تسجيل الدخولวังวนสวาท นนท์-ฝน-ต้น-แอน บอกเลยว่าแค่คู่เดียวก็เสียวแล้ว แต่งานนี้มาแบบเสียวคูณสอง เพราะนอกจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันแล้วนนท์กับต้นยังมีรสนิยมทางเพศแบบเดียวกันที่ชอบเห็นแฟนตัวเองเล่นเสียวกับชายอื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง ส่วนฝนกับแอนก็เป็นคู่เพื่อนรักที่คบกันมามากกว่าสิบปี รู้ใจกันไม่ต่างจากแฟนของตัวเองอย่างนนท์และต้น เรื่องราวความรักและราคะร้อน ๆ ของหนุ่มสาววัยเพิ่งทำงานแต่ประสบการณ์บนเตียงระดับผู้บริหาร ไรต์ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องเล่าในวงเหล้าของมิตรสหายท่านหนึ่ง จึงมีเค้าโครงความจริงปะปนอยู่ในเนื้อเรื่องด้วย ส่วนตัวละครและเหตุการณ์หลายตอนในเรื่องนี้ถูกแต่งเติมขึ้นเพื่อความบันเทิง มาร่วมลุ้นไปกับ “วังวนสวาท นนท์ ฝน ต้น แอน” ไปพร้อม ๆ กันได้เลย...
عرض المزيد“น่าจะนานแล้วนะเฮีย เพราะผมเข้าบ้านมาก็ไม่เจอพี่แกแล้ว คงอยู่ในห้องแหละ”“งั้นเฮียขึ้นไปพักก่อนนะ เจอมาหนักว่ะ”“เอาน่าเฮีย ก็ตามนั้นแหละ ตัวจริงอยู่ในห้องนู่น ให้เวลาเค้าบ้าง เดี๋ยวก็งานเข้าอีกหรอก”ผมเดินขึ้นชั้นสองแล้วเปิดประตูเข้าห้องไป ฝ้ายยังไม่หลับแต่กำลังนั่งพิมพ์เอกสารอยู่หน้าคอม ผมเข้าไปโอบฝ้ายจากด้านหลังแล้วหอมแก้มฝ้ายเบา ๆ กลิ่นหอมที่คุ้นเคยแต่ผมเผลอออกนอกลู่นอกทางช่วยเยียวยาอาการบอบช้ำภายในใจผมได้อย่างประหลาดผมรู้สึกตัวเองโชคดีที่วันนั้นตัดสินใจรั้งฝ้ายเอาไว้แทนที่จะเลือกจบความสัมพันธ์กันไปหลังฝ้ายสารภาพว่าแอบนอกใจผมไปคบกับรุ่นพี่ที่ทำงาน ไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมคงไม่เหลือใครเลยแม้แต่คนที่รักผมที่สุดอย่างฝ้าย“เหนื่อยมั้ยฝ้าย นี่ต้องหอบงานมาทำที่บ้านอีกเหรอ”“ก็นิดหน่อย แต่เดี๋ยวก็ปิดเทอมแล้ว ตกลงเราจะไปเที่ยวทะเลกันใช่มั้ยนนท์ ฝ้ายจะได้เตรียมตัว”“อื้ม ถ้าฝ้ายอยากไปเดี๋ยวเราไปเที่ยวกัน”“ชวนน้องไปด้วยก็ได้ ให้น้องชวนแฟนไปด้วย เห็นต้นบอกว่ากำลังคบกับสาวข้างบ้านคุณวิทย์อยู่ ใช่น้องแอนที่น่ารัก ๆ ป่ะ”“ใช่ คบกันแบบสายฟ้าแล่บ วัยรุ่นมันใจร้อนมั้ง”“นี่ถ้าต้นไม่บอกว่าคบกับน้องเค
หลังจากวันที่ฝ้ายเปิดใจเล่าความจริงให้ผมฟัง ฝ้ายก็กลับบ้านทุกวันและทำหน้าที่แฟนที่แสนดีเหมือนเดิม หรืออาจจะดีกว่าเดิมด้วยเพื่อเอาใจผม ยิ่งฝ้ายเป็นแบบนี้ผมยิ่งได้ใจ ผมยังนัดเจอกับฝนเป็นระยะ แต่ไม่ได้ค้างคืนด้วยกันเพราะต้องกลับบ้านมาหาฝ้ายนานวันเข้าผมกับฝนก็ยิ่งมีความสัมพันธ์ทางใจจนถึงขั้นพูดได้เต็มปากว่าผมกำลังนอกใจฝ้ายแล้วปันใจให้ฝน และผมก็พอดูออกว่าฝนเองก็เริ่มมีใจให้ผมเช่นกัน แต่คนที่ไม่ใช่สุดท้ายก็ต้องมีเหตุให้ได้เลิกรากันจนได้ แล้วไอ้เหตุที่ว่าผมก็เพิ่งเจอเป็นครั้งแรกในชีวิตคาสโนวาของตัวเองขณะที่ผมกับฝนกำลังเปลือยกายเล่นเสียวกันอยู่ มือถือของฝนก็สั่น ฝนทำท่าให้ผมเงียบก่อนจะกดรับสาย“อ่าวไหนว่าจะกลับวันอาทิตย์ แล้วนี่ถึงไหนแล้ว...โอเคเดี๋ยวเจอกันที่ห้อง” ฝนรับสายเสร็จก็พลิกตัวจนดุ้นเนื้อของผมหลุดออกจากร่องเสียวของฝน ตามมาด้วยประโยคที่ทำเอาผมงงเป็นไก่ตาแตก“พี่นนท์ ใส่เสื้อผ้า รีบไปส่งฝนกลับเดี๋ยวนี้เลย แฟนฝนกำลังมา อีกยี่สิบนาทีน่าจะถึงห้อง”ผมจะทำอะไรได้นอกจากทำตามที่ฝนบอก จากที่กำลังจะพากันขึ้นสวรรค์ผมกลับต้องรีบขับรถส่งฝนกลับห้อง ความรู้สึกเหมือนส่งแฟนตัวเองไปเข้าหอกับคนอื่น ย
“ลุงยามเป็นคนบอก”“งั้นเราถามฝ้ายเลยก็แล้วกันว่าทำไมวันนั้นต้องโกหกเราด้วยว่าอยู่หอ”ฝ้ายนิ่งเงียบไปเมื่อผมยิงคำถามที่คาใจมาหลายวันเข้าใส่ ผมถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้ฝ้ายตอบ แล้วคำตอบของฝ้ายก็ทำเอาผมหน้าชา เพราะมันตรงกับที่ผมคิดเอาไว้ในใจและเป็นคำตอบที่ผมภาวนาว่าอย่าให้เป็นเพราะเรื่องนี้เลย!!!“นนท์ ฝ้ายขอโทษ ฝ้ายนอกใจนนท์”ฝ้ายพูดจบก็ร้องไห้โฮออกมา ส่วนผมช็อคกับคำตอบที่ออกมาจากปากของฝ้ายเองโดยที่ผมไม่ต้องเสียวเวลาหาวิธีใด ๆ มาค้นหาความจริงอีกต่อไป ผมพยายามตั้งสติคิดว่าจะจัดการกับปัญหาตรงหน้ายังไง มันไม่ง่ายเหมือนแก้ปัญหาหน้างานเลยฝ้ายยังคงร้องไห้ไม่หยุดและดูเหมือนจะหนักขึ้นด้วย เป็นครั้งแรกตั้งแต่คบกันมาที่แฟนผมร้องไห้หนักขนาดนี้ ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หลายรอบเพื่อดึงสติตัวเองกลับมาผมต้องเลือกระหว่างรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้เพราะผมเองก็ทำผิดต่อฝ้ายมานับครั้งไม่ถ้วน อีกตัวเลือกก็คือการปล่อยมือจากฝ้ายแล้วจบความสัมพันธ์ของเราซึ่งข้อหลังดูเหมือนผมจะไม่เปิดทางให้ฝ้ายเลือกเลยเพราะผมยังหวังว่าฝ้ายอาจแค่เผลอใจไปชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น รวมถึงรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วผมก็เลือกวิธีที่ประณีประน
“อ่าวเฮีย เพิ่งกลับมาจะไปไหนอีก อย่าบอกนะว่านัดฝนเอาไว้”“ป่าว ๆ ว่าจะไปเซอร์ไพร้ส์ฝ้ายเค้าสักหน่อย”“จริงดิเฮีย อันนี้สนับสนุน รีบไปเลยงั้น เผื่อจะทันพาพี่ฝ้ายไปกินข้าวเย็น”แล้วผมก็ขับรถออกจากบ้านเพื่อไปหาฝ้ายที่วิทยาลัย จะว่าพยายามทำดีไถ่โทษก็คงไม่ผิด ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงผมก็มาถึงที่ทำงานของฝ้าย ผมเลี้ยวรถเข้าไปแล้วเปิดกระจกทักทายลุงยามพร้อมกับส่งขนมที่ซื้อมาให้แกเป็นสินน้ำใจ ลุงยามรับไป แต่สายตามองผมเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่แล้วก็เลือกจะเงียบผมขับรถต่อมาจนถึงหอพักข้าราชการรถฝ้ายจอดอยู่ที่ลานจอดรถผมเลยคิดว่าฝ้ายน่าจะอยู่บนห้องพักก็เลยถือวิสาสะเดินขึ้นไปหาฝ้ายที่ห้อง พอไปถึงห้องผมก็เคาะประตูเรียกแต่ปรากฎว่าฝ้ายไม่ลุกมาเปิดประตูให้ แถมไฟในห้องยังถูกปิดเอาไว้ผมไม่คิดว่าฝ้ายจะนอนตั้งแต่หัวค่ำ ผมเริ่มมีคำถามว่าถ้าฝ้ายไม่อยู่ห้องแล้วฝ้ายไปไหนเลยตัดสินใจโทรหาฝ้ายโดยไม่ได้บอกว่าผมมาหาและยืนอยู่หน้าประตูห้อง“ฮัลโหลนนท์ กลับบ้านหรือยัง” ฝ้ายถามคำถามที่ผมคุ้นเคย“กลับมาสักพักแล้ว ฝ้ายล่ะ กินอะไรหรือยัง งานยุ่งมากเลยเหรอ”“ใช่ยุ่งมาก พอดีอาทิตย์หน้ามีแข่งทักษะวิชาการ นี่ฝ้ายก็นั่งปั่นงานอ
“ป่ะต้นเดี๋ยวเฮียพาไปรู้จักเจ้าของงาน เห็นรถแกจอดอยู่พอดี”ผมชวนน้องชายไปทำความรู้จักกับคุณวิทย์เจ้าของบ้านเพื่อที่จะได้ฝากงานให้ต้นดูแลต่อ เพราะงานอีกที่ใกล้จะเสร็จแล้ว ส่วนผมต้องไปขอนแก่นบ่อยขึ้นรวมถึงมีงานที่หนองคายที่กำลังจะเริ่มต้นโครงการอีกที่“คุณวิทย์สวัสดีครับ นี่ต้นน้องชายผมครับ ต่อไปจะมา
ผมขับรถกลับบ้าน ถนนเส้นเดิม แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม ความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเกาะอยู่ข้างในใจ ไม่ใช่ความเสียดาย แต่เป็นความสับสนที่พยายามสลัดมันออกก่อนเลี้ยวรถเข้าบ้านเพราะกลัวว่าฝ้ายจะจับพิรุธผมได้ตามประสาคนที่แอบไปทำความผิดมา พอจอดรถเสร็จผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ สองสามครั้ง ก่อนเปิดประตูร
เราใช้เวลาอยู่ที่ร้านอาหารไม่เต็มชั่วโมง บอกตามตรงว่าอาหารเป็นแค่ข้ออ้างที่ผมเลือกมาใช้เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับแอนอีกครั้ง ซึ่งแอนก็คงรู้ดีแต่เธอก็ยังเปิดโอกาสให้ผม ทุกครั้งที่ผมมองหน้าแอนรสจูบในครั้งก่อนเหมือนแตะอยู่ที่ริมฝีปากและผมกำลังโหยหามันเราลุกออกจากโต๊ะเพื่อเดินกลับไปที่รถ ผมลองจับมือแ
///พรุ่งนี้ว่างมั้ยครับ เจอกันที่เดิมได้มั้ย///ผมส่งข้อความไปแล้วรอคำตอบแต่แอนก็ไม่ยอมตอบมา ผมเข้าข้างตัวเองว่าแอนคงหลับไปแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังโดนสาวสวยวัยกระเตาะปั่นหัวเข้าให้แล้ว ส่วนเรื่องจะเป็นยังไงเอาไว้ผมจะทยอยเล่าให้ฟังนะครับ.....เช้าวันรุ่งขึ้นฝ้ายตื่นก่อนผมและขับรถออกตากบ้านไปทำ





