Masuk“ไม่เป็นไรค่ะ พราวชินแล้ว พราวทำผิดบ่อยค่ะ แล้ววันนี้พี่วีมาทำไมคะ”
“คุณพ่อกับคุณแม่ของพี่มาสู่ขอพราวอย่างเป็นทางการน่ะ”
“เหรอคะ คือ อันที่จริงพราวอยากให้แพรมาอยู่ด้วยตอนนี้จังเลยค่ะ”
“ทำไม พราวกลัวแพรโกรธเหรอ แต่พี่ว่าพี่กับแพรไม่ได้รักกันนะ”
“พี่วีดูออกด้วยเหรอคะ”
“ใช่ แต่พี่แค่ยังไม่ได้พูดออกมาเท่านั้น”
“แพรคงดีใจค่ะที่ไม่ได้หมั้นกับพี่วีแล้ว”
“แพรเคยบอกเหรอว่าไม่อยากหมั้นกับพี่”
“ค่ะ แต่ก็ยังไม่กล้าพูดเหมือนกัน”
“ดีแล้ว มาเดี๋ยวพี่ช่วย”
“พี่วีทำเป็นเหรอคะ”
“ไม่เป็น สอนพี่ได้ไหม”
“ได้สิคะ” ไม่ใช่เรื่องยากเลยกับการสอนคนอื่นพับดอกบัว ทว่าก็ยังชั่งใจอยู่ว่าเธอจะพูดความรู้สึกของตัวเองออกไปตอนนี้ดีไหม
ปฐวีเริ่มมุ่นคิ้วสงสัยเพราะเห็นไหมพราวงามเอาแต่จ่องเขาไม่กระพริบ “พับยังไงครับ”
“อ๋อ แบบนี้ค่ะ” เห็นทีเอาไว้พูดความในใจหลังแต่งงานก็ได้ เพราะตอนนี้รู้สึกเขินเกินกว่าจะพูดความรู้สึกที่มีต่อเขาได้
“ถ้าฉันรู้ว่าตาวีรักหนูพราวก็จะไม่เจ้ากี้เจ้าการเรื่องอยากให้ตาวีหมั้นกับหนูแพรเลย” ปานทิพย์ยืนมองลูกชายของเธอกับว่าที่ลูกสะใภ้นั่งพับดอกบัวอยู่ด้วยกันนานสองนานแล้ว เกือบไปแล้วที่เธอกับทองพญาจะทำร้ายจิตใจของคนถึงสามคน
“เฮ้อ...เรื่องหัวใจมันบังคับไม่ได้อยู่แล้ว ฉันเองก็รักยัยพราวเหมือนลูกแท้ๆ ยังไงก็ฝากเธอดูแลด้วยล่ะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันก็เอ็นดูหนูพราวมากเหมือนกัน” จะว่าดีใจที่เห็นลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝากับคนที่รักได้ก็ดี ทว่าก็แอบเสียดายว่าหากลูกเธอทำอะไรให้มันถูกต้องเรื่องราวมันจะไปในทางที่ดีกว่านี้ เพราะตอนนี้เธอเองก็ไม่กล้าสู้หน้ามณีพรรณ ด้วยเพราะความผิดของลูกชายนั่นเอง
หลังจากเหตุการณ์วันนั้นพิมแพรทองก็ไม่เคยคิดจะพูดดีกับรณภพ สองอาทิตย์แล้วที่เธอกับเขาอยู่ด้วยกันด้วยความบึ้งตึง แม้นบางครั้งเขาจะหัวเสียเพราะเธอไม่ยอมพูดกับเขา ทว่าพิมแพรทองก็ไม่ได้คิดใส่ใจ เพราะหากเขาไม่มาพูดกับเธอก็ไม่ต้องมีเรื่องให้ขุ่นข้องหมองใจกัน ยิ่งตอนนี้ไม่มีใครมาเป็นตัวประกันให้เธอต้องทำตามที่เขาสั่งเธอก็ยิ่งไม่คิดเกรงเขาแม้แต่น้อย
“ผมอยากกินปลากะพงนึ่งมะนาว คุณช่วยทำให้หน่อยสิ” รณภพเดินมาตามคนตัวเล็กที่เดินเล่นอยู่ริมชายหาดให้กลับไปทำอาหารเย็น
เขาหวังว่าเธอจะหันกลับมาพูดอะไรกับเขาบ้าง แต่ก็มีแต่เพียงความว่างเปล่า เธอไม่คิดจะมองหน้าของเขาแม้แต่หางตา ทั้งยังเดินผ่านหน้าตรงเข้าบ้านไปหน้าตาเฉย
“เมื่อไรคุณจะพูดกับผมดีๆ” รณภพขวางหน้าหญิงสาวเอาไว้
“นายจะมาสนใจอะไรฉันล่ะ อยากกินอะไรฉันก็ทำให้แล้วไง ยังไม่พอใจอีกหรือไง”
“ทำตัวดีๆ กับผมแล้วอีกสามวันผมจะไปส่งคุณที่ฝั่ง”
“นายพูดจริงใช่ไหม” ดวงตาคู่สวยเริ่มมีประกายของความหวัง หากเขาพูดจริงเธอก็พร้อมจะทำตัวดีแล้วก็พูดดีกับเขาตั้งแต่ตอนนี้
“อยากให้มันเป็นจริงหรือล้อเล่นล่ะ”
“อยากให้เป็นจริงตอนนี้เลยล่ะ”
“ผมพูดจริง คราวนี้จะเลิกบึ้งตึงกับผมได้หรือยัง”
“อืม อยากกินอะไรนอกจากปลากะพงไหม เดี๋ยวฉันทำให้”
“อะไรก็ได้ที่คุณอยากทำ ผมกินได้หมด”
“ได้ งั้นขอไปดูในครัวก่อนละกัน”
รณภพยืนมองคนตัวเล็กที่เริ่มมีความสดใสเข้ามาในใบหน้า เขากำลังสนใจเธอมากเกินไปจริงๆ อย่างที่เอกภาพว่า
หลังจากที่เขาเข้าไปสะสางความผิดของชมจันทร์และดาหวันให้ทั้งสองพักงานไม่มีกำหนดก็ได้ปรึกษากับเอกภาพในคราวเดียวกันถึงเรื่องที่เขารู้สึกว่าเขานั้นสนใจพิมแพรทองเป็นพิเศษจนไม่กล้าที่จะเป็นตัวเองอย่างเคยเวลาที่อยู่กับเธอ
“นายหัวกำลังสนใจเธอเกินไปเข้าใจถูกแล้วครับ ผมแนะนำว่าหากอยากให้แผนทุกอย่างลุล่วงไปได้โดยดีก็ต้องรีบส่งเธอกลับไป จากนั้นก็ต้องลืมความรู้สึกที่มีต่อเธอให้ได้”
คงต้องเป็นอย่างนั้น หากเขายังใส่ใจที่จะแก้แค้นอยู่ก็อย่าให้เรื่องของความรู้สึกมาอยู่เหนือเป้าหมาย ขอแค่สามวันเท่านั้น แล้วเขาจะปล่อยเธอไป แล้วจะพยายามลืมความรู้สึกที่สนใจพิมแพรทองเป็นพิเศษไปให้ได้
“ช่วยบอกวิธีทำไข่เจียวของคุณให้ผมหน่อยได้ไหม อยากรู้ว่าทำไมมันอร่อยจัง” ไม่ว่าจะกินไข่เจียวฝีมือหญิงสาวกี่ครั้งรสชาติของมันก็เหมือนเดิมทุกครั้ง หากเธอกลับไปแล้วเขาก็อยากลองทำแบบที่เธอทำดูบ้าง
“แค่ไข่เจียวเนี่ยนะ”
“อืม ผมทำทีไรไม่เห็นจะกรอบฟูเหมือนคุณเลยสักที”
“อย่าเอาไข่ที่แช่ตู้เย็นมาทำ เอาไข่ที่อยู่ในอุณหภูมิปกติมาตีแล้วก็ใส่น้ำนิดหน่อย แล้วก็ใส่แค่ซีอิ้วขาวกับผงปรุงรสปลายช้อน เวลาทอดก็ใส่น้ำมันเยอะหน่อย ทอดไฟแรงๆ จะได้ไม่อมน้ำมัน เท่านั้นเอง”
“อืม ผมจะจำไว้”
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น” พิมแพรทองเห็นหน้าของชายหนุ่มดูเศร้าเป็นพิเศษตั้งแต่เมื่อเย็นนี้แล้ว
“เปล่า ไม่มีอะไร อืม นี่โทรศัพท์มือถือของคุณ” เขาชูโทรศัพท์มือถือราคาแพงของหญิงสาวให้เธอได้เห็นว่ามันยังอยู่กับเขา
“อ้าว ยังอยู่เหรอ ก็นายโยนลงน้ำไปแล้วนี่”
“ผมหามันกลับมาคืนคุณได้ไม่ดีเหรอ อีกอย่างไม่ต้องกลัวว่าคนที่บ้านของคุณจะสงสัยอะไร เพราะผมส่งข้อความไปบอกคนที่บ้านคุณแล้วว่าคุณขอเที่ยวหลังจากทำงานเสร็จ”
“สืบมาหมดทุกเรื่องสินะถึงได้รู้ว่าฉันมาทำงาน”
“แน่นอนสิครับ อ่อ แล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องงานของคุณ ตอนนี้มันผ่านไปอย่างเรียบร้อยดี”
“นายทำอะไรของนาย”
“คุณไม่ต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าคุณกลับบ้านได้อย่างสบายใจก็พอ แล้วถ้าอยากจะเอาตำรวจมารวบพวกผมที่นี่ก็เชิญนะ แต่มาแล้วเจอรึเปล่าก็อีกเรื่องนึง”
“หึ่” พิมแพรทองดึงโทรศัพท์มือถือของเธอกลับเข้ากระเป๋ากางเกง
“ทำไมเอามาให้ฉัน ไม่กลัวฉันเรียกตำรวจมาตอนนี้เหรอ”
“เรียกได้ก็เก่งมากครับ เพราะที่นี่ไม่มีสัญญาณ”
สาวเจ้าหุบยิ้มกะทันหัน เธอคิดเอาไว้แล้วว่าโจรที่แสนเจ้าเล่ห์เจ้ากลตรงหน้าทำอะไรต้องรอบคอบเสมอ ทว่าก็สงสัยเหลือเกินว่าเขาทำอะไรกับคู่ค้าของเธอ ทว่าเธอก็ขอเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจก่อนจะดีกว่า ไม่อยากเซ้าซี้อีกฝ่ายตอนนี้ เกิดไม่พอใจแล้วไม่ส่งเธอกลับตาที่พูดเธอคงเสียใจแย่
ไม่นานนักทั้งสองหนุ่มสาวก็มาอยู่ที่ถนนคนเดิน เป็นรณภที่ทำหน้าที่แจกจ่ายตุ๊กตานับสิบตัวให้กับเด็กตัวเล็กๆ ที่เดินสวนทางมา เสียงเจี๊ยวจ๊าวขอบคุณและรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาก พิมแพรทองมองภาพนั้นด้วยความประทับใจ ลึกๆ ในใจเธอเริ่มมีความหวังว่าหัวใจที่แข็งกระด้างของรณภพอาจจะไม่ได้เยียวยายากอย่างที่คิดหลังจากแจกจ่ายตุ๊กตาเรียบร้อยแล้ว รณภพก็เดินกลับมาหาพิมแพรทองแล้วคว้ามือเล็กไปกุมไว้แน่น เขาจูงมือเธอเดินฝ่าฝูงชนแล้วเดินไปด้วยรอยยิ้มตลอดทาง“รู้ไหมแพร... พี่ไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว” เขากระซิบข้างหูเธอท่ามกลางเสียงจอแจของตลาด “นานจนพี่จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่พี่ยิ้มได้เต็มหน้าแบบนี้คือตอนไหน”พิมแพรทองหันไปสบตาคนข้างๆ เธอเห็นประกายความสุขที่ส่งออกมาจากใจจริงของเขาก็สุขใจตามไปด้วย “ถ้ามีความสุข... ก็รักษาความรู้สึกนี้ไว้นานๆ นะคะ” พิมแพรทองบีบมือเขาตอบเบาๆหัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความอิ่มเอม อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้เห็นร่องรอยของความอ่อนโยนในตัวผู้ชายคนนี้ และมันคุ้มค่
พอเรื่องของตัวเองคลี่คลาย ไหมพราวงามก็พร้อมรับฟังปัญหาของพิมแพรทอง ทว่าพิมแพรทองก็ลังเลเล็กน้อยว่าจะเริ่มต้นปรึกษากับไหมพราวงามอย่างไรดี“คือ…เค้ารู้จักคนคนนึง เขาเจ็บปวดกับชีวิตครอบครัวมาก แล้วเขาก็อยากแก้แค้นครอบครัวตัวเอง”“ใครกันอะ”“เค้าขอยังไม่บอกได้ไหม แค่อยากรู้ว่า…เราจะทำยังไงให้คนคนนั้นเลิกคิดแก้แค้น”“ได้ เค้าจะไม่ถามชื่อ ถ้าตามที่ตัวเล่า เขาน่าจะขาดความรักใช่ไหม”“ก็ประมาณนั้น”“งั้นก็ต้องทำให้เขาเห็นค่าในตัวเอง ให้เขามองเห็นคนที่รักเขาจริงๆ มากกว่าคนที่ไม่เคยสนใจเขาเลย”“ใช้ความรักแก้ปัญหาครั้งนี้เหรอ”“ก็ประมาณนั้น ถึงมันจะรักษาแผลเขาได้ไม่ทั้งหมด แต่ถ้ามันทำให้เขาเห็นว่าโลกนี้ยังมีสิ่งที่มีค่ากว่าความแค้น เค้าว่าน่าจะช่วยได้นะ”พิมแพรทองพยักหน้าน้อยๆ “โอเค ขอบคุณนะ”หลังจากไหมพราวงามออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง และแล้วเธอก็เริ่มลังเลหรือว่าฉันต้องตกลงคบกับเขา…ให้ความรัก เยียวยาหัวใจ แล้วความแค้นในใจของเขาจะได้ลดลง เพราะหากเขาหายแค้นครอบครัวตัวเองได้ ก็จะดีต่อตัวของเขา ไหนจะปฐวีและไหมพราวงามด้วยพิมแพรทองนัดรณภพมาที่ร้านอาหารกึ่งรูฟท็อปที่มองเห็นวิวเมืองเชียงใ
รณภพพาพิมแพรทองขับรถออกจากเมืองมาเกือบชั่วโมงจนมาถึงบึงบัวขนาดใหญ่ ผืนน้ำเบื้องหน้าของทั้งสองสงบนิ่งสะท้อนแสงแดดยามบ่ายดูสวยงามผิดกับอารมณ์ของทั้งสองในตอนนี้“จะคุยกับฉันต้องพามาคุยไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” สาวเจ้าเอ่ยขณะทิ้งตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำเสียงพิมแพรทองฟังดูเรียบทว่าก็แฝงไปด้วยความอยากรู้ใจจะขาดว่ารณภพจะเล่าเรื่องครอบครัวเขาว่าอย่างไร“อยากรู้ไม่ใช่เหรอ” รณภพไม่หันมามองหน้าคนคนตัวเล็ก ตอนนี้เขาไม่ลังเลแล้วที่จะบอกความจริงกับเธอ“ก็พูดมาสิคะ”“รอพี่เดี๋ยวนะ” เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วปาลงไปในบึง เสียงน้ำกระจายเป็นวงคลื่นเล็กๆ เหมือนหัวใจของเขาที่ไม่เคยได้สงบเหมือนน้ำที่หินตกกระทบตรงหน้าแววตาเศร้าที่ทอดมองผิวน้ำของชายหนุ่มทำให้พิมแพรทองไม่กล้าคะยั้นคะยอ แค่นั้นก็พอจะทำให้เธอรู้ว่าเขาคงเจ็บปวดกับเรื่องครอบครัวไม่น้อยเลย“แพรเห็นใช่ไหมว่าวีมีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ขนาดไหน”“ค่ะ” เธอตอบเสียงอ่อนด้วยกลัวจะไปกระทบความรู้สึกบางอย่างในใจเขา“พี่ไม่เคยมีภาพนั้นเลย”คำพูดสั้นๆ ของเขามันแฝงไปด้วยความปวดร้าวจนเธอรับรู้ได้เป็นอย่างดี ทว่าเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าศาสตราจะทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื
พิมแพรทองยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงานของรองประธานหนุ่ม ใบหน้าสวยเรียบเฉยไร้อารมณ์แม้ในอกจะอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องก็ตาม“สวัสดีค่ะ ท่านรอง”คำเรียกขานที่แสนเป็นทางการทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสารทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“ทำไมถึงเรียกพี่ห่างเหินแบบนั้นล่ะครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องเธอไม่วางราวกับพยายามอ่านความคิดที่อีกฝ่ายกำลังซ่อนเอาไว้“ในเวลางานตอนนี้ฉันถือว่าฉันเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ไม่ควรทำตัวสนิทสนมถูกต้องแล้วค่ะ”รณภพชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ “แพรกำลังไม่พอใจเรื่องข่าวพี่รึเปล่า”“ข่าวอะไรคะ ไม่เห็นรู้เรื่อง ช่วงสายมีคุยงานกับคุณเบนจามิน เตรียมตัวให้พร้อมด้วยนะคะท่านรอง”เธอเลือกจะหลบเลี่ยงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายอะไรทั้งนั้นก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรียกสายตาของคนทั้งสองได้เป็นอย่างดี“เข้ามาได้ครับ”ดารกาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “สวัสดีค่ะ ฉันรบกวนรึเปล่าคะ”“ไม่เลยครับ ยังไงเราก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้พิมแพรทองเผลอเหลือบมองทั้งสองคนอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบขึ้นมาในอก“พี่ลืมบอก พี่จะให้คุณดาว
ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังดวงดาวพราวระยับบนท้องฟ้า ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ แล้วสูดหายใจเข้าลึก ภาพฟาร์มหอยมุก ศาลาไม้กลางทะเล และรอยยิ้มของรณภพผุดขึ้นมาในความคิดอย่างไม่ตั้งใจการที่เธอคิดถึงเขาทั้งที่เพิ่งจากกันนี่มันคืออะไรกันนะ ไม่พ้นเธอรู้สึกดีกับเขามากไปแล้วหรือ ดึกมากแล้วแต่รณภพก็ยังคงเปิดดูคลิปวีดิโอที่ถ่ายกับพิมแพรทองซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้เอาเสียเลย คำที่พูดหยอกล้อกับเธอว่าเธอจะคิดถึงเขา กลับเป็นเขาเองที่คิดถึงเธอมากเสียอย่างนั้น ไม่ติดว่าพรุ่งนี้มีธุระสำคัญที่กรุงเทพมหานคร เขาไม่อยากจะห่างเธอแน่พิมแพรทองเดินเข้ามาหาเฟื่องฟ้าหลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย เมื่อเห็นสีหน้าแจ่มใสของหญิงสาวด้วยตัวเองก็พลอยคลายความกังวลไปได้มาก“พี่แพร นั่งก่อนค่ะ”พิมแพรทองหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ที่หญิงสาวเจ้าบ้านเป็นคนจัดหาให้ “สบายดีใช่ไหมฟ้า แล้วเรื่องสมัครเรียนว่ายังไง”“สบายดีค่ะ อีกไม่กี่วันฉันก็จะไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”“แล้วจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจริงเหรอ”“ค่ะ ถึงพี่โรมกับพี่แพรจะช่วยฉันค่าเรียน แต่ยังไงถ้าฉันได้หาเงินไปด้วยก็จะสบายใจกว่าค่ะ”“ตามใจแล้วกั
หลังจากอยู่ที่ร้านอาหารไม่นานนักไหมพราวงามก็กลับมาที่บ้านของปฐวีพร้อมกับปานทิพย์ สองชั่วโมงแล้วที่ไหมพราวงามยังคงนั่งรอปฐวีอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก มือประสานกันแน่นบนตัก สายตามองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มยาวขยับผ่านไปช้าๆ ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเท่าไร ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่สำคัญกับว่าที่สามีมากเท่านั้นไม่ได้ อย่าคิดแบบนี้อีก เธอพยายามบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะยังไงปฐวีก็คงยุ่งเพราะเรื่องงาน หากไม่มีคืนที่ผิดพลาดวันนั้นเขาก็คงไม่ต้องมารับผิดชอบแต่งงานกับเธอสายฟ้าแล่บแบบนี้ปานทิพย์ว่าจะออกมาหาน้ำดื่มก่อนนอน ทว่าก็ต้องแวะเข้าห้องรับแขกเพราะเห็นไหมพราวงามยังคงนั่งอยู่ในนั้นไม่ไปไหน “หนูพราว ยังไม่ขึ้นไปนอนอีกเหรอลูก”“พราวอยากรอพี่วีค่ะ” เธอฝืนยิ้มทั้งที่แววตาอ่อนล้าเต็มทีปานทิพย์มองว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความสงสารก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ไปพักเถอะลูก มันดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เจอตาวี วันนี้พี่เขาอาจจะยุ่งอยู่ที่บริษัทก็ได้”ไหมพราวงามลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ค่ะคุณน้า”เช้าวันรุ่งขึ้นปานทิพย์เดินลงบันไดมาด้วยความตั้งใจจะไปทำธุระแต่เช้า ทว่ากลับต้องหยุดเท้าเมื่อเห็นร่







