Masukเดินออกจากกระท่อมกลางป่าได้สักพักพิมแพรทองก็เห็นบ้านไม้ชั้นเดียวสีขาวหลังใหญ่ที่ยกสูง มีสะพานไม้ต่อจากตัวบ้านยื่นออกไปในทะเล ที่ตรงนี้มีบ้านหลังนี้เพียงหลังเดียว เดาไม่ผิดว่าหลังนี้คงเป็นบ้านของหัวหน้าชุมโจร ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้อยู่หน้าอ่าวที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้แน่
“รีบขึ้นไปสิ ไอ้เด็กอ้วนนั่นมันหิวตายแล้วมั้ง”
พิมแพรทองเดินขึ้นบันไดไปตามทางที่ชายหนุ่มชี้ เมื่อขึ้นมาเหยียบชานหลังบ้านได้ก็เห็นว่าทางมุมขวาของบ้านเป็นครัวเปิด ทั้งตอนนี้เด็กชายตัวกลมก็นั่งหน้าหงิกงอรออยู่ไม่ห่างจากเคาเตอร์ครัว
“พี่แพร” เจ้าตัวกลมรีบวิ่งเข้ามาหาพี่สาวแสนใจดีหน้าระรื่น
“หิวใช่ไหมต้นน้ำ”
“ครับ คนนั้นเขาไม่ยอมหาอะไรให้ผมกิน” เด็กชายตัวกลมชี้นิ้วป้อมไปยังคนตัวโตที่เดินตามหลังพี่สาวใจดีมา
“ถ้าฟ้องมากก็จะไม่ได้กินสักอย่างเดียว” รณภพยืนเท้าเอวเอ่ยเสียงเข้มจนต้นน้ำต้องกอดเอวพิมแพรทองเอาไว้แน่น
สาวเจ้าได้แต่หันไปมองค้อนคนที่ชอบทำร้ายจิตใจเด็ก เธอไม่อยากจะต่อว่าเขาให้มากความเพราะต้องรีบไปทำอาหารให้กับต้นน้ำ “ไปนั่งรอพี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ขอดูก่อนว่าในครัวมีอะไรบ้าง”
“ทำกับข้าวเผื่อพี่โรมด้วยล่ะ เพราะพี่ก็หิวเหมือนกัน”
พิมแพรทองเดินเข้าไปดูของตู้กับข้าวไม่ได้คิดจะหันไปมองรณภพอีก รู้สึกแสลงหูกับคำที่เขาพูดเมื่อครู่ไม่น้อย คนอย่างเขาเหมาะสมกับคำว่าคนถ่อยไม่เกินจริง
สาวเจ้ากวาดสายตามองของในตู้ไม้ครู่หนึ่งก็พอจะใจชื้น เพราะในนี้มีทั้งไข่ไก่แล้วก็ข้าวที่หุงเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เธอสำรวจตู้กับข้าวเสร็จก็เปิดตู้เย็นต่อ ในนี้เนื้อหมูเนื้อไก่ อีกทั้งยังมีของทะเลสดๆ เต็มตู้ รู้ได้เลยว่ามื้อนี้ต้นน้ำได้อิ่มจนพุงกางแน่
“ที่นี่มีไฟฟ้าใช้ด้วยเหรอ” พิมแพรทองเงยหน้ามาถามรณภพที่กำลังยืนกอดอกมองจ้องเธอไม่วางตา
“ใช่ ผมมีเครื่องปั่นไฟ ทำไม อยากจะอยู่ที่นี่แล้วนอนในห้องแอร์เย็นๆ กับผมไหมล่ะ”
“ความสบายที่แลกมาจากเงินสกปรกฉันไม่อยากอยู่หรอก”
“ปากดีไปเถอะ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้ผมหิวข้าว คงได้กินคุณตรงนี้ไปแล้ว” เขาว่าพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเคาเตอร์ครัวตัวใหญ่
“นี่ ไม่เห็นหรือไงว่าเด็กอยู่ตรงนี้” พิมแพรทองกัดฟันกระซิบกระซาบหน้าเสีย
“ก็คุณอยากปากดีกับผมก่อนทำไมล่ะ”
“หึ่...” พิมแพรทองพยายามนับเลขในใจให้คลายอารมณ์ขุ่นมัวก่อนจะเร่งมือทำอาหาร ทั้งบอกตัวเองในใจว่าคนถ่อยก็คือคนถ่อย หากเธอไม่ระงับอารมณ์แล้วต่อปากต่อคำกับคนแบบนี้พาลจะทำให้อารมณ์ขุ่นมัวมากขึ้นกว่าเดิมเปล่าๆ
ผ่านไปครู่หนึ่งข้าวไข่เจียวสีสวยกลิ่นหอมฉุยก็มาวางอยู่ตรงหน้าเด็กชายตัวกลม
“ต้นน้ำกินข้าวไข่เจียวไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะรีบทำต้มจืดกับหมูทอดให้”
“ขอบคุณครับ” เจ้าตัวกลมหยิบช้อนหยิบส้อมได้ก็สวาปามอาหารในจานจนแทบไม่คิดจะเป่าให้หายร้อน
พิมแพรทองอมยิ้ม ส่ายหัวน้อยๆ ทั้งเอ็นดูทั้งสงสาร เธอเทน้ำเย็นใส่แก้วเอาไว้ตรงหน้าต้นน้ำก่อนจะหันกลับไปหั่นหมูต่อ
“แล้วผมล่ะ ไม่มีข้าวไข่เจียวของผมเหรอ” รณภพเห็นเช่นนั้นเขาก็อดโวยไม่ได้เพราะนั่งกลืนน้ำลายตั้งแต่หญิงสาวเอาไข่ลงกระทะ ทว่าตอนนี้เหมือนว่าเธอจะไม่ทำข้าวไข่เจียวให้เขาด้วยเสียอย่างนั้น
“นายโตแล้ว รอกินตอนกับข้าวเสร็จก็ได้”
“ก็ผมหิว หรือจะให้ผมแย่งต้นน้ำ”
“ได้ ถ้านายอยากกินนักฉันก็จะทำให้” พิมแพรทองต้องละมือจากหมูชิ้นโตหันมาหยิบไข่ไก่ในตู้กับข้าว สาวเจ้าเหล่สายตามองไปยังกระปุกเกลือที่อยู่ไม่ไกลจากมือ รู้แล้วว่าจะแก้เผ็ดไอ้โจรบ้านี่อย่างไร
“ให้อร่อยด้วยนะครับ ถ้าไม่อร่อยผมก็จะแย่งต้นน้ำกินอยู่ดี” คิดหรือว่าเขาจะรู้ไม่ทัน เห็นเธอมองไปยังกระปุกเกลือปราดเดียวเขาก็รู้แล้วว่าสาวเจ้ากำลังคิดจะทำอะไร
พิมแพรทองบุ้ยปากข่มอารมณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สุดท้ายเธอก็ต้องทำไข่เจียวแสนอร่อยให้กับคนเจ้าเล่ห์เจ้ากล หิวมากนักทำไมเขาไม่ยอมทำเองตั้งแต่คราแรกทั้งที่ของทำครัวในบ้านนี้ก็มีครบ ไม่วายคงอยากหาเรื่องใช้งานเธอเสียตั้งแต่วันนี้เป็นแน่
เมื่อเห็นว่าไข่เจียวกำลังจะสุกรณภพก็ตักข้าวใส่จานยื่นรอให้หญิงสาวเอาไข่เจียวจากในกระทะใส่ในจาน เมื่อเห็นสีหน้าของเธอเขาก็พอจะเดาออกว่าตอนนี้ตัวของเขาคงถูกหญิงสาวต่อว่าด่าทอในใจสารพัดแน่
“รู้นะว่ากำลังด่าผมในใจ”
“ด่าว่าอะไรเหรอ ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะสรรหาคำไหนมาด่านายให้สาสมกับตัวนายดี”
“ปากดี”
“เสร็จแล้ว” พิมแพรทองรีบตักไข่เจียวลงจานของชายหนุ่ม เธอต้องเปลี่ยนเรื่องพูดก่อนที่จะเขาจะเอ่ยปากหรือทำกิริยาสองแง่สองง่ามใส่เธอต่อหน้าต้นน้ำ
เนื้อหาในข่าวที่ปฐวีให้ เขาอัดคลิปบอกว่าทุกอย่างตนเป็นคนผิด เขารักไหมพราวงามมาก เธอไม่ได้เป็นฝ่ายเข้าหาเขา แต่เขาต่างหากที่ดึงไหมพราวงามเข้ามาในชีวิตโดยที่เขาไม่ยอมตัดขาดจากดารกา ตอนนี้เขายืนยันว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดารกาอีก และจะเดินหน้าแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดต่อไป ไม่ว่าสังคมจะตัดสินเขายังไงเขาก็พร้อมยอมรับ“เฮ้อ... พี่วีนะพี่วี ทำไมไม่คิดแบบนี้ได้ตั้งนานแล้วนะ” พิมแพรทองถอนหายใจโล่งอกไปหนึ่งเปราะที่ปฐวียืดอกยอมรับข้อผิดพลาดอย่างลูกผู้ชาย และหวังว่าปฐวีจะตัดขาดจากดารกาได้จริงๆทางด้านรณภพที่เห็นข่าวแบบนั้นก็แอบชื่นชมในความเป็นลูกผู้ชายของปฐวีที่ยอมปกป้องไหมพราวงามโดยไม่สนชื่อเสียงของตัวเอง ทว่าเขาก็สาแก่ใจเพราะอย่างน้อยข่าวแบบนี้มันก็ทำลายชื่อเสียงของปฐวีได้ ป่านนี้พ่อของเขาก็คงจะนั่งไม่ติดเช่นกัน เพราะไม่ใช่เพียงลูกชายเสียชื่อเสียง แต่มันหมายถึงการผันผวนของหุ้นบริษัทด้วย“พี่โรมคะ พี่โรม”“ครับ” รณภพหลุดจากภวังค์เมื่อพิมแพรทองเขย่าแขน“เหม่ออะไรคะ แพรเรียกหลายรอบแล้วนะ”“อ๋อ พี่คิด
ปฐวีมองมือของหญิงสาวที่จับเสื้อของเขาก่อนจะยกมือขึ้นแกะข้อมือของดารกาออกทีละนิ้วอย่างใจเย็น“ต่อให้ไม่มีพราวอยู่ตรงนี้... ผมก็ไม่มีวันเลือกคุณ และสำหรับพราว ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าเธอจะยังรักผมอยู่ไหม หรือต่อให้เธอจะเกลียดผมไปตลอดชีวิต ยังไงคำตอบของผมก็มีเพียงคำเดียว ผมเลือกไหมพราวงาม... และจะเลือกแค่เธอคนเดียวตลอดไป”คำยืนยันที่เด็ดเดี่ยวของปฐวีเป็นการตัดขาดอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้อดีตดาวค้างฟ้ากรีดร้องออกมาด้วยความแค้นใจ “ไม่จริง ไม่ใช่สิ ต้องไม่ใช่แบบนี้”ปฐวีไม่คิดจะอยู่ต่อความยาวกับอดีตคนรักอีกต่อไป เขาสาวเท้าเดินออกไปจากห้องทำงานในทันที และไม่ว่าดารกาจะทำตามที่ขู่หรือไม่ เขาก็จะเป็นคนปกป้องชื่อเสียงของไหมพราวงามเองโดยที่ไม่สนว่าเขาจะถูกใครประนามว่าเห็นแก่ตัวและเลวแค่ไหนก็ตามภายในห้องแถลงข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องบันเทิงชื่อดัง กองทัพนักข่าวจากทุกสำนักเบียดเสียดกันจนแน่น เสียงชัตเตอร์ดังไม่ขาดสายเมื่อดารกาก้าวขึ้นมานั่งหน้าไมโครโฟน ใบหน้าสวยแสร้งทำให้ดูเศร้า ดวงตามีรอยแดงระเรื่อเพื่อให้ภาพของเธอเหมือนกับผู้ถูกกระทำที่น่าสงสารเธอเลือกที่จะใช้สื่อในมือกดดันและทำลายไหมพราวงามตาม
“ผม... ผมขอโทษครับคุณพ่อ” ปฐวียืนก้มหน้ายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เพราะในใจของเขายามนี้มันแหลกสลายจนไม่มีแก่ใจจะไปเถียงใคร“ขอโทษแล้วมันหายไหมตาวี” ปานทิพย์เอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธปนเสียใจ “ทำแบบนี้ได้ยังไง หนูพราวดีกับเราทุกอย่าง บ้านเธอก็มีหน้ามีตาในสังคม ตอนนี้ทางโน้นโกรธมาก ป้าเราโทรมาหาแม่เมื่อเช้าน้ำเสียงเธอผิดหวังในตัวแกและครอบครัวเรามาก รู้ไหมว่าแม่แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีตอนที่พวกเขาถามว่าเราเห็นหนูพราวเป็นตัวอะไร”“พวกเขาบอกว่าถ้าแกไม่เลิกยุ่งกับดาวก็ให้รีบหย่าขาดจากหนูพราวซะ และจะไม่มีวันให้แกได้ไปเจอกับหนูพราวอีก” ศาสตราเอ่ยเสียงแข็งปฐวีรีบส่ายหัวพัลวัน “ไม่ครับคุณพ่อ ผมไม่หย่า ผมไม่ยอมเสียพราวไปเด็ดขาด”“แม่ไม่คิดเลยว่าเราจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้นะตาวี” ปานทิพย์ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าลูกชายของเธอจะเป็นพวกจับปลาสองมือ“ผมรักพราว ผมรู้ตัวแล้วว่าผมรักเธอ ผมขอโทษครับคุณพ่อคุณแม่ ผมขอโทษจริงๆ”“แล้วแกจะเอายังไ
“อืม...” พิมแพรทองครางแผ่วในลำคอ เธอยอมเผยอริมฝีปากต้อนรับเรียวลิ้นของชายหนุ่มที่สอดแทรกเข้ามาฉกชิมความหวานอย่างโหยหา รณภพค่อยๆ ร่ายลีลาจูบจากความอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนตามสัญชาตญาณดิบของชายหนุ่ม เขารวบเอวบางให้คนตัวเล็กขยับเข้ามาชิดแนบกับอกแกร่งจนไร้ช่องว่าง“อืม... พี่โรม” พิมแพรทองประคองกอดไหล่หนาไว้แน่นเมื่อความวาบหวามเริ่มเข้าครอบงำ เธอตัวอ่อนปวกเปียกเมื่อได้รับสัมผัสอันช่ำชองของคนตัวโตรณภพผละริมฝีปากออกช้าๆ ทว่าไม่ยอมให้คนตัวเล็กได้พัก ชายหนุ่มช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในอ้อมแขนก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่แล้ววางคนตัวเล็กลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม จากนั้นก็ตามลงมาทาบทับบดเบียดเข้าหาคนตัวเล็กช้าๆมือหนาเริ่มทำหน้าที่อย่างว่องไว ปลดเปลื้องชุดของพิมแพรทองและเสื้อผ้าของตัวเองออก เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวสูดดมความหอมสลับกับการฝังรอยรักสีกุหลาบไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“พี่โรม... อืม...” มือเล็กจิกแผ่นหลังกว้างที่มีมัดกล้ามแน่นขณะปลายนิ้วของรณภพเริ่มลากผ่านจุดอ่อนไหวและกระตุ้นอารมณ์วาบหวามจนเธอเสียวสะท้านไปทั่วท้องน้อย“พี่จะทำให้แพรรู้ว่าพี่รักแพรมากแค่ไหน” รณภพเอ่ยกระ
รณภพนิ่งไป เขาไม่กล้าสบตาของพิมแพรทอง ความเงียบของเขาเปรียบเสมือนคำสารภาพผิด แค่นี้พิมแพรทองก็รู้โดยที่ไม่ต้องรอคำตอบจากปากของเขาแล้ว“พี่โรมทำแบบนี้ทำไมคะ พี่โรมเห็นความเจ็บปวดของพราวเป็นแค่เครื่องมือสร้างความสะใจของพี่โรมอย่างนั้นเหรอคะ แพรพยายามใช้ความรัก ความเข้าใจ คอยอยู่เคียงข้างหวังจะเยียวยาแผลใจให้พี่โรมลืมความแค้น... แต่สุดท้ายพี่โรมก็ยังใช้แผนสกปรกทำลายชีวิตคนอื่นอยู่ดี” พิมแพรทองเอ่ยทั้งน้ำตา“แพร... ฟังพี่ก่อน พี่ไม่ได้อยากให้พราวต้องเจ็บปวด แต่วีมันหลอกลวงพราว พี่แค่ทำให้พราวตาสว่างเท่านั้น”“แพรว่าพี่โรมทำเพื่อความสะใจของตัวเองต่างหากล่ะคะ จำสัญญาของเราได้ไหมคะพี่โรม... แพรบอกแล้วว่าถ้าวันไหนที่พี่โรมทำตัวไม่น่ารัก หรือทำให้แพรเห็นว่าความแค้นของพี่มันทำร้ายคนอื่นจนเกินไป แพรจะเดินออกไปทันที...” พูดจบพิมแพรทองก็หมุนตัวเดินจากไปทันทีโดยไม่หันหลังกลับมามอง ทิ้งให้รณภพยืนหน้าเสียอยู่กลางห้อง ความสะใจในการเอาชนะปฐวีเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น แทนที่ด้วยความกลัวเมื่อรู้ว่า แผนการแก้แค้นครั้งนี้กำลังจะทำให้เขาต้องสูญเสียผู้หญ
“แพร... ฮึก พี่วีเขา... เขาไม่ได้รักพราวเลย” ไหมพราวงามเอ่ยเสียงสะอื้นไม่เป็นภาษา ซบหน้าลงกับไหล่ของพิมแพรทองปล่อยให้น้ำตาไหลพรากอาบแก้มอย่างควบคุมไม่ได้พิมแพรทองเงยหน้าขึ้นมองปฐวีด้วยสายตาโกรธจัด “พี่วี! ทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องหลอกพราวด้วย”ปฐวีหน้าซีดเผือดตัวชาจนแทบก้าวขาไม่ออก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล่นพล่านจนเขาน้ำท่วมปาก ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากอธิบาย น้ำเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นของรณภพก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ดึงสายตาของทุกคนให้หันไปมอง“หึ... นี่เหรอสามีที่แสนดี” สายตาคมจ้องมองความพินาศของน้องชายต่างแม่ด้วยความสะใจ “ต่อหน้าผู้ใหญ่ทำเป็นรักเมียหลงเมีย ที่ไหนได้... พอแฟนเก่ากวักมือเรียกนิดเดียว ก็วิ่งแจ้นมาสารภาพรักหน้าด้านๆ ไม่สนใจหัวอกของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาเลยสักนิด”“พี่โรม...” ปฐวีเค้นเสียงรอดไรฟัน เขามองพี่ชายต่างแม่ด้วยความโกรธ “ทั้งหมดนี้... เป็นแผนการของพี่ใช่ไหม พี่จัดฉากเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อทำลายผมใช่ไหม”“ฉันไม่ได้บังคับให้แกกอดผู้หญิงคนอื่นนะวี ทั้
ซ่า ซ่า เสียงที่กระทบโสตประสาทคือเสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่ง แว่วใกล้เสียจนพิมแพรทองเผลอคิดว่านี่เธอกำลังอยู่ใกล้ทะเลอย่างนั้นหรือทะเล!พิมแพรทองรีบลืมตาตื่น เมื่อความทรงจำก่อนหน้านี้ไหลทะลักกลับมา เธอจำได้ว่าตนเองเพิ่งเผชิญกับเหตุการณ์อะไรมาสาวเจ้ารีบลืมตาตื่น เมื่อกรอกตามองไปรอบห้องความคุ้นเคยก็ยิ
กว่าพิมแพรทองและรณภพจะเดินทางมาถึงทางใต้ของประเทศไทยก็ใช้เวลาแทบทั้งวัน รถตู้คันหรูจากสนามบินมาส่งทั้งสองที่หลังบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับริมชายหาดในเวลาฟ้ามืดดวงตากลมโตทอดมองไปยังบ้านสไตล์โมเดิร์นสองชั้นที่เป็นประจกแทบทั้งหลัง นี่หรือบ้านพักหลังเล็กติดริมทะเลที่รณภพบอกกับเธอ ถึงเธอจะเป็นล
พิมแพรทองเดินตามหลังอัศนัยและรณภพตรงมายังบ้านของเฟื่องฟ้า เธอกวาดสายตามองรอบๆ จนกระทั่งได้จับจ้องไปยังหูกทอผ้า อุปกรณ์นั้นดูขลังจนทำเอาเธอนั้นขนลุกซู่ขึ้นมาดื้อๆ“พี่ฟ้า อยู่ไหมครับ” อัศนัยส่งเสียงเรียกเฟื่องฟ้าหลังจากพารณภพและพิมแพรทองมาถึงหน้าบ้านของหญิงสาว“อยู่จ้า” สาวเจ้าส่งเสียงจากบนบ้านมาก่อ
“อะไรนะ แล้วไปบอกกับเขาแบบนั้นได้ยังไง!”“มันไม่ใช่เรื่องจริงเหรอ?”พิมแพรทองกัดฟันกรอด จะต่อว่าก็ไม่ดี จะโวยวายก็ไม่ได้ ตอนนี้ทำได้แค่เพียงต้องยอมรับในสิ่งที่เขาพูดไปก่อนสินะ“เฮ้อ จะทำอะไรก็ปรึกษากันหน่อยสิคะ เรื่องที่ติดต่อพ่อหลวงมาก่อนก็ไม่เห็นบอก”“คุณก็รู้แล้วนี่ไง”“อีกเรื่อง ฉันขอพูดตามตรงเ







