LOGINดวงหน้าที่งดงามมีหยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม ส่วนดวงตาที่เคยมีประกายสดใสกลับแดงก่ำ นางโศกเศร้าและเจ็บครรภ์เกินกว่าจะมีจิตใจที่คิดปลิดชีวิตของเฉิงป๋อหยาง แต่อย่างไรก็ตาม นางคือผู้เดียวที่จะหยุดยั้งไม่ให้แผ่นดินนองด้วยเลือดไปมากกว่านี้ ซึ่งหมุดในมือเล่มสุดท้าย คือการยุติทุกสิ่ง
แม้เฉิงป๋อหยางสังหารคนที่นางรักไปจดหมดสิ้น ถึงอย่างนั้นหญิงสาวกลับใจอ่อน ยิ่งทะยานเข้าไปหาเขา มือที่กำหมุดปลายแหลมก็เหมือนว่าจะไร้เรี่ยวแรง
ถึงอย่างนั้น จ้าวรั่วเหมยก็ยังก้าวย่างเชื่องช้าไปเบื้องหน้า ส่วนมือที่กำหมุดสั่นไม่หยุด “จงกล้าหาญให้ได้เท่ากับการที่องค์หญิงหกนอกกายนอกใจข้าสิ... เล่นชู้กับผู้อื่น คือสิ่งที่บิดาท่านชอบกระทำมิใช่หรือ และท่านคงเรียนรู้จากเขามามิน้อย”
เขายังเหยียดหยามนางไม่เลิก และมันเหมือนสร้างพลังให้จ้าวรั่วเหมยต้องจบทุกอย่างลงในตอนนี้ ซึ่งทั้งเขาและนาง ต่างสร้างภาพบั่นทอน ความเชื่อใจที่เคยมีให้แก่กัน
กระทั่งนางยืนประชิดร่างเฉิงป๋อหยาง เสียงหายใจของจ้าวรั่วเหมยดังถี่กระชั้น
“หมุดเล่มนี้ จะทำให้ท่านสูญสิ้นทุกอย่าง ทั้งความทรงจำ และความเป็นมนุษย์ อยู่เป็นอมตะตลอดไป เชื่อข้าเถิดการมีชีวิตต่อไปเช่นนั้น คือบทลงโทษจากสตรีที่ชื่อจ้าวรั่วเหมย”
กล่าวจบหญิงสาวก็ตั้งใจแทงหมุดเข้าที่หน้าอกข้างซ้ายของเฉิงป๋อหยาง กระทั่งปลายแหลมของหมุดแทงเข้าเนื้อเขา แต่ยังไม่ได้ลงไปลึกมากพอ ชายหนุ่มจึงส่งเสริมให้นางทำทุกอย่างให้สำเร็จ ด้วยการใช้มือที่นิ้วถูกตัดขาดไปถึงสามนิ้วออกแรงเสริม
เฉิงป๋อหยางร้องคำราม เขาเจ็บปวดคล้ายร่างกายกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ การใช้เคล็ดลับวิชา ‘เจ็ดอารมณ์ หกปรารถนา’ กำลังจะลุล่วงถึงขั้นสุดท้าย หากเกิดสิ่งเหนือความคาดหมาย เมื่อจู่ๆ ลูกธนูพุ่งเข้าใส่ร่างของจ้าวรั่วเหมยจากทางด้านหลัง และปลายที่เป็นเหล็กกล้าทะลุออกมาอยู่ด้านหน้า
ร่างกายงดงามสั่นกระตุกสองสามหน ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดขึ้นในทันที ด้วยจ้าวรั่วเหมยชาไปทั้งร่าง กระทั่งชีวิตน้อยๆ ในครรภ์ออกแรงถีบรุนแรง พร้อมดิ้นทุรนทุราย หญิงสาวจึงกระอักเลือด
ผู้ที่ตั้งใจปลิดชีวิตจ้าวรั่วเหมยก็คือศัตรูที่ชิงชังทั้งโกรธแค้นที่นางจับจิตจับใจ
“ปีศาจทรราช และสตรีชั่วล่มเมือง พวกเจ้าช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก”
ฝ่ายนั้นส่งเสียงดังมาแต่ไกล และเตรียมยิงธนูออกมาอีกหน หากคราวนี้เฉิงป๋อหยางส่งกำลังภายในซัดฝ่ามืออีกข้างออกไป เป็นเหตุใดฝ่ายตรงกันข้ามซึ่งก็คือหลี่ซือซือ และมือสังหารของนาง ต่างล้มลงกองบนพื้นราวกับร่างกายไร้กระดูก
จ้าวรั่วเหมยมองที่หน้าท้องของตน และยิ้ม รอยยิ้มของนางซีดเซียว ดวงตาเหมือนจะปลงต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ด้วยหม่นแสงลงเรื่อยๆ
“คำอ้อนวอนสุดท้ายของข้าคือ ขอให้กุ่ยจื้อจื่อเป็นอมตะตลอดกาล... ส่วนข้านั้น คงสิ้นวาสนาพร้อมมารหัวขนที่ท่านเกลียดชังนับแต่นี้”
เมื่อกล่าวจบ นางจึงทรุดร่างลงช้าๆ ข้างกายเขา เป็นตอนนั้นที่เลือดไม่ได้ไหลออกแค่จากแผลที่ถูกธนูยิงทะลุร่าง หากมีบางส่วนไหลทะลักอาบต้นขานาง ชีวิตน้อยๆ กำลังจะจากไปพร้อมหญิงสาว
“อาเหมย...อย่าไปจากข้า... จ้าวรั่วเหมย... อย่าบังอาจทิ้งข้าไว้เพียงผู้เดียว”ชายหนุ่มย้ำคำพูดดังกล่าวไปมา และดวงตาเขาแดงก่ำ ร่างกายภายในปั่นป่วนอย่างหนัก
“จ้าวรั่วเหมย ร่างกายท่าน แม้แต่วิญญาณที่มี หากข้าไม่ออกคำสั่ง ก็ไปที่ใดไม่ได้ทั้งสิ้นๆ”เฉิงป๋อหยางแผดเสียงคำรามก้อง และด้วยสัญชาติญาณที่คืนกลับมา ทำให้เขาสัมผัสได้แล้วว่า ก้อนเนื้อในร่างกายของจ้าวรั่วเหมย คือสายเลือดตนที่เคยฝากฝังไว้กับนาง เป็นหนึ่งชีวิตที่ไม่มีโอกาสได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก ทั้งที่เขากลัวเรื่องนี้จับใจ พยายามรักษาโรคร้ายที่ติดตัวนาง และปกป้องไม่ให้อุ้มท้อง กระทั่งภายหลังรับรู้ว่าจ้าวรั่วเหมยมีชีวิตน้อยๆ ในร่างกาย ฝ่ายเขาก็ใจเดือดพล่าน และเข้าใจผิดว่า คือสายเลือดของแม่ทัพน้อยกัง สิ้นชีวิต ณ หุบเขาเมืองสือ
อึดใจต่อมา มือใหญ่ตอกหมุดจมหายเข้าไปในหน้าอกของตน จากนั้นโลกของเฉิงป๋อหยางมืดดับลง แต่ความแค้นกลับปะทุขึ้นจนถึงจุดสูงสุด และดูเหมือนว่าการมีชีวิตของเขา กำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
“ปกติ ตัวข้าใช่ว่าจะมีคนรักมากนัก...” นางเอ่ยแล้วถอนหายใจตามหลายหน ฝ่ายเฉิงป๋อหยางได้ยินและเห็นเช่นนั้น จึงหัวเราะ แต่ท่าทางไม่ได้ดูถูก ด้วยเห็นว่าองค์หญิงน้อย ช่างมีชะตากรรมบัดซบ คนเช่นนี้เหมาะสมที่เขาจะมีไว้ใช้งาน “หากข้าเป็นเจ้า เกิดมาแล้วไม่มีใครรักหรือต้องการ คงกลั้นใจตายไปเสียดีกว่า” “กุ่ยจื้อจื่อ ทะ ท่าน... ร้ายกาจเกินไปแล้ว ตัวท่านคงไม่มีใครรักเหมือนกัน ถึงได้ถูกส่งมาที่ต้าอันแห่งนี้” “ผิดถนัด มันเป็นความต่ำทราม และบ้าอำนาจของจักรพรรดิจ้าว เขาไม่ต้องการให้แคว้นอื่นมีเลือดเนื้อเชื้อไขอันชอบธรรมสืบทอดบัลลังก์ต่างหากเล่า จึงจงใจบีบบังคับให้ผู้อื่นส่งจื้อจื่อมาเป็นตัวประกัน และระหว่างการเดินทาง หลายคนต้องเสียชีวิต ถ้ารอดพ้นมาได้ บ้างถูกทำให้พิการ หรือเสียสติ แคว้นใดไม่มีองค์ชาย ผู้ที่ต้องถูกส่งตัวมาก็ไม่พ้นองค์หญิง แน่นอนพวกนางถูกขังในคอกหมู ทำหน้าที่ไม่เป็นคณิกาให้เหล่าองค์ชายปลดปล่อยความบัดซบใส่ร่างกาย” ในวัยที่ไร้เดียงสา จ้าวรั่วเหมยย่อมไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวทั้งหมด แต่นางได้ฟังจากน้ำเสียง กับสีหน้าของเขา พอจะรับรู้ว่าเฉิงป๋อหยางมีความแค้นทั้งเสียใ
จ้าวรั่วเหมยหลบอยู่หลังกระถางต้นไม้ประดับได้ไม่นาน นางต้องปวดจี๊ดที่หลังต้นคอ จู่ๆ มีแมลงไม่ทราบชนิดบินมาแล้วก็ฝังเข็มใส่นาง จนเป็นเหตุให้ปวดแสบปวดร้อน ยามนั้นนางเจ็บจนน้ำตาไหล ร้องไห้สะอึกสะอื้น และทั้งวิ่งทั้งเดิน หวังจะกลับเข้าไปในงานเลี้ยงทว่าสุดท้ายก็หลงทาง และไม่รู้เหตุใดถึงได้ก้าวไปยังสวนที่รกครึ้มด้านหลัง เป็นสถานที่ซึ่งคนนอกไม่สมควรเหยียบย่างเข้าไป มันอยู่ใกล้กับป่าสน ทั้งหมดกล่าวได้ว่าคงมีคนจัดฉากให้จ้าวรั่วเหมยก้าวเข้าสู่เขตที่นางไม่ควรข้องเกี่ยว นั่นเป็นเพราะหากนางหายสาบสูญก็เท่ากับว่าทำให้เหลียนผินไร้สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจสตรีผู้นั้นปกติจักรพรรดิจ้าวก็มิโปรดนานแล้ว หากสิ้นบุตรสาวไปอีกคน นางคงมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตาย หากสองแม่ลูกไร้ลมหายใจ คงทำให้ตำแหน่งของเหลียนผินที่ว่างลงนี้ มีคนอื่นมาแทน ก่อนจะกลายเป็นกำลังสนับสนุนให้แก่หลี่กุ้ยเฟยในภายหน้า จ้าวรั่วเหมยพยายามเรียกให้คนช่วย ทว่าส่งเสียงดังก็แล้ว หากไม่มีใครได้ยิน ความเยาว์วัย ทั้งอ่อนต่อโลกทำให้นางได้แต่กรีดร้อง และวิ่งวนไปมา ไม่นาน ร่างเล็กๆ ล้มลุกคลุกคลาน ก่อนกลิ้งไปตามพื้น แล้วล่วงสู่ผืนน้ำเย็นเยี
ด้วยทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้บ่ายวันนั้นปินชวนจึงได้รับใช้จ้าวฉีเหรินโดยไม่อาจขัดขืน การมอบร่างกายให้จ้าวฉีเหรินครั้งนั้น ฝ่ายปินชวนไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นนางกำนัลจากตำหนักใด อีกทั้งเขาเมามายมิน้อย และยังเห็นนางเป็นเพียงดอกไม้ข้างทาง แค่เด็ดมาดม ไม่ได้ชมชอบเป็นพิเศษ ถึงอย่างนั้นสตรีที่ไม่เคยผ่านมือชายใด ก็เป็นทุกข์หนัก และบอบช้ำหลายแห่งด้วยจ้าวฉีเหรินเป็นพวกนิยมกามวิตถาร ปินชวนดึงสติตนเองกลับ ครั้งนี้นางขอมาดูแลองค์หญิงน้อย เพราะต้องการนัดพบกับคนรัก และอยากสะสางสิ่งที่ค้างใจกับเขา ยิ่งกว่านั้นปินชวน ยังรู้สึกได้ว่าร่างกายตนมีบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามนางต้องเร่งแก้ไขสิ่งเหล่านี้ให้เหมาะสม โดยไม่ทำให้ทั้งตน และคนรักเดือดร้อน ทว่าจู่ๆ จักรพรรดิจ้าวกลับให้คนตามหาว่านางอยู่ตำหนักใด สุดท้ายขันทีผู้นั้นก็จำปินชวนได้ สถานการณ์ยามนี้นับว่าตึงเครียด ขณะเดียวกันสิ่งที่เกิดกับนาง ก็ยังไม่รอดพ้นสายตาของหลี่กุ้ยเฟย รวมถึงองค์หญิงใหญ่ จ้าวหว่านถิง ด้วยตระกูลหลี่มีหูตากว้างขวาง ทั้งในและนอกวังหลวง นางกำนัลสูดลมหายใจลึก เอ่ยเสียงที่เข้มกว่าปกติสักหน่อย “องค์หญิงโปรดอย่าพึ่
สำหรับจ้าวรั่วเหมย มองเห็นเฉิงป๋อหยางเป็นจื้อจื่อแห่งแคว้นชิงผู้อาภัพ ซึ่งดูเหมาะสมกันดีกับองค์หญิงที่บิดาไม่รัก ทั้งยังถูกพี่ๆ รุมกลั่นแกล้ง ถึงมีคนที่ปกป้องนางได้ แต่เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น และคนที่กล่าวถึงก็คือไทเฮา แต่อายุมากโขแล้ว อีกทั้งนางไม่ได้มีอำนาจอย่างแท้จริง เป็นนางสิงห์เฒ่าวัยล่วงโรย รอวันลงนอนในหลุม ฝ่ายจักรพรรดิจ้าวฟังสิ่งต่างๆ จากหลี่กุ้ยเฟยเป็นหลัก แทนที่จะเป็นฮองเฮามารดาของแผ่นดินที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม สถานการบ้านเมืองอาณาจักรต้าอันยามนี้ กล่าวแล้วคือครึ่งหนึ่งอยู่ในเงื้อมือตระกูลหลี่ โดยเป็นฐานกำลังแก่หลี่กุ้ยเฟย ผู้ต้องการก้าวขึ้นเป็นหวงกุ้ยเฟยในภายหน้า แน่นอนยามนี้นางหวังกำจัดฮองเฮา และยึดอำนาจจักรพรรดิจ้าว เพื่อให้บุตรชายของตน หรือองค์ชายรองก้าวขึ้นเป็นรัชทายาทโดยสมบูรณ์ ดวงตากลมโตยังมองไปยังด้านนอก และสายตมก็พัดผ่านเข้ามาส่งผลให้นางต้องกระชับเสื้อคลุมตัวเบาบาง ยามนี้หัวใจว้าวุ่นไปหมด จ้าวรั่วเหมยไม่เข้าใจเจตนาที่อีกฝ่าย กระทำเรื่องไม่สมควรระหว่างชายหญิงที่ไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน แต่ลึกๆ นางไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ตนตกอยู่ในห้วงแห่งตัณหาและราคะที่เฉิงป๋
เขาเร่งจังหวะเร็วขึ้น แรงขึ้น และการหายใจทั้งคู่ผสานเขาด้วยกัน ฝ่ายนางบีบรัดเขาอย่างเผลอไผล เป็นเหตุให้เฉิงป๋อหยางส่งเสียงคำราม ตามด้วยคำชม “งดงามไร้ที่ติ หยางหยางย่อมมาเกิดในมิช้า... อาเหมย ข้าจะมอบเซียนน้อยให้ไว้ดูแล เมื่อเขาเติบใหญ่ก็จะกลายเป็นเทพสงคราม” ยามนี้เขากล่าวสิ่งใด นางย่อมไม่อาจโต้แยก รับรู้แต่การกระแทกของเขาที่มอบรสเร่าร้อนให้นางจนมือเท้าอ่อนระทวย พอปลายหัวหยักเคลื่อนไปอยู่ปากทางฉ่ำเยิ้ม ฝ่ายนางก็ออกแรงดึงดูดให้เขานำท่อนอุ่นจัดกระแทกคืนสู่จุดเดิม “อาเหมยล้อข้าเล่นอีกแล้ว เจ้าติดใจรสชาติเสาค้ำอาณาจักรต้าอันของข้าใช่หรือไม่” นางไม่ตอบ ดวงตายังหลับสนิท ซึ่งยามนี้ ไม่ใช่เพราะง่วงงุน ไม่ใช่การละเมอ แต่นางเขินอายและไม่กล้าสู้สายตาของเฉิงป๋อหยาง เอวบางถูกจับยกสูง ตอนนี้จ้าวรั่วเหมยอยู่ในท่านั่งซ้อนทับร่างเขาบนเตียง ท่วงท่าดังกล่าวส่งผลให้เกิดความลื่นไหลมากกว่าเดิม มือใหญ่จับเอวของนาง และเคลื่อนขึ้นลงไปมา ส่วนสะโพกเขาขยับรัวๆ เป็นชุดใหญ่ ซึ่งความนุ่มนิ่มของนางรองรับความแข็งแกร่งของเขาอย่างไม่ยอมแพ้
คมเขี้ยวของเฉิงป๋อหยางลงน้ำหนักไม่รุนแรงนัก ถึงอย่างนั้นจ้าวรั่วเหมยก็เจ็บ ก่อนรับรู้ได้ถึงความคาวในปาก เขาต้องการให้นางเสียเลือด บุรุษผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว “คืนนี้ท่านได้แผลข้างบนเป็นที่ระลึกจากข้า คืนต่อๆ ไป ข้าจะทำให้องค์หญิงหกได้เลือด จากส่วนที่สตรีมีไว้มัดใจบุรุษ โดยเฉพาะคนแซ่กังที่ท่านอยากพลีกายให้มันเล่นสนุก เหมือนโสเภณีใช่ซ่องชั้นต่ำ” คำพูดน้ำเสียงจากเฉิงป๋อหยางทำให้นางเจ็บที่หัวใจ และน้ำตาพลันเอ่อล้นแพขอบตางอนหนา ในความเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่าย จ้าวรั่วเหมยรับรู้ได้ว่า นิ้วมือใหญ่ๆ ของเขาช่วยซับน้ำตาให้ ก่อนจะมีการจุมพิตที่เปลือกตานาง หัวใจหญิงสาวเต้นไหวรุนแรง และนั่นคงทำให้เขารับรู้บางอย่าง จากการจุมพิต เขาจึงเลื่อนริมฝีปากลงมาที่ลำคอ จูบและไล้ลิ้น เล่นหยอกเย้าปลุกอารมณ์นางอีกครั้ง สะโพกของจ้าวรั่วเหมยยกขึ้นสูง มือใหญ่รองรับเอาไว้ พร้อมกันนั้นขาวเรียวสวยถูกยกพาดไหล่หนา อื้อ...นางครางเสียงต่อเนื่อง กลีบอวบแสนบริสุทธิ์ก็ถูกรุกล้ำด้วย เรียวลิ้นสากร้อนทิ่มแทงย้ำๆ ประหนึ่งว่าอยากให้จ้าวรั่วเหมยขาดใจตาย







