Mag-log in
มนตกานต์หญิงสาววัย 22 ปีลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่กับกระเป๋าเป้อีกหนึ่งใบเดินลัดเลาะมาตามซอยเล็ก ๆ ก่อนจะหยุดลงหน้ารั้วบ้านหลังหนึ่งเธอผลักประตูไม้เข้าไปเบา ๆ จากนั้นก็เดินต่อไปยังตัวบ้านไม้ยกพื้นสูงใต้ถุนเปิดโล่ง
“ยายชมคะทำอะไรอยู่คะ” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส
ยายชมนาดที่กำลังนั่งให้มะลิเด็กรับใช้วัยรุ่นนวดขาให้เงยหน้ามามองหลานสาวของเพื่อนแล้วยิ้มสีหน้ามีแววสงสัย
“หนูกานต์นั่นลากกระเป๋าใบใหญ่มาเชียวจะไปเที่ยวไหนล่ะ” ยายชมนาดเจ้าของบ้านถามหญิงสาวอย่างเอ็นดู
“ยายลืมไปหรือเปล่าว่าหนูจะต้องเข้าไปทำงานในกรุงเทพนะคะ” มนตกานต์หัวเราะเบา ๆ
“ตายจริงนี่ถึงวันที่ต้องไปทำงานแล้วเหรอลูกเพิ่งเรียนจบแทนที่จะพักสักหน่อย”
“ก็บริษัทเขาเรียกตัวแล้วนี่คะหนู ถ้าหนูไม่ไปก็คงห้องหาบริษัทใหม่”
“แล้วดูดีแล้วใช่ไหมว่าบริษัทที่เขารับเราเข้าทำงานน่ะมีตัวตนจริง ๆ ไม่ใช่ถูกเขาหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์เหมือนในข่าวนะ”
“โอ้โห....ยายชมทันสมัยจังเลยค่ะ ติดตามข่าวสารรู้จักพวกแก๊งคอลเซนเตอร์แบบนั้นด้วย”
“ก็ยัยมะลิเปิดทีวีให้ยายดูข่าวนี้ทุกวันเลย” คุณยายหมายถึงมะลิเด็กรับใช้ที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น
“แต่หนูว่าก็ดีนะคะจะได้ไม่มีใครมาหลอกยายได้” มะลิที่กำลังนวดขาให้คุณยายอยู่พูดแทรกขึ้นมา
“ใครจะหลอกได้ย้ายได้ละลูก โทรศัพท์ยายก็ไม่มีแอพธนาคารอะไรพวกนั้นหรอกอยากจะใช้เงินก็ไปเบิกเอาที่ธนาคารน่ะ”
“ทำแบบที่ยายว่ามันก็ปลอดภัยดีนะคะ แต่เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าไปที่ธนาคารแล้วค่ะส่วนใหญ่จะใช้แอปพลิเคชัน”
“ยายว่ามันเป็นดาบสองคมนะ เหมือนมีเงินอยู่ในมือตลอดเวลาจะซื้อจะใช้จ่ายอะไรก็คล่องตัวมารู้ตัวอีกทีตอนใกล้จะสิ้นเดือนเงินไม่เหลือแล้ว”
“ใช่ค่ะเรื่องนี้หนูเห็นด้วยกับยายเลยค่ะ การจ่ายเงินซื้อของมันสะดวกสบายมากเลยทำให้คนใช้เงินอย่างไม่ระวัง”
“แล้วหนูไปทำงานกรุงเทพเงินเดือนจะพอใช้มั้ยลูก เขาให้เงินเดือนเริ่มต้นที่เท่าไหร่” ยายชมนาดถามหลานสาวของเพื่อนอย่างเป็นห่วง
“เขาให้หมื่นแปดค่ะ ถ้าผ่านการทดลองงานก็จะเพิ่มให้อีกค่ะ”
“แล้วมันจะพอกินไหม ค่าใช้จ่ายในกรุงเทพมันสูงมากเลยนะอาหารแต่ละมื้อก็น่าจะเกือบร้อยบาท”
“ต้องพอค่ะยายหนูจะใช้จ่ายอย่างประหยัด แต่ยังดีที่ว่าบริษัทเขามีหอพักราคาถูกให้เช่าด้วยค่ะ”
“ดีจังนะ แล้วหอพักที่ว่ามันดีไหมล่ะ ไม่ใช่ว่าเขาให้ไปอยู่หอพักเก่า ๆ นะ”
“นี่ค่ะยาย หนูไปดูมาแล้วค่ะ” หญิงสาวเปิดรูปถ่ายหอพักที่เธอได้เข้าไปดูเมื่อสัปดาห์ก่อนให้กับคุณยายชมนาดดู
“ทำไมมันคับแคบแบบนี้ละลูก ระเบียงห้องก็ไม่มีแบบนี้จะซักผ้าตากผ้ากันยังไงล่ะ”
“ที่หอพักก็มีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญค่ะ ยายเราใช้บริการตรงนั้นได้เลย”
“แต่มันแคบไปนะลูกดูท่าทางอึดอัด ห้องก็เก่ามาด้วยนะ” น้ำเสียงเริ่มไม่เห็นด้วย
“ทำยังไงได้ล่ะคะคุณยายบริษัทที่หนูไปทำงานอยู่ กลางใจเมืองเลยค่ะถ้าให้เช่าหอพักอยู่ขั้นต่ำก็สามสี่พันแต่นี่เขาให้เช่าแค่พันหน้าเองนะคะหนูประหยัดได้ตั้งเยอะเลยค่ะ” มนตกานต์ยิ้มเจื่อน ๆ
“ลองบอกยายมาสิว่าบริษัทที่จะไปทำงานอยู่แถวไหน”
“อยู่แถวสุขุมวิทค่ะยาย”
“สุขุมวิทเหรอเดี๋ยวนะยายขอคิดอะไรก่อน หนูกานต์รอยายอยู่ตรงนี้นะเดี๋ยวยายกลับมา” คุณยายชมนาดเดินขึ้นไปบนบ้านไม่นานนักก็กลับลงมาพร้อมกับถือของบางอย่างลงมา
“อะไรคะยาย”
“ถ้าอยู่แถวสุขุมวิทตามที่บอกจริงไม่ต้องไปอยู่ห้องพักของบริษัทหรอกนะกานต์ ยายมีคอนโดอยู่ที่นั่น นี่กุญแจและคีย์การ์ดของคอนโด”
“อะไรนะคะ ยายมีคอนโดอยู่ที่กรุงเทพด้วยเหรอคะ”
“ยายมีสองห้องเลยนะ แบ่งให้หนูอยู่ห้องหนึ่งก็แล้วกัน ส่วนอีกห้องหนึ่งเป็นห้องของหลานชาย”
“หลายคุณยายเหรอคะ หนูนึกว่าเขาอยู่ต่างประเทศ” มนตกานต์จำได้ว่าคุณยายเคยเล่าเรื่องหลานชายให้ฟังและเขาก็แต่งงานมีครอบครัวอยู่ที่ต่างประเทศ
“เขากลับมาแล้วล่ะ”
“แต่หนูไม่เคยเจอเขาเลย”
“ก็เขาทำงาน ไม่ค่อยได้กลับมาที่บ้านเท่าไหร่ ยายก็ว่าจะแนะนำให้หนูกับหลานชายของยายรู้จักกันแต่ก็คลาดกันทุกทีขานั้นใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพไม่ค่อยได้เข้ามาที่บ้านยายเท่าไหร่”
“ยายคะแต่หนูว่ายายไม่ต้องให้หนูไปอยู่คอนโดของยายหรอกค่ะ หนูเกรงใจ”
“จะเกรงใจอะไรกันล่ะ คอนโดนั้นไม่มีใครอยู่เลยยายก็เอาไว้ไปพักผ่อนตอนที่ยายไปกรุงเทพ ให้หนูไปอยู่ก็จะได้ช่วยดูแลคอนโดให้ยาย อีกอย่างถ้ายายไปกรุงเทพก็จะได้มีเพื่อนคุยด้วยไง”
“แล้วหลานชายคุณยายจะไม่ว่าใช่ไหมคะ”
“ใครจะว่าอะไรล่ะ ถึงห้องนั้นจะเป็นชื่อของเขาก็จริงแต่ยายเป็นคนซื้อนะ”
“ยายคะถ้ายังงั้นให้หนูช่วยจ่ายค่าเช่าดีไหม”
“อย่าคิดจะจ่ายค่าเช่าเชียวนะ ยายรับปากกับยายอำไพไว้แล้วว่าจะดูแลหนูอย่างเต็มที่”
“แต่ยายก็ช่วยส่งเสียหนูให้เรียนจนจบ” เธอพูดอย่างเกรงใจ
“นั่นมันเป็นเรื่องเล็กน้อยนะหนูกานต์ ยังไงยายก็ต้องดูแลหลานสาวของเพื่อนให้ดีที่สุดเพราะยายอำไพของหนูดีกับยายมาก ๆ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก หนูกานต์ก็เหมือนกับเป็นหลานของยาย
“หนูขอบคุณจริง ๆ ค่ะยาย” มนตกานต์ยกมือไหว้ยิ้มทั้งน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง
ความคิดถึงและโหยหาของเหมวัตกำลังจะถูกเติมเต็มในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า เขารู้สึกถึงความรุนแรงของโพรงอุ่นที่ตอดรัดท่อนเอ็นร้อนจนแทบระเบิด มือใหญ่จับขาข้างหนึ่งยกขึ้น ก่อนจะโจนจ้วงท่อนเอ็นเข้าหาอย่างหนักหน่วง ไม่นานนักทั้งสองคนก็เกร็งสะท้าน คนหนึ่งกรีดร้องเสียงหวาน อีกคนก็ครางต่ำในลำคอและกระตุกอยู่ในโพรงคับแคบเหมวัตกดแก่นกายเข้าลึกสุดปลดปล่อยลาวาร้อนจนมนตกานต์อุ่นซ่านไปทั่วท้องน้อย เขากดค้างไว้นานก่อนจะซบใบหน้าลงบนหน้าอกอวบพพร้อมกับลมหายใจที่หอบเหนื่อย“สุดยอดมากนะกานต์พี่เสียวจนแทบขาดใจ”“กานต์ก็เหมือนกันค่ะ”มนตกานน์ก็หอบเหนื่อยไม่ต่างจากเขาเลยสักนิดของขวัญที่เขามอบให้มันสุขจนล้นอยู่ในหัวใจเสียงลมหายใจของทั้งสองกำลังกลับมาเป็นปกติแต่เหมวัตก็ยังคงนิ่งอยู่บนตัวของคนรัก“พี่เหมคะ ลงไปได้ไหม”“อยากอยู่แบบนี้นาน ๆ”“แต่กานต์หนักพี่เหมตัวโต”“งั้นพี่ให้กานต์ทับพี่บ้างนะจะได้ไม่หนัก”“ว้าย!....”เธอร้องด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ เหมวัตก็รวบเอวเธอแล้วพลิกให้ไปอยู่บนตัวเขา“พร้อมไหม”“กานต์กลัวจะไม่ถูกใจ กานต์ไม่เคย”“พี่จะช่วยนะ ให้กานต์ขยับตามใจเลยนะ”มนตกานต์วางมือลงบนแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้
เหมวัตมองหน้าคนรักแล้วยิ้มก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามากอดให้หายคิดถึง“คิดถึงจัง”“กานต์ก็คิดถึงพี่ กานต์นึกว่าพี่เหมจะลืมวันเกิดกานต์ไปแล้ว”หญิงสาวร้องไห้เบา ๆ“วันเกิดแฟนใครจะลืมล่ะครับ แล้วร้องไห้ทำไมพี่มาอยู่นี่แล้ว”“ก็ดีใจที่พี่เหมมาทันวันเกิด”“เมาใช่ไหม”“ไม่หรอกค่ะ แค่มึนนิดหน่อยเอง”“กินไปเยอะไหม”“แค่สองกระป๋องค่ะ กานต์แค่ฉลองวันเกิดให้ตัวเอง ทำไมพี่เหมถึงมาช้าปล่อยให้กานต์น้อยใจตั้งนานว่าลืมวันเกิดกานต์ไปแล้ว” น้ำเสียงจังเจอความน้อยใจ“พี่ขอโทษนะครับที่มาช้าพี่แค่อยากมาอวยพรวันเกิดกานต์เป็นคนสุดท้าย”“ประหลาดคนจังคนอื่นเขามีแต่อยากมาอวยพรวันเกิดแฟนคนแรก”“ก็พี่ไม่อยากเหมือนใครกินเค้กก่อนไหมพี่สั่งจากร้านประจำที่กานต์ชอบเลยนะ”“อือ” หญิงสาวหยิบช้อนมาตักเค้กทานไปยิ้มไปอย่างมีความสุข“อร่อยไหม”“อร่อยค่ะ พี่เหมกินด้วยไหม”“ป้อนสิ”“วันเกิดกานต์นะคะยังจะให้กานต์ป้อนอีก” เธอพูดเหมือนไม่เต็มใจแต่ก็ยอมตักเค้กให้ชายหนุ่มทาน“อร่อยดีนะ”“เอาอีกไหมคะ”“ไม่ล่ะ พี่อยากกินอย่างอื่นมากกว่า”“จะกินอะไรคะเดี๋ยวกานต์ไปทำให้ค่ะ”“อยากกินเจ้าของวันเกิดได้ไหมล่ะ”“พี่เหมคะ....ใครเขาขอกันแบบนี้”“ก็พ
แม้ความสัมพันธ์จะก้าวกระโดดแต่เหมวัตก็ยังให้พื้นที่กับมนตกานต์ได้อยู่ในห้องของตัวเอง ส่วนเขาก็ยังคงรับเธอในเวลาเลิกงานอย่างเคย ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติแต่หัวใจสองดวงมันกำลังใกล้ชิดและผูกพันกันมากขึ้น มีการพูดคุยวางแผนอนาคตรวมถึงวางแผนการแต่งงานไว้แล้วคุณยายชมนาดเองก็ดีใจที่หลานทั้งสองพูดคุยและทำความเข้าใจกันได้เป็นอย่างดีใน ขณะที่มนตกานต์ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเองที่บริษัทเหมวัตก็ทำงานในบริษัทเดิมแต่เขารับงานน้อยลงเลือกทำเฉพาะเคสใหญ่ ๆ ที่มันคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปเท่านั้นถึงแม้ว่าเหมวัตจะได้หญิงสาวมาครอบครองแล้วแต่เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไป ชายหนุ่มยังดูแลเอาใจใส่เธอเหมือนกับตอนที่เริ่มต้นจีบ นอกจากเขาจะเปย์เธอด้วยของขวัญราคาแพงแล้วเขายังเปย์เธอด้วยความรักความเอาใจใส่ที่เพิ่มมากขึ้น“เหนื่อยไหม” เหมวัตถามก่อนจะส่งน้ำดื่มให้คนรักเมื่อเธอคาดเข็มขัดเรียบร้อยแล้ว“ไม่ค่ะ วันนี้สบายมากพี่เหมล่ะคะ”“วันนี้ยุ่งนิดหน่อยมีงานด่วนเข้ามา” เหมวัตไม่รู้จะเริ่มต้นบอกคนรักว่ายังไงเรื่องที่เขาอาจต้องไปทำงานที่เชียงใหม่“เหนื่อยไหมคะ”“ไม่เท่าไหร่แต่พรุ่งนี้เลิกงานแล้วกานต์ต้องกลับบ้านเองนะ”“ได้ค่
วันต่อมามนตกานต์ก็มาทานอาหารกลางวันกับคุณยายชมนาดที่บ้านจากนั้นก็นั่งรถกลับกรุงเทพพร้อมกับเหมวัต หญิงสาวไม่ค่อยกล้ามองหน้าเขาเท่าไหร่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันทำให้เธอเป็นกังวลหลายเรื่อง หญิงสาวกลัวตัวเองจะท้องแต่ก็ไม่กล้าไปซื้อยาคุมฉุกเฉินทานเองเพราะคนแถวนี้ก็รู้จักกันดี เธออ่านข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตมาแล้วว่าต้องทานยาภายใน 72 ชั่วโมง มนตกานต์คิดเอาไว้ว่าถ้าถึงคอนโดแล้วจะแอบไปซื้อยามาทานเอง“กานต์เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูหน้าตาเครียดจัง” เหมวัตสังเกตว่าวันนี้หญิงสาวดูเงียบไป แต่ถ้าจะให้เดาก็คงเป็นเรื่องเมื่อคืน“เปล่าค่ะ”เหมวัตยิ้มเพราะถ้าเธอพูดแบบนี้แสดงว่าเธอต้องกำลังโกรธงอนหรือมีเรื่องอะไรอยู่ในใจอย่างแน่นอนมันตรงตามที่คุณยายชมนาดบอกเขาไว้เป๊ะเลยทีเดียว“แต่พี่ว่าน่าจะมีนะ”“พี่เหมคะกานต์บอกว่าไม่มีก็คือไม่มีค่ะ” หญิงสาวกอดกระเป๋าสะพายของตัวเองแล้วมองออกไปนอกรถสีหน้ายิ่งเครียดกว่าเดิม”“พี่กับกานต์เป็นอะไรกัน” เขาพยายามจะชวนคุยหญิงสาวเงียบไม่ตอบเธอหันมามองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจคำถามนั่นทำให้เหมวัตรู้สึกผิดที่ถามเธอไปอย่างนั้นมันเหมือนตอกย้ำเรื่องราวของเมื่อคืน เขารู้ว่าหญิงสาวคิดมา
พายุตัณหาจบลงพร้อมกับพายุฝนตอนนี้มนตกานต์นอนอยู่ในอ้อมกอดของเหมวัตด้วยความเหนื่อย ด้านนอกยังคงมืดอยู่แต่ความรู้สึกในใจกลับชัดเจนและสว่างจ้า เธอยอมรับว่ารักผู้ชายคนนี้มากไม่รู้เขาจะมองเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายหรือเปล่าแต่สำหรับเธอเขาเป็นผู้ชายคนแรกและคนเดียวของเธอหญิงสาวหลับลงด้วยความเหนื่อยและตกใจตื่นมาไฟกลางห้องสว่างจ้า“ไฟฟ้าใช้ได้แล้วพี่เหมจะกลับเลยไหม” มนตกานต์ถามทั้งที่ยังไม่ยอมเงยหน้ามองเขา“พี่ไม่อยากกลับเลย อยากนอนอยู่กับกานต์จนถึงเช้า”“ถ้าพี่ไม่กลับคุณยายจะว่ายังไง”“พี่รู้งั้นกานต์นอนต่อนะพรุ่งนี้เราไปเจอกันที่บ้านคุณยาย”“พี่เหมคะ ไม่บอกเรื่องนี้กับคนอื่นได้ไหม”“วันนี้ไม่บอกก็ได้แต่ในอนาคตก็ต้องบอก แล้วเรื่องงานแต่งงานของเราพี่ฝากกานต์คิดด้วยนะว่าจะจัดขึ้นเมื่อไหร่”“แต่งงานเหรอคะ”“ครับ สถานะของเรามันเปลี่ยนไปแล้วจากนี้เราต้องวางแผนเรื่องแต่งงาน”“พี่เหมคะกานต์ยังไม่พร้อมค่ะ”“ทำไม หรือว่ายังไม่มั่นใจในตัวพี่”“กานต์ขอเวลาค่ะ กานต์เพิ่งเรียนจบและได้ทำงานไม่กี่เดือนเองค่ะแล้วก็ยังไม่ได้รับปริญญาด้วยนะคะ”“พี่ให้เวลากานต์จนถึงรับปริญญาก็ได้พี่เข้าใจว่ากานต์คงอยากมีรูปสวย ๆ”“พ
ตลอดเวลาที่ผ่านเหมวัตคิดว่าตนเองจะอดทนได้จนถึงวันแต่งงานแต่ด้วยบรรยากาศในคืนนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มไม่อาจอดทนได้อีกต่อไปเหมวัตจูบลงไปบนริมฝีปากอิ่มด้วยความเสน่หา ฝ่ามือลูบไล้ฟอนเฟ้นหน้าอกอวบจนขึ้นรอยแดงก่อนจะครอบครองด้วยริมฝีปากร้อนปลายลิ้นหยอกล้อกับเชอร์รี่เม็ดสีสวย ความเปียกชื้นทำมนตกานต์ขนลุกไปทั่วร่าง ความเจ็บกลางลำตัวกำลังลดลงไปทีละนิดและมันกำลังถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านที่ไม่เคยได้รับ“พี่เหม....อื้ม....”“ดีขึ้นไหม พี่จะขยับช้า ๆ นะ”เขากระซิบก่อนที่จะเริ่มสะโพกอย่างช้า ๆ กดเน้นหมุนวนเพื่อให้ร่องรักของหญิงสาวได้คุ้นเคยกับแท่งร้อนของตนเอง“ตอดดีมาก กานต์จ๋า ตอนนี้กานต์เป็นของพี่แล้วนะ กานต์ต้องมีพี่คนเดียวนะ”“ค่ะพี่เหม....”“ดีมากคนเก่ง พี่สัญญาว่าคืนนี้กานต์จะมีความสุขที่สุด”ชายหนุ่มพยายามจะนุ่มนวลกับมนตกานต์ให้มากที่สุดทั้งที่ในใจอยากจะทำตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงสุดขีด เขาอยากให้มนตกานต์มีประสบการณ์ครั้งแรกที่ลืมไม่ลงทุกจังหวะที่ขยับสะโพกเข้าออกท่อนเอ็นร้อนก็ถูกร่องรักที่คับแน่นตอดรัด มนตกานต์ดิ้นพล่านกับความเสียวซ่านที่เหมวัตมอบให้ หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างแน่น ปลายนิ้วทั้งสิบก็จิ







