เข้าสู่ระบบ“จะทำอะไร” พิมแพรทองถอยหลังหนีคนตัวโตจนขาชิดไปกับเตียง แววตาของสาวเจ้าดูตื่นกลัวมากกว่าเดิมหลายเท่า เดาไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายลากเธอมาทำอะไรให้ห้องนี้
“กลัวเหรอ”
ปึก “นี่...” เธอถูกเขาถึงเข้ากอดแนบเอาไว้อยู่กับตัว ไม่ใช่ว่าเขากำลังจะทำอะไรไม่ดีกับตัวของเธอล่ะ
“ถ้าอยากได้เงินก็ติดต่อครอบครัวฉันสิ บ้านฉันมีเงินนะ อยากได้เท่าไรก็บอกพวกเขาได้เลย”
“ใครว่าผมอยากจะได้เงิน” เขาเอ่ยพร้อมใช้สายตาแพะโลมหญิงสาวไปทั่วทั้งตัว
“นี่ อย่ามามองฉันแบบนั้นนะ” พิมแพรทองรับไม่ได้กับสายตาที่คนตัวโตมองมายังเธอ แววตานั้นดูหื่นกระหายจนน่าสะอิดสะเอียน ไม่ได้หากเธอยังอยู่ในอ้อมกอดของเขาอยู่แบบนี้มีหวังอาจเกิดเรื่องที่เธอไม่อยากให้เกิดแน่ คิดได้ดังนั้นก็พยายามผละตัวเองให้ออกจากอ้อมกอดของเขาให้ได้
“คิดว่าแรงของคุณจะสู้แรงของผมได้เหรอ”
“นี่...หยุดคิดไม่ดีกับฉันนะ”
“อะไร คุณกำลังคิดอะไรอยู่ กำลังคิดว่าผมจะจูบคุณอย่างนั้นเหรอ” เขาพูดพร้อมก้มลงหมายจะกดจมูกโด่งลงบนพวงแก้มนวล ทว่าสาวเจ้าก็เอี้ยวคอหนีได้อย่างทันท่วงที
“โรคจิต”
“ไหนว่าอยากให้ผมมาลงโทษคุณคนเดียวไง หรือจะให้ผมกลับไปจับไอ้เด็กนั่นถ่วงน้ำ”
“นี่ หยุดนะ จะทำอะไรก็ทำ แต่ขอให้นายรักษาสัญญาว่าห้ามทำอะไรต้นน้ำ”
“ใจดีเหลือเกินนะ”
สิ้นเสียงยียวนของรณภพเขาก็ไล่สายตามองตามร่างกายคนตัวเล็กหยาดเยิ้ม พิมแพรทองยืนนิ่งกัดฟันกำหมัดข่มอารมณ์ให้จำใจยอมกับสถานการณ์เบื้องหน้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอก็พร้อมยอมรับ ขอแค่เพียงให้ต้นน้ำปลอดภัย เด็กคนหนึ่งไม่น่ามาเจออะไรแบบนี้ หากเธอรอดจากที่นี่ไปได้สาบานเลยว่าโจรที่นี่ได้หายไปหมดแน่
รณภพค่อยๆ เชยคางมนให้ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นรับสัมผัสจูบของเขา คราแรกเพียงอยากจูบผิวเผิน ทว่าเมื่อปากของเขาได้ประกบเข้ากับริมฝีปากบางนุ่มเขาก็อดไม่ได้ที่จะดูดดึงริมฝีปากนั้นทั้งยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดง่ายๆ
พิมแพรทองน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอยืนตัวสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ สิ่งที่เธอกลัวมันกำลังจะเกิดขึ้นแล้วจริงๆ
รณภพสัมผัสได้ถึงน้ำตาของหญิงสาวเขาก็รีบผละเธอออกจากตัว เขายืนหน้าเสียเล็กน้อย และไม่เข้าใจตัวเองว่าเหตุใดจะต้องรู้สึกสะเทือนใจเมื่อเห็นน้ำตาของเธอ
“วันนี้ผมแค่เตือน ถ้าคุณยังคิดหนีอีกผมจะผูกเชือกลากไอ้เด็กอ้วนนั่นไปกับทะเลจนกว่ามันจะตาย”
“เลวที่สุด” เธอปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะพึมพำออกมาเสียงสั่น เขาคิดวิธีการชั่วร้ายแบบนั้นกับเด็กได้อย่างไร จิตใจของโจรพวกนี้ช่างมืดบอดไร้มนุษยธรรมเป็นที่สุด
พิมแพรทองถูกจับมาขังในกระท่อมกลางป่าเช่นเดิม ทว่าตอนนี้เธอไม่มีต้นน้ำอยู่ข้างกายเพราะรณภพแยกเธอกับเด็กชายเพื่อให้ยากต่อการหนี อีกทั้งยังใช้ต้นน้ำเป็นเครื่องมือเพื่อจะใช้บังคับเธอได้ง่ายขึ้นด้วย
“ชั่วช้าสารเลวที่สุด” พิมแพรทองยังคงก่นด่ารณภพทั้งในใจและคำพูด เธอภาวนาให้คนที่บ้านตื่นตัวโดยเร็วเมื่อเธอขาดการติดต่อ “คุณพ่อขาคุณแม่ขา ตอนนี้รู้แล้วหรือยังคะว่าแพรกำลังอยู่ในอันตราย”
คราแรกเข้าใจว่าโจรพวกนี้จะจับตัวเธอมาเพื่อเรียกค่าไถ่ ทว่าไม่ได้เป็นเช่นที่คิด และเธอก็เดาว่าโจรพวกนั้นคงจับเธอมาเพื่อต้องการใช้งาน และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ เธอก็ต้องอยู่ที่นี่นานขึ้น เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากภาวนาให้ครอบครัวของเธอหรือไม่ก็ครอบครัวของต้นน้ำตามหาพวกเธอให้เจอโดยเร็ว
ฟึ่บ ขณะที่กำลังคิดถึงวันที่จะได้ออกไปจากที่ก็มีถุงกระดาษสามถุงใหญ่หล่นมากองตรงหน้า
“อะไร?” เธอมองค้อนคนตัวโตที่ยืนจังก้าเท้าเอวอยู่หน้าประตูกระท่อม แค่เขาเดินเอาของมาวางตรงหน้าดีๆ ทำไม่ได้หรือยังไง แต่จะว่าไปเธอก็ไม่ควรสงสัยอะไรกับพฤติกรรมของโจร หากถูกอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดีก็คงจะไม่มาเป็นโจร
“เสื้อผ้าไง ผมจะแก้มัดให้คุณ หลังจากนี้หน้าที่ของคุณคือการดูแลผม ทั้งเรื่องความสะอาดของบ้านเรือน อาหารการกิน รวมไปถึง...” รณภพย่อตัวลงมองจ้องหญิงสาวตาไม่กะพริบก่อนจะลงมือแก้มัดให้กับเธอ
“ถึงอะไร?” อีกแล้ว เขาแพะโลมเธอด้วยสายตาอีกแล้ว
“เรื่องอะไรก็ค่อยว่ากันอีกที แต่ผมขอย้ำว่าถ้าคุณหนีผลร้ายจะเกิดกับต้นน้ำแน่”
“ฉันรู้แล้วน่ะ นายไม่ต้องมาย้ำ เกิดมาชีวิตนึงไม่คิดอยากเป็นคนดีกับเขาบ้างเหรอ ทำร้ายได้แม้กระทั่งเด็ก นายนี่มัน”
“ถ้าไม่หยุดพูดก็จะเจออย่างเมื่อกลางวันอีก” เอ่ยจบก็อมยิ้มกรุ้มกริ่ม พอใจที่ทำให้สาวเจ้าจอมพยศสลดลงได้
“ตามผมมา”
“จะพาฉันไปไหน”
“ไปทำกับข้าว ไม่หิวหรือไง”
“ไม่หิวไม่อยากกิน”
ทำตัวพยศกับเขาอีกแล้ว แต่มีหรือคนอย่างเขาจะไม่รู้วิธีการรับมือกับเธอ “แต่ไอ้เด็กอ้วนที่คุณอยากปกป้องนักหนามันร้องหิวมานานแล้ว”
“แล้วนายทำไมไม่หาอะไรให้ต้นน้ำกิน ใจดำที่สุด”
รณภพรั้งคนตัวเล็กมากอดรัดเอาไว้ ดูสิว่าเธอจะยังกล้าปากดีกับเขาอีกไหม “ปากดีอีกแล้วใช่ไหม”
“ปล่อยสิ จะรีบไปทำกับข้าว”
“แล้วรู้เหรอว่าไปทางไหน”
“นายก็นำไปสิ”
“เลิกเรียกผมว่านายซะที ผมชื่อโรม จะเรียกว่าคุณโรมหรือพี่โรมก็ได้ ผมอยากให้คุณเรียกชื่อผม มันสยิวหูดี”
พิมแพรทองอ้าปากค้างย่นคิ้วหนักขึ้น คำพูดคำจาลามกแบบนี้ฟังแล้วเธออยากจะอาเจียน
ยิ่งกวนประสาทคนตัวเล็กได้รณภพก็ยิ่งชอบใจ ลูกคุณหนูผู้ดีเก่าอย่างพิมแพรทองคงไม่ได้เจอคนพฤติกรรมแบบเขาง่ายๆ ก็ถือซะว่าเป็นการฝึกการใช้ชีวิตบนโลกอันโหดร้ายของเธอไปในตัวก็แล้วกัน
คืนนั้น ทะเลเงียบผิดปกติ ลมพัดแรงจนเสียงหน้าต่างเก่าดังเอี๊ยดอ๊าด รณภพดับไฟนอกบ้านบางดวง เหลือเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟระเบียง เขาหยิบผ้าขนหนูสีขาวหนึ่งผืนกับไฟฉายแล้วเดินตรงไปยังหน้าต่างของห้องนอนพิมแพรทองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ครืด ครืด เสียงดังแปลกๆ จากไม่ใกล้ไม่ไกลทำเอาสาวเจ้าที่กำลังนอนหิวตกใจจนขนลุกซู่ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นก่อนจะเอื้อมมือดึงผ้าห่มเข้ามาใกล้ตัวก๊อก ก๊อก อีกแล้วมีเสียงอีกแล้ว“ใคร…ใครอยู่ข้างนอก” สาวเจ้าเอ่ยถามเสียงสั่น ก่อนจะผุดลุกไปพร้อมผ้าห่มหมายจะไปปิดหน้าต่าง ทว่าเงาตะคุ่มรูปร่างคล้ายคนตัวใหญ่ก็โผล่มาให้เธอได้เห็นเต็มตา“น่ะ นั่น อ๊าย...” จากที่จะเดินไปปิดหน้าต่างเธอก็รีบวิ่งเปิดประตูออกจากห้องนอนแทนรณภพกลั้นเสียงหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของคนตัวเล็ก จากนั้นก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน“เป็นอะไรเหรอแพร”“พี่โรม” พิมแพรทองพุ่งเข้าไปกอดรณภพเอาไว้แน่น“พี่อยู่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัว เป็นอะไรบอกพี่ซิ”“ที่นี่มีผี
ซ่า ซ่า เสียงที่กระทบโสตประสาทคือเสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่ง แว่วใกล้เสียจนพิมแพรทองเผลอคิดว่านี่เธอกำลังอยู่ใกล้ทะเลอย่างนั้นหรือทะเล!พิมแพรทองรีบลืมตาตื่น เมื่อความทรงจำก่อนหน้านี้ไหลทะลักกลับมา เธอจำได้ว่าตนเองเพิ่งเผชิญกับเหตุการณ์อะไรมาสาวเจ้ารีบลืมตาตื่น เมื่อกรอกตามองไปรอบห้องความคุ้นเคยก็ยิ่งตอกย้ำ ที่นี่คือสถานที่เดียวกับที่เธอเคยถูก “รณภพ” จับตัวมาตกลงแล้วเขาเป็นใครกันแน่“ตื่นแล้วเหรอ”รอยยิ้มของรณภพยังไม่ทันจางหายไปดี ก็ต้องแข็งค้างเมื่อถูกสายตาพิฆาตของเธอฟาดใส่ราวกับมีดคมกริบ“อธิบายกับฉันเดี๋ยวนี้ ตกลงคุณเป็นใครกันแน่”“ไม่เรียกพี่แล้วเหรอ” เขายังคงตีฝีปากยียวน หวังผ่อนคลายอารมณ์โทสะของอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไร“โอเค พี่ยอมบอกก็ได้”รณภพถอนหายใจเบาๆ จำต้องเล่าให้เธอฟังเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะรู้ดีว่ายังต้องทำงานร่วมกันไปอีกยาว แต่ก็ใช่ว่าจะต้องเปิดเผยทุกเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของตัวเองเพราะมันยังไม่ถึงเวลา“ก่อนอื่น พี่ขอเคลียร์อย่างนึงก่อน” รณภพเอ่ยเสียงจริงจังขึ้น ต่างจากท่าทียียวนก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง “พี่ไม่ใช่โจรสลัด ไม่ได้ลักพาตัวใครไปขาย และไม่ได้ท
“พี่โรม!” พิมแพรทองชาวาบไปทั้งตัว เขาตื่นตั้งแต่เมื่อไร แล้วรู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ที่นี่“มาทำอะไรในห้องนี้”“เอ่อ...คือ ฉัน”“ทำไม ยอมให้พี่นอนกอดอีกหน่อยไม่ได้หรือไง ไม่เป็นไรพรุ่งนี้พี่จะส่งแพรกลับ เรื่องงานเดี๋ยวพี่จัดการเอง”คิ้วเรียวสวยมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย ที่แท้เขาเข้าใจเช่นนี้เองเหรอ แต่ยังไงก็แล้วแต่เธอจะให้เขาเข้าใจเช่นนั้นไม่ได้เพราะยังไงเธอก็ต้องไปเกาะกับรณภพให้ได้“เอ่อ ไม่ใช่อย่างงั้นนะคะ ฉันรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยก็เลยจะเข้าหายาในห้องนี้ค่ะ”“อ๋อ นึกว่าไม่อยากให้พี่กอดซะอีก ยาอยู่นี่” รณภพเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของเขาก่อนจะเปิดลิ้นชักหยิบยาแก้ปวดมายื่นให้พิมแพรทอง“ขอบคุณค่ะ”“คราวหลังปลุกพี่ก็ได้”“วันนี้เดินทางไกลฉันเลยไม่อยากรบกวนค่ะ”“ทีหลังห้ามเกรงใจ เข้าใจไหมครับ” รณภพยกมือลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะดึงเธอมาไว้ในอ้อมกอด เขาหรือจะไม่รู้ว่าเจตนาที่แท้จริงของเธอคืออะไร แต่อย่างไรเสียเ
กว่าพิมแพรทองและรณภพจะเดินทางมาถึงทางใต้ของประเทศไทยก็ใช้เวลาแทบทั้งวัน รถตู้คันหรูจากสนามบินมาส่งทั้งสองที่หลังบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับริมชายหาดในเวลาฟ้ามืดดวงตากลมโตทอดมองไปยังบ้านสไตล์โมเดิร์นสองชั้นที่เป็นประจกแทบทั้งหลัง นี่หรือบ้านพักหลังเล็กติดริมทะเลที่รณภพบอกกับเธอ ถึงเธอจะเป็นลูกหลานผู้ดีเก่ามีสมบัติของตระกูล ทว่าตัวเธอเองต้องทำงานกี่ปีเธอถึงจะซื้อบ้านหลังเท่านี้ได้ คิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่ตอบตกลงมากับเขา เพราะเชื่อได้เลยว่าที่นี่ก็ต้องสร้างมาจากเงินสกปรกของเขาแน่นอน“ชอบเหรอ เห็นมองซะนานเลย” รณภพเห็นหญิงสาวเอาแต่ยืนมองจ้องบ้านของเขาตาไม่กระพริบตั้งแต่ลงจากรถตู้ จนตอนนี้รถที่มาส่งแล่นออกไปจนสุดลูกตาแล้วเธอก็ยังไม่หยุดมอง“เอ่อ นี่เหรอคะบ้านหลังเล็กของพี่โรมน่ะ”“ก็ถือว่าเล็กกว่าที่มีนะ เข้าไปข้างในกันเถอะ”พิมแพรทองรีบเดินตามหลังรณภพไปติดๆ ที่เขาว่าบ้านนี้เล็กกว่าที่ตัวเองมี แล้วบ้านหลังใหญ่ของเขามันใหญ่ขนาดไหนกัน คนทำดีแล้วได้ดีเชื่อได้จริงไหมบนโลกใบนี้ เพราะดูคนทำชั่วตรงหน้าของเธอดันเจริญอย่างไม่น่าเชื่อซ่า ซ่า สาวเจ้าในชุดนอนสีหวานยืนกอดอกทอดมองคลื่นที่กำลังซัดสา
“คิดอกุศล ผมเอ็นดูฟ้าเหมือนน้องคนหนึ่งจริงๆ ชีวิตเธอน่าสงสารแค่ไหนคุณก็เห็น”“ฉันก็สงสารเธอไม่ได้ตางจากพี่โรมหรอกค่ะ ถึงอยากรับรองความปลอดภัยให้เธอได้มากที่สุดไงคะ”“ผมรู้จากพ่อหลวงมาว่าเธอไม่มีพ่อตั้งแต่เด็ก แถมแม่ก็ยังมาเสียในตอนที่เธอยังไม่โต พอพ้นมัธยมปลายมาได้ญาติก็ล้มหายตายจาก เหลือแค่เพียงไอ้ลุงขี้เมาคนนั้น ดีที่แม่ของเอ็มมาคอยดูแลเธอเพราะเป็นเพื่อนรักของแม่ฟ้า ผมเข้าใจการขาดพ่อขาดแม่ดี ดีที่ชีวิตของผมยังสบายกว่าเธอ เพราะเหตุผลนี้ผมถึงอยากช่วยเธอ เข้าใจหรือยัง”“พี่โรม พูดจริงใช่ไหมคะ” เขาไม่ได้แต่งเรื่องมาหลอกเธอแน่นะ แต่แววตาของเขาตอนที่พูดเรื่องพ่อกับแม่มันแสดงออกถึงความเศร้าให้เธอได้เห็นชัดจริงๆ“มองตาผมสิ”เชื่อแล้ว เธอเชื่อเขาแล้ว นี่เขาขาดพ่อกับแม่ตั้งแต่เด็กเหรอ ชีวิตของเขาก็คงคล้ายกับไหมพราวงามอีกคนสินะ พอเรื่องของเขาเหมือนคนที่เธอรู้จักถึงสองคนเธอก็อดนึกสงสารเขาขึ้นมาไม่ได้จริงๆ“มองผมแบบนั้นทำไม มีอะไรก็พูดมาเถอะ”“ขาดความอบอุ่นสินะคะ&rdquo
พิมแพรทองเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ กับเตียงพักฟื้นของเฟื่องฟ้าหลังจากพยาบาลเข้ามาเช็ดเนื้อเช็ดตัวหญิงสาวเสร็จเรียบร้อย“เป็นยังไงบ้างฟ้า” คิ้วเรียวสวยมุ่นอยู่ตลอดเวลาเพราะใบหน้าของเฟื่องฟ้าตอนนี้บวมปูดจนแทบดูไม่ได้ ไม่อยากจะคิดว่าหากเมื่อคืนพวกเธอไม่ได้อยู่ตรงนั้นเฟื่องฟ้าจะเป็นยังไง“ระบมค่ะพี่แพร” เฟื่องฟ้าตอบเสียงอ่อน“ตอนนี้ไม่ต้องห่วงนะ ลุงของฟ้าเข้าตารางไปแล้ว คงเข็ดไปอีกนาน”“อืม ไม่ต้องห่วง พ่อหลวงเองก็พูดกับพี่ว่าจะไม่ให้คนแบบนั้นเล็ดลอดเข้ามาในหมู่บ้านอีกเด็ดขาด”เฟื่องฟ้าเงยหน้ามองชายหนุ่ม “เรื่องที่พี่โรมบอกว่าจะให้ฟ้าไปทำงานด้วย ฟ้าตัดสินใจแล้วค่ะ”“เดี๋ยวฟ้า” พิมแพรทองรีบปราเฟื่องฟ้าเอาไว้ก่อน“ฟ้ากำลังตัดสินใจ รอฟังเธอก่อน” รณภพถลึงตาใส่พิมแพรทอง“แต่ฉันอยากให้ฟ้ารู้เรื่องเราก่อนที่จะตัดสินใจ”“เอ่อ...” เฟื่องฟ้าเริ่มมองทั้งสองสลับกันไปมาด้วยแววตาฉงน ตกลงแล้วรณภพกับพิมแพรทองมีเรื่องอะไรกันแน่“มานี่” รณภพเห็นท่าไม่ดีเขาจึงรีบดึงมือพิมแพรทองออกไปคุยกันเป็นการส่วนตัวเฟื่องฟ้าจากที่แปลกใจกับท่าทีของทั้งสองอยู่แล้ว ยิ่งเห็นรณภพดึงพิมแพรทองออกไปแบบนั้นเธอก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ “เป็







