Masuk“นี่นายจะรัดฉันให้หายใจไม่ออกเลยหรือไง” พิมแพรทองหน้าเหยเก ด้วยลงนอนบนเตียงนุ่มไม่ทันได้ที่เธอก็ถูกคนตัวโตรวบกอดเสียแน่นจนเธอขยับตัวได้ยาก
“จะไม่ตามใจผมเหรอ”
“ไม่ใช่ แค่กอดให้มันหลวมน้อยกว่านี้ไม่ได้เหรอ”
เขาคลายกอดให้หลวมพอให้คนตัวเล็กได้พลิกตัวได้ “อืม แต่ผมขอกอดแบบนี้ทั้งคืนนะ พรุ่งนี้เราก็ต้องจากกันแล้ว คุณมาอยู่ที่นี่เกือบเดือนแล้วชอบที่นี่บ้างไหม”
“เป็นนายถ้าถูกจับตัวมานายจะชอบไหมล่ะ ถามแปลกๆ”
“กลับไปแล้วก็อย่าลืมคิดถึงผมบ้างล่ะ”
“เฮ้อ...ฉันจะนอนแล้ว”
“ฝันดีนะครับ”
พิมแพรทองถอนหายใจก่อนจะหลับตาลง คำถามที่เขาถามว่าจะคิดถึงที่นี่บ้างไหมมันเป็นคำถามที่ไม่น่าถามเอาเสียเลย จะว่าไปความจริงแล้วในใจลึกๆ ของเธอกลับรู้สึกใจหายแปลกๆ เหมือนกันที่จะต้องไปจากที่นี่ ทั้งที่ไม่ควรจะมีความรู้สึกนี้แม้แต่น้อย เธอต้องสลัดความรู้สึกนี้ออกไปจากหัวให้ได้ เพราะหลังจากกลับไปแล้วเธอจะตั้งใจลืมเรื่องราวที่นี่ให้หมดสิ้น
ช่วงสายของวันเท้าของพิมแพรทองก็เหยียบขึ้นฝั่งอีกครั้ง ที่ท่าเรือตอนนี้ครึกครื้นไปด้วยผู้คน เธอยิ้มออกมาด้วยความใจชื้น หลังจากนี้เธอจะได้กลับบ้านเสียที หวังว่าคงไม่มีเรื่องบ้าๆ อะไรแบบนี้เกิดขึ้นกับเธอหรือใครอื่นอีกนะ
“แพร”
“หืม...”
“ระวังตัวดีๆ ล่ะ อย่าให้ใครจับตัวคุณได้อีก”
“หึ่...” เธอค้อนคนตัวโตไปหนึ่งขวับ หากไม่ใช่เขาจะมีใครมากล้าจับตัวของเธอ
“แล้วจะแจ้งตำรวจมาจับผมไหม”
“รับปากฉันได้ไหม”
“อะไร”
“จะทำมาหากินสุจริต ถ้านายรับปากฉันก็จะรับปากว่าจะไม่แจ้งความ” เธอครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่ทั้งคืน แม้นเขาจะได้ชื่อว่าเป็นโจร และคำว่าโจรคงหาคำว่าสัจจะได้ยาก ทว่าระยะเวลาที่เธอได้อยู่กับเขาก็พอจะรู้ว่าคนอย่างรณภพเมื่อพูดอะไรแล้วไม่เคยผิดคำพูด หากเขารับปากเธอได้ เธอก็จะเชื่อใจเขาได้เช่นกัน
รณภพเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ครับ ผมจะทำมาหากินสุจริตครับคุณเมีย”
“นี่...” จะจากกันอยู่แล้วเขาก็ยังกวนประสาทให้เธออารมณ์เสียอยู่ได้
“ผมไปแล้วนะ” เอ่ยจบรณภพก็หันหลังลงเรือของเขาไป
“จากกันแล้วก็อย่าได้เจอกันอีกเลยนะ” เธอพึมพำพร้อมสาวเท้ายาวเดินหน้าต่อโดยที่ไม่คิดจะกลับไปมองข้างหลังเหมือนกัน
พิมแพรทองกลับมาถึงบ้านก็หน้าระรื่นเพราะรู้จากคนเป็นแม่ว่าตอนนี้เธอไม่ต้องหมั้นกับปฐวีแล้ว เพราะอีกไม่นานปฐวีก็ต้องแต่งงานกับไหมพราวงาม เหมือนตอนนี้ได้ยกภูเขาออกจากอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่คนที่บ้านไม่สงสัยกับการหายไปของเธอ อีกทั้งยังไม่ต้องลำบากใจพูดกับผู้ใหญ่เรื่องปฏิเสธการหมั้นอีก
“เค้าคิดถึงตัวจังเลย ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างเหรอ” ไหมพราวงามเข้ามาสวมกอดเธอแน่นหลังจากลงจากรถมาได้ไม่กี่ก้าว
“ไปพักผ่อนที่ทะเลน่ะ อ่อ คุณแม่โทรมาบอกเค้าแล้วล่ะว่าตัวจะต้องแต่งงานกับพี่วี”
“รู้เรื่องหมดแล้วเหรอ”
“อืม โคตรดีใจอะบอกตรงๆ ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ยว่าพี่วีแอบรักตัวอะ แล้วตัวล่ะคิดยังไงกับพี่วี”
ไหมพราวงามรีบลากพิมแพรทองเข้าไปคุยกันในห้อง เพราะเธอไม่อยากพูดเรื่องนี้นอกบ้าน
นั่งลงที่โซฟากันได้ไหมพรางงามก็ไม่คิดจะปิดบังความในใจของตัวเอง ทว่าก็เอ่ยออกมาด้วยอาการเขินอายเล็กน้อย “เค้าก็รักพี่วีมานานเหมือนกัน”
“แล้วทำไมไม่เคยพูด” พิมแพรทองตกใจกับเรื่องที่รับฟังพอสมควร เพราะแม่ของเธอเองก็ไม่รู้เรื่องนี้
“ก็เค้ารู้อยู่แก่ใจว่าพี่วีจะเป็นคู่หมั้นของตัวใครจะกล้าพูดเล่า”
“เฮ้อ แต่สุดท้ายพี่วีกับตัวก็ลงเอยกันได้ แบบไฟแล่บด้วย”
“อย่าพูดแบบนี้สิ เค้าเขิน อืม จริงสิ ไปคุยงานยังไงให้ทางนั้นชมเปราะไม่ขาดปากเลย”
“เหรอ” นี่ก็ยังเป็นอีกเรื่องที่เธอยังสงสัยว่ารณภพทำอย่างไรคู่ค้าของเธอถึงได้พออกพอใจนัก
“ใช่ คุณยายยิ้มหน้าบ้านเลยนะตอนได้ออเดอร์ผ้าไหมจากทางคุณณัชนิชาน่ะ”
“อ๋อ...เค้าก็พรีเซ็นต์เท่าที่ทำได้นั่นแหละ” สาวเจ้าเอ่ยขอโทษไหมพราวงามในใจ เธอไม่ได้อยากโกหก แต่ก็พูดความจริงออกมาไม่ได้เด็ดขาด
“เสียดายเนอะที่ตอนนั้นเค้าไม่ได้ไปด้วย อยากลองพรีเซ็นต์งานกับลูกค้าดูบ้าง”
“คราวหน้าเดี๋ยวก็มีโอกาส ว่าแต่ได้ดูร้านตัดชุดแต่งงานเอาไว้หรือยัง”
“ยังเลย พี่วีบอกว่าให้เค้าเป็นคนเลือก เค้าก็รอตัวมาช่วยเลือกนี่แหละ”
“เหรอ โอเค เดี๋ยวเค้าช่วยหา” พิมแพรทองค่อยหายใจหายคอได้คล่องเมื่อสามารถเปลี่ยนเรื่องคุยได้ เพราะเธอไม่อยากให้เรื่องตอนที่เธอหายไปเข้ามาหลอกหลอนในชีวิตอีก
“บ้าเอ้ย...” ไม่ว่ารณภพจะข่มตานอนยังไงเขาก็นอนไม่หลับเพราะติดที่มีคนกอดตอนนอนไปแล้ว
“คุณมันยัยแม่มด ผมต้องลืมคุณให้ได้” เขาเอ่ยอย่างหัวเสีย เพราะในใจเอาแต่คิดถึงร่างกายนุ่มนิ่มของเธอแทบบ้า ทว่าสมองก็สั่งว่าสิ่งที่ต้องทำคือเรื่องตรงกันข้ามของหัวใจ เพียงแค่ไม่ถึงเดือนเธอทำเขาปั่นป่วนได้ขนาดนี้ คำที่เขาว่าเธอเป็นแม่มดมันไม่เกินจริงเลยแม้แต่นิดเดียว
“ฮัดชิ้ว” พิมแพรทองจามเสียงดังขณะกำลังเช็ดผมที่กำลังเปียก เธอมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ จากนั้นก็นั่งลงด้วยแววตาที่แอบเศร้า
“ไม่ใช่ว่านายกำลังนินทาฉันอยู่หรอกนะนายโรม” เมื่อเอ่ยชื่อนั้นเธอก็เผลอยิ้มออกมาครู่หนึ่งอย่างตกอยู่ในภวังค์
“ไม่ ไม่ได้” เธอจะยิ้มในตอนที่คิดถึงโจรคนนั้นไม่ได้
“นายทำให้ฉันสับสนเข้าใจไหม หึ่ย... ฉันต้องลืม ฉันต้องลืม” สาวเจ้านั่งบุ้ยปากไม่พอใจตัวเองที่คิดถึงในสิ่งที่ไม่ควรคิด มันจะเป็นเพียงแค่วันสองวันนี้เท่านั้น เพราะหลังจากนั้นเธอจะไม่ยอมนึกถึงเขาอีกเด็ดขาด
เนื้อหาในข่าวที่ปฐวีให้ เขาอัดคลิปบอกว่าทุกอย่างตนเป็นคนผิด เขารักไหมพราวงามมาก เธอไม่ได้เป็นฝ่ายเข้าหาเขา แต่เขาต่างหากที่ดึงไหมพราวงามเข้ามาในชีวิตโดยที่เขาไม่ยอมตัดขาดจากดารกา ตอนนี้เขายืนยันว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดารกาอีก และจะเดินหน้าแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดต่อไป ไม่ว่าสังคมจะตัดสินเขายังไงเขาก็พร้อมยอมรับ“เฮ้อ... พี่วีนะพี่วี ทำไมไม่คิดแบบนี้ได้ตั้งนานแล้วนะ” พิมแพรทองถอนหายใจโล่งอกไปหนึ่งเปราะที่ปฐวียืดอกยอมรับข้อผิดพลาดอย่างลูกผู้ชาย และหวังว่าปฐวีจะตัดขาดจากดารกาได้จริงๆทางด้านรณภพที่เห็นข่าวแบบนั้นก็แอบชื่นชมในความเป็นลูกผู้ชายของปฐวีที่ยอมปกป้องไหมพราวงามโดยไม่สนชื่อเสียงของตัวเอง ทว่าเขาก็สาแก่ใจเพราะอย่างน้อยข่าวแบบนี้มันก็ทำลายชื่อเสียงของปฐวีได้ ป่านนี้พ่อของเขาก็คงจะนั่งไม่ติดเช่นกัน เพราะไม่ใช่เพียงลูกชายเสียชื่อเสียง แต่มันหมายถึงการผันผวนของหุ้นบริษัทด้วย“พี่โรมคะ พี่โรม”“ครับ” รณภพหลุดจากภวังค์เมื่อพิมแพรทองเขย่าแขน“เหม่ออะไรคะ แพรเรียกหลายรอบแล้วนะ”“อ๋อ พี่คิด
ปฐวีมองมือของหญิงสาวที่จับเสื้อของเขาก่อนจะยกมือขึ้นแกะข้อมือของดารกาออกทีละนิ้วอย่างใจเย็น“ต่อให้ไม่มีพราวอยู่ตรงนี้... ผมก็ไม่มีวันเลือกคุณ และสำหรับพราว ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าเธอจะยังรักผมอยู่ไหม หรือต่อให้เธอจะเกลียดผมไปตลอดชีวิต ยังไงคำตอบของผมก็มีเพียงคำเดียว ผมเลือกไหมพราวงาม... และจะเลือกแค่เธอคนเดียวตลอดไป”คำยืนยันที่เด็ดเดี่ยวของปฐวีเป็นการตัดขาดอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้อดีตดาวค้างฟ้ากรีดร้องออกมาด้วยความแค้นใจ “ไม่จริง ไม่ใช่สิ ต้องไม่ใช่แบบนี้”ปฐวีไม่คิดจะอยู่ต่อความยาวกับอดีตคนรักอีกต่อไป เขาสาวเท้าเดินออกไปจากห้องทำงานในทันที และไม่ว่าดารกาจะทำตามที่ขู่หรือไม่ เขาก็จะเป็นคนปกป้องชื่อเสียงของไหมพราวงามเองโดยที่ไม่สนว่าเขาจะถูกใครประนามว่าเห็นแก่ตัวและเลวแค่ไหนก็ตามภายในห้องแถลงข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องบันเทิงชื่อดัง กองทัพนักข่าวจากทุกสำนักเบียดเสียดกันจนแน่น เสียงชัตเตอร์ดังไม่ขาดสายเมื่อดารกาก้าวขึ้นมานั่งหน้าไมโครโฟน ใบหน้าสวยแสร้งทำให้ดูเศร้า ดวงตามีรอยแดงระเรื่อเพื่อให้ภาพของเธอเหมือนกับผู้ถูกกระทำที่น่าสงสารเธอเลือกที่จะใช้สื่อในมือกดดันและทำลายไหมพราวงามตาม
“ผม... ผมขอโทษครับคุณพ่อ” ปฐวียืนก้มหน้ายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เพราะในใจของเขายามนี้มันแหลกสลายจนไม่มีแก่ใจจะไปเถียงใคร“ขอโทษแล้วมันหายไหมตาวี” ปานทิพย์เอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธปนเสียใจ “ทำแบบนี้ได้ยังไง หนูพราวดีกับเราทุกอย่าง บ้านเธอก็มีหน้ามีตาในสังคม ตอนนี้ทางโน้นโกรธมาก ป้าเราโทรมาหาแม่เมื่อเช้าน้ำเสียงเธอผิดหวังในตัวแกและครอบครัวเรามาก รู้ไหมว่าแม่แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีตอนที่พวกเขาถามว่าเราเห็นหนูพราวเป็นตัวอะไร”“พวกเขาบอกว่าถ้าแกไม่เลิกยุ่งกับดาวก็ให้รีบหย่าขาดจากหนูพราวซะ และจะไม่มีวันให้แกได้ไปเจอกับหนูพราวอีก” ศาสตราเอ่ยเสียงแข็งปฐวีรีบส่ายหัวพัลวัน “ไม่ครับคุณพ่อ ผมไม่หย่า ผมไม่ยอมเสียพราวไปเด็ดขาด”“แม่ไม่คิดเลยว่าเราจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้นะตาวี” ปานทิพย์ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าลูกชายของเธอจะเป็นพวกจับปลาสองมือ“ผมรักพราว ผมรู้ตัวแล้วว่าผมรักเธอ ผมขอโทษครับคุณพ่อคุณแม่ ผมขอโทษจริงๆ”“แล้วแกจะเอายังไ
“อืม...” พิมแพรทองครางแผ่วในลำคอ เธอยอมเผยอริมฝีปากต้อนรับเรียวลิ้นของชายหนุ่มที่สอดแทรกเข้ามาฉกชิมความหวานอย่างโหยหา รณภพค่อยๆ ร่ายลีลาจูบจากความอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนตามสัญชาตญาณดิบของชายหนุ่ม เขารวบเอวบางให้คนตัวเล็กขยับเข้ามาชิดแนบกับอกแกร่งจนไร้ช่องว่าง“อืม... พี่โรม” พิมแพรทองประคองกอดไหล่หนาไว้แน่นเมื่อความวาบหวามเริ่มเข้าครอบงำ เธอตัวอ่อนปวกเปียกเมื่อได้รับสัมผัสอันช่ำชองของคนตัวโตรณภพผละริมฝีปากออกช้าๆ ทว่าไม่ยอมให้คนตัวเล็กได้พัก ชายหนุ่มช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในอ้อมแขนก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่แล้ววางคนตัวเล็กลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม จากนั้นก็ตามลงมาทาบทับบดเบียดเข้าหาคนตัวเล็กช้าๆมือหนาเริ่มทำหน้าที่อย่างว่องไว ปลดเปลื้องชุดของพิมแพรทองและเสื้อผ้าของตัวเองออก เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวสูดดมความหอมสลับกับการฝังรอยรักสีกุหลาบไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“พี่โรม... อืม...” มือเล็กจิกแผ่นหลังกว้างที่มีมัดกล้ามแน่นขณะปลายนิ้วของรณภพเริ่มลากผ่านจุดอ่อนไหวและกระตุ้นอารมณ์วาบหวามจนเธอเสียวสะท้านไปทั่วท้องน้อย“พี่จะทำให้แพรรู้ว่าพี่รักแพรมากแค่ไหน” รณภพเอ่ยกระ
รณภพนิ่งไป เขาไม่กล้าสบตาของพิมแพรทอง ความเงียบของเขาเปรียบเสมือนคำสารภาพผิด แค่นี้พิมแพรทองก็รู้โดยที่ไม่ต้องรอคำตอบจากปากของเขาแล้ว“พี่โรมทำแบบนี้ทำไมคะ พี่โรมเห็นความเจ็บปวดของพราวเป็นแค่เครื่องมือสร้างความสะใจของพี่โรมอย่างนั้นเหรอคะ แพรพยายามใช้ความรัก ความเข้าใจ คอยอยู่เคียงข้างหวังจะเยียวยาแผลใจให้พี่โรมลืมความแค้น... แต่สุดท้ายพี่โรมก็ยังใช้แผนสกปรกทำลายชีวิตคนอื่นอยู่ดี” พิมแพรทองเอ่ยทั้งน้ำตา“แพร... ฟังพี่ก่อน พี่ไม่ได้อยากให้พราวต้องเจ็บปวด แต่วีมันหลอกลวงพราว พี่แค่ทำให้พราวตาสว่างเท่านั้น”“แพรว่าพี่โรมทำเพื่อความสะใจของตัวเองต่างหากล่ะคะ จำสัญญาของเราได้ไหมคะพี่โรม... แพรบอกแล้วว่าถ้าวันไหนที่พี่โรมทำตัวไม่น่ารัก หรือทำให้แพรเห็นว่าความแค้นของพี่มันทำร้ายคนอื่นจนเกินไป แพรจะเดินออกไปทันที...” พูดจบพิมแพรทองก็หมุนตัวเดินจากไปทันทีโดยไม่หันหลังกลับมามอง ทิ้งให้รณภพยืนหน้าเสียอยู่กลางห้อง ความสะใจในการเอาชนะปฐวีเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น แทนที่ด้วยความกลัวเมื่อรู้ว่า แผนการแก้แค้นครั้งนี้กำลังจะทำให้เขาต้องสูญเสียผู้หญ
“แพร... ฮึก พี่วีเขา... เขาไม่ได้รักพราวเลย” ไหมพราวงามเอ่ยเสียงสะอื้นไม่เป็นภาษา ซบหน้าลงกับไหล่ของพิมแพรทองปล่อยให้น้ำตาไหลพรากอาบแก้มอย่างควบคุมไม่ได้พิมแพรทองเงยหน้าขึ้นมองปฐวีด้วยสายตาโกรธจัด “พี่วี! ทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องหลอกพราวด้วย”ปฐวีหน้าซีดเผือดตัวชาจนแทบก้าวขาไม่ออก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล่นพล่านจนเขาน้ำท่วมปาก ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากอธิบาย น้ำเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นของรณภพก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ดึงสายตาของทุกคนให้หันไปมอง“หึ... นี่เหรอสามีที่แสนดี” สายตาคมจ้องมองความพินาศของน้องชายต่างแม่ด้วยความสะใจ “ต่อหน้าผู้ใหญ่ทำเป็นรักเมียหลงเมีย ที่ไหนได้... พอแฟนเก่ากวักมือเรียกนิดเดียว ก็วิ่งแจ้นมาสารภาพรักหน้าด้านๆ ไม่สนใจหัวอกของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาเลยสักนิด”“พี่โรม...” ปฐวีเค้นเสียงรอดไรฟัน เขามองพี่ชายต่างแม่ด้วยความโกรธ “ทั้งหมดนี้... เป็นแผนการของพี่ใช่ไหม พี่จัดฉากเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อทำลายผมใช่ไหม”“ฉันไม่ได้บังคับให้แกกอดผู้หญิงคนอื่นนะวี ทั้
“อะไรนะ แล้วไปบอกกับเขาแบบนั้นได้ยังไง!”“มันไม่ใช่เรื่องจริงเหรอ?”พิมแพรทองกัดฟันกรอด จะต่อว่าก็ไม่ดี จะโวยวายก็ไม่ได้ ตอนนี้ทำได้แค่เพียงต้องยอมรับในสิ่งที่เขาพูดไปก่อนสินะ“เฮ้อ จะทำอะไรก็ปรึกษากันหน่อยสิคะ เรื่องที่ติดต่อพ่อหลวงมาก่อนก็ไม่เห็นบอก”“คุณก็รู้แล้วนี่ไง”“อีกเรื่อง ฉันขอพูดตามตรงเ
ซ่า ซ่า เสียงที่กระทบโสตประสาทคือเสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่ง แว่วใกล้เสียจนพิมแพรทองเผลอคิดว่านี่เธอกำลังอยู่ใกล้ทะเลอย่างนั้นหรือทะเล!พิมแพรทองรีบลืมตาตื่น เมื่อความทรงจำก่อนหน้านี้ไหลทะลักกลับมา เธอจำได้ว่าตนเองเพิ่งเผชิญกับเหตุการณ์อะไรมาสาวเจ้ารีบลืมตาตื่น เมื่อกรอกตามองไปรอบห้องความคุ้นเคยก็ยิ
กว่าพิมแพรทองและรณภพจะเดินทางมาถึงทางใต้ของประเทศไทยก็ใช้เวลาแทบทั้งวัน รถตู้คันหรูจากสนามบินมาส่งทั้งสองที่หลังบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับริมชายหาดในเวลาฟ้ามืดดวงตากลมโตทอดมองไปยังบ้านสไตล์โมเดิร์นสองชั้นที่เป็นประจกแทบทั้งหลัง นี่หรือบ้านพักหลังเล็กติดริมทะเลที่รณภพบอกกับเธอ ถึงเธอจะเป็นล
พิมแพรทองเดินตามหลังอัศนัยและรณภพตรงมายังบ้านของเฟื่องฟ้า เธอกวาดสายตามองรอบๆ จนกระทั่งได้จับจ้องไปยังหูกทอผ้า อุปกรณ์นั้นดูขลังจนทำเอาเธอนั้นขนลุกซู่ขึ้นมาดื้อๆ“พี่ฟ้า อยู่ไหมครับ” อัศนัยส่งเสียงเรียกเฟื่องฟ้าหลังจากพารณภพและพิมแพรทองมาถึงหน้าบ้านของหญิงสาว“อยู่จ้า” สาวเจ้าส่งเสียงจากบนบ้านมาก่อ