LOGINอึดใจต่อมา จ้าวรั่วเหมยพุ่งตัวเข้ามาหาร่างสูงด้วยความเร็ว ดูเหมือนว่านางได้รวบรวมพลังทั้งหมดเท่าที่มีเพื่อกระทำบางสิ่ง และถึงจะกล้าหาญได้เพียงนี้ แต่ยังอ่อนหัดเกินไป ดังนั้นสิ่งที่ลงแรงและฝ่าอุปสรรคมากมายจนได้พบกับเฉิงป๋อหยาง กล่าวได้ว่าอาจไร้ประโยชน์ และจ้าวรั่วเหมยอยากคืนความสงบสุขให้ผืนแผ่นดิน นั่นคงเป็นสิ่งที่นางวาดหวัง
และเหตุการณ์ก่อนหน้าได้บีบบังคับให้นางตัดสินใจขั้นเด็ดขาด แม้ผลลัพธ์ของมันจะทำให้ต้องแบกรับความทุกข์ไปตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจอยู่ นางบ่ายหน้าไปได้อีกเล็กน้อย หากเกิดความเจ็บปวดบริเวณท้องทำให้ต้องกัดฟันแน่น และมือที่จับหมุดเปียกชื้นด้วยเหงื่อ ชีวิตน้อยๆ ดิ้นแรงกว่าเดิม ใจนางสั่น ร่างกายเจียนสิ้นแรงลง
โอ้สวรรค์ ไฉนถึงไม่เข้าข้างนางบ้าง
อาการนางในยามนั้น ทำให้เฉิงป๋อหยางมีสีหน้าเครียดจัด ดวงตาเขาอ่อนแสงลง ก่อนส่งเสียงคำรามลั่น
การแสดงออกดังกล่าวชวนให้ผู้ที่อยู่บริเวณนั้น ต่างถอยร่นห่างออกไปด้วยกลัวจะตกเป็นเหยื่อให้เขาสังหาร ด้วยวิธีโหดเหี้ยม
เฉิงป๋อหยางส่ายศีรษะไปมา เพื่อไม่ให้เลือดที่ไหลลงมาจากหน้าผากเข้าดวงตา และเขาอยากมองจ้าวรั่วเหมยให้แจ้งใจ โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องของนางที่ยื่นขยาย มารดานางเถิด มันช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก
ชายหนุ่มคิดหัวแทบระเบิด ก่อนหน้านั้นนางคือยอดดวงใจเขา... ที่ผ่านมา คนที่ทำเรื่องน่าละอายต่อจ้าวรั่วเหมยล้วนเป็นเฉิงป๋อหยางผู้นี้ เขาลักลอบมีสัมพันธ์กับนางนับครั้งไม่ถ้วน เรียกว่าข่มเหงก็คงไม่ผิด ส่วนจ้าวรั่วเหมย แรกเริ่มขัดเขิน หากพอเขาสอนให้นางเรียนรู้เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ระหว่างชายหญิง จ้าวรั่วเหมยก็เสพติดตัณหาอย่างที่เขาอยากให้นางเป็น
แม้จะสัมพันธ์ลึกซึ้งและเร่าร้อน แต่เฉิงป๋อหยางก็บังคับให้จ้าวรั่วเหมยดื่มยาลูกกลอนคลายความเจ็บปวดและน้ำแกงสลายการตั้งครรภ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำร้ายร่างกายของหญิงสาว
“ชีวิตบริสุทธิ์ ไม่ควรถือกำเนิดขึ้นจากข้าและองค์หญิงหก ด้วยต่างมีมลทินติดตัว และเราทั้งคู่ล้วนรู้ดีกว่า ภายหน้าบ้านเมืองย่อมไม่อาจสงบสุข”
เฉิงป๋อหยางถาโถมใส่ร่างกายนุ่มนิ่มครั้งแรกครั้งเล่า และถึงจ้าวรั่วเหมยเจ็บระบม กระดูกคล้ายจะถูกเคี้ยวจนละเอียด แต่เขายังบังคับป้อนยานาง หากครั้งใดปฏิเสธ เขาจะข่มขู่ ทั้งใช้กำลังเข้าช่วย
“หากยังดื้อรั้น ไม่ยอมกลืนยาลงไป ข้าคงเข้าใจได้ว่าท่านหวังจะใช้ทายาทของข้า ผูกมัดคนแซ่เฉิง องค์หญิงหกจงรู้ไว้ ต้าอันไม่ใช่บ้านเกิดข้า ดังนั้นหากฉลาดพอจงอย่าให้วิธีสกปรกกับบุรุษผู้นี้”
จ้าวรั่วเหมยไม่อยากโต้เถียง นางหลับนอนกับเขา ถึงจะมีความสุข หากพอเสร็จกิจ ต้องมีความทรมานที่ตามมาอย่างสาหัส หลายครั้งหลายหน ทำให้ต้องนอนซมขยับร่างกายลำบาก แต่เขาไม่สนใจ ยังเรียกร้องที่จะให้นางปรนนิบัติเสมอ เมื่อกลีบงดงามไม่อาจตอบสนอง มือ ปาก และส่วนอื่น ก็ถูกใช้งานอย่างหนักเพื่อให้เขาคลายกำหนัด
“คงเป็นบาปกรรมที่ข้าเคยทำไว้ ชาตินี้ถึงได้ตกเป็นของเล่นให้จื้อจื่อระบายราคะใส่ ท่านทำประหนึ่งว่า ร่างกายของสตรีผู้นี้ ไร้จิตใจและร่างกายเจ็บปวดไม่เป็น”
“องค์หญิงคิดได้เช่นนั้น ก็นับว่าประเสริฐแล้ว สตรีย่อมเหมือนเสื้อผ้า เมื่อมันเก่า ขาดซ่อมแซมมิได้ ข้าคงไม่คิดสวมต่อ หากไม่โยนทิ้ง ย่อมส่งต่อท่านให้ผู้อื่นได้เชยชม”
กระทั่งมีสายฟ้าฟาดใส่ร่างเฉิงป๋อหยาง ด้วยจักรพรรดิจ้าวมีสมรสพระราชทานระหว่างนางกับแม่ทัพน้อยกัง นับแต่นั้นเขากับนางจึงตรงห่างกันไป จวบจนบ้านเมืองมีเรื่องไม่สงบสุข เขาได้รับกำลังสนับสนุนให้ปราบกลุ่มกฎบ ขณะเดียวกันเฉิงป๋อหยางวางแผนตลบหลังยึดอำนาจของผู้ปกครองอาณาจักรต้าอันลงในเวลาเดียวกัน เช่นนี้เฉิงป๋อหยางจึงกลายเป็นทรราชไปโดยปริยาย
*************
“ด้วยเหตุนี้สินะ องค์หญิงหกถึงอยากเป็นเจ้าสาวของคนโง่แซ่กังเหลือเกิน หึๆ ๆ ข้าเตือนท่านกี่ครั้งกี่หนแล้ว ทั้งใต้หล้านี้ผู้อื่นทอดทิ้งข้าได้ แต่ไม่ใช่ท่าน...จ้าวรั่วเหมย เรื่องนี้ท่านย่อมรู้ดีกว่าผู้ใด” หัวใจหญิงสาวหดเกร็ง ความรู้สึกที่มีทั้งหมดยามนี้แหลกสลาย ภาพต่างๆ ที่ผ่านมาในอดีตย้ำย้อนให้ได้เห็น จ้าวรั่วเหมยรักมั่นคงต่อบุรุษผู้นี้ ไม่ว่าเขาจะเป็นภูตผี ปีศาจ... แม้แต่ทรราช นางไม่เคยคิดทอดทิ้ง ทว่าเมื่อเขาทำร้ายครอบครัวนาง สั่งฆ่าล้างตระกูลผู้อื่น มีคนบริสุทธิ์ล้มตาย นางจึงไม่อาจนิ่งเฉย บิดาเคยบอกว่าคนเดียวที่จะทำให้เฉิงป๋อหยางตกอยู่ในการควบคุมได้ คงมีแต่นางเท่านั้น
ทว่าพอนางใกล้ทำตามแผนได้สำเร็จ ชีวิตน้อยๆ ในครรภ์กลับดิ้นรุนแรง ราวกับต้องการประท้วงการกระทำของจ้าวรั่วเหมย
“มารหัวขนนั่น ร่ำร้องอยากเห็นหน้าบิดาของมันสินะ แต่เสียใจด้วย ตระกูลกังทั้งหมด รวมถึงทหารห้าหมื่นนาย จบสิ้นชีวิตที่หุบเขาเมืองสือไปแล้ว ยามนี้คงกลายเป็นซากให้อีกา และฝูงสัตว์ป่ากัดกินซากอย่างอิ่มหนำ”
จ้าวรั่วเหมยในชุดสีแดงยิ้มทั้งน้ำตา ทั้งหมดนี้ต้นเหตุของการสูญเสีย นางย่อมต้องมีส่วนรับผิดชอบ วาบหนึ่งนางหวนคิดถึงผู้ที่เป็นเจ้าบ่าวของตน เขายกขบวนมารับนางพร้อมกองทัพ ทว่าไม่อาจผ่านหุบเขาเมืองสือมาได้ เรื่องดังกล่าวช่างโหดร้ายเหลือเกิน
“ปกติ ตัวข้าใช่ว่าจะมีคนรักมากนัก...” นางเอ่ยแล้วถอนหายใจตามหลายหน ฝ่ายเฉิงป๋อหยางได้ยินและเห็นเช่นนั้น จึงหัวเราะ แต่ท่าทางไม่ได้ดูถูก ด้วยเห็นว่าองค์หญิงน้อย ช่างมีชะตากรรมบัดซบ คนเช่นนี้เหมาะสมที่เขาจะมีไว้ใช้งาน “หากข้าเป็นเจ้า เกิดมาแล้วไม่มีใครรักหรือต้องการ คงกลั้นใจตายไปเสียดีกว่า” “กุ่ยจื้อจื่อ ทะ ท่าน... ร้ายกาจเกินไปแล้ว ตัวท่านคงไม่มีใครรักเหมือนกัน ถึงได้ถูกส่งมาที่ต้าอันแห่งนี้” “ผิดถนัด มันเป็นความต่ำทราม และบ้าอำนาจของจักรพรรดิจ้าว เขาไม่ต้องการให้แคว้นอื่นมีเลือดเนื้อเชื้อไขอันชอบธรรมสืบทอดบัลลังก์ต่างหากเล่า จึงจงใจบีบบังคับให้ผู้อื่นส่งจื้อจื่อมาเป็นตัวประกัน และระหว่างการเดินทาง หลายคนต้องเสียชีวิต ถ้ารอดพ้นมาได้ บ้างถูกทำให้พิการ หรือเสียสติ แคว้นใดไม่มีองค์ชาย ผู้ที่ต้องถูกส่งตัวมาก็ไม่พ้นองค์หญิง แน่นอนพวกนางถูกขังในคอกหมู ทำหน้าที่ไม่เป็นคณิกาให้เหล่าองค์ชายปลดปล่อยความบัดซบใส่ร่างกาย” ในวัยที่ไร้เดียงสา จ้าวรั่วเหมยย่อมไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวทั้งหมด แต่นางได้ฟังจากน้ำเสียง กับสีหน้าของเขา พอจะรับรู้ว่าเฉิงป๋อหยางมีความแค้นทั้งเสียใ
จ้าวรั่วเหมยหลบอยู่หลังกระถางต้นไม้ประดับได้ไม่นาน นางต้องปวดจี๊ดที่หลังต้นคอ จู่ๆ มีแมลงไม่ทราบชนิดบินมาแล้วก็ฝังเข็มใส่นาง จนเป็นเหตุให้ปวดแสบปวดร้อน ยามนั้นนางเจ็บจนน้ำตาไหล ร้องไห้สะอึกสะอื้น และทั้งวิ่งทั้งเดิน หวังจะกลับเข้าไปในงานเลี้ยงทว่าสุดท้ายก็หลงทาง และไม่รู้เหตุใดถึงได้ก้าวไปยังสวนที่รกครึ้มด้านหลัง เป็นสถานที่ซึ่งคนนอกไม่สมควรเหยียบย่างเข้าไป มันอยู่ใกล้กับป่าสน ทั้งหมดกล่าวได้ว่าคงมีคนจัดฉากให้จ้าวรั่วเหมยก้าวเข้าสู่เขตที่นางไม่ควรข้องเกี่ยว นั่นเป็นเพราะหากนางหายสาบสูญก็เท่ากับว่าทำให้เหลียนผินไร้สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจสตรีผู้นั้นปกติจักรพรรดิจ้าวก็มิโปรดนานแล้ว หากสิ้นบุตรสาวไปอีกคน นางคงมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตาย หากสองแม่ลูกไร้ลมหายใจ คงทำให้ตำแหน่งของเหลียนผินที่ว่างลงนี้ มีคนอื่นมาแทน ก่อนจะกลายเป็นกำลังสนับสนุนให้แก่หลี่กุ้ยเฟยในภายหน้า จ้าวรั่วเหมยพยายามเรียกให้คนช่วย ทว่าส่งเสียงดังก็แล้ว หากไม่มีใครได้ยิน ความเยาว์วัย ทั้งอ่อนต่อโลกทำให้นางได้แต่กรีดร้อง และวิ่งวนไปมา ไม่นาน ร่างเล็กๆ ล้มลุกคลุกคลาน ก่อนกลิ้งไปตามพื้น แล้วล่วงสู่ผืนน้ำเย็นเยี
ด้วยทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้บ่ายวันนั้นปินชวนจึงได้รับใช้จ้าวฉีเหรินโดยไม่อาจขัดขืน การมอบร่างกายให้จ้าวฉีเหรินครั้งนั้น ฝ่ายปินชวนไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นนางกำนัลจากตำหนักใด อีกทั้งเขาเมามายมิน้อย และยังเห็นนางเป็นเพียงดอกไม้ข้างทาง แค่เด็ดมาดม ไม่ได้ชมชอบเป็นพิเศษ ถึงอย่างนั้นสตรีที่ไม่เคยผ่านมือชายใด ก็เป็นทุกข์หนัก และบอบช้ำหลายแห่งด้วยจ้าวฉีเหรินเป็นพวกนิยมกามวิตถาร ปินชวนดึงสติตนเองกลับ ครั้งนี้นางขอมาดูแลองค์หญิงน้อย เพราะต้องการนัดพบกับคนรัก และอยากสะสางสิ่งที่ค้างใจกับเขา ยิ่งกว่านั้นปินชวน ยังรู้สึกได้ว่าร่างกายตนมีบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามนางต้องเร่งแก้ไขสิ่งเหล่านี้ให้เหมาะสม โดยไม่ทำให้ทั้งตน และคนรักเดือดร้อน ทว่าจู่ๆ จักรพรรดิจ้าวกลับให้คนตามหาว่านางอยู่ตำหนักใด สุดท้ายขันทีผู้นั้นก็จำปินชวนได้ สถานการณ์ยามนี้นับว่าตึงเครียด ขณะเดียวกันสิ่งที่เกิดกับนาง ก็ยังไม่รอดพ้นสายตาของหลี่กุ้ยเฟย รวมถึงองค์หญิงใหญ่ จ้าวหว่านถิง ด้วยตระกูลหลี่มีหูตากว้างขวาง ทั้งในและนอกวังหลวง นางกำนัลสูดลมหายใจลึก เอ่ยเสียงที่เข้มกว่าปกติสักหน่อย “องค์หญิงโปรดอย่าพึ่
สำหรับจ้าวรั่วเหมย มองเห็นเฉิงป๋อหยางเป็นจื้อจื่อแห่งแคว้นชิงผู้อาภัพ ซึ่งดูเหมาะสมกันดีกับองค์หญิงที่บิดาไม่รัก ทั้งยังถูกพี่ๆ รุมกลั่นแกล้ง ถึงมีคนที่ปกป้องนางได้ แต่เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น และคนที่กล่าวถึงก็คือไทเฮา แต่อายุมากโขแล้ว อีกทั้งนางไม่ได้มีอำนาจอย่างแท้จริง เป็นนางสิงห์เฒ่าวัยล่วงโรย รอวันลงนอนในหลุม ฝ่ายจักรพรรดิจ้าวฟังสิ่งต่างๆ จากหลี่กุ้ยเฟยเป็นหลัก แทนที่จะเป็นฮองเฮามารดาของแผ่นดินที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม สถานการบ้านเมืองอาณาจักรต้าอันยามนี้ กล่าวแล้วคือครึ่งหนึ่งอยู่ในเงื้อมือตระกูลหลี่ โดยเป็นฐานกำลังแก่หลี่กุ้ยเฟย ผู้ต้องการก้าวขึ้นเป็นหวงกุ้ยเฟยในภายหน้า แน่นอนยามนี้นางหวังกำจัดฮองเฮา และยึดอำนาจจักรพรรดิจ้าว เพื่อให้บุตรชายของตน หรือองค์ชายรองก้าวขึ้นเป็นรัชทายาทโดยสมบูรณ์ ดวงตากลมโตยังมองไปยังด้านนอก และสายตมก็พัดผ่านเข้ามาส่งผลให้นางต้องกระชับเสื้อคลุมตัวเบาบาง ยามนี้หัวใจว้าวุ่นไปหมด จ้าวรั่วเหมยไม่เข้าใจเจตนาที่อีกฝ่าย กระทำเรื่องไม่สมควรระหว่างชายหญิงที่ไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน แต่ลึกๆ นางไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ตนตกอยู่ในห้วงแห่งตัณหาและราคะที่เฉิงป๋
เขาเร่งจังหวะเร็วขึ้น แรงขึ้น และการหายใจทั้งคู่ผสานเขาด้วยกัน ฝ่ายนางบีบรัดเขาอย่างเผลอไผล เป็นเหตุให้เฉิงป๋อหยางส่งเสียงคำราม ตามด้วยคำชม “งดงามไร้ที่ติ หยางหยางย่อมมาเกิดในมิช้า... อาเหมย ข้าจะมอบเซียนน้อยให้ไว้ดูแล เมื่อเขาเติบใหญ่ก็จะกลายเป็นเทพสงคราม” ยามนี้เขากล่าวสิ่งใด นางย่อมไม่อาจโต้แยก รับรู้แต่การกระแทกของเขาที่มอบรสเร่าร้อนให้นางจนมือเท้าอ่อนระทวย พอปลายหัวหยักเคลื่อนไปอยู่ปากทางฉ่ำเยิ้ม ฝ่ายนางก็ออกแรงดึงดูดให้เขานำท่อนอุ่นจัดกระแทกคืนสู่จุดเดิม “อาเหมยล้อข้าเล่นอีกแล้ว เจ้าติดใจรสชาติเสาค้ำอาณาจักรต้าอันของข้าใช่หรือไม่” นางไม่ตอบ ดวงตายังหลับสนิท ซึ่งยามนี้ ไม่ใช่เพราะง่วงงุน ไม่ใช่การละเมอ แต่นางเขินอายและไม่กล้าสู้สายตาของเฉิงป๋อหยาง เอวบางถูกจับยกสูง ตอนนี้จ้าวรั่วเหมยอยู่ในท่านั่งซ้อนทับร่างเขาบนเตียง ท่วงท่าดังกล่าวส่งผลให้เกิดความลื่นไหลมากกว่าเดิม มือใหญ่จับเอวของนาง และเคลื่อนขึ้นลงไปมา ส่วนสะโพกเขาขยับรัวๆ เป็นชุดใหญ่ ซึ่งความนุ่มนิ่มของนางรองรับความแข็งแกร่งของเขาอย่างไม่ยอมแพ้
คมเขี้ยวของเฉิงป๋อหยางลงน้ำหนักไม่รุนแรงนัก ถึงอย่างนั้นจ้าวรั่วเหมยก็เจ็บ ก่อนรับรู้ได้ถึงความคาวในปาก เขาต้องการให้นางเสียเลือด บุรุษผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว “คืนนี้ท่านได้แผลข้างบนเป็นที่ระลึกจากข้า คืนต่อๆ ไป ข้าจะทำให้องค์หญิงหกได้เลือด จากส่วนที่สตรีมีไว้มัดใจบุรุษ โดยเฉพาะคนแซ่กังที่ท่านอยากพลีกายให้มันเล่นสนุก เหมือนโสเภณีใช่ซ่องชั้นต่ำ” คำพูดน้ำเสียงจากเฉิงป๋อหยางทำให้นางเจ็บที่หัวใจ และน้ำตาพลันเอ่อล้นแพขอบตางอนหนา ในความเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่าย จ้าวรั่วเหมยรับรู้ได้ว่า นิ้วมือใหญ่ๆ ของเขาช่วยซับน้ำตาให้ ก่อนจะมีการจุมพิตที่เปลือกตานาง หัวใจหญิงสาวเต้นไหวรุนแรง และนั่นคงทำให้เขารับรู้บางอย่าง จากการจุมพิต เขาจึงเลื่อนริมฝีปากลงมาที่ลำคอ จูบและไล้ลิ้น เล่นหยอกเย้าปลุกอารมณ์นางอีกครั้ง สะโพกของจ้าวรั่วเหมยยกขึ้นสูง มือใหญ่รองรับเอาไว้ พร้อมกันนั้นขาวเรียวสวยถูกยกพาดไหล่หนา อื้อ...นางครางเสียงต่อเนื่อง กลีบอวบแสนบริสุทธิ์ก็ถูกรุกล้ำด้วย เรียวลิ้นสากร้อนทิ่มแทงย้ำๆ ประหนึ่งว่าอยากให้จ้าวรั่วเหมยขาดใจตาย







