เข้าสู่ระบบ“ดีสิ พี่เชื่อว่ายังไงตอนนี้ทางบ้านต้นน้ำหรือไม่ก็ทางบ้านพี่อาจจะรู้แล้วว่าพวกเราหายตัวไป เราหนีออกไปหาที่หลบก่อน ดีไม่ดีพ่อแม่ต้นน้ำอาจจะพาคนมาช่วยถึงที่นี่ก็ได้”
“ครับ แล้วเราจะหนีไปหลบที่ไหนกันก่อนเหรอครับ” เด็กชายตัวกลมรีบแก้เชือกให้กับพิมแพรทอง
เมื่อเชือกที่ข้อมือหลุดออกไปได้พิมแพรทองก็รีบแก้มัดที่ข้อเท้า หลังจากหลุดพ้นจากพันธนาการเธอก็ลุกไปยืนด้อมๆ มองๆ ผ่านหน้าต่างของกระท่อม ทว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าก็มีเพียงแค่ป่า
“พี่ก็ไม่รู้ แต่ยังไงก็ต้องไปก่อน” อย่างน้อยให้เธอหนีพวกโจรไปหลบที่ไหนสักที่ก็ยังดีกว่าอยู่ที่นี่โดยที่ไม่คิดจะทำอะไรเลย
“ข้างหน้าไม่มีคนเฝ้าเรารีบออกไปกันเถอะ”
“ครับ”
พิมแพรทองรีบจูงมือเด็กชายตัวอ้วนกลมให้เดินตามหลังติดๆ ขณะเปิดประตูกระท่อม มันน่าแปลกที่ไม่มีใครเฝ้าอยู่ที่หน้ากระท่อมของตัวประกัน แต่ตอนนี้ก็ไม่มีเวลาให้เธอได้วิเคราะห์อะไรมากนัก หากมีโอกาสที่จะหนีก็หนีไปเสียตอนนี้
สาวเจ้าวิ่งออกมาจากกระท่อมกลางป่าได้ระยะหนึ่งก็เห็นว่าเบื้องหน้าเป็นทะเล อีกทั้งตามแนวชายฝั่งยังมีกระท่อมไม่ไผ่หลังคามุงจากอีกหลายหลัง พิมแพรทองหันซ้ายหันขวาหน้าตาตื่น ตอนนี้เธอจะออกไปที่ชายฝั่งก็ไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าตรงหน้านั้นมีโจรอยู่มากมายแค่ไหน
“เราจะไปทางไหนต่อดีครับพี่แพร”
“ตามพี่มา” สาวเจ้ายังไม่ให้คำตอบเด็กชาย แต่เธอเลือกที่จะเดินกลับไปเข้าไปในป่า แล้วพากันไปนั่งอยู่ใต้พุ่มไม้เลื้อยใต้ต้นไม้ใหญ่ โดยที่ตอนนี้ยังสามารถมองเห็นท้องทะเลได้อยู่ หากว่าเห็นเรือมาจอดเธอก็จะขโมยเรือลำนั้นหนีออกไป
“เราจะอยู่ตรงนี้กันอีกนานไหมครับ”
“พี่จะรอให้มีเรือเข้ามาจอด จากนั้นพี่ก็จะขโมยเรือพวกมันหนีไป”
“พี่แพรขับเรือเป็นเหรอครับ”
“อืม ถ้าเป็นสปีดโบ๊ทหรือเรือยอร์ชพี่พอขับได้ คุณพ่อพี่เคยสอน แต่ถ้าเป็นเรืออย่างอื่นก็ค่อยว่ากันอีกที ต้นน้ำไม่ต้องกลัวนะ ยังไงพี่ก็ต้องพาต้นน้ำหนีไปจากที่นี่ให้ได้” เอ่ยจบก็รวบตัวเด็กชายเข้ามากอด
“พี่แพรครับ” เด็กชายเงยหน้ามองคนที่กำลังกอดด้วยสีหน้าลังเล
“อะไรเหรอ”
“เปล่าครับ ไม่มีอะไร” ต้นน้ำส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะก้มหน้าลง
พิมแพรทองเดาได้เลยว่าเด็กวัยนี้มีไม่กี่อย่างที่เป็นปัญหา “หิวใช่ไหม” โดยเฉพาะเรื่องกิน
“ครับ ต้นน้ำหิว” เด็กชายพยักหน้าน้อยๆ
“รอเดี๋ยวนะ พี่เชื่อว่าเดี๋ยวเราก็ได้ออกไปแล้ว” เอ่ยจบก็มองไปยังชายหาดอีกรอบ คราวนี้เหมือนสวรรค์เป็นใจ ตอนนี้เธอเห็นเรือยอร์ชขนาดเล็กกำลังขับเข้ามา
“พี่ว่าเรากำลังจะได้กลับบ้านกันแล้วล่ะ” คนพวกนี้มันปล้นเงินคนอื่นมาเพื่อปรนเปรอตัวเองได้ขนาดนี้เลยเหรอ พิมแพรทองกำหมัดแน่น หากเธอออกไปจากเกาะนี้ได้เธอจะพาตำรวจมาปราบคนชั่วพวกนี้ให้หมด
เด็กชายมองไปยังเรือที่กำลังแล่นเข้ามาตามสายตาของพิมแพรทอง “ถ้าเราไปที่เรือได้แล้วเราจะสตาร์ทมันยังไงครับ”
“พี่ว่ามันน่าจะเป็นรุ่นที่ใช้สวิตช์กดสตาร์ทนะ ให้เราไปให้ถึงเรือก่อนแล้วพี่ค่อยหาวิธีอีกที”
“พี่แพรดูเหมือนไม่กลัวอะไรเลยนะครับ”
“พี่ก็กลัวแต่จะทำยังไงได้ เราจะมัวกลัวไม่ได้ตอนนี้เราต้องกล้าเท่านั้น ต้นน้ำเองก็ต้องกล้าเหมือนกันนะเข้าใจไหม”
“เข้าใจครับ”
“แล้วต้นน้ำว่ายน้ำเป็นไหม”
“เป็นครับ”
“ดี ถ้าพี่บอกให้วิ่งก็รีบวิ่ง พอไปถึงก็ว่ายน้ำไปขึ้นเรือให้เร็วที่สุดเข้าใจนะ”
“ครับ”
พิมแพรทองรอให้คนบนเรือลงมาจนหมดจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ในเรือแน่ๆ เธอจึงพาต้นน้ำออกไปจากพุ่มไม้ สาวเจ้ายังคงหันซ้ายหันขวาเพื่อดูลาดเราอยู่ตลอด เมื่อเห็ว่าไม่มีใครเห็นพวกเธอแน่ๆ จึงรีบจูงมือต้นน้ำวิ่งไปที่ชายหาดแล้วลงไปในทะเลด้วยความรวดเร็ว
ทั้งสองพากันว่ายน้ำไปจนถึงข้าวตัวเรือแล้วปีนบันไดขึ้นเรือด้วยความราบรื่น พิมแพรทองอยากจะกรีดร้องดีใจเสียตั้งแต่ตอนนี้แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ดีใจเอาไว้แล้ววิ่งไปขึ้นไปยังหัวเรือเพื่อที่จะสตาร์ทเครื่องแล้วขับหนี
“ใช้สวิตช์จริงๆ ด้วย”
“พี่แพรครับ”
พิมแพรทองหันหลังไปตามเสียงเรียก รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอหายไปเมื่อเห็นต้นน้ำกำลังอยู่ในเงื้อมมือของผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่จับตัวของเธอมา
“ต้นน้ำ!”
“ตกใจเหมือนเห็นผีเลยนะ เล่นสนุกกันพอรึยัง” รณภพลากต้นน้ำไปยังหัวเรือ เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คนตัวเล็กที่เดินตามหลังตนมาติดๆ ก่อนจะมัดเด็กชายตัวกลมเอาไว้กับเหล็กหัวเรือ
“นี่ นายจะทำอะไร” พิมแพรทองพยายามดึงทึ้งรณภพให้เขาหยุดการกระทำ ทว่าก็ถูกชายหนุ่มอกสามศอกผลักเธอจนกระเด็นก้นจ้ำลงพื้น
“โอ้ย...”
“ปล่อยผมนะ พี่แพรช่วยต้นน้ำด้วย”
“นี่หยุด เขาไม่ได้ผิด ฉันผิดเอง จะทำอะไรก็มาทำกับฉัน” สาวเจ้าน้ำตาคลอ น้ำเสียงที่เปล่งเมื่อครู่เต็มไปด้วยความสั่นเครือ ทั้งโกรธชายหนุ่มทั้งโมโหตัวเองที่ไม่สามารถช่วยอะไรต้นน้ำได้เลย
รณภพหยุดการกระทำทั้งหมดหลังจากสิ้นเสียงของหญิงสาว เขาเดินปรี่เข้ามากระชากแขนเธอให้ลุกขึ้น “ได้ มานี่” จากนั้นก็ลากเธอไปยังห้องนอนเล็กใต้ท้องเรือ
คืนนั้น ทะเลเงียบผิดปกติ ลมพัดแรงจนเสียงหน้าต่างเก่าดังเอี๊ยดอ๊าด รณภพดับไฟนอกบ้านบางดวง เหลือเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟระเบียง เขาหยิบผ้าขนหนูสีขาวหนึ่งผืนกับไฟฉายแล้วเดินตรงไปยังหน้าต่างของห้องนอนพิมแพรทองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ครืด ครืด เสียงดังแปลกๆ จากไม่ใกล้ไม่ไกลทำเอาสาวเจ้าที่กำลังนอนหิวตกใจจนขนลุกซู่ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นก่อนจะเอื้อมมือดึงผ้าห่มเข้ามาใกล้ตัวก๊อก ก๊อก อีกแล้วมีเสียงอีกแล้ว“ใคร…ใครอยู่ข้างนอก” สาวเจ้าเอ่ยถามเสียงสั่น ก่อนจะผุดลุกไปพร้อมผ้าห่มหมายจะไปปิดหน้าต่าง ทว่าเงาตะคุ่มรูปร่างคล้ายคนตัวใหญ่ก็โผล่มาให้เธอได้เห็นเต็มตา“น่ะ นั่น อ๊าย...” จากที่จะเดินไปปิดหน้าต่างเธอก็รีบวิ่งเปิดประตูออกจากห้องนอนแทนรณภพกลั้นเสียงหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของคนตัวเล็ก จากนั้นก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน“เป็นอะไรเหรอแพร”“พี่โรม” พิมแพรทองพุ่งเข้าไปกอดรณภพเอาไว้แน่น“พี่อยู่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัว เป็นอะไรบอกพี่ซิ”“ที่นี่มีผี
ซ่า ซ่า เสียงที่กระทบโสตประสาทคือเสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่ง แว่วใกล้เสียจนพิมแพรทองเผลอคิดว่านี่เธอกำลังอยู่ใกล้ทะเลอย่างนั้นหรือทะเล!พิมแพรทองรีบลืมตาตื่น เมื่อความทรงจำก่อนหน้านี้ไหลทะลักกลับมา เธอจำได้ว่าตนเองเพิ่งเผชิญกับเหตุการณ์อะไรมาสาวเจ้ารีบลืมตาตื่น เมื่อกรอกตามองไปรอบห้องความคุ้นเคยก็ยิ่งตอกย้ำ ที่นี่คือสถานที่เดียวกับที่เธอเคยถูก “รณภพ” จับตัวมาตกลงแล้วเขาเป็นใครกันแน่“ตื่นแล้วเหรอ”รอยยิ้มของรณภพยังไม่ทันจางหายไปดี ก็ต้องแข็งค้างเมื่อถูกสายตาพิฆาตของเธอฟาดใส่ราวกับมีดคมกริบ“อธิบายกับฉันเดี๋ยวนี้ ตกลงคุณเป็นใครกันแน่”“ไม่เรียกพี่แล้วเหรอ” เขายังคงตีฝีปากยียวน หวังผ่อนคลายอารมณ์โทสะของอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไร“โอเค พี่ยอมบอกก็ได้”รณภพถอนหายใจเบาๆ จำต้องเล่าให้เธอฟังเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะรู้ดีว่ายังต้องทำงานร่วมกันไปอีกยาว แต่ก็ใช่ว่าจะต้องเปิดเผยทุกเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของตัวเองเพราะมันยังไม่ถึงเวลา“ก่อนอื่น พี่ขอเคลียร์อย่างนึงก่อน” รณภพเอ่ยเสียงจริงจังขึ้น ต่างจากท่าทียียวนก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง “พี่ไม่ใช่โจรสลัด ไม่ได้ลักพาตัวใครไปขาย และไม่ได้ท
“พี่โรม!” พิมแพรทองชาวาบไปทั้งตัว เขาตื่นตั้งแต่เมื่อไร แล้วรู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ที่นี่“มาทำอะไรในห้องนี้”“เอ่อ...คือ ฉัน”“ทำไม ยอมให้พี่นอนกอดอีกหน่อยไม่ได้หรือไง ไม่เป็นไรพรุ่งนี้พี่จะส่งแพรกลับ เรื่องงานเดี๋ยวพี่จัดการเอง”คิ้วเรียวสวยมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย ที่แท้เขาเข้าใจเช่นนี้เองเหรอ แต่ยังไงก็แล้วแต่เธอจะให้เขาเข้าใจเช่นนั้นไม่ได้เพราะยังไงเธอก็ต้องไปเกาะกับรณภพให้ได้“เอ่อ ไม่ใช่อย่างงั้นนะคะ ฉันรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยก็เลยจะเข้าหายาในห้องนี้ค่ะ”“อ๋อ นึกว่าไม่อยากให้พี่กอดซะอีก ยาอยู่นี่” รณภพเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของเขาก่อนจะเปิดลิ้นชักหยิบยาแก้ปวดมายื่นให้พิมแพรทอง“ขอบคุณค่ะ”“คราวหลังปลุกพี่ก็ได้”“วันนี้เดินทางไกลฉันเลยไม่อยากรบกวนค่ะ”“ทีหลังห้ามเกรงใจ เข้าใจไหมครับ” รณภพยกมือลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะดึงเธอมาไว้ในอ้อมกอด เขาหรือจะไม่รู้ว่าเจตนาที่แท้จริงของเธอคืออะไร แต่อย่างไรเสียเ
กว่าพิมแพรทองและรณภพจะเดินทางมาถึงทางใต้ของประเทศไทยก็ใช้เวลาแทบทั้งวัน รถตู้คันหรูจากสนามบินมาส่งทั้งสองที่หลังบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับริมชายหาดในเวลาฟ้ามืดดวงตากลมโตทอดมองไปยังบ้านสไตล์โมเดิร์นสองชั้นที่เป็นประจกแทบทั้งหลัง นี่หรือบ้านพักหลังเล็กติดริมทะเลที่รณภพบอกกับเธอ ถึงเธอจะเป็นลูกหลานผู้ดีเก่ามีสมบัติของตระกูล ทว่าตัวเธอเองต้องทำงานกี่ปีเธอถึงจะซื้อบ้านหลังเท่านี้ได้ คิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่ตอบตกลงมากับเขา เพราะเชื่อได้เลยว่าที่นี่ก็ต้องสร้างมาจากเงินสกปรกของเขาแน่นอน“ชอบเหรอ เห็นมองซะนานเลย” รณภพเห็นหญิงสาวเอาแต่ยืนมองจ้องบ้านของเขาตาไม่กระพริบตั้งแต่ลงจากรถตู้ จนตอนนี้รถที่มาส่งแล่นออกไปจนสุดลูกตาแล้วเธอก็ยังไม่หยุดมอง“เอ่อ นี่เหรอคะบ้านหลังเล็กของพี่โรมน่ะ”“ก็ถือว่าเล็กกว่าที่มีนะ เข้าไปข้างในกันเถอะ”พิมแพรทองรีบเดินตามหลังรณภพไปติดๆ ที่เขาว่าบ้านนี้เล็กกว่าที่ตัวเองมี แล้วบ้านหลังใหญ่ของเขามันใหญ่ขนาดไหนกัน คนทำดีแล้วได้ดีเชื่อได้จริงไหมบนโลกใบนี้ เพราะดูคนทำชั่วตรงหน้าของเธอดันเจริญอย่างไม่น่าเชื่อซ่า ซ่า สาวเจ้าในชุดนอนสีหวานยืนกอดอกทอดมองคลื่นที่กำลังซัดสา
“คิดอกุศล ผมเอ็นดูฟ้าเหมือนน้องคนหนึ่งจริงๆ ชีวิตเธอน่าสงสารแค่ไหนคุณก็เห็น”“ฉันก็สงสารเธอไม่ได้ตางจากพี่โรมหรอกค่ะ ถึงอยากรับรองความปลอดภัยให้เธอได้มากที่สุดไงคะ”“ผมรู้จากพ่อหลวงมาว่าเธอไม่มีพ่อตั้งแต่เด็ก แถมแม่ก็ยังมาเสียในตอนที่เธอยังไม่โต พอพ้นมัธยมปลายมาได้ญาติก็ล้มหายตายจาก เหลือแค่เพียงไอ้ลุงขี้เมาคนนั้น ดีที่แม่ของเอ็มมาคอยดูแลเธอเพราะเป็นเพื่อนรักของแม่ฟ้า ผมเข้าใจการขาดพ่อขาดแม่ดี ดีที่ชีวิตของผมยังสบายกว่าเธอ เพราะเหตุผลนี้ผมถึงอยากช่วยเธอ เข้าใจหรือยัง”“พี่โรม พูดจริงใช่ไหมคะ” เขาไม่ได้แต่งเรื่องมาหลอกเธอแน่นะ แต่แววตาของเขาตอนที่พูดเรื่องพ่อกับแม่มันแสดงออกถึงความเศร้าให้เธอได้เห็นชัดจริงๆ“มองตาผมสิ”เชื่อแล้ว เธอเชื่อเขาแล้ว นี่เขาขาดพ่อกับแม่ตั้งแต่เด็กเหรอ ชีวิตของเขาก็คงคล้ายกับไหมพราวงามอีกคนสินะ พอเรื่องของเขาเหมือนคนที่เธอรู้จักถึงสองคนเธอก็อดนึกสงสารเขาขึ้นมาไม่ได้จริงๆ“มองผมแบบนั้นทำไม มีอะไรก็พูดมาเถอะ”“ขาดความอบอุ่นสินะคะ&rdquo
พิมแพรทองเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ กับเตียงพักฟื้นของเฟื่องฟ้าหลังจากพยาบาลเข้ามาเช็ดเนื้อเช็ดตัวหญิงสาวเสร็จเรียบร้อย“เป็นยังไงบ้างฟ้า” คิ้วเรียวสวยมุ่นอยู่ตลอดเวลาเพราะใบหน้าของเฟื่องฟ้าตอนนี้บวมปูดจนแทบดูไม่ได้ ไม่อยากจะคิดว่าหากเมื่อคืนพวกเธอไม่ได้อยู่ตรงนั้นเฟื่องฟ้าจะเป็นยังไง“ระบมค่ะพี่แพร” เฟื่องฟ้าตอบเสียงอ่อน“ตอนนี้ไม่ต้องห่วงนะ ลุงของฟ้าเข้าตารางไปแล้ว คงเข็ดไปอีกนาน”“อืม ไม่ต้องห่วง พ่อหลวงเองก็พูดกับพี่ว่าจะไม่ให้คนแบบนั้นเล็ดลอดเข้ามาในหมู่บ้านอีกเด็ดขาด”เฟื่องฟ้าเงยหน้ามองชายหนุ่ม “เรื่องที่พี่โรมบอกว่าจะให้ฟ้าไปทำงานด้วย ฟ้าตัดสินใจแล้วค่ะ”“เดี๋ยวฟ้า” พิมแพรทองรีบปราเฟื่องฟ้าเอาไว้ก่อน“ฟ้ากำลังตัดสินใจ รอฟังเธอก่อน” รณภพถลึงตาใส่พิมแพรทอง“แต่ฉันอยากให้ฟ้ารู้เรื่องเราก่อนที่จะตัดสินใจ”“เอ่อ...” เฟื่องฟ้าเริ่มมองทั้งสองสลับกันไปมาด้วยแววตาฉงน ตกลงแล้วรณภพกับพิมแพรทองมีเรื่องอะไรกันแน่“มานี่” รณภพเห็นท่าไม่ดีเขาจึงรีบดึงมือพิมแพรทองออกไปคุยกันเป็นการส่วนตัวเฟื่องฟ้าจากที่แปลกใจกับท่าทีของทั้งสองอยู่แล้ว ยิ่งเห็นรณภพดึงพิมแพรทองออกไปแบบนั้นเธอก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ “เป็







