นคู่หมั้นของตัวใครจะกล้าพูดเล่า”
“เฮ้อ แต่สุดท้ายพี่วีกับตัวก็ลงเอยกันได้ แบบไฟแล่บด้วย”
“อย่าพูดแบบนี้สิ เค้าเขิน อืม จริงสิ ไปคุยงานยังไงให้ทางนั้นชมเปราะไม่ขาดปากเลย”
“เหรอ” นี่ก็ยังเป็นอีกเรื่องที่เธอยังสงสัยว่ารณภพทำอย่างไรคู่ค้าของเธอถึงได้พออกพอใจนัก
“ใช่ คุณยายยิ้มหน้าบ้านเลยนะตอนได้ออเดอร์ผ้าไหมจากทางคุณณัชนิชาน่ะ”
“อ๋อ...เค้าก็พรีเซ็นต์เท่าที่ทำได้นั่นแหละ” สาวเจ้าเอ่ยขอโทษไหมพราวงามในใจ เธอไม่ได้อยากโกหก แต่ก็พูดความจริงออกมาไม่ได้เด็ดขาด
“เสียดายเนอะที่ตอนนั้นเค้าไม่ได้ไปด้วย อยากลองพรีเซ็นต์งานกับลูกค้าดูบ้าง”
“คราวหน้าเดี๋ยวก็มีโอกาส ว่าแต่ได้ดูร้านตัดชุดแต่งงานเอาไว้หรือยัง”
“ยังเลย พี่วีบอกว่าให้เค้าเป็นคนเลือก เค้าก็รอตัวมาช่วยเลือกนี่แหละ”
“เหรอ โอเค เดี๋ยวเค้าช่วยหา” พิมแพรทองค่อยหายใจหายคอได้คล่องเมื่อสามารถเปลี่ยนเรื่องคุยได้ เพราะเธอไม่อยากให้เรื่องตอนที่เธอหายไปเข้ามาหลอกหลอนในชีวิตอีก
“บ้าเอ้ย...” ไม่ว่ารณภพจะข่มตานอนยังไงเขาก็นอนไม่หลับเพราะติดที่มีคนกอดตอนนอนไปแล้ว
“คุณมันยัยแม่มด ผมต้องลืมคุณให้ได้” เขาเอ่ยอย่างหัวเสีย เพราะในใจเอาแต่คิดถึงร่างกายนุ่มนิ่มของเธอแทบบ้า ทว่าสมองก็สั่งว่าสิ่งที่ต้องทำคือเรื่องตรงกันข้ามของหัวใจ เพียงแค่ไม่ถึงเดือนเธอทำเขาปั่นป่วนได้ขนาดนี้ คำที่เขาว่าเธอเป็นแม่มดมันไม่เกินจริงเลยแม้แต่นิดเดียว
“ฮัดชิ้ว” พิมแพรทองจามเสียงดังขณะกำลังเช็ดผมที่กำลังเปียก เธอมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ จากนั้นก็นั่งลงด้วยแววตาที่แอบเศร้า
“ไม่ใช่ว่านายกำลังนินทาฉันอยู่หรอกนะนายโรม” เมื่อเอ่ยชื่อนั้นเธอก็เผลอยิ้มออกมาครู่หนึ่งอย่างตกอยู่ในภวังค์
“ไม่ ไม่ได้” เธอจะยิ้มในตอนที่คิดถึงโจรคนนั้นไม่ได้
“นายทำให้ฉันสับสนเข้าใจไหม หึ่ย... ฉันต้องลืม ฉันต้องลืม” สาวเจ้านั่งบุ้ยปากไม่พอใจตัวเองที่คิดถึงในสิ่งที่ไม่ควรคิด มันจะเป็นเพียงแค่วันสองวันนี้เท่านั้น เพราะหลังจากนั้นเธอจะไม่ยอมนึกถึงเขาอีกเด็ดขาด
ไม่นานนักทั้งสองหนุ่มสาวก็มาอยู่ที่ถนนคนเดิน เป็นรณภที่ทำหน้าที่แจกจ่ายตุ๊กตานับสิบตัวให้กับเด็กตัวเล็กๆ ที่เดินสวนทางมา เสียงเจี๊ยวจ๊าวขอบคุณและรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาก พิมแพรทองมองภาพนั้นด้วยความประทับใจ ลึกๆ ในใจเธอเริ่มมีความหวังว่าหัวใจที่แข็งกระด้างของรณภพอาจจะไม่ได้เยียวยายากอย่างที่คิดหลังจากแจกจ่ายตุ๊กตาเรียบร้อยแล้ว รณภพก็เดินกลับมาหาพิมแพรทองแล้วคว้ามือเล็กไปกุมไว้แน่น เขาจูงมือเธอเดินฝ่าฝูงชนแล้วเดินไปด้วยรอยยิ้มตลอดทาง“รู้ไหมแพร... พี่ไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว” เขากระซิบข้างหูเธอท่ามกลางเสียงจอแจของตลาด “นานจนพี่จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่พี่ยิ้มได้เต็มหน้าแบบนี้คือตอนไหน”พิมแพรทองหันไปสบตาคนข้างๆ เธอเห็นประกายความสุขที่ส่งออกมาจากใจจริงของเขาก็สุขใจตามไปด้วย “ถ้ามีความสุข... ก็รักษาความรู้สึกนี้ไว้นานๆ นะคะ” พิมแพรทองบีบมือเขาตอบเบาๆหัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความอิ่มเอม อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้เห็นร่องรอยของความอ่อนโยนในตัวผู้ชายคนนี้ และมันคุ้มค่
พอเรื่องของตัวเองคลี่คลาย ไหมพราวงามก็พร้อมรับฟังปัญหาของพิมแพรทอง ทว่าพิมแพรทองก็ลังเลเล็กน้อยว่าจะเริ่มต้นปรึกษากับไหมพราวงามอย่างไรดี“คือ…เค้ารู้จักคนคนนึง เขาเจ็บปวดกับชีวิตครอบครัวมาก แล้วเขาก็อยากแก้แค้นครอบครัวตัวเอง”“ใครกันอะ”“เค้าขอยังไม่บอกได้ไหม แค่อยากรู้ว่า…เราจะทำยังไงให้คนคนนั้นเลิกคิดแก้แค้น”“ได้ เค้าจะไม่ถามชื่อ ถ้าตามที่ตัวเล่า เขาน่าจะขาดความรักใช่ไหม”“ก็ประมาณนั้น”“งั้นก็ต้องทำให้เขาเห็นค่าในตัวเอง ให้เขามองเห็นคนที่รักเขาจริงๆ มากกว่าคนที่ไม่เคยสนใจเขาเลย”“ใช้ความรักแก้ปัญหาครั้งนี้เหรอ”“ก็ประมาณนั้น ถึงมันจะรักษาแผลเขาได้ไม่ทั้งหมด แต่ถ้ามันทำให้เขาเห็นว่าโลกนี้ยังมีสิ่งที่มีค่ากว่าความแค้น เค้าว่าน่าจะช่วยได้นะ”พิมแพรทองพยักหน้าน้อยๆ “โอเค ขอบคุณนะ”หลังจากไหมพราวงามออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง และแล้วเธอก็เริ่มลังเลหรือว่าฉันต้องตกลงคบกับเขา…ให้ความรัก เยียวยาหัวใจ แล้วความแค้นในใจของเขาจะได้ลดลง เพราะหากเขาหายแค้นครอบครัวตัวเองได้ ก็จะดีต่อตัวของเขา ไหนจะปฐวีและไหมพราวงามด้วยพิมแพรทองนัดรณภพมาที่ร้านอาหารกึ่งรูฟท็อปที่มองเห็นวิวเมืองเชียงใ
รณภพพาพิมแพรทองขับรถออกจากเมืองมาเกือบชั่วโมงจนมาถึงบึงบัวขนาดใหญ่ ผืนน้ำเบื้องหน้าของทั้งสองสงบนิ่งสะท้อนแสงแดดยามบ่ายดูสวยงามผิดกับอารมณ์ของทั้งสองในตอนนี้“จะคุยกับฉันต้องพามาคุยไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” สาวเจ้าเอ่ยขณะทิ้งตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำเสียงพิมแพรทองฟังดูเรียบทว่าก็แฝงไปด้วยความอยากรู้ใจจะขาดว่ารณภพจะเล่าเรื่องครอบครัวเขาว่าอย่างไร“อยากรู้ไม่ใช่เหรอ” รณภพไม่หันมามองหน้าคนคนตัวเล็ก ตอนนี้เขาไม่ลังเลแล้วที่จะบอกความจริงกับเธอ“ก็พูดมาสิคะ”“รอพี่เดี๋ยวนะ” เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วปาลงไปในบึง เสียงน้ำกระจายเป็นวงคลื่นเล็กๆ เหมือนหัวใจของเขาที่ไม่เคยได้สงบเหมือนน้ำที่หินตกกระทบตรงหน้าแววตาเศร้าที่ทอดมองผิวน้ำของชายหนุ่มทำให้พิมแพรทองไม่กล้าคะยั้นคะยอ แค่นั้นก็พอจะทำให้เธอรู้ว่าเขาคงเจ็บปวดกับเรื่องครอบครัวไม่น้อยเลย“แพรเห็นใช่ไหมว่าวีมีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ขนาดไหน”“ค่ะ” เธอตอบเสียงอ่อนด้วยกลัวจะไปกระทบความรู้สึกบางอย่างในใจเขา“พี่ไม่เคยมีภาพนั้นเลย”คำพูดสั้นๆ ของเขามันแฝงไปด้วยความปวดร้าวจนเธอรับรู้ได้เป็นอย่างดี ทว่าเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าศาสตราจะทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื
พิมแพรทองยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงานของรองประธานหนุ่ม ใบหน้าสวยเรียบเฉยไร้อารมณ์แม้ในอกจะอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องก็ตาม“สวัสดีค่ะ ท่านรอง”คำเรียกขานที่แสนเป็นทางการทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสารทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“ทำไมถึงเรียกพี่ห่างเหินแบบนั้นล่ะครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องเธอไม่วางราวกับพยายามอ่านความคิดที่อีกฝ่ายกำลังซ่อนเอาไว้“ในเวลางานตอนนี้ฉันถือว่าฉันเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ไม่ควรทำตัวสนิทสนมถูกต้องแล้วค่ะ”รณภพชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ “แพรกำลังไม่พอใจเรื่องข่าวพี่รึเปล่า”“ข่าวอะไรคะ ไม่เห็นรู้เรื่อง ช่วงสายมีคุยงานกับคุณเบนจามิน เตรียมตัวให้พร้อมด้วยนะคะท่านรอง”เธอเลือกจะหลบเลี่ยงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายอะไรทั้งนั้นก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรียกสายตาของคนทั้งสองได้เป็นอย่างดี“เข้ามาได้ครับ”ดารกาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “สวัสดีค่ะ ฉันรบกวนรึเปล่าคะ”“ไม่เลยครับ ยังไงเราก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้พิมแพรทองเผลอเหลือบมองทั้งสองคนอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบขึ้นมาในอก“พี่ลืมบอก พี่จะให้คุณดาว
ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังดวงดาวพราวระยับบนท้องฟ้า ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ แล้วสูดหายใจเข้าลึก ภาพฟาร์มหอยมุก ศาลาไม้กลางทะเล และรอยยิ้มของรณภพผุดขึ้นมาในความคิดอย่างไม่ตั้งใจการที่เธอคิดถึงเขาทั้งที่เพิ่งจากกันนี่มันคืออะไรกันนะ ไม่พ้นเธอรู้สึกดีกับเขามากไปแล้วหรือ ดึกมากแล้วแต่รณภพก็ยังคงเปิดดูคลิปวีดิโอที่ถ่ายกับพิมแพรทองซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้เอาเสียเลย คำที่พูดหยอกล้อกับเธอว่าเธอจะคิดถึงเขา กลับเป็นเขาเองที่คิดถึงเธอมากเสียอย่างนั้น ไม่ติดว่าพรุ่งนี้มีธุระสำคัญที่กรุงเทพมหานคร เขาไม่อยากจะห่างเธอแน่พิมแพรทองเดินเข้ามาหาเฟื่องฟ้าหลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย เมื่อเห็นสีหน้าแจ่มใสของหญิงสาวด้วยตัวเองก็พลอยคลายความกังวลไปได้มาก“พี่แพร นั่งก่อนค่ะ”พิมแพรทองหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ที่หญิงสาวเจ้าบ้านเป็นคนจัดหาให้ “สบายดีใช่ไหมฟ้า แล้วเรื่องสมัครเรียนว่ายังไง”“สบายดีค่ะ อีกไม่กี่วันฉันก็จะไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”“แล้วจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจริงเหรอ”“ค่ะ ถึงพี่โรมกับพี่แพรจะช่วยฉันค่าเรียน แต่ยังไงถ้าฉันได้หาเงินไปด้วยก็จะสบายใจกว่าค่ะ”“ตามใจแล้วกั
หลังจากอยู่ที่ร้านอาหารไม่นานนักไหมพราวงามก็กลับมาที่บ้านของปฐวีพร้อมกับปานทิพย์ สองชั่วโมงแล้วที่ไหมพราวงามยังคงนั่งรอปฐวีอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก มือประสานกันแน่นบนตัก สายตามองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มยาวขยับผ่านไปช้าๆ ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเท่าไร ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่สำคัญกับว่าที่สามีมากเท่านั้นไม่ได้ อย่าคิดแบบนี้อีก เธอพยายามบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะยังไงปฐวีก็คงยุ่งเพราะเรื่องงาน หากไม่มีคืนที่ผิดพลาดวันนั้นเขาก็คงไม่ต้องมารับผิดชอบแต่งงานกับเธอสายฟ้าแล่บแบบนี้ปานทิพย์ว่าจะออกมาหาน้ำดื่มก่อนนอน ทว่าก็ต้องแวะเข้าห้องรับแขกเพราะเห็นไหมพราวงามยังคงนั่งอยู่ในนั้นไม่ไปไหน “หนูพราว ยังไม่ขึ้นไปนอนอีกเหรอลูก”“พราวอยากรอพี่วีค่ะ” เธอฝืนยิ้มทั้งที่แววตาอ่อนล้าเต็มทีปานทิพย์มองว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความสงสารก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ไปพักเถอะลูก มันดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เจอตาวี วันนี้พี่เขาอาจจะยุ่งอยู่ที่บริษัทก็ได้”ไหมพราวงามลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ค่ะคุณน้า”เช้าวันรุ่งขึ้นปานทิพย์เดินลงบันไดมาด้วยความตั้งใจจะไปทำธุระแต่เช้า ทว่ากลับต้องหยุดเท้าเมื่อเห็นร่







