Se connecterวังวนสวาท นนท์-ฝน-ต้น-แอน บอกเลยว่าแค่คู่เดียวก็เสียวแล้ว แต่งานนี้มาแบบเสียวคูณสอง เพราะนอกจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันแล้วนนท์กับต้นยังมีรสนิยมทางเพศแบบเดียวกันที่ชอบเห็นแฟนตัวเองเล่นเสียวกับชายอื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง ส่วนฝนกับแอนก็เป็นคู่เพื่อนรักที่คบกันมามากกว่าสิบปี รู้ใจกันไม่ต่างจากแฟนของตัวเองอย่างนนท์และต้น เรื่องราวความรักและราคะร้อน ๆ ของหนุ่มสาววัยเพิ่งทำงานแต่ประสบการณ์บนเตียงระดับผู้บริหาร ไรต์ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องเล่าในวงเหล้าของมิตรสหายท่านหนึ่ง จึงมีเค้าโครงความจริงปะปนอยู่ในเนื้อเรื่องด้วย ส่วนตัวละครและเหตุการณ์หลายตอนในเรื่องนี้ถูกแต่งเติมขึ้นเพื่อความบันเทิง มาร่วมลุ้นไปกับ “วังวนสวาท นนท์ ฝน ต้น แอน” ไปพร้อม ๆ กันได้เลย...
Voir plusสวัสดีครับผมชื่อ “นนท์” อายุ 28 ปี เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างเล็ก ๆ ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน หลายคนอาจจะมองว่าผมเก่งจังอายุยังไม่ถึง 30 ก็มีบริษัทเป็นของตัวเองแล้ว เรื่องนี้ผมคงต้องยกเครดิตให้กับพ่อผมที่ทำงานในวงการนี้มานาน ทำให้ลูกชายอย่างผมก้าวเข้ามาสู่วงการที่เต็มไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรด นี้ได้อย่างไม่ยากจนเกินไป
และด้วยอาชีพทำให้ผมต้องเดินทางไปหลายจังหวัดส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคอีสานเป็นหลัก วันนี้ก็เช่นกันผมกำลังมุ่งหน้าจากอุดรฯ ไปขอนแก่นด้วยรถกระบะสี่ประตูสีขาวคันโปรด ปลายทางคือไซต์งานก่อสร้างโกดังที่ผมรับงานไว้
การมาขอนแก่นทุกครั้งผมไม่พลาดที่จะนัดเจอกับเจ้า “ต้น” ลูกพี่ลูกน้องของผมที่อายุห่างกัน 7 ปี ตอนนี้น้องมันอายุ 23 เพิ่งเรียนจบได้ไม่นานในสาขาโยธา ตอนเด็ก ๆ เราค่อนข้างสนิทกันเพราะต้นมาอาศัยอยู่กับครอบครัวของผม จนต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเรียน
ผมพยายามจีบเจ้าต้นน้องชายให้มาทำงานกับผมอยู่หลายครั้งแต่น้องมันบอกว่าขอเวลาอีกหน่อย จนกระทั่งวันนี้ที่ต้นยอมมาร่วมงานกับผม อ่อผมลืมบอกไปว่าผมเรียนจบด้านบริหารไม่ได้จบสายงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้างโดยตรง นี่คืออีกเหตุผลที่ผมพยายามตื๊อให้ต้นมาทำงานด้วย
“ฮัลโหลต้น เฮียกำลังจะถึงขอนแก่นแล้วนะ แต่ขอแวะไปดูงานก่อน เจอกันตอนเย็นนะเดี๋ยวเฮียไปรับที่หอแล้วไปหาอะไรกินกัน”
“ได้เฮีย เออผมแจ้งย้ายออกวันนี้นะ ยังไงก็ต้องกลับอุดรฯ พร้อมเฮีย นี่เก็บของรอแล้ว”
“แต่คืนนี้เฮียจะค้างที่ขอนแก่นนะ จองห้องไว้แล้ว พรุ่งนี้เช้ามีนัดเจอกับเจ้าของงาน พอดีวันนี้เขาไปโคราช ต้นก็พักกับเฮียแล้วกัน เช้าก็จะได้ไปดูงานด้วยกัน เพราะต่อไปต้นก็ต้องมาคอยดูแลแทนเฮียอยู่แล้ว”
“เดี๋ยวนะเฮีย ไอ้ที่ว่าค้างที่ขอนแก่นเนี่ยไม่ใช่นัดใครเอาไว้เหรอ อย่างเฮียนี่ไม่น่าเชื่อว่าจะนอนคนเดียวได้”
“เออ บอกก็ได้ เฮียนัดกิ๊กเอาไว้ เดี๋ยวตอนเย็นพาไปเจอ”
“น่านไง คิดเอาไว้ไม่มีผิด อยู่กับเฮียผมว่าผมเสียคนแน่ ๆ”
“เอ้ย! พูดซะเฮียเสียหายเลย เสียคนไม่รู้แต่ได้คนเนี่ยไม่แน่ ฮ่าๆๆๆ แค่นี้ก่อนนะ ไม่เกินทุ่มนึงเฮียเข้าไปรับ”
อย่าแปลกใจไปเลยครับที่เจ้าต้นจะรู้ทันความคิดของผม เพราะผมมาขอนแก่นทีไรก็มักจะควงสาวมาโชว์มันแบบไม่ซ้ำหน้า ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่แอบคุยกันในกลุ่มลับที่มีให้เลือกเยอะในยุคนี้ ขอแค่คุณเป็นสายเปย์บอกเลยว่าการจะนัดเจอแล้วไปต่อกับสาวสักคนไม่ใช่เรื่องยากเลย
ผู้หญิงที่ผมนัดเอาไว้วันนี้เป็นสาวที่เพิ่งเรียนจบได้ปีเดียว เธอชื่อ “แก้ว” ทำงานสายท่องเที่ยวและการโรงแรม แก้วเป็นสาวไฟแรงสูงที่เรตติ้งดีคนหนึ่งในกลุ่มก็ว่าได้ และถ้าเธอคุยกับใครแล้วถูกใจก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะนัดเจอแล้วไปทำเรื่องอย่างว่ากัน
ที่ผมนัดแก้วในวันนี้เพราะแก้วเคยบอกว่าผ่านประสบการณ์เสียวแบบชายสองหญิงหนึ่งมาแล้ว ผมเองก็ไม่เคยลองเลยคิดว่าวันนี้จะพาเจ้าต้นกับตัวเองเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยกันเป็นการต้อนรับน้องมันเข้ามาทำงานที่บริษัท ผมไม่รู้ว่าน้องผมมันจะกล้าแค่ไหน แถมตัวเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์แต่ผมเชื่อว่าพอเหล้าเข้าปากเดี๋ยววิธีการวิธีกามมันก็เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติการร่วมเพศของคนเรา
“พี่นนท์ มาถึงขอนแก่นหรือยังคะ” แก้วโทรมาตอนผมใกล้ถึงหน้างาน
“ถึงขอนแก่นแล้วครับ แต่พี่ต้องแวะไปดูหน้างานแถมถนนเลี่ยงเมืองก่อน อาจจะเข้าไปรับช้าหน่อยนะครับ เพราะช่วงเย็นรถคงติดมากแน่ๆ”
“แก้วจะโทรมาบอกว่ากว่าแก้วจะเลิกงานแล้วทำธุระเสร็จก็คงเกือบ ๆ ทุ่มนึง พี่ไม่ต้องรีบก็ได้นะคะ”
“อ่อ งั้นก็คงพอดีกันครับ พี่ว่าจะคุยกับโฟร์แมนหน่อย ช่วงเย็น ๆ รถคงซาลงบ้างแล้ว นี่แอบตื่นเต้นนะเนี่ยที่จะได้เจอแก้ววันนี้”
“แหม พี่ก็ทำอย่างกับว่าไม่เคยนัดสาวคนไหนมาก่อน”
“ฮ่าๆๆๆ ชอบจังคนรู้ทันแบบนี้ จะได้คุยกันง่ายหน่อย”
“คร่า แล้วเจอกันนะคะ เดี๋ยวแก้วส่งโลเคชั่นไปให้ ห้องแก้วหาไม่ยากหรอก”
พอวางสายจากแก้วผมขับรถต่ออีกไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงหน้างาน พี่สมชัยโฟร์แมนเดินออกมาต้อนรับผม ผมหยิบเหล้าหลังรถให้แกไปขวดหนึ่งเอาไว้แก้เหนื่อยกับลูกน้องหลังเลิกงาน
“เอ้าพี่ หิ้วมาฝากจากหนองคายเลยนะเนี่ย เอาไว้แก้กับพวกลูกน้องหลังเลิกงาน ว่าแต่งานเป็นไงบ้างเรียบร้อยดีป่าว”
“เรียบร้อยดีครับ โชคดีคนงานที่ลูกพี่หามาชุดนี้เป็นงานกันหมดพี่เลยเบาแรงไปเยอะ”
“ชุดช่างยศนี่วางใจได้พี่ทำงานมาตั้งแต่รุ่นพ่อผมแล้ว นี่ดึงตัวมาพ่อผมยังโทรมาบ่นอยู่เลยเนี่ย”
“ก็ฟัง ๆ แกไปครับ แต่ยังไงพ่อลูกก็คุยกันง่ายอยู่แล้ว”
“ตรงกันข้ามเลยพี่ ผมโตขนาดนี้แล้ว บางทีพ่อผมยังด่าผมต่อหน้าลูกน้องอยู่เลยเวลาแวะมาไซต์งานผม”
“ผมว่าคนที่ต้องกรึ๊บเหล้าเย็นนี้คงไม่ใช่ผมแล้วมั้ง ดูลูกพี่จะเครียดกว่าอีก ฮ่าๆๆๆๆ”
“ไม่ต้องห่วงพี่ผมนัดเจ้าต้นเอาไว้แล้ว เออมันยอมมาทำงานให้ผมแล้วนะ ได้น้องมาช่วยผมคงเบาแรงลงเยอะ”
“ดีครับ พี่น้องกันถ้าคุยกันรู้เรื่องก็จะได้แบ่งเบาภาระลูกพี่ได้บ้าง”
พี่สมชัยพาผมเดินดูงานพร้อมกับอธิบายรายละเอียดหน้างานที่ผมจะต้องคุยกับเจ้าของงานพรุ่งนี้ว่ามีอะไรบ้าง อย่างที่ผมบอกเอาไว้ตอนแรกครับผมจบสายบริหารความรู้เรื่องงานช่างนี่ยังถือว่าน้อยอาศัยว่าโตมากับไซต์งานก่อสร้างเลยพอจะคุยกับลูกค้าได้
ผมอยู่ที่ไซต์งานเกือบสองชั่วโมงเพื่อรอให้ถึงเวลานัด ประมาณหกโมงเย็นผมก็ขับรถออกมา แต่ก่อนออกมาก็กรึ๊บเหล้าไปกับพี่สมชัยและช่างยศไปพอตึง ๆ ในสายงานเราเรื่องการดื่มถือเป็นเรื่องปกติแถมยังช่วยให้คุยกันง่ายขึ้นด้วยทั้งกับลูกน้องและกับลูกค้าของบริษัท
“ฮัลโหลแก้ว พี่จะถึงแล้วนะครับอีกไม่เกินห้านาที”
“ค่ะ ๆ พี่นนท์จอดรถรอข้างหน้าเลยแก้วก็กำลังจะเสร็จแล้ว เดี๋ยวลงไปค่ะ”
ผมจอดรถรออยู่ไม่ถึงสิบนาทีแก้วในโลกของความจริงก็เดินลงมาจากอพาร์ทเม้นท์ แก้วอาจะไม่ใช่คนสวยที่มองแวบแรกแล้วสะดุดตาแต่ก็ถือว่าตรงปกเพราะตัวจริงกับที่คุยกันในแชตก็ดูไม่ต่างกัน ผมเปิดไฟเป็นสัญญาณว่ารถผมจอดอยู่ตรงไหน แก้วเดินเข้ามาที่รถ ผมเอื้อมมือไปเปิดประตูให้
“สวัสดีค่ะพี่นนท์”
“สวัสดีครับแก้ว ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริงกันซะที”
“ผิดหวังมั้ยคะ แก้วคงสู้เด็ก ๆ ของพี่นนท์ไม่ได้หรอก”
“แก้วก็พูดเกินไป วันนี้แก้วแต่งตัวน่ารักดีครับ แอบเซ็กซี่เบา ๆ”
“ก็พรุ่งนี้วันหยุด วันนี้ก็เลยต้องออกล่าเหยื่อหน่อยค่ะ”
“อย่างแก้วนี่พี่ยอมเป็นเหยื่อให้ขย้ำทั้งคืนเลยครับ”
“โอ๊ยยยย พี่นนท์ ดูพูดเข้า ไม่ค่อยจะส่อเลยนะคะ”
“ก็รู้ ๆ กันอยู่นี่ครับว่าเรานัดเจอกันทำไม อะไรที่เคยคุยไว้ในแชตพี่จะรอนะครับว่าของจริงจะเด็ดเหมือนที่พูดหรือเปล่า”
“เดี๋ยวเหล้าเข้าปากร่างเสือของแก้วก็ออกมาเองค่ะ ฮ่าๆๆๆ”
“งั้นคืนนี้จัดเต็มกันได้เลย เออเดี๋ยวพี่ต้องแวะรับน้องชายอีกคนนะครับ คืนนี้น้องมันคงต้องค้างด้วย แก้วไม่ติดใช่ป่ะ”
“เอิ่ม เอางั้นเลยเหรอคะ แต่ก็ดีนะควงหนุ่มพร้อมกันสองคนเนี่ยแก้วไม่ได้ทำมานานแล้ว”
“พี่ว่าไม่ใช่แก้วต้องกลัวพี่แล้วล่ะ พี่กับน้องพี่ต่างหากที่ต้องกลัวแก้ว”
“อ๊ะแน่นอน แก้วเคยกลัวใครซะที่ไหน ก็บอกแล้วว่าร่างสองของแก้วอ่ะไม่เกินครึ่งกลมพี่ได้เจอแน่”
คำพูดกับท่าทางของแก้วบ่งบอกความเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง แถมการแต่งตัวก็ยิ่งตอกย้ำว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน แค่คิดผมก็ถึงกับใจสั่นแล้ว คืนนี้ผมกับเจ้าต้นคงต้องเป็นเหยื่อให้แก้วขย้ำจนพอใจเหมือนกับที่คุยกันในแชตก่อนนัดเจอกันวันนี้ ผมได้แต่ลุ้นว่าน้องชายผมมันจะกล้าพอที่จะเล่นเกมนี้ด้วยหรือเปล่า!!??
“น่าจะนานแล้วนะเฮีย เพราะผมเข้าบ้านมาก็ไม่เจอพี่แกแล้ว คงอยู่ในห้องแหละ”“งั้นเฮียขึ้นไปพักก่อนนะ เจอมาหนักว่ะ”“เอาน่าเฮีย ก็ตามนั้นแหละ ตัวจริงอยู่ในห้องนู่น ให้เวลาเค้าบ้าง เดี๋ยวก็งานเข้าอีกหรอก”ผมเดินขึ้นชั้นสองแล้วเปิดประตูเข้าห้องไป ฝ้ายยังไม่หลับแต่กำลังนั่งพิมพ์เอกสารอยู่หน้าคอม ผมเข้าไปโอบฝ้ายจากด้านหลังแล้วหอมแก้มฝ้ายเบา ๆ กลิ่นหอมที่คุ้นเคยแต่ผมเผลอออกนอกลู่นอกทางช่วยเยียวยาอาการบอบช้ำภายในใจผมได้อย่างประหลาดผมรู้สึกตัวเองโชคดีที่วันนั้นตัดสินใจรั้งฝ้ายเอาไว้แทนที่จะเลือกจบความสัมพันธ์กันไปหลังฝ้ายสารภาพว่าแอบนอกใจผมไปคบกับรุ่นพี่ที่ทำงาน ไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมคงไม่เหลือใครเลยแม้แต่คนที่รักผมที่สุดอย่างฝ้าย“เหนื่อยมั้ยฝ้าย นี่ต้องหอบงานมาทำที่บ้านอีกเหรอ”“ก็นิดหน่อย แต่เดี๋ยวก็ปิดเทอมแล้ว ตกลงเราจะไปเที่ยวทะเลกันใช่มั้ยนนท์ ฝ้ายจะได้เตรียมตัว”“อื้ม ถ้าฝ้ายอยากไปเดี๋ยวเราไปเที่ยวกัน”“ชวนน้องไปด้วยก็ได้ ให้น้องชวนแฟนไปด้วย เห็นต้นบอกว่ากำลังคบกับสาวข้างบ้านคุณวิทย์อยู่ ใช่น้องแอนที่น่ารัก ๆ ป่ะ”“ใช่ คบกันแบบสายฟ้าแล่บ วัยรุ่นมันใจร้อนมั้ง”“นี่ถ้าต้นไม่บอกว่าคบกับน้องเค
หลังจากวันที่ฝ้ายเปิดใจเล่าความจริงให้ผมฟัง ฝ้ายก็กลับบ้านทุกวันและทำหน้าที่แฟนที่แสนดีเหมือนเดิม หรืออาจจะดีกว่าเดิมด้วยเพื่อเอาใจผม ยิ่งฝ้ายเป็นแบบนี้ผมยิ่งได้ใจ ผมยังนัดเจอกับฝนเป็นระยะ แต่ไม่ได้ค้างคืนด้วยกันเพราะต้องกลับบ้านมาหาฝ้ายนานวันเข้าผมกับฝนก็ยิ่งมีความสัมพันธ์ทางใจจนถึงขั้นพูดได้เต็มปากว่าผมกำลังนอกใจฝ้ายแล้วปันใจให้ฝน และผมก็พอดูออกว่าฝนเองก็เริ่มมีใจให้ผมเช่นกัน แต่คนที่ไม่ใช่สุดท้ายก็ต้องมีเหตุให้ได้เลิกรากันจนได้ แล้วไอ้เหตุที่ว่าผมก็เพิ่งเจอเป็นครั้งแรกในชีวิตคาสโนวาของตัวเองขณะที่ผมกับฝนกำลังเปลือยกายเล่นเสียวกันอยู่ มือถือของฝนก็สั่น ฝนทำท่าให้ผมเงียบก่อนจะกดรับสาย“อ่าวไหนว่าจะกลับวันอาทิตย์ แล้วนี่ถึงไหนแล้ว...โอเคเดี๋ยวเจอกันที่ห้อง” ฝนรับสายเสร็จก็พลิกตัวจนดุ้นเนื้อของผมหลุดออกจากร่องเสียวของฝน ตามมาด้วยประโยคที่ทำเอาผมงงเป็นไก่ตาแตก“พี่นนท์ ใส่เสื้อผ้า รีบไปส่งฝนกลับเดี๋ยวนี้เลย แฟนฝนกำลังมา อีกยี่สิบนาทีน่าจะถึงห้อง”ผมจะทำอะไรได้นอกจากทำตามที่ฝนบอก จากที่กำลังจะพากันขึ้นสวรรค์ผมกลับต้องรีบขับรถส่งฝนกลับห้อง ความรู้สึกเหมือนส่งแฟนตัวเองไปเข้าหอกับคนอื่น ย
“ลุงยามเป็นคนบอก”“งั้นเราถามฝ้ายเลยก็แล้วกันว่าทำไมวันนั้นต้องโกหกเราด้วยว่าอยู่หอ”ฝ้ายนิ่งเงียบไปเมื่อผมยิงคำถามที่คาใจมาหลายวันเข้าใส่ ผมถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้ฝ้ายตอบ แล้วคำตอบของฝ้ายก็ทำเอาผมหน้าชา เพราะมันตรงกับที่ผมคิดเอาไว้ในใจและเป็นคำตอบที่ผมภาวนาว่าอย่าให้เป็นเพราะเรื่องนี้เลย!!!“นนท์ ฝ้ายขอโทษ ฝ้ายนอกใจนนท์”ฝ้ายพูดจบก็ร้องไห้โฮออกมา ส่วนผมช็อคกับคำตอบที่ออกมาจากปากของฝ้ายเองโดยที่ผมไม่ต้องเสียวเวลาหาวิธีใด ๆ มาค้นหาความจริงอีกต่อไป ผมพยายามตั้งสติคิดว่าจะจัดการกับปัญหาตรงหน้ายังไง มันไม่ง่ายเหมือนแก้ปัญหาหน้างานเลยฝ้ายยังคงร้องไห้ไม่หยุดและดูเหมือนจะหนักขึ้นด้วย เป็นครั้งแรกตั้งแต่คบกันมาที่แฟนผมร้องไห้หนักขนาดนี้ ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หลายรอบเพื่อดึงสติตัวเองกลับมาผมต้องเลือกระหว่างรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้เพราะผมเองก็ทำผิดต่อฝ้ายมานับครั้งไม่ถ้วน อีกตัวเลือกก็คือการปล่อยมือจากฝ้ายแล้วจบความสัมพันธ์ของเราซึ่งข้อหลังดูเหมือนผมจะไม่เปิดทางให้ฝ้ายเลือกเลยเพราะผมยังหวังว่าฝ้ายอาจแค่เผลอใจไปชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น รวมถึงรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วผมก็เลือกวิธีที่ประณีประน
“อ่าวเฮีย เพิ่งกลับมาจะไปไหนอีก อย่าบอกนะว่านัดฝนเอาไว้”“ป่าว ๆ ว่าจะไปเซอร์ไพร้ส์ฝ้ายเค้าสักหน่อย”“จริงดิเฮีย อันนี้สนับสนุน รีบไปเลยงั้น เผื่อจะทันพาพี่ฝ้ายไปกินข้าวเย็น”แล้วผมก็ขับรถออกจากบ้านเพื่อไปหาฝ้ายที่วิทยาลัย จะว่าพยายามทำดีไถ่โทษก็คงไม่ผิด ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงผมก็มาถึงที่ทำงานของฝ้าย ผมเลี้ยวรถเข้าไปแล้วเปิดกระจกทักทายลุงยามพร้อมกับส่งขนมที่ซื้อมาให้แกเป็นสินน้ำใจ ลุงยามรับไป แต่สายตามองผมเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่แล้วก็เลือกจะเงียบผมขับรถต่อมาจนถึงหอพักข้าราชการรถฝ้ายจอดอยู่ที่ลานจอดรถผมเลยคิดว่าฝ้ายน่าจะอยู่บนห้องพักก็เลยถือวิสาสะเดินขึ้นไปหาฝ้ายที่ห้อง พอไปถึงห้องผมก็เคาะประตูเรียกแต่ปรากฎว่าฝ้ายไม่ลุกมาเปิดประตูให้ แถมไฟในห้องยังถูกปิดเอาไว้ผมไม่คิดว่าฝ้ายจะนอนตั้งแต่หัวค่ำ ผมเริ่มมีคำถามว่าถ้าฝ้ายไม่อยู่ห้องแล้วฝ้ายไปไหนเลยตัดสินใจโทรหาฝ้ายโดยไม่ได้บอกว่าผมมาหาและยืนอยู่หน้าประตูห้อง“ฮัลโหลนนท์ กลับบ้านหรือยัง” ฝ้ายถามคำถามที่ผมคุ้นเคย“กลับมาสักพักแล้ว ฝ้ายล่ะ กินอะไรหรือยัง งานยุ่งมากเลยเหรอ”“ใช่ยุ่งมาก พอดีอาทิตย์หน้ามีแข่งทักษะวิชาการ นี่ฝ้ายก็นั่งปั่นงานอ
“ป่ะต้นเดี๋ยวเฮียพาไปรู้จักเจ้าของงาน เห็นรถแกจอดอยู่พอดี”ผมชวนน้องชายไปทำความรู้จักกับคุณวิทย์เจ้าของบ้านเพื่อที่จะได้ฝากงานให้ต้นดูแลต่อ เพราะงานอีกที่ใกล้จะเสร็จแล้ว ส่วนผมต้องไปขอนแก่นบ่อยขึ้นรวมถึงมีงานที่หนองคายที่กำลังจะเริ่มต้นโครงการอีกที่“คุณวิทย์สวัสดีครับ นี่ต้นน้องชายผมครับ ต่อไปจะมา
ผมขับรถกลับบ้าน ถนนเส้นเดิม แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม ความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเกาะอยู่ข้างในใจ ไม่ใช่ความเสียดาย แต่เป็นความสับสนที่พยายามสลัดมันออกก่อนเลี้ยวรถเข้าบ้านเพราะกลัวว่าฝ้ายจะจับพิรุธผมได้ตามประสาคนที่แอบไปทำความผิดมา พอจอดรถเสร็จผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ สองสามครั้ง ก่อนเปิดประตูร
เราใช้เวลาอยู่ที่ร้านอาหารไม่เต็มชั่วโมง บอกตามตรงว่าอาหารเป็นแค่ข้ออ้างที่ผมเลือกมาใช้เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับแอนอีกครั้ง ซึ่งแอนก็คงรู้ดีแต่เธอก็ยังเปิดโอกาสให้ผม ทุกครั้งที่ผมมองหน้าแอนรสจูบในครั้งก่อนเหมือนแตะอยู่ที่ริมฝีปากและผมกำลังโหยหามันเราลุกออกจากโต๊ะเพื่อเดินกลับไปที่รถ ผมลองจับมือแ
///พรุ่งนี้ว่างมั้ยครับ เจอกันที่เดิมได้มั้ย///ผมส่งข้อความไปแล้วรอคำตอบแต่แอนก็ไม่ยอมตอบมา ผมเข้าข้างตัวเองว่าแอนคงหลับไปแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังโดนสาวสวยวัยกระเตาะปั่นหัวเข้าให้แล้ว ส่วนเรื่องจะเป็นยังไงเอาไว้ผมจะทยอยเล่าให้ฟังนะครับ.....เช้าวันรุ่งขึ้นฝ้ายตื่นก่อนผมและขับรถออกตากบ้านไปทำ