登入“ไม่!” เพชรน้ำหนึ่งเสียงแข็ง กิริยาของบิดาทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นสูงอย่างมีทิฐิ
“แกอยากโดนฉันตีเหมือนตอนเด็กๆ ใช่ไหม ต้องเอาเลือดแกออกจากตัวถึงจะสำนึก ทำร้ายคนอื่นได้ไม่สะทกสะท้าน จิตใจแกทำด้วยอะไร” ไพฑูรย์เริ่มเสียงดังอีกครั้งเมื่อเห็นกิริยาของบุตรสาวคนโต
“คุณคะอย่านะคะ หนูหนึ่งหนีไปลูก” กรรัมภารีบเข้าห้ามปรามเมื่อเห็นไพฑูรย์ทำท่าจะคว้าอะไรสักอย่างมาตีบุตรสาว เพชรน้ำหนึ่งมองสีหน้าและแววตาของมารดาเลี้ยงและน้องสาวอย่างแค้นเคือง แต่ละคนทำดีเอาหน้าให้บิดาชื่นชม แต่จริงๆ แล้วร้ายกาจแทบไม่น่าเชื่อ เธอสะบัดหน้าหนีสีหน้าเยาะเย้ยของมารดาเลี้ยงและน้องสาว ก่อนจะกระชากรถออกมาจากบ้านในทันที
“กลับมาเดี๋ยวนี้นะ ยัยหนึ่งกลับมาเดี๋ยวนี้” เหนือสิ่งอื่นใดไพฑูรย์เป็นห่วงบุตรสาวกลัวจะเป็นอันตรายร้ายแรงเพราะเพชรน้ำหนึ่งขับรถเร็วเหลือเกิน
“ใจเย็นๆ นะคะคุณ ให้แกใจเย็นกว่านี้เดี๋ยวคงกลับมาเองเหมือนทุกๆ ครั้งนั่นแหละค่ะ” กรรัมภาเอ่ยปลอบใจสามี ก่อนจะยิ้มเยาะกับบุตรสาว แต่ในใจนั้นกลับคิดไปอีกทาง
แกไม่มีวันกลับมาอีกแล้วนังเพชรน้ำหนึ่ง!!!
“แม่บอกรักษ์แล้วใช่ไหมลูก ว่าอย่าไปคบหากับผู้หญิงคนนี้”
อารยาหน้ามืดจนเป็นลมหลายต่อหลายครั้งเมื่อรับรู้ว่าบุตรชายเจออะไรมาบ้าง นางไม่ชอบใจในตัวเพชรน้ำหนึ่งเพราะอีกฝ่ายมักแสดงกิริยามารยาทและการวางตัวที่ไม่เหมาะสม จะดีหน่อยก็บ้านรวย พ่อเป็นเจ้าของกิจการมากมายมีหน้ามีตาในสังคม แต่ผู้หญิงที่ดีมีคุณสมบัติเพียบพร้อมและร่ำรวยมีอีกเยอะ นางจึงไม่พึงใจในตัวแฟนสาวของบุตรชาย
“พ่อยัดเงินปิดข่าวทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทำไมหนูหนึ่งถึงได้ทำขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อ” คฑาถึงกับเข่าอ่อนเมื่อข่าวออกมาว่าบุตรชายคนเล็กของเขามั่วกับสาวประเภทสองจนติดโรคร้าย แถมสาวประเภทสองคนนั้นก็ออกมาสารภาพว่าเป็นโรคนี้จริงๆ ไม่ใช่ข่าวลือ แล้วไหนจะภาพหลุดที่ว่อนไปทั่วเน็ตอีก ที่ทำให้ทุกคนช็อกไปตามๆ กันก็คือคนที่จ้างวานให้เจ้าหล่อนมาตีสนิทกับ คุณารักษ์ก็คือเพชรน้ำหนึ่ง
“ผมเชื่อว่าหนึ่งไม่ได้ทำ ต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ ผมจะไปหาหนึ่ง” คุณารักษ์ร้อนใจเพราะกลัวแฟนสาวจะเข้าใจผิดเรื่องซาร่า หลายวันมานี้เขาโทรหาเพชรน้ำหนึ่งไม่ติดเอาเสียเลย โทรไปที่บ้านก็บอกว่าเพชรน้ำหนึ่งไม่อยู่ตลอด เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ บิดามารดาพาหมอมาตรวจเขาก็ไม่อยากตรวจ เพราะกลัวคำตอบที่ได้รับ
“แกจะออกไปให้นักข่าวพวกนั้นรุมทึ้งแกหรือไง” คฑาพูดเตือนสติบุตรชาย
“รักษ์ยังเชื่ออีกเหรอว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ทำ ยัยซาร่าอะไรนั่นบอกว่าเพชรน้ำหนึ่งจ้างเธอมา ที่เขามาตีสนิทกับลูก มาสร้างเรื่องว่ายายป่วย บอกว่ากำลังเดือดร้อนเพราะเพชรน้ำหนึ่งนั่นแหละเป็นคนอยู่เบื้องหลังทั้งหมด มีสติหน่อยสิรักษ์ ไม่ใช่เอาแต่หูหนวกตาบอดอยู่แบบนี้”
อารยาสุดจะทนกับบุตรชายเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังร้อนรนคิดจะไปหาผู้หญิงใจร้ายคนนั้นอีก
“ผมโทรหาซาร่าไม่ติด ผมอยากถามความจริงจากเธอ ผมไม่เชื่อ” คุณารักษ์ยังไม่เชื่อว่าเพชรน้ำหนึ่งจะอยู่เบื้องหลังทั้งหมด อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ขี้หึงจนหน้ามืดและใจคอโหดร้ายอย่างที่ใครๆ ใส่ความแน่นอน แต่พูดไปในตอนนี้ก็คงจะไม่มีใครเชื่อ เขาเองยังเอาตัวไม่รอด ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงที่ชื่อซาร่าจะเป็นสาวประเภทสอง เขามองไม่ออกจริงๆ และเขาเองยังติดโรคร้าย เรื่องอย่างหลังดูร้ายแรงนักในความรู้สึกจนเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
“ลูกยังไม่ต้องออกไปจากบ้านในตอนนี้ รอให้ทุกอย่างเงียบก่อน แม่จะให้หมอมาตรวจอาการของลูก เราจะได้หาทางรักษา” อารยาเกลี้ยกล่อมบุตรชาย เพราะวันแรกที่เป็นข่าว คุณารักษ์อาละวาดจนบ้านเกือบพัง ใครก็เข้าหน้าไม่ติด
“ถ้าผมติดโรคนั้นจริงๆ ผมรักษาไม่หายแล้วละครับคุณแม่ ผมอยากตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย หนึ่งคงเกลียดที่ผมเป็นโรคร้าย ผมจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร” คุณารักษ์พูดอย่างท้อแท้ เขาผลุนผลันขึ้นห้องไปอย่างหดหู่ในหัวใจ
“รักษ์ ลูกอย่าคิดสั้นนะลูก” อารยาและคฑาร้องห้ามอย่างตกใจ
“ไม่หรอกครับคุณพ่อคุณแม่ ผมไม่ทำแบบนั้นหรอก แต่ผมขออยู่คนเดียวนะครับ” คุณารักษ์บอกบิดามารดา ในสมองว้าวุ่นไปหมด เขาอยากหนี้ไปจากเรื่องราววุ่นวายนี้เหลือเกิน ให้เรื่องราวทุกอย่างเงียบ เขาจะกลับมาหาแฟนสาวอีกครั้ง เพราะตอนนี้พวกผู้ใหญ่ยัดเงินเพื่อปิดข่าว เธอเองคงจะหลบอยู่บ้านออกไปไหนมาไหนไม่ได้เหมือนเขาเช่นกัน
“คุณคะ ลูกหายไปคะ”
อารยาบอกสามีอย่างร้อนใจเมื่อคุณารักษ์หายเงียบขึ้นห้องไป พอให้สาวใช้ไขกุญแจสำรองเข้าไปในห้องกลับไม่เจอบุตรชาย เจอแต่จดหมายที่บุตรชายทิ้งเอาไว้
“นี่จดหมายของคุณรักษ์ค่ะคุณผู้หญิง” จันทร์เหลือบไปเห็นจดหมายจึงหยิบมาให้เจ้านายทั้งสอง อารยารับมากำเอาไว้ไม่กล้าเปิดอ่าน
คฑารีบรับจดหมายจากมือภรรยาที่สั่นเทามาอ่านข้อความด้านใน
“รักษ์บอกว่าจะหนีไปอยู่ที่อื่นสักพัก คุณใจเย็นๆ ก่อนนะ”
“คุณผู้ชายคะ คุณผู้หญิงคะ แย่แล้วคะ แย่แล้ว” เสียงของแม่บ้านสูงวัยร้องเรียกอย่างตกใจทำให้สองสามีภรรยารีบลงไปดูโดยด่วน
“เกิดอะไรขึ้นป้าเจียง”
“คุณรักษ์คะ คุณรักษ์”
“คุณรักษ์ทำไม” อารยาถามเสียงสั่นอย่างห่วงใยบุตรชายสุดหัวใจ
คฑาเอื้อมไปรับโทรศัพท์ด้วยมืออันสั่นเทา แล้วหัวใจคนเป็นพ่อก็แทบแตกสลาย
“คุณยา ทำใจดีๆ เอาไว้นะ” คฑามองใบหน้าซีดเผือดของภรรยา
“ตารักษ์เป็นอะไรคะคุณ บอกฉันมาสิว่าตารักษ์เป็นอะไร”
“รักษ์ไปสบายแล้ว”
“ตารักษ์ ไม่นะ ไม่!!!” อารยาเป็นลมล้มพับลงไปในทันทีที่ได้รับรู้ว่าบุตรชายจากโลกนี้ไปแล้ว
“มันเกิดอะไรขึ้นครับแม่ยา คุณพ่อ”
เควินเอ่ยถามบิดาและมารดาเลี้ยง เขาเดินทางมาจากไร่อย่างเร่งด่วนเมื่อทราบข่าวว่าน้องชายต่างมารดาเสียชีวิตแล้ว ตำรวจพบศพของน้องชายไหม้เป็นตอตะโกในรถที่ขับออกจากบ้านไป แถมยังพบซากเอกสารที่กระเด็นออกมาจากรถ ตอนที่รถประสบอุบัติเหตุและระเบิด หลักฐานเหล่านั้นยืนยันว่าเป็น คุณารักษ์โดยที่ไม่ต้องพิสูจน์อะไรกันให้มากความอีก
“น้องจะขับรถไปหาลูกที่เชียงใหม่ ไปหลบอยู่สักพัก”
“ทำไมต้องหลบ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ” เควินไม่ได้ตามติดข่าวสารพวกบันเทิงหรือในวงสังคมไฮโซเพราะส่วนใหญ่จะยุ่งกับงานในไร่องุ่นที่ตัวเองสืบทอดจากผู้เป็นลุง
“เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะผู้หญิงใจร้ายคนนั้น...”
อารยาพูดอย่างแค้นใจ น้ำตาไหลอาบแก้ม ก่อนจะเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ลูกเลี้ยงฟัง แม้เควินจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่นางก็รักเหมือนลูกในไส้ เควินอายุห่างจากคุณารักษ์ถึงสิบปี เมื่อก่อนนางเป็นเพียงพี่เลี้ยงดูแลเควิน หลังจากที่คาร่ามารดาของเควินเสียชีวิตลง
เควินเองก็รักอารยาเหมือนแม่ตัวเองเพราะเลี้ยงดูกันมา จนคฑารับหล่อนเป็นภรรยา คงเดชพี่ชายของคฑาแต่งงานแต่ไม่มีลูกชาย จึงขอเควินไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมเพื่อสืบทอดกิจการไร่องุ่นที่เชียงใหม่ ซึ่งจริงๆ แล้วไร่องุ่นนั้นคฑาเองเสียสละให้พี่ชายเพราะตนเองชอบทำธุรกิจในเมืองมากว่าทำสวนทำไร่ เควินจึงเข้าไปดูแลกิจการไร่องุ่นหลังจากเรียนจบ
“ผู้หญิงคนนั้นใจร้ายมาก” เควินดวงตาลุกวาบ เขาจำผู้หญิงคนนั้นได้ ตอนนั้นแม่ยาขอร้องให้เขาช่วยกันหล่อนออกไปจากชีวิตคุณารักษ์ แต่เขาไม่อยากทำลายความรักของน้องชาย ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะทำกับน้องชายของเขาได้ถึงขนาดนี้
“ผมจะไม่ให้รักษ์ตายฟรีแน่นอนครับ แม่ยา” เควินกอดมารดาเลี้ยงเอาไว้แนบอก ฟังเสียงร้องไห้ของท่านอย่างเจ็บปวดใจ ส่วนบิดานิ่งเงียบไปแม้ไม่ฟูมฟายแต่เขารู้ว่าท่านกำลังเสียใจเป็นอันมาก...
โครม!!!
เสียงประตูที่เปิดออกอย่างรุนแรงพร้อมกับถังน้ำที่สาดเข้ามาโดนตัวทำให้เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้งสุดตัว ตื่นจากการหลับใหลไม่ต้องปลุกให้เสียเวล่ำเวลา
“แค่กๆๆๆ”
เพชรน้ำหนึ่งสำลักน้ำ เธอลืมตาโพรงเจอกับแสงสว่างของดวงตะวันที่เล็ดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง
เธอหันมาพูด“คิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ” สิงห์ถามหยั่งเชิง“ทำไมคะ เห็นพิมพ์เป็นคนยังไง” พอถูกยั่วเธอก็รู้สึกไม่ชอบใจนัก เหมือนเขาหาว่าเธอดูถูกคนที่ตัวเองรัก ไม่ไว้ใจกัน“เห็นเป็นเมียที่น่ารักไง บ้านหลังนี้ของพี่เอง ไม่ต้องย้ายไปไหนหรอก”“เอ๊ะ! นี่พี่สิงห์หลอกพิมพ์อีกแล้ว” เธอหน้ามู่ในขณะที่เขาดึงไปกอดรัดอย่างแสนรัก“เปล่าหรอก แค่ไม่พูดความจริง” เขามองสบตาและไล่สายตาไปตามผิวผ่องก่อนจะหยุดที่ร่องอกอวบอัด“อุ๊ย! งั้นพิมพ์อาบน้ำก่อนนะคะ” เธอผลักเขาออกห่างเมื่อเห็นสายตาของเขา“มาปลดให้” สิงห์กดร่างภรรยานั่งลงที่โต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะปลดผมให้อย่างเบามือ พิมพ์พรรณทำท่าจะห้ามแต่ก็ชะงักไป ก่อนที่เขาจะรูดซิปชุดแต่งงานให้เป็นลำดับสุดท้าย เธอสัมผัสได้ว่าเขาสัมผัสผิวเนื้อด้านหลังของเธอ“ขอบคุณนะคะ” พิมพ์พรรณรีบรวบชุดขึ้นแล้วหนีเข้าห้องน้ำ เธอไม่กล้าหันไปมองว่าเขาแสดงสีหน้าอย่างไร พอเข้ามาถึงห้องน้ำได้ก็ถึงกับยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองด้วยความโล่งใจ มองตัวเองในกระจกแล้วหน้าแดงหญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำไม่นานเพราะจะได้ให้เขามาอาบบ้าง พอออกมาก็เห็นเขายืนอยู่ที่ริมระเบียงห้อง“พี่สิงห์ไปอาบน้ำสิคะ”เธอกระแอมแล้วบ
คนที่นี่มีน้ำใจ พูดคุยทักทายกันอย่างจริงใจแถมยังยิ้มง่ายอีกด้วย“เอ่อ... นายไม่ต้องกินก็ได้นะ คือฉันเองยังไม่กล้ากินเลย” พิมพ์พรรณยืนบิดไปบิดมาเมื่อจนแล้วจนรอดเธอก็ยังทำอาหารไม่ได้เรื่อง ตกลงเหลือไข่อยู่แค่สองฟองเลยทำไข่เจียว แถมมันยังไหม้จนแทบกินไม่ได้อีกสิงห์ไม่ได้ตำหนิเธอ และเขาก็ไม่พูดอะไรสักคำเดียว แต่ลุกเข้าครัวไปจัดการกับข้าวของมากมายที่เขาซื้อมาก่อนหน้า พิมพ์พรรณตามเขาเข้าไป มองอย่างละล้าละลังเพราะไม่รู้ว่าจะต้องช่วยทำอะไรบ้าง คนหน้านิ่งเป็นนิจมองอย่างเข้าใจก่อนจะพยักหน้าให้เธอทำตาม พิมพ์พรรณหายเงอะงะรีบช่วยเขาโดยเร็วพลันหญิงสาวชะเง้อมองเขาทำอาหารอย่างสนอกสนใจ ไม่คิดว่าผู้ชายหน้านิ่งจะทำอาหารได้คล่องขนาดนี้“ว้าว ข้าวห่อไข่ ทำไมนายทำหอมจัง” พิมพ์พรรณเบียดกายไปจนชิดกับชายหนุ่ม“หน้าคุณจะหล่นลงไปในกระทะแล้ว” เขาแซว หญิงสาวรีบถอยออกมาเมื่อรู้ตัว“นายทำเผื่อฉันด้วยเหรอ” เธอมองข้าวห่อไข่สองจานนั้นตาเป็นประกาย แถมท้องยังร้องประจานเสียดัง“ถ้าอยากกินเรียกผมว่าพี่สิงห์ และแทนตัวเองว่าน้องพิมพ์”“ทำไมล่ะ มันไม่ชินนี่นา” เธอหน้างอมองข้าวห่อไข่ตาละห้อย“งั้นก็ไม่ต้องกิน”“โอ๊ย ไม่ได้นะ
คุณกรรัมภายิ้มให้บุตรสาวของนางขณะยืนรอลูกเลี้ยงสาว นางปลงได้ในหลายเรื่อง และดีใจที่ตัวเองคิดได้ นางปล่อยวางทุกอย่าง ไม่มีความคิดร้ายกาจทำลายล้างใครอีกแล้ว และค้นพบว่าทำให้ตัวเองมีความสุขขึ้น คนเราถ้ารู้จักละทิ้งความคิดร้ายๆ อิจฉาริษยาคนอื่น จะมีความสุขเพิ่มพูนขึ้นมามากมายทีเดียวเยื้องไปอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นเก้าอี้ที่จัดให้สำหรับญาติผู้ใหญ่และแขกเรื่อ คุณคฑาและคุณอารยายืนอยู่ตรงนั้นด้วยความปลาบปลื้มที่เควินจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาเพื่อนเจ้าบ่าวเข้าโบสถ์มาแล้ว มีเพื่อนเจ้าบ่าวรูปหล่อซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเควินคือรุจน์ คุณหมอหนุ่มเนื้อหอมอนาคตไกล และถัดไปเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเพชรน้ำหนึ่งเดินตามมา ถัดมาเป็นกลุ่มเด็กๆ ผู้หญิงทำหน้าที่โปรยดอกไม้และผู้ชายทำหน้าที่ถือแหวน... และเวลาที่รอคอยก็มาถึง เสียงเพลงไพเราะบรรเลงขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของไพฑูรย์และเพชรน้ำหนึ่ง ภาพสองพ่อลูกเดินควงแขนกันเข้ามาในโบสถ์ ทำให้ไพฑูรย์รู้สึกมีความสุขมากๆ ที่บุตสาวได้มีคนคอยดูแล ทุกคนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม ประทับใจกับบรรยากาศที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะนมน้อยที่แอบเช็ดน้ำตาอย่างปลาบปลื้มใจหญิงสาวอยู่ในชุดเจ้าสาวราวเจ้า
ลิ้นเล็กแลกรัดกับลิ้นหนาตามที่เขาต้องการ เควินครางอย่างพึงพอใจ มือหนาลูบไล้อกอิ่มก่อนจะสอดเข้าไปสู่ใจกลางหว่างขาสาว สัมผัสกับรอยแยกกลีบดอกไม้อ่อนละมุนเพชรน้ำหนึ่งสะท้านวาบด้วยความเสียวซ่านที่นิ้วร้อนๆ สัมผัสกับกายของเธอ เขากระซิบจนเธอหน้าแดงอีกครั้ง เมื่อประโยคของเขาเป็นประโยควอนขอ ซึ่งจริงๆ แล้วเขาได้ล่วงเกินเธอไปมากกว่าจะขออย่างมีมารยาทเช่นนี้ เขาหัวเราะถูกใจเมื่อเห็นใบหน้าแดงเรื่อของเธอหญิงสาวเผลอกอดรัดร่างสูงใหญ่ด้วยความเสียวซ่าน ความวาบหวิวในช่องท้องตีตื้นไปทั่วสรรพางค์กาย เธอแอ่นอกรับมือหนาของเขาที่กอบกุมลงมา เควินใช้ศอกยันที่นอนเอาไว้ เพื่อให้เขาได้ไล่สายตามองดูเรือนร่างเปลือยผุดผ่องอันงดงามได้ถนัดโดนจ้องมากๆ เข้าเพชรน้ำหนึ่งก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง เธอตะแคงหน้าหนีเขาด้วยร่างสะท้าน เธอยิ่งสะท้านขึ้นไปอีกเมื่อเขานอนแนบมาทางด้านหลัง ความร้อนจากร่างกายกำยำเปลือยเปล่าของเขาทำให้หญิงสาวตัวสั่นไร้แรงขัดขืน“สัมผัสพี่สิ แล้วจะรู้ว่าพี่ต้องการหนึ่งมากแค่ไหน”เขาจับมือน้อยที่จิกกับเตียงนอนมาสัมผัสกับแก่นกายร้อนผ่าว เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้งมือไม้สั่น เสียววาบไปตามช่องท้องเมื่อคิดว่าเธอจะเ
“รักตั้งแต่เมื่อไหร่คะ อื้อ...” ถามไปครางไปด้วยความเสียวซ่าน“ตั้งแต่แรกที่เจอมั้ง”“ตั้งแต่แรกที่เจอ ตอนที่โหดใส่หนึ่งน่ะเหรอคะ ไม่เชื่อหรอก คนอะไรซาดิสม์ โอ๊ะ!”เธอสะดุ้งเมื่อโดนกระแทกดังกึก เข้ามาจนซอกทางรักเสียดสีรุนแรงเพราะลงโทษที่เธอไม่เชื่อในคำพูดของเขา“ตอนนี้ก็ยังร้ายกาจ ดูสิ” เธอพ้อเสียงสั่นด้วยความเสียวซ่านจวนเจียนใกล้จะถึงสวรรค์อยู่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า“ที่ผับคืนนั้นไงที่หนึ่งเมา แต่หนึ่งคงจำพี่ไม่ได้หรอก”เควินเฉลย ยอมเปิดปากเล่าว่าเขาตกหลุมรักแฟนน้องชายตั้งแต่ที่ผับคืนนั้น แม่สาวน้อยที่กลายร่างเป็นนางเมรีขี้เมาจนต้องถูกเพื่อนลากออกไปจากผับ แล้วเขาต้องขับรถตามไปด้วยความเป็นห่วง“ที่ผับเหรอคะ” เหตุการณ์ทุกอย่างถูกรำลึกถึงอีกครั้ง เธอจำได้แล้ว ผู้ชายท่าทางกวนๆ คนนั้น แต่เธอจำหน้าเขาไม่ได้หรอก“พี่เคนเป็นผู้ชายกวยโอ๊ยคนนั้นเหรอคะ” เพชรน้ำหนึ่งมองสบตาผ่านกระจกอย่างเป็นคำถาม“ใช่ เด็กอะไรก็ไม่รู้ขี้เมา ไม่ถูกลากไปทำมิดีมิร้ายก็บุญเท่าไหร่แล้ว” เควินลงโทษโดยการสับสะโพกเป็นการยืนยันความจริงเพชรน้ำหนึ่งหัวเราะคิกคักเมื่อนึกออกในที่สุด แต่เธอหัวเราะได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนเป็นเสีย
แค่มองเขาก็มีความต้องการที่มากล้น ลำคอแห้งผากเหมือนคนขาดน้ำมานานแรมปี มือหนารีบกระชากเสื้อผ้าออกจากกายอย่างรวดเร็วเพื่อตามเธอเข้าห้องน้ำชายหนุ่มถึงกับร้อนผ่าวเมื่อเห็นเมียสาวกำลังยืนอาบน้ำอยู่ใต้ฝักบัว แทบกระโดดเข้าตะครุบร่างอวบอิ่มนั้นแล้วจับเธอกลืนลงท้องซะตอนนี้เลย สายตาคมสีฟ้าครามมจดจ้องเรือนร่างอวบอัดกระชากใจชาย แม้ว่าเธอจะตั้งครรภ์แต่มิได้อ้วนน่าเกลียด แต่กลับอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ เขามองหน้าท้องที่ยังเห็นไม่เด่นชัดนักอย่างเอ็นดูลูกน้อยของเขาคงนอนขดตัวอ้อนแม่อยู่ในนั้นสินะ เขานึกไปว่าจะเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง ลูกของเขาจะแข็งแรงหรือเปล่า ลูกของเขาจะฉลาด ช่างเจรจาหรือไม่นะเควินยืนยิ้มคนเดียวเมื่อนึกจินตนาการถึงลูกน้อย เขาเห็นเธอหยิบครีมอาบน้ำทำท่าจะเทใส่ฝ่ามือ จึงเคลื่อนกายเข้าหา แผ่นกายร้อนวาบทำให้เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้งก่อนจะครางเบาๆ เมื่อฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ครีมอาบน้ำไปทั่วกายเธอเสียเองทุกอณูเนื้อที่ลูบไล้ทำให้อารมณ์เตลิดไปด้วยไฟเสน่หา ความร้อนผ่าวลากผ่านประดุจดั่งเชื้อเพลิงสวาทชั้นดี กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนตื่นตัวก่อนที่จะผ่อนคลายเพียงแค่ได้รับสัมผัสจากเขา ศีรษะเล็กพิงไปกับแผ่นอกก
“ไม่นะ ไอ้บ้าอื้อๆๆๆ” มือหนาตะปบเอาไว้ไม่ให้เธอร้อง เขาหยิบบราเซียร์ที่กระชากออกมาเมื่อครู่ มัดปากเธอเอาไว้ ถ้าปล่อยให้ร้องอาจจะเป็นเรื่องได้ มือน้อยจิกทึ้งเนื้อกายชายจนสิงห์สะดุ้งเฮือก แต่ความต้องการที่มากล้นอัดแน่นอยู่ในกายทำให้เขาปัดมือออกอย่างไม่สนใจ“อื้อๆๆๆๆ” พิมพ์พรรณส่ายหน้าไปมาเมื่อเขาจับเ
เธอไม่สน โยนกระถางต้นไม้หล่นลงจนแตกกระจัดกระจาย“จุ๊ๆ พูดผิดพูดใหม่ได้นะครับ บ้านหลังนี้เป็นของเจ้านายผม”“หึ! ต่อไปก็ต้องเป็นของฉัน เพราะฉันไม่ยอมปล่อยพี่เคนให้หลุดมือไปได้แน่นอน”“ผู้หญิงอะไร ประกาศว่าจะจับผู้ชายอย่างน่าไม่อาย”“ด้านได้อายอด แต่มันก็เรื่องของฉัน นายยุ่งอะไรด้วย ไอ้ขี้ข้า แหวะ!”พ
พวกนักข่าวที่ทำงานเกี่ยวกับแวดวงไฮโซและทายาทนักธุรกิจตามข่าวนี้กันจนฉันแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง ยามที่คอนโดฯ คุณรักษ์ยอมรับว่าเห็นฉันกับคุณรักษ์ขึ้นห้องไปจริงๆ และฉันก็กลับออกมาเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงต่อจากนั้น”“แล้วคุณรักษ์ก็ขาดการติดต่อจากฉันไป มีข่าวว่าเขาติดโรคร้ายจากฉัน ใกล้เวลาผ่าตัดยายเข้า
เควินสรุปเสร็จสรรพไม่อยากเห็นน้ำตาของคนในอ้อมแขน เพชรน้ำหนึ่งสะอื้นฮักๆ พยายามดิ้นรนก็สู้แรงไม่ไหวจนหลับไปในอ้อมแขนแกร่งเควินก้มมองคนในอ้อมแขนที่หลับไปทั้งน้ำตา เขารู้สึกหดหู่ใจชะมัดที่ต้องทำอะไรร้ายกาจแบบนี้“ขอโทษนะ นี่เป็นวิธีเดียวที่จะรั้งเธอเอาไว้เพชรน้ำหนึ่ง ถ้าฉันสารภาพรัก กลัวเธอหัวเราะเยา







