LOGIN
ร่างบอบบางของเพชรน้ำหนึ่ง ค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างมึนงง เธอสะดุ้งเมื่อเห็นรอบกายเป็นบ้านหลังหนึ่งซึ่งไม่คุ้นเคย ด้านในมืดมิดมีเพียงแสงสลัวๆ ที่ดวงจันทร์สาดส่องเข้ามา
พอขยับตัว หญิงสาวจึงได้สัมผัสกับพันธนาการที่มัดเธอเอาไว้ทั้งมือและเท้า แต่ก่อนที่เธอจะได้หาทางช่วยเหลือตัวเอง เสียงบานประตูก็เปิดออกท่ามกลางความมืดมิด
ปัง!!!
ร่างสูงใหญ่ที่มีเงาของแสงกระทบมาโดนตัว พร้อมใบหน้าถมึงทึงที่รกไปด้วยหนวดเคราทำให้เพชรน้ำหนึ่งกรีดร้องเสียงโหยหวน
กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!!
หญิงสาวสลบลงไปอีกครั้งด้วยใบหน้าซีดเผือด หวาดกลัวสุดหัวใจ ร่างสูงของเควินเดินมาหยุดมอง แสแยะยิ้ม ทอดสายตามองร่างบอบบางนั้นด้วยแข็งกร้าวเย็นชา!!!
ร่างสูงโปร่งบอบบางของหญิงสาวนามว่าเพชรน้ำหนึ่ง เลิศวรเกียรติ วัยยี่สิบสี่ปี กำลังเดินอย่างเชื่องช้าไปยังหน้าห้องของแฟนหนุ่ม หัวใจของเธอคล้ายถูกบีบด้วยมือของใครสักคนที่ไม่เห็นตัว รู้สึกกดดันอย่างที่สุด
หญิงสาวรู้สึกเหมือนกับโลกนี้ถล่มทลายลงไปต่อหน้าต่อตาเมื่อคนที่เธอเชื่อใจไว้ใจมากที่สุด โกหก...
ความเจ็บปวดมากมายถาโถมเข้ามาจนเกินจะรับไหว การถูกหักหลังจากคนที่รักทำให้ความไว้วางใจที่มีต่อเขามลายหายไปโดยสิ้น
ไหนเขาบอกว่ากำลังจะเข้านอนยังไงเล่า เธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือเพื่อให้เธอรู้ว่าคนทั้งสองอยู่ด้วยกัน ความร้อนใจทำให้เธอรีบออกมาจากบ้านในเวลาดึกดื่นเช่นนี้เพื่อมาดูให้เห็นกับตา คุณารักษ์... แฟนหนุ่มของเธอให้คีย์การ์ดเอาไว้ จึงสามารถเข้าออกห้องของเขาได้ทุกเวลาตามที่ใจต้องการ
ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นที่ประจักษ์เมื่อเขากำลังนอนเปลือยเปล่ากกกอดอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอสงสัยแต่แรกแล้วว่าทำไม รปภ. ด้านล่างถึงได้มีท่าทีอึกอักเมื่อเห็นเธอ แสดงว่าแฟนหนุ่มทำแบบนี้หลายครั้งแล้วสินะ
เพชรน้ำหนึ่งยกมือขึ้นอุดปากไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา รู้สึกสมเพชตัวเองที่กลายเป็นคนโง่เง่าให้โดนหลอกโดยง่าย ความสัมพันธ์มันขาดสะบั้นลงแล้ว จากเพื่อนกลายเป็นแฟน และผู้ชายคนเดียวที่เธอไว้ใจมากที่สุด มากกว่าบิดาเสียอีก กลับทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจลงอย่างย่อยยับ
เพชรน้ำหนึ่งถอยหลังออกมาจากห้องนั้นด้วยหัวใจร้าวร้าน ม่านน้ำตารินไหลกลบดวงตาทั้งสองจนแทบมองไม่เห็นทาง ร่างน้อยโซซัดโซเซเดินออกมาอย่างไร้ทิศทาง รับรู้เพียงแค่ว่าเธอต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ไปจากคนโกหกหลอกลวง
รปภ. ของคอนโดมองเธออย่างเห็นใจ เขาเดินมาส่งห่างๆ อย่างห่วงๆ เพื่อให้เธอขึ้นรถมาอย่างปลอดภัย แม้จะอยากห้ามปรามแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร เพชรน้ำหนึ่งแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง เหมือนลาโง่ตัวหนึ่งที่ใครจะจูงจมูกไปไหนมาไหนก็ได้
เพียงไม่นาน รปภ. คนเดียวกันก็เห็นหญิงสาวอีกคนที่ลงมาจากคอนโดฯ ของคุณารักษ์ เธอดูลุกลี้ลุกลน แถมไม่ทักทายเขาเหมือนก่อน หญิงสาวคนนี้ที่เคยมาที่นี่หลายครั้งเขาจำได้ดี เธอรีบโบกแท็กซี่โดยเร็วและขึ้นรถหายไปในความมืด พร้อมกับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น...
“นี่มันเรื่องอะไรกันหนึ่ง”
ไพฑูรย์โยนหนังสือบันเทิงฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้าบุตรสาว
“อะไรคะคุณพ่อ” เพชรน้ำหนึ่งถามอย่างสงสัย เธอเห็นสีหน้าของบิดาแล้วจับอารมณ์แทบไม่ถูก
“หนึ่งทำจริงๆ เหรอลูก ทำไมใจร้ายแบบนี้ หึงหวงกันก็ไม่น่าจะทำได้ลงคอ ตอนนี้ตระกูลของเรากับนพกิจเกรียงไกรกำลังเสียชื่อเสียงอย่างหนักนะลูก หนูไม่น่าใจร้ายใจดำแบบนี้เลย”
กรรัมภาผู้เป็นมารดาเลี้ยงแสดงสีหน้าผิดหวังอย่างที่สุด
“หนึ่งไม่ได้ทำอะไร ทุกคนกำลังใส่ร้ายอะไรหนึ่งอีกแล้ว” เพราะถูกรังแกมาตั้งแต่เด็ก สัญชาตญาณบอกให้เธอปกป้องตัวเอง
“แกอ่านดูสิ ฉันต้องยัดเงินปิดข่าวพวกนี้หมดเงินไปเท่าไหร่รู้ไหม ทำไมแกไม่เคยทำอะไรให้ฉันชื่นใจเหมือนน้องแกบ้างเลย ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาอยู่ตลอดเวลา เหลวไหล ไร้สาระไปวันๆ เคยทำอะไรให้เจริญหูเจริญตา เจริญใจบ้างไหม” ไพฑูรย์ตวาดเสียงดัง
เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้งเธอรีบเปิดหนังสือเล่มนั้นอ่านในทันที ข่าวที่เขียนออกมาช่างใส่สีตีไข่ได้อย่างไม่น่าให้อภัย ตั้งแต่ผู้หญิงคนนั้น คนที่เธอเจอนอนอยู่กับคุณารักษ์ในคอนโดฯ ของเขา เจ้าหล่อนออกมายอมรับว่าเป็นคู่ขาของแฟนหนุ่ม แถมยังสารภาพว่าติดโรคร้ายเพราะคลิปที่หลุดว่อนเน็ตว่าทั้งสองมีอะไรกันในคอนโดฯ หรูของฝ่ายชาย เลยอ้างว่าต้องยอมรับเพราะจนต่อหลักฐาน
แต่เรื่องที่ทำให้เพชรน้ำหนึ่งตกใจก็คือ... เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดคือเธอ ผู้หญิงสารเลวคนนั้นกล่าวหาว่าเธอเป็นคนจ้างวานให้ทำด้วยความหึงหวง เจ้าหล่อนยังใส่ความอีกว่าเธอเป็นคนอยากให้คุณารักษ์ติดโรคร้ายเพื่อจะได้หาทางเลิกกัน และชายหนุ่มจะได้ไม่ไปเจ้าชู้กับผู้หญิงคนไหนอีก
“หนึ่งไม่ได้ทำ” ใบหน้าของเพชรน้ำหนึ่งซีดเผือดแทบไม่มีสีเลือด เธอช็อกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนตั้งตัวไม่ทัน
“ถ้าไม่ได้ทำแล้วผู้หญิงคนนั้นจะอ้างชื่อพี่หนึ่งได้ยังไงกันล่ะคะ นี่พี่หนึ่งหึงพี่รักษ์จนหน้ามืด แล้ววางแผนทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ ใจร้ายเหลือเกินพี่สาวคนเดียวของพิมพ์”
พิมพ์พรรณซึ่งเป็นน้องสาวต่างมารดาของเพชรน้ำหนึ่งส่ายหน้าไปมาคล้ายผิดหวังในตัวพี่สาว
“อย่ามาพูดพล่อยๆ นะ ฉันไม่ได้ทำ”
“ไม่มีมูลหมาไม่ขี้หรอกหนูหนึ่ง นี่ได้ข่าวว่าผู้หญิงคนนี้เป็นกระเทยแปลงเพศมาด้วยนะ ชื่อซารงซาร่าอะไร ทำงานอยู่ที่ผับที่หนูชอบไปเที่ยวไง พวกนักข่าวไปแคะคุ้นจนถึงแก่นเชียวนะ เพราะเราเป็นตระกูลดัง ทำอะไรนิดหน่อยก็เป็นข่าว น้าเองก็ผิดหวังกับหนูจริงๆ ไม่น่าใจร้ายเลยนะลูก ถึงตารักษ์จะเจ้าชู้ก็ตามประสาผู้ชาย แต่น้าเห็นเขาก็รักและดูแลหนูดีนี่นา ไม่เคยทำอะไรเสื่อมเสีย” กรรัมภาถอนใจหนักหน่วง มองสามีอย่างหนักอกหนักใจ
“ฉันบอกว่าไม่ได้ทำยังไงเล่า หูหนวกหรือไง”
เพชรน้ำหนึ่งตวาดสองแม่ลูกอย่างเหลืออด ที่เอาแต่พูดตอกย้ำว่าเธอทำเรื่องเลวร้ายทั้งหมดนั้นขึ้นมา ทั้งๆ ที่เธอบอกแล้วว่าไม่ได้ทำ ทำไมไม่มีใครเชื่อเธอเลยสักคนเดียว
เพียะ!!!
เสียงฝ่ามือของไพฑูรย์กระทบกับหน้าบุตรสาวเต็มแรง เพชรน้ำหนึ่งหน้าหันไปตามแรงตบ น้ำตารินไหลด้วยความเสียใจ มองบิดาอย่างตัดพ้อ นี่เธอเป็นคนผิดอีกแล้วใช่ไหม ไพฑูรย์นิ่งอึ้งไป แต่เขาก็ใจแข็งเอาไว้ หากเขายอมลงให้เหมือนก่อน จะยิ่งได้ใจ นิสัยเสียอยู่แบบนี้ซ้ำๆ ซากๆ
“แกขึ้นเสียงกับน้ารัมภากับน้องทำไม ดูแกทำกิริยา ข่มขู่จนทั้งสองคนกลัวถึงขนาดนี้ แถมยังพูดจาก้าวร้าวอีก แกนี่มันสันดานเสียจริงๆ” ไพฑูรย์เสียงเข้มใส่ เบือนหน้าหนีสายตาตัดพ้อและหยาดน้ำตาของบุตรสาว พยายามใจแข็งเอาไว้ กรรัมภากับพิมพ์พรรณมองสบตากันอย่างสะใจ
“หนึ่งผิดอีกแล้วใช่ไหมคะ ในสายตาของคุณพ่อหนึ่งก็เป็นคนผิดอยู่ตลอดนั่นแหละ ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน หนึ่งก็เป็นแค่ลูกที่คุณพ่อไม่รัก” เธอกุมแก้มหันมาตัดพ้อบิดาทั้งน้ำตา
“คือพ่อ...” ไพฑูรย์กำมือของตัวเองแน่น เขาทำรุนแรงไปหรือเปล่านะ กรรัมภาและพิมพ์พรรณเห็นเช่นนั้นจึงรีบพูดเอาหน้า
“คุณคะ คุณไม่ควรลงมือกับหนูหนึ่งนะคะ ปัญหาเกิดแล้วก็ต้องช่วยกันแก้ไข ไม่ใช่ยิ่งสร้างปัญหา”
“จริงด้วยค่ะคุณพ่อ พี่หนึ่งคงเจ็บมาก เดี๋ยวพิมพ์จะหายามาทาให้” พิมพ์พรรณรีบเดินไปหาพี่สาวแสดงท่าทีหวงใยอย่างแนบเนียน
“ไม่ต้องมาแสแสร้งแกล้งทำ” เพชรน้ำหนึ่งผลักน้องสาวจนกระเด็น
“ว้าย!!! คุณแม่ขา... พิมพ์เจ็บจังเลย” พิมพ์พรรณร้องเสียงหลงเพราะโดนผลักเต็มแรงจริงๆ ไม่ใช่เพราะเสแสร้ง
“พิมพ์เป็นยังไงบ้างลูก” ทั้งไพฑูรย์และกรรัมภารีบเข้าไปดูบุตรสาว พิมพ์พรรณส่งสายตาเยาะเย้ยไปให้พี่สาว เพชรน้ำหนึ่งมองบิดาอย่างเสียใจที่ท่านเห็นคนอื่นสำคัญมากกว่าเธอ
“ขอโทษน้องเดี๋ยวนี้หนึ่ง นี่น้องเป็นห่วง อุตส่าห์มีน้ำใจ แกยังจะทำน้องได้ลงคอ” ไพฑูรย์ประคองบุตรสาวคนเล็กให้ยืนขึ้น มองบุตรสาวคนโตอย่างเสียใจ ส่ายหน้าอย่างระอาปนผิดหวัง
เธอหันมาพูด“คิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ” สิงห์ถามหยั่งเชิง“ทำไมคะ เห็นพิมพ์เป็นคนยังไง” พอถูกยั่วเธอก็รู้สึกไม่ชอบใจนัก เหมือนเขาหาว่าเธอดูถูกคนที่ตัวเองรัก ไม่ไว้ใจกัน“เห็นเป็นเมียที่น่ารักไง บ้านหลังนี้ของพี่เอง ไม่ต้องย้ายไปไหนหรอก”“เอ๊ะ! นี่พี่สิงห์หลอกพิมพ์อีกแล้ว” เธอหน้ามู่ในขณะที่เขาดึงไปกอดรัดอย่างแสนรัก“เปล่าหรอก แค่ไม่พูดความจริง” เขามองสบตาและไล่สายตาไปตามผิวผ่องก่อนจะหยุดที่ร่องอกอวบอัด“อุ๊ย! งั้นพิมพ์อาบน้ำก่อนนะคะ” เธอผลักเขาออกห่างเมื่อเห็นสายตาของเขา“มาปลดให้” สิงห์กดร่างภรรยานั่งลงที่โต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะปลดผมให้อย่างเบามือ พิมพ์พรรณทำท่าจะห้ามแต่ก็ชะงักไป ก่อนที่เขาจะรูดซิปชุดแต่งงานให้เป็นลำดับสุดท้าย เธอสัมผัสได้ว่าเขาสัมผัสผิวเนื้อด้านหลังของเธอ“ขอบคุณนะคะ” พิมพ์พรรณรีบรวบชุดขึ้นแล้วหนีเข้าห้องน้ำ เธอไม่กล้าหันไปมองว่าเขาแสดงสีหน้าอย่างไร พอเข้ามาถึงห้องน้ำได้ก็ถึงกับยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองด้วยความโล่งใจ มองตัวเองในกระจกแล้วหน้าแดงหญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำไม่นานเพราะจะได้ให้เขามาอาบบ้าง พอออกมาก็เห็นเขายืนอยู่ที่ริมระเบียงห้อง“พี่สิงห์ไปอาบน้ำสิคะ”เธอกระแอมแล้วบ
คนที่นี่มีน้ำใจ พูดคุยทักทายกันอย่างจริงใจแถมยังยิ้มง่ายอีกด้วย“เอ่อ... นายไม่ต้องกินก็ได้นะ คือฉันเองยังไม่กล้ากินเลย” พิมพ์พรรณยืนบิดไปบิดมาเมื่อจนแล้วจนรอดเธอก็ยังทำอาหารไม่ได้เรื่อง ตกลงเหลือไข่อยู่แค่สองฟองเลยทำไข่เจียว แถมมันยังไหม้จนแทบกินไม่ได้อีกสิงห์ไม่ได้ตำหนิเธอ และเขาก็ไม่พูดอะไรสักคำเดียว แต่ลุกเข้าครัวไปจัดการกับข้าวของมากมายที่เขาซื้อมาก่อนหน้า พิมพ์พรรณตามเขาเข้าไป มองอย่างละล้าละลังเพราะไม่รู้ว่าจะต้องช่วยทำอะไรบ้าง คนหน้านิ่งเป็นนิจมองอย่างเข้าใจก่อนจะพยักหน้าให้เธอทำตาม พิมพ์พรรณหายเงอะงะรีบช่วยเขาโดยเร็วพลันหญิงสาวชะเง้อมองเขาทำอาหารอย่างสนอกสนใจ ไม่คิดว่าผู้ชายหน้านิ่งจะทำอาหารได้คล่องขนาดนี้“ว้าว ข้าวห่อไข่ ทำไมนายทำหอมจัง” พิมพ์พรรณเบียดกายไปจนชิดกับชายหนุ่ม“หน้าคุณจะหล่นลงไปในกระทะแล้ว” เขาแซว หญิงสาวรีบถอยออกมาเมื่อรู้ตัว“นายทำเผื่อฉันด้วยเหรอ” เธอมองข้าวห่อไข่สองจานนั้นตาเป็นประกาย แถมท้องยังร้องประจานเสียดัง“ถ้าอยากกินเรียกผมว่าพี่สิงห์ และแทนตัวเองว่าน้องพิมพ์”“ทำไมล่ะ มันไม่ชินนี่นา” เธอหน้างอมองข้าวห่อไข่ตาละห้อย“งั้นก็ไม่ต้องกิน”“โอ๊ย ไม่ได้นะ
คุณกรรัมภายิ้มให้บุตรสาวของนางขณะยืนรอลูกเลี้ยงสาว นางปลงได้ในหลายเรื่อง และดีใจที่ตัวเองคิดได้ นางปล่อยวางทุกอย่าง ไม่มีความคิดร้ายกาจทำลายล้างใครอีกแล้ว และค้นพบว่าทำให้ตัวเองมีความสุขขึ้น คนเราถ้ารู้จักละทิ้งความคิดร้ายๆ อิจฉาริษยาคนอื่น จะมีความสุขเพิ่มพูนขึ้นมามากมายทีเดียวเยื้องไปอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นเก้าอี้ที่จัดให้สำหรับญาติผู้ใหญ่และแขกเรื่อ คุณคฑาและคุณอารยายืนอยู่ตรงนั้นด้วยความปลาบปลื้มที่เควินจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาเพื่อนเจ้าบ่าวเข้าโบสถ์มาแล้ว มีเพื่อนเจ้าบ่าวรูปหล่อซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเควินคือรุจน์ คุณหมอหนุ่มเนื้อหอมอนาคตไกล และถัดไปเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเพชรน้ำหนึ่งเดินตามมา ถัดมาเป็นกลุ่มเด็กๆ ผู้หญิงทำหน้าที่โปรยดอกไม้และผู้ชายทำหน้าที่ถือแหวน... และเวลาที่รอคอยก็มาถึง เสียงเพลงไพเราะบรรเลงขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของไพฑูรย์และเพชรน้ำหนึ่ง ภาพสองพ่อลูกเดินควงแขนกันเข้ามาในโบสถ์ ทำให้ไพฑูรย์รู้สึกมีความสุขมากๆ ที่บุตสาวได้มีคนคอยดูแล ทุกคนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม ประทับใจกับบรรยากาศที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะนมน้อยที่แอบเช็ดน้ำตาอย่างปลาบปลื้มใจหญิงสาวอยู่ในชุดเจ้าสาวราวเจ้า
ลิ้นเล็กแลกรัดกับลิ้นหนาตามที่เขาต้องการ เควินครางอย่างพึงพอใจ มือหนาลูบไล้อกอิ่มก่อนจะสอดเข้าไปสู่ใจกลางหว่างขาสาว สัมผัสกับรอยแยกกลีบดอกไม้อ่อนละมุนเพชรน้ำหนึ่งสะท้านวาบด้วยความเสียวซ่านที่นิ้วร้อนๆ สัมผัสกับกายของเธอ เขากระซิบจนเธอหน้าแดงอีกครั้ง เมื่อประโยคของเขาเป็นประโยควอนขอ ซึ่งจริงๆ แล้วเขาได้ล่วงเกินเธอไปมากกว่าจะขออย่างมีมารยาทเช่นนี้ เขาหัวเราะถูกใจเมื่อเห็นใบหน้าแดงเรื่อของเธอหญิงสาวเผลอกอดรัดร่างสูงใหญ่ด้วยความเสียวซ่าน ความวาบหวิวในช่องท้องตีตื้นไปทั่วสรรพางค์กาย เธอแอ่นอกรับมือหนาของเขาที่กอบกุมลงมา เควินใช้ศอกยันที่นอนเอาไว้ เพื่อให้เขาได้ไล่สายตามองดูเรือนร่างเปลือยผุดผ่องอันงดงามได้ถนัดโดนจ้องมากๆ เข้าเพชรน้ำหนึ่งก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง เธอตะแคงหน้าหนีเขาด้วยร่างสะท้าน เธอยิ่งสะท้านขึ้นไปอีกเมื่อเขานอนแนบมาทางด้านหลัง ความร้อนจากร่างกายกำยำเปลือยเปล่าของเขาทำให้หญิงสาวตัวสั่นไร้แรงขัดขืน“สัมผัสพี่สิ แล้วจะรู้ว่าพี่ต้องการหนึ่งมากแค่ไหน”เขาจับมือน้อยที่จิกกับเตียงนอนมาสัมผัสกับแก่นกายร้อนผ่าว เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้งมือไม้สั่น เสียววาบไปตามช่องท้องเมื่อคิดว่าเธอจะเ
“รักตั้งแต่เมื่อไหร่คะ อื้อ...” ถามไปครางไปด้วยความเสียวซ่าน“ตั้งแต่แรกที่เจอมั้ง”“ตั้งแต่แรกที่เจอ ตอนที่โหดใส่หนึ่งน่ะเหรอคะ ไม่เชื่อหรอก คนอะไรซาดิสม์ โอ๊ะ!”เธอสะดุ้งเมื่อโดนกระแทกดังกึก เข้ามาจนซอกทางรักเสียดสีรุนแรงเพราะลงโทษที่เธอไม่เชื่อในคำพูดของเขา“ตอนนี้ก็ยังร้ายกาจ ดูสิ” เธอพ้อเสียงสั่นด้วยความเสียวซ่านจวนเจียนใกล้จะถึงสวรรค์อยู่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า“ที่ผับคืนนั้นไงที่หนึ่งเมา แต่หนึ่งคงจำพี่ไม่ได้หรอก”เควินเฉลย ยอมเปิดปากเล่าว่าเขาตกหลุมรักแฟนน้องชายตั้งแต่ที่ผับคืนนั้น แม่สาวน้อยที่กลายร่างเป็นนางเมรีขี้เมาจนต้องถูกเพื่อนลากออกไปจากผับ แล้วเขาต้องขับรถตามไปด้วยความเป็นห่วง“ที่ผับเหรอคะ” เหตุการณ์ทุกอย่างถูกรำลึกถึงอีกครั้ง เธอจำได้แล้ว ผู้ชายท่าทางกวนๆ คนนั้น แต่เธอจำหน้าเขาไม่ได้หรอก“พี่เคนเป็นผู้ชายกวยโอ๊ยคนนั้นเหรอคะ” เพชรน้ำหนึ่งมองสบตาผ่านกระจกอย่างเป็นคำถาม“ใช่ เด็กอะไรก็ไม่รู้ขี้เมา ไม่ถูกลากไปทำมิดีมิร้ายก็บุญเท่าไหร่แล้ว” เควินลงโทษโดยการสับสะโพกเป็นการยืนยันความจริงเพชรน้ำหนึ่งหัวเราะคิกคักเมื่อนึกออกในที่สุด แต่เธอหัวเราะได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนเป็นเสีย
แค่มองเขาก็มีความต้องการที่มากล้น ลำคอแห้งผากเหมือนคนขาดน้ำมานานแรมปี มือหนารีบกระชากเสื้อผ้าออกจากกายอย่างรวดเร็วเพื่อตามเธอเข้าห้องน้ำชายหนุ่มถึงกับร้อนผ่าวเมื่อเห็นเมียสาวกำลังยืนอาบน้ำอยู่ใต้ฝักบัว แทบกระโดดเข้าตะครุบร่างอวบอิ่มนั้นแล้วจับเธอกลืนลงท้องซะตอนนี้เลย สายตาคมสีฟ้าครามมจดจ้องเรือนร่างอวบอัดกระชากใจชาย แม้ว่าเธอจะตั้งครรภ์แต่มิได้อ้วนน่าเกลียด แต่กลับอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ เขามองหน้าท้องที่ยังเห็นไม่เด่นชัดนักอย่างเอ็นดูลูกน้อยของเขาคงนอนขดตัวอ้อนแม่อยู่ในนั้นสินะ เขานึกไปว่าจะเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง ลูกของเขาจะแข็งแรงหรือเปล่า ลูกของเขาจะฉลาด ช่างเจรจาหรือไม่นะเควินยืนยิ้มคนเดียวเมื่อนึกจินตนาการถึงลูกน้อย เขาเห็นเธอหยิบครีมอาบน้ำทำท่าจะเทใส่ฝ่ามือ จึงเคลื่อนกายเข้าหา แผ่นกายร้อนวาบทำให้เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้งก่อนจะครางเบาๆ เมื่อฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ครีมอาบน้ำไปทั่วกายเธอเสียเองทุกอณูเนื้อที่ลูบไล้ทำให้อารมณ์เตลิดไปด้วยไฟเสน่หา ความร้อนผ่าวลากผ่านประดุจดั่งเชื้อเพลิงสวาทชั้นดี กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนตื่นตัวก่อนที่จะผ่อนคลายเพียงแค่ได้รับสัมผัสจากเขา ศีรษะเล็กพิงไปกับแผ่นอกก
โดยไม่พูดไม่จาอะไรกับเธอสักคำ ในสมองคิดแค่เพียงว่าเธออยากออกไปจากที่นี่ใจจะขาด นั่งคิดอะไรเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารหอมกรุ่น“กินข้าวได้แล้ว จะได้กินยา”“ฉันหายดีแล้ว ไม่เห็นต้องกินยาอีก” พอพูดถึงยา หญิงสาวก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาในทันที“เมื่อกี้เธออาบน้ำเข้าไป ร่างกายยังไม
เขาถามอย่างใส่ใจโดยไม่รู้ตัว เพชรน้ำหนึ่งเบือนหน้าหนี เธอเห็นความอ่อนโยนเอาใจใส่ก็นึกถึงคำพูดร้ายกาจของเขา เตือนสติตัวเองว่าเขาแค่แกล้งทำดีไปแบบนั้นเพื่อให้เธอตายใจและจะได้หลอกลวงเธอได้ง่ายๆ“ทำไมไม่ตอบ” เควินหัวเสียเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างน้อยนอนแข็งทื่อไม่ยอมพูดคุยกับเขาเงียบไม่มีเสียงตอบรับจากหญิง
“เปล่าครับเจ้านาย”“บ้านแกกับบ้านฉันมันบ้านเดียวกันหรือเปล่า”“บ้านเดียวกันครับ” เสือตอบอย่างงงๆ“งั้น ถ้าแกเรียกไม่เหมือน หมายความว่าแกไม่อยากอยู่บ้านเดียวกันกับฉันแล้ว”“กระผมมิกล้าครับนาย” เสือก้มหน้าล้อเลียน เควินฮึดฮัดแต่รุจน์ปรามเอาไว้“พอเถอะเคน เสือพูดถูก”“งั้นพวกนายทั้งหลายก็ไปให้พ้นหน้าเ
“ทำอาหารอะไรก็ได้ เอาง่ายๆ ฉันหิวแล้ว” เสียงคุมเข้มเอ่ยสั่งอย่างวางอำนาจ เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้งก่อนจะก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ คนอย่างเธอตาต่อตาฟันต่อฟัน“ฉันทำไม่เป็น” เธอใช้ความนิ่งเข้าฟาดฟัน ไม่เป็นเสียอย่าง เขาจะทำอะไรเธอได้“ถ้าทำไม่เป็นเธอเจอดีแน่ และเธอนั่นแหละที่จะอดตาย ไม่ใช่ฉัน” คำขู่ของเขา







